เกี่ยวกับ Beta Vit
อ่อนเพลียกินเกลือแร่ได้ไหม ควรเลือกแบบไหน ไปให้น้ำเกลือดีหรือเปล่า
คำตอบสั้น: ผงเกลือแร่ใช้ ชดเชยน้ำและเกลือแร่เมื่อร่างกายเสียน้ำ เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก NHS (หน้าภาวะขาดน้ำ ทบทวน 1 พ.ค. 2569) ระบุว่าคนที่อาเจียนหรือท้องเสียต้องชดเชยน้ำตาล เกลือ และแร่ธาตุที่เสียไป และให้ ถามเภสัชกรเรื่องผงเกลือแร่สำหรับผสมน้ำดื่ม (ORS) ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าเกลือแร่แก้ความเพลีย ถ้าเพลียโดยไม่ได้เสียน้ำต้องหาสาเหตุอื่น ส่วนการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด MedlinePlus (ทบทวน 1 ก.ค. 2568) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้สำหรับ ภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือภาวะช็อก ซึ่งแพทย์เป็นผู้ประเมิน ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว โรคไต และผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ เกลือ หรือโพแทสเซียม ต้องถามแพทย์ก่อนดื่มเกลือแร่
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เสียน้ำจากท้องเสีย อาเจียน เหงื่อออกมาก ดื่มน้ำหรือผงเกลือแร่ ORS ผสมตามซอง จิบทีละน้อย (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- ORS คือน้ำสะอาด น้ำตาล และเกลือ WHO ระบุว่าท้องเสียควรรักษาด้วย ORS
- เครื่องดื่มเกลือแร่นักกีฬา MedlinePlus ระบุว่าใช้ได้ในภาวะขาดน้ำ แต่หลายชนิดมีน้ำตาล คนเป็นเบาหวานให้ถามเภสัชกร
- ห้ามกินเม็ดเกลือ MedlinePlus ระบุว่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- ให้น้ำเกลือ เป็นการรักษาภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือช็อกในโรงพยาบาล ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าช่วยความเพลียในคนที่ไม่ได้ขาดน้ำ
- เพลียเรื้อรังโดยไม่ได้เสียน้ำ ต้องหาสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจาง เบาหวาน ไทรอยด์ นอนไม่พอ ยา
- มีอาการขาดน้ำและมีข้อใดข้อหนึ่ง: สับสน ซึมปลุกยาก ผิวซีด เย็น หรือเป็นจ้ำ หายใจลำบากหรือเร็วมาก หมดสติ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อ่อนเพลียแบบไหนที่มาจากการขาดน้ำ
NHS ระบุอาการขาดน้ำในผู้ใหญ่ ได้แก่
- กระหายน้ำ
- ปวดศีรษะ หน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
- ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม กลิ่นแรง และปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
- รู้สึกเหนื่อย
- ปาก ริมฝีปาก และลิ้นแห้ง ตาลึกโหล
MedlinePlus เพิ่มว่าการขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลางอาจมี ตะคริว และผิวแห้งเย็น สาเหตุที่ทำให้ขาดน้ำง่ายขึ้นตาม NHS และ MedlinePlus ได้แก่ ท้องเสีย อาเจียน มีไข้ อยู่กลางแดดหรือที่ร้อนนาน ดื่มแอลกอฮอล์มาก เหงื่อออกมากหลังออกกำลังกาย เป็นเบาหวาน และ ใช้ยาขับปัสสาวะ ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องพึ่งคนอื่นหยิบน้ำให้เสี่ยงมากกว่า
ถ้าเพลียแต่ ไม่ได้เสียน้ำ ไม่กระหายน้ำ ปัสสาวะสีปกติ การดื่มเกลือแร่ไม่น่าจะตรงกับปัญหา และควรให้แพทย์หาสาเหตุอื่น ซึ่งดูตัวอย่างได้ในหัวข้อท้ายบทความ อ่านเรื่องผู้สูงอายุที่ดื่มน้ำน้อยใน ผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อย
ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่นักกีฬาอย่างไร
ผงเกลือแร่ ORS (oral rehydration salts) WHO (เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคท้องร่วง 7 มี.ค. 2567) ระบุว่าเป็นส่วนผสมของ น้ำสะอาด เกลือ และน้ำตาล ดูดซึมที่ลำไส้เล็กและทดแทนน้ำกับเกลือแร่ที่เสียไปทางอุจจาระ WHO อธิบายว่าระหว่างท้องเสีย ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ ได้แก่ โซเดียม คลอไรด์ โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนต ทางอุจจาระ อาเจียน เหงื่อ ปัสสาวะ และลมหายใจ ภาวะขาดน้ำเกิดเมื่อไม่ได้ชดเชยสิ่งที่เสียไป
