เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ไขมันพอกตับ ออกกำลังกายแบบไหนดี ไม่ลดน้ำหนักแต่ออกกำลังกายช่วยไหม
คำตอบสั้น: การออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อตับแม้น้ำหนักไม่ลด แนวทางของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 แนะนำ แอโรบิกระดับปานกลางสะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (หรือระดับหนัก 75 นาที) ร่วมกับ ออกกำลังแบบแรงต้าน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ และลุกยืนหรือเดินสั้น ๆ ทุก 30–60 นาที คนอายุ 50 ขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว ควรคุยกับแพทย์ก่อนเริ่ม และเริ่มช้า ๆ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- AASLD ระบุว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อตับและหัวใจ โดยไม่ขึ้นกับการลดน้ำหนัก
- แอโรบิกระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว สะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- แรงต้าน เช่น ยางยืด ยกน้ำหนักเบา 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ
- แนวทางไทยระบุว่าแบบผสมแอโรบิกกับแรงต้านให้ผลดีที่สุดต่อไขมันในตับ
- เวียนหัว เจ็บหน้าอก ใจเต้นผิดจังหวะ หายใจไม่ทัน คลื่นไส้ ข้อใดข้อหนึ่ง ให้หยุดทันที
ออกกำลังกายลดไขมันในตับได้ แม้น้ำหนักไม่ลด จริงไหม
จริง แนวทางของสมาคมโรคตับสหรัฐ (AASLD) พ.ศ. 2566 ระบุว่า การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อตับและระบบหัวใจเมแทบอลิก โดยไม่ขึ้นกับการลดน้ำหนัก และควรแนะนำผู้ป่วยทุกคนโดยปรับให้เข้ากับความชอบและสมรรถภาพของแต่ละคน NIDDK ก็ระบุว่าการออกกำลังกายอย่างเดียว แม้ไม่ลดน้ำหนัก ก็มีประโยชน์
เหตุผลตามแนวทางไทย พ.ศ. 2569 คือ โรคนี้ผูกกับ ภาวะดื้ออินซูลิน การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยแก้กลไกนี้โดยตรง แม้น้ำหนักจะไม่ลดชัดเจน
ถึงอย่างนั้น ถ้าน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักร่วมด้วยยังเป็นเป้าหลัก AASLD ระบุว่างานที่ใช้ทั้งการคุมอาหารและการออกกำลังกาย ลดไขมันในตับได้ตามความเข้มข้นของการปรับพฤติกรรม รายละเอียดเป้าน้ำหนักอ่านที่ ไขมันพอกตับ หายได้ไหม ต้องลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์
แอโรบิกกับเวทเทรนนิ่ง แบบไหนเหมาะกับไขมันพอกตับ
ทำทั้งสองแบบดีที่สุด แนวทางไทย พ.ศ. 2569 อธิบายว่า
แอโรบิก (ออกกำลังให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นต่อเนื่อง)
- ระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว หรือระดับหนัก เช่น วิ่ง หรือการฝึกหนักสลับเบาเป็นช่วง ๆ (HIIT) ลดไขมันในตับได้ดีกว่าการออกกำลังกายเบา ๆ
- ตัวอย่างใกล้ตัว เดินเร็วรอบสวนสาธารณะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ รำไม้พลอง เต้นแอโรบิกที่ลานชุมชน
- AASLD ระบุว่างานบางชิ้นพบว่าการออกกำลังกายระดับหนักกว่า อาจจำเป็นถ้าต้องการให้ผลชิ้นเนื้อตับดีขึ้น
แรงต้าน (เวทเทรนนิ่ง)
- ช่วย เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักที่ตอบสนองต่ออินซูลิน กล้ามเนื้อมากขึ้นช่วยนำน้ำตาลเข้าเซลล์และลดภาวะดื้ออินซูลิน
- แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อแข็งแรงน้อยลงมีความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
- ตัวอย่าง ยางยืด ลุก-นั่งจากเก้าอี้ ดันผนัง ยกขวดน้ำหรือดัมเบลเบา ๆ
- ทำร่วมกับแอโรบิก หรือแพทย์อาจให้ใช้เป็นการฝึกหลักในผู้ป่วยบางราย
การผสมแอโรบิกกับแรงต้านให้ผลดีที่สุดต่อการลดไขมันในตับและค่าเอนไซม์ตับ ตามที่แนวทางไทยสรุป
ออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่นาที
ข้อเสนอแนะของแนวทางไทย พ.ศ. 2569 สำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่เป็นแล้ว