NHS ระบุว่าเภสัชกรแนะนำผงเกลือแร่ที่ผสมน้ำดื่มได้ และ ให้ถามเภสัชกรว่าชนิดไหนเหมาะกับเรา ถ้าคลื่นไส้หรืออาเจียน NHS แนะนำให้เริ่มจิบทีละน้อยแล้วค่อยเพิ่ม และเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เพราะทำให้ขาดน้ำมากขึ้น ผงเกลือแร่ต้อง ผสมน้ำตามปริมาณที่ซองระบุ ไม่ผสมเข้มหรือจางกว่าที่กำหนด
เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา MedlinePlus ระบุว่าการรักษาภาวะขาดน้ำทำได้ด้วยการจิบน้ำ อมน้ำแข็ง หรือดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มนักกีฬาที่มีอิเล็กโทรไลต์ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้เปรียบเทียบสูตรของเครื่องดื่มนักกีฬากับ ORS โดยตรง สิ่งที่ควรรู้คือ เครื่องดื่มเกลือแร่หลายชนิดมีน้ำตาล คนเป็นเบาหวานควรอ่านฉลากและถามเภสัชกร ส่วนเด็กเล็ก NHS ระบุว่าไม่ควรให้น้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม เพราะอาจทำให้ท้องเสียหรืออาเจียนแย่ลง
ห้ามกินเม็ดเกลือ MedlinePlus ระบุว่าอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อ่านเรื่องท้องเสียกับการเลือกอาหารเพิ่มใน ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง
คนความดัน หัวใจล้มเหลว โรคไต ดื่มเกลือแร่ได้ไหม
ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะ ORS มีเกลือ (โซเดียม) และโพแทสเซียมตามที่ WHO ระบุ ขณะที่ผู้ป่วยบางกลุ่มถูกแพทย์จำกัดสิ่งเหล่านี้
- โรคไตเรื้อรัง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคความดันโลหิตสูงของไทย พ.ศ. 2567 ระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังต้องได้รับคำแนะนำเรื่องอาหารเฉพาะ ผู้ที่แพทย์บอกว่าโพแทสเซียมสูงต้องระวังเป็นพิเศษ อ่านเพิ่มใน โพแทสเซียมสูงในโรคไต
- หัวใจล้มเหลว: ผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำและเกลือ ต้องทำตามปริมาณที่แพทย์กำหนด อ่านเพิ่มใน หัวใจล้มเหลว จำกัดเกลือและน้ำ
- ความดันสูง: แนวทางความดันไทย 2567 ระบุว่ายาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์อาจทำให้โพแทสเซียมหรือโซเดียมต่ำและขาดน้ำได้ และ ไม่แนะนำให้ใช้โพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมเสริมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังลดความดัน ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะที่ท้องเสียหรืออาเจียน ให้โทรถามแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามหยุดยาความดันหรือยาขับปัสสาวะเอง
- เบาหวาน: NHS และ MedlinePlus ระบุว่าเบาหวานทำให้ขาดน้ำง่าย ผู้ป่วยเบาหวานที่ท้องเสียหรืออาเจียน ให้เจาะน้ำตาลตามที่แพทย์สั่งและถามทีมรักษาเรื่องยา อ่านเพิ่มใน เบาหวานกับท้องเสีย
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ปริมาณเกลือแร่ที่ปลอดภัยสำหรับแต่ละโรค จึงไม่ขอระบุตัวเลข ให้แพทย์ที่ดูแลเป็นผู้กำหนด
แมกนีเซียมและโพแทสเซียมในเกลือแร่ ช่วยเรื่องเพลียไหม
รายการเกลือแร่ที่ WHO ระบุว่าร่างกายเสียไประหว่างท้องเสีย คือโซเดียม คลอไรด์ โพแทสเซียม และไบคาร์บอเนต ไม่มีแมกนีเซียมในรายการนี้ ส่วนภาวะแมกนีเซียมต่ำ Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าพบในผู้ใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPI ตั้งแต่ 3 เดือน ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะบางกลุ่มนาน ผู้ป่วยเบาหวาน ท้องเสียเรื้อรัง และดื่มสุราเรื้อรัง ซึ่ง แพทย์ตรวจได้จากเลือด ไม่ควรเดาเองแล้วซื้อมากินชดเชย
ภาวะโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมผิดปกติทั้งต่ำและสูงต้องวัดจากเลือด แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าการดื่มเกลือแร่เป็นวิธีแก้ความเพลียในคนที่ไม่ได้ขาดน้ำ อ่านเพิ่มใน แมกนีเซียมในเลือดต่ำ
อ่อนเพลียไปขอให้น้ำเกลือได้ไหม จำเป็นหรือเปล่า
การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเป็นการรักษาทางการแพทย์ ไม่ใช่วิธีแก้เพลียทั่วไป แหล่งที่เราเปิดอ่านระบุการให้สารน้ำทางหลอดเลือดไว้ดังนี้
- MedlinePlus: ผู้ที่ ขาดน้ำรุนแรงหรือมีภาวะฉุกเฉินจากความร้อน อาจต้องนอนโรงพยาบาลและได้รับสารน้ำทางหลอดเลือด พร้อมกับรักษาสาเหตุของการขาดน้ำ
- WHO: ให้สารน้ำทางหลอดเลือด ในกรณีขาดน้ำรุนแรงหรือภาวะช็อก
ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าการให้น้ำเกลือช่วยความเพลียในคนที่ไม่ได้ขาดน้ำ และไม่ได้ระบุว่าให้กี่ชั่วโมงจึงพอ เพราะปริมาณและระยะเวลาขึ้นกับการประเมินของแพทย์ในแต่ละคน แหล่งที่เปิดอ่านก็ไม่ได้อธิบายความเสี่ยงของการให้น้ำเกลือไว้ จึงไม่ขอเขียนรายละเอียด สิ่งที่ควรทำคือ ถ้าเพลียมากจนสงสัยว่าขาดน้ำ ให้ไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีแพทย์ตรวจ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะดู ความดันโลหิต ความดันที่ตกเมื่อลุกยืน ชีพจร ความยืดหยุ่นของผิว และอาจตรวจเลือดดูการทำงานของไต ตรวจปัสสาวะ และตรวจน้ำตาลเพื่อหาสาเหตุ เช่น เบาหวาน
ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตที่ถูกจำกัดน้ำ ควรบอกแพทย์ทุกครั้ง ว่าเป็นโรคอะไรและกินยาอะไร ก่อนรับสารน้ำใด ๆ
เพลียแบบไหนไม่ใช่ขาดน้ำ ต้องหาสาเหตุอื่น
ถ้าเพลียมาหลายสัปดาห์ โดยไม่ได้ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมาก การดื่มเกลือแร่ไม่ได้ตอบโจทย์ NHS (หน้าอ่อนเพลีย ทบทวน 2 มิ.ย. 2566) และ MedlinePlus (หน้าอ่อนเพลีย ทบทวน 19 พ.ค. 2568) ระบุสาเหตุที่ต้องตรวจ เช่น
- โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก: ไม่มีแรง ใจสั่น หอบ ผิวซีด
- เบาหวาน: เหนื่อยมาก กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะกลางคืน น้ำหนักลด
- ไทรอยด์เป็นพิษหรือทำงานต่ำ
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: กรนดัง มีเสียงสำลักหรือหายใจเฮือกตอนนอน
- ซึมเศร้า ความเครียด นอนไม่พอ
- ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาความดัน ยานอนหลับ สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ (MedlinePlus) ห้ามหยุดยาเอง
สังเกตว่า กระหายน้ำมากและปัสสาวะบ่อย อาจไม่ได้แปลว่าดื่มน้ำน้อย แต่ NHS ระบุว่าเข้าได้กับเบาหวาน ซึ่งต้องตรวจน้ำตาล อ่านเพิ่มใน สาเหตุอ่อนเพลียที่ต้องเช็ค และ อ่อนเพลีย ขาดวิตามินอะไรได้บ้าง
ขาดน้ำแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการขาดน้ำและมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS ระบุว่าอาจเป็นภาวะช็อก และ MedlinePlus ให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน)
- ผิว ริมฝีปาก หรือลิ้นซีด เขียว เทา หรือเป็นจ้ำ
- ผิวเย็น
- หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วมาก
- สับสน หรือชัก
- ง่วงซึมกว่าปกติ หรือปลุกยาก
- หมดสติ แม้เพียงช่วงสั้น ๆ
- มีไข้สูงกว่า 38.8 องศาเซลเซียส (MedlinePlus)
- มีอาการของโรคลมแดด เช่น ชีพจรเร็วหรือหายใจเร็ว หลังอยู่ในที่ร้อน (MedlinePlus)
- ดูแลแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (MedlinePlus)
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS จัดเป็นอาการขาดน้ำรุนแรงที่ต้องรักษาด่วน)
- รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ
- เวียนศีรษะเมื่อลุกยืนแล้วไม่หาย
- ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
- หายใจเร็ว หรือหัวใจเต้นเร็ว
MedlinePlus ระบุว่าการขาดน้ำรุนแรงที่ไม่ได้รักษาอาจทำให้ชัก สมองเสียหายถาวร หรือเสียชีวิต และ NHS ห้ามขับรถไปเอง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด เป็นผู้ผลิต บริษัท โฮปฟูล จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่าย บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) ฉลากให้รับประทาน วันละ 1 แคปซูล เลข อย. เป็นการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ผงเกลือแร่ ORS ฉลากไม่ได้ระบุโซเดียม โพแทสเซียม หรือน้ำตาลแบบสูตร ORS และใช้แทนการชดเชยน้ำไม่ได้
ส่วนประกอบสำคัญที่ฉลากระบุต่อ 1 แคปซูล: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลทำจากเจลาติน
ค่าที่คำนวณจากฉลาก: บี 12 0.6 มก. = 600 ไมโครกรัม · วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · แมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ ฉลากไม่ระบุ ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ COA) · MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
ปริมาณในแคปซูลเทียบกับค่าแนะนำและงานวิจัย:
- แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. (แมกนีเซียมรวมราว 280–285 มก. คำนวณ): ราว 93–119% ของค่าแนะนำผู้ใหญ่ตามเพศและอายุ (DRI ไทย 2563 คำนวณ) และราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) Linus Pauling Institute ระบุว่าอาการแรกของแมกนีเซียมเสริมที่มากเกินคือ ท้องเสีย และแมกนีเซียมออกไซด์เป็นสารที่ใช้เป็นยาระบาย การทบทวนของ Cochrane (2563) เรื่องตะคริวพบผลข้างเคียงส่วนใหญ่ทางเดินอาหาร (เช่น ท้องเสีย) 11–37% ในกลุ่มที่ได้แมกนีเซียม เทียบ 10–14% ในกลุ่มควบคุม คนที่กำลังท้องเสียหรือขาดน้ำจึงควรระวังเป็นพิเศษ
- วิตามินบี 1 100 มก.: ราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำต่อวัน (DRI ไทย 2563 คำนวณ) ไม่มีค่าเพดาน และ DRI ไทยระบุว่าส่วนที่เกินความต้องการจะถูกขับทางปัสสาวะเกือบหมดภายใน 4 ชั่วโมง Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ใช้ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์มีโอกาสบี 1 ต่ำ ข้อความที่ถูกคือให้ถามแพทย์เรื่องการตรวจ ไม่ใช่ซื้อวิตามินมาชดเชยเอง
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ชดเชยน้ำหรือเกลือแร่ แก้ภาวะขาดน้ำ หรือทำให้หายเพลียได้ และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง
ข้อควรระวัง (สองข้อแรกยกจากฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากเขียนว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากเขียนว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานในอาสาสมัครพบว่า MK-7 วันละ 10–20 ไมโครกรัมเปลี่ยนค่า INR ได้ในบางคน แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- มียาประจำตัว: ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ใช้ยาขับปัสสาวะ ยาความดัน และยาหัวใจ
- โรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะแมกนีเซียมสะสมได้เมื่อไตทำงานบกพร่อง Linus Pauling Institute ระบุว่าแมกนีเซียมในเลือดสูงทำให้ความดันตก ซึม สับสน หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และหายใจลำบาก และงานในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน 238 คน (ตีพิมพ์ 2553) พบว่าเม็ดรวมกรดโฟลิก บี 6 และบี 12 ขนาดสูงทำให้อัตรากรองไตลดลงเร็วกว่ายาหลอก