- แอโรบิกระดับปานกลาง สะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนักอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์
- แรงต้าน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์
- ลดการนั่งนิ่ง ๆ ลุกยืนหรือเดินสั้น ๆ ทุก 30–60 นาที
คำว่า สะสม หมายถึงนับรวมทั้งสัปดาห์ได้ เช่น วันละ 30 นาที 5 วัน AASLD ระบุว่างานบางชิ้นพบว่า การออกกำลังกายระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือแม้แต่การเพิ่มกิจกรรมจากเดิมมากกว่า 60 นาทีต่อสัปดาห์ ก็ช่วยได้
เดินวันละ 10,000 ก้าว พอไหม
แนวทางไทยไม่ได้กำหนดเป้าเป็นจำนวนก้าว แต่กำหนดเป็นนาทีและความเข้มข้น สิ่งที่สำคัญคือ ความเร็วในการเดิน เพราะแนวทางไทยระบุว่าการออกกำลังกายระดับปานกลางขึ้นไปลดไขมันในตับได้ดีกว่าระดับเบา
ดังนั้นเดินเล่นช้า ๆ ในห้างหมื่นก้าวอาจได้ประโยชน์น้อยกว่าเดินเร็วจริงจัง 30 นาที ถ้าใช้นาฬิกานับก้าว ให้ดูนาทีที่เดินเร็วต่อเนื่องประกอบด้วย และอย่าลืมการฝึกแรงต้าน ซึ่งการเดินอย่างเดียวให้ไม่ได้
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การเคลื่อนไหวเท่าไรก็ดีกว่าไม่ขยับเลย คนที่ยังเดินไม่ไหวถึงเป้า เริ่มจากที่ทำได้แล้วค่อยเพิ่มก็ยังได้ประโยชน์
อายุ 50–60 ปี มีโรคประจำตัว เริ่มอย่างไรให้ปลอดภัย
MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ) แนะนำให้ คุยกับแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายใหม่ โดยเฉพาะถ้า
- เพิ่งเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือเพิ่งทำหัตถการหรือผ่าตัดหัวใจ
- มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม
- เป็นเบาหวาน
แนวทางปฏิบัติที่ทำได้
- เริ่มช้า ๆ แล้วค่อยเพิ่มเวลาและความหนัก
- คนที่ใช้ยาเบาหวาน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องเวลาออกกำลังกายเทียบกับเวลากินยาและมื้ออาหาร
- คนที่เป็นตับแข็ง AASLD ระบุว่าการออกกำลังกายช่วยเรื่องความเปราะบางและกล้ามเนื้อลีบได้ แต่ต้องเน้นโปรตีนให้พอและคำนึงข้อจำกัดของร่างกาย จึงควรให้แพทย์วางแผนให้
รายละเอียดการเริ่มออกกำลังกายในวัยนี้อ่านที่ ออกกำลังกายในวัย 50 ปีขึ้นไป และคนที่มีความดันสูงอ่านที่ ความดันสูงออกกำลังกายได้ไหม
ออกกำลังกายตอนท้องว่างหรือหลังอาหารดีกว่า
แหล่งอ้างอิงที่เราตรวจไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องนี้สำหรับไขมันพอกตับ แนวทางไทยเน้นที่ปริมาณรวมต่อสัปดาห์และความสม่ำเสมอ จึงควรเลือกเวลาที่ทำได้ต่อเนื่องที่สุด
ข้อควรระวังคือคนที่ใช้ยาลดน้ำตาล ควรถามแพทย์ก่อนออกกำลังกายตอนท้องว่าง
สัญญาณที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที
MedlinePlus ระบุอาการเตือนว่าหัวใจทำงานหนักเกินไป ได้แก่
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- เจ็บหน้าอก
- ใจเต้นผิดจังหวะ
- หายใจไม่ทัน
- คลื่นไส้
มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ให้หยุดทันทีแล้วพัก ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรืออาการรุนแรงหรือไม่หายเมื่อหยุดพัก ข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร 1669 ทันที อย่าฝืนเดินกลับบ้านเอง
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องออกกำลังกายกับตับ
ได้ยินว่าน้ำหนักไม่ลด แปลว่าออกกำลังกายเสียเปล่า จริงไหม ไม่จริง AASLD และ NIDDK ระบุว่ามีประโยชน์ต่อตับแม้น้ำหนักไม่ลด และแนวทางไทยระบุว่ากล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน
ได้ยินว่าทำงานบ้านทั้งวันก็ถือว่าออกกำลังกายแล้ว จริงไหม นับเป็นกิจกรรมทางกายได้ และดีกว่านั่งนิ่ง แต่แนวทางไทยระบุว่าความเข้มข้นระดับปานกลางขึ้นไปให้ผลต่อไขมันในตับดีกว่าระดับเบา จึงควรมีช่วงที่ออกแรงจนหายใจเร็วขึ้นด้วย
ภาพรวมของโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้
- แอล-ลิวซีน 20 มก. แอล-ไอโซลิวซีน 10 มก. แอล-วาลีน 10 มก. (รวมกรดอะมิโนโซ่กิ่งหรือ BCAA 40 มก. เป็นค่าคำนวณ) — เป็นปริมาณเล็กน้อย BCAA ที่ใช้ทางการแพทย์ในผู้ป่วยตับแข็งระยะลุกลามใช้ระดับกรัมต่อวันภายใต้การดูแลของแพทย์ (แนวทาง ESPEN 0.25 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน) ห่างจากปริมาณในเม็ดราว 375 เท่า (ค่าคำนวณสำหรับคนหนัก 60 กก.) จึงนำผลงานเหล่านั้นมาใช้กับเม็ดนี้ไม่ได้
- โคเอนไซม์ คิวเท็น (10%) 75 มก. (CoQ10 ราว 7.5 มก. เป็นค่าคำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 6 งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับพบว่าโดยรวม CoQ10 ไม่ได้ลดค่าเอนไซม์ตับหรือไขมันในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงานในกรีซ 60 คนที่ใช้ 240 มก. ต่อวัน นาน 6 เดือน พบไขมันในตับลดลงเมื่อเทียบกับค่าเริ่มต้น ปริมาณในเม็ดน้อยกว่างานนั้น 32 เท่า (ค่าคำนวณ) และ CoQ10 อาจลดฤทธิ์ยาวาร์ฟาริน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใช้แทนการออกกำลังกายไม่ได้ กล้ามเนื้อสร้างได้จากการฝึกแรงต้านร่วมกับอาหารที่มีโปรตีนพอ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ไขมันในตับ ค่าตับ หรือมวลกล้ามเนื้อเปลี่ยนแปลง
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบและตับวาย คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชัน ซึ่งงานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ผู้ที่มีนิ่วหรือโรคท่อน้ำดีต้องถามแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (ถั่วนัตโตะเป็นแหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนวาร์ฟาริน และฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ
- ผู้มีค่าตับสูง ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน เพราะ NIDDK ระบุว่าสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้ และเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันพอกตับควรออกกำลังกายแบบไหน
แนวทางไทย พ.ศ. 2569 แนะนำแอโรบิกระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว สะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับฝึกแรงต้าน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ และลุกเดินทุก 30–60 นาที
ออกกำลังกายแต่น้ำหนักไม่ลด ไขมันในตับลดไหม
มีประโยชน์ AASLD และ NIDDK ระบุว่าการออกกำลังกายช่วยตับแม้น้ำหนักไม่ลด แต่ถ้าน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักร่วมด้วยยังสำคัญ
เดินวันละ 10,000 ก้าวช่วยไขมันพอกตับไหม
แนวทางไทยไม่ได้กำหนดเป็นจำนวนก้าว แต่กำหนดเป็นนาทีและความเข้มข้น ควรมีช่วงเดินเร็วระดับปานกลางรวมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกแรงต้านเพิ่ม
อาการแบบไหนต้องหยุดออกกำลังกาย
เวียนหัว เจ็บหน้าอก ใจเต้นผิดจังหวะ หายใจไม่ทัน หรือคลื่นไส้ ข้อใดข้อหนึ่งให้หยุดพักทันที ถ้ารุนแรงหรือไม่หายเมื่อพักให้โทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึมในประเทศไทย พ.ศ. 2569สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- AASLD Practice Guidance on the clinical assessment and management of nonalcoholic fatty liver disease (Rinella 2023)American Association for the Study of Liver Diseases / Hepatology
- Being active when you have heart diseaseMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Physical activity (Fact sheet)World Health Organization
- Treatment for NAFLD & NASHNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