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม: รวมกับแคปซูลอาจเกินเพดาน 350 มก. ต่อวัน (คำนวณ) และท้องเสีย
- ยาที่ต้องเว้นระยะจากแมกนีเซียม: ไซโปรฟลอกซาซิน MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · ด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) 1–2 ชั่วโมง · อเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) อย่างน้อย 30 นาทีหลังยา ส่วน Linus Pauling Institute ให้ 2 ชั่วโมง · เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลเก่า) ไม่ระบุชั่วโมง · ให้เภสัชกรจัดเวลา
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: กรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจทำให้น้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน (Linus Pauling Institute) ตรวจน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- กำลังท้องเสีย: ถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ และชดเชยน้ำด้วยน้ำหรือ ORS ตามคำแนะนำของเภสัชกร
- ไม่บริโภคเจลาติน: แคปซูลเป็นเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาหัวใจ ยาลดกรด ยาขับปัสสาวะ ยาไทรอยด์ และยาป้องกันไมเกรน แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
- หายใจลำบากรุนแรง หอบจนพูดไม่เป็นคำ (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- ริมฝีปากหรือผิวซีดมาก เขียว หรือเทา (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองหรืออยากตาย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (MedlinePlus หน้าอ่อนเพลีย ทบทวน 19 พ.ค. 2568 จัดความคิดทำร้ายตัวเองเป็นเหตุให้ติดต่อแพทย์ทันที)
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
อ่อนเพลียกินเกลือแร่ได้ไหม
ผงเกลือแร่ใช้ชดเชยน้ำเมื่อเสียน้ำ เช่น ท้องเสีย อาเจียน เหงื่อออกมาก NHS ให้ถามเภสัชกรเรื่องผงเกลือแร่ผสมน้ำดื่ม ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าเกลือแร่แก้ความเพลีย ถ้าเพลียโดยไม่ได้เสียน้ำ ควรให้แพทย์หาสาเหตุ ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตต้องถามแพทย์ก่อน
ผงเกลือแร่ ORS กับเครื่องดื่มเกลือแร่นักกีฬาต่างกันอย่างไร
WHO ระบุว่า ORS คือน้ำสะอาด เกลือ และน้ำตาล และท้องเสียควรรักษาด้วย ORS MedlinePlus ระบุว่าเครื่องดื่มนักกีฬาที่มีอิเล็กโทรไลต์ใช้ได้ในภาวะขาดน้ำ แต่หลายชนิดมีน้ำตาล คนเป็นเบาหวานควรถามเภสัชกร และห้ามกินเม็ดเกลือ
อ่อนเพลียไปให้น้ำเกลือได้ไหม
MedlinePlus และ WHO ระบุการให้สารน้ำทางหลอดเลือดไว้สำหรับภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือภาวะช็อก ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าช่วยความเพลียในคนที่ไม่ได้ขาดน้ำ แพทย์ต้องตรวจประเมินก่อนเสมอ
ให้น้ำเกลือกี่ชั่วโมง
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุ เพราะปริมาณและระยะเวลาขึ้นกับการประเมินของแพทย์ในแต่ละคน ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตต้องบอกแพทย์ทุกครั้งก่อนรับสารน้ำ
ขาดน้ำแบบไหนอันตราย
NHS ให้ไปห้องฉุกเฉินถ้ามีอาการขาดน้ำและมีข้อใดข้อหนึ่ง คือ ผิวซีด เย็น หรือเป็นจ้ำ หายใจลำบาก สับสน หรือซึมปลุกยาก ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าเหนื่อยผิดปกติ เวียนศีรษะเมื่อลุกไม่หาย หรือปัสสาวะน้อย ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- DehydrationNHS
- DehydrationMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Diarrhoeal disease (fact sheet)World Health Organization
- Tiredness and fatigueNHS
- แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
