บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

เบาหวานทำไมติดเชื้อง่าย ภูมิคุ้มกันต่ำจริงไหม ป้องกันอย่างไร

คำตอบสั้น: จริง ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อได้บ่อยและรุนแรงกว่าคนทั่วไป งานติดตามผู้ป่วยเบาหวานในอังกฤษกว่า 100,000 คน พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าในทุกกลุ่มที่ศึกษา และ ยิ่งค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูง ความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลยิ่งสูง การป้องกันที่ได้ผลจึงเริ่มจากคุมน้ำตาลตามเป้าที่แพทย์ตั้ง ฉีดวัคซีนให้ครบ ดูแลเท้าและผิวหนังทุกวัน และรู้สัญญาณอันตรายที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • น้ำตาลในเลือดสูงทำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเชื้อโรคได้ไม่เต็มที่ จึงคุมการลุกลามของเชื้อได้ไม่ดี
  • ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะการติดเชื้อกระดูกและข้อ ติดเชื้อในกระแสเลือด และเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ)
  • ค่า HbA1c ตั้งแต่ 11% ขึ้นไป สัมพันธ์กับการนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อสูงกว่าคนไม่เป็นเบาหวานราว 4.7 เท่า
  • ยากลุ่ม SGLT2 inhibitor ต้องรู้อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศ แต่ห้ามหยุดยาเอง
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้งและวัคซีนนิวโมคอคคัสเป็นวัคซีนที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เบาหวานทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำจริงไหม

คำว่า "ภูมิต่ำ" ในเบาหวานไม่ได้หมายถึงภูมิคุ้มกันหายไป แต่หมายถึง ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อน้ำตาลสูง

บทความทบทวนเรื่องเบาหวานชนิดที่ 2 กับระบบภูมิคุ้มกัน (Berbudi และคณะ ปี 2020) อธิบายว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเชื่อว่าทำให้การตอบสนองของภูมิคุ้มกันผิดปกติ จนควบคุมการลุกลามของเชื้อโรคได้ไม่ดี ผู้ป่วยเบาหวานจึงไวต่อการติดเชื้อมากกว่า นอกจากนี้เบาหวานยังมาพร้อมการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำในร่างกาย

ในชีวิตจริง ยังมีปัจจัยอื่นที่ซ้ำเติม MedlinePlus อธิบายว่า เบาหวานทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดที่เท้า ทำให้เท้าชา บาดเจ็บง่าย และแผลหายช้า ตุ่มพองเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ตัวจึงลุกลามเป็นแผลติดเชื้อได้ และแผลที่เท้าเป็นเหตุนอนโรงพยาบาลที่พบบ่อยของผู้ป่วยเบาหวาน เรื่องแผลเบาหวานติดเชื้ออ่านรายละเอียดได้ที่ แผลเบาหวานติดเชื้อ

ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อบ่อยแค่ไหน มีตัวเลขไหม

มีงานใหญ่จากอังกฤษที่ตอบคำถามนี้ตรง ๆ

งานแรก (Carey และคณะ ปี 2018 ตีพิมพ์ใน Diabetes Care) เปรียบเทียบผู้ป่วยเบาหวานอายุ 40–89 ปี 102,493 คน กับคนไม่เป็นเบาหวานที่อายุและเพศใกล้กัน 203,518 คน ติดตามช่วงปี 2008–2015 พบว่า

  • ผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราติดเชื้อสูงกว่าในทุกกลุ่มการติดเชื้อที่ศึกษา
  • ความต่างมากที่สุดอยู่ที่ การติดเชื้อกระดูกและข้อ การติดเชื้อในกระแสเลือด และเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ
  • การนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อสูงกว่าราว 3.7 เท่าในเบาหวานชนิดที่ 1 และราว 1.9 เท่าในเบาหวานชนิดที่ 2
  • ผู้วิจัยประเมินว่า ราว 12% ของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในประชากรที่ศึกษาเกี่ยวข้องกับเบาหวาน

ติดเชื้ออะไรบ้างที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน

แผลที่เท้าและผิวหนัง

แผลเล็ก ๆ จากรองเท้ากัด เล็บขบ หรือเดินเท้าเปล่า อาจลุกลามเป็นเนื้อเยื่ออักเสบติดเชื้อ หรือลงไปถึงกระดูก ซึ่งเป็นกลุ่มที่งานของ Carey พบความเสี่ยงเพิ่มมากที่สุด ตรวจเท้าทุกวัน ทั้งฝ่าเท้าและซอกนิ้ว ถ้ามองไม่ถึงให้ลูกหลานช่วยดูหรือใช้กระจก

ทางเดินปัสสาวะ

MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ ระบุเบาหวานและอายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อาการที่พบ ได้แก่ ปัสสาวะแสบขัด ปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือด ถ้าลามถึงไตจะมีไข้หนาวสั่น ปวดหลังหรือสีข้าง คลื่นไส้อาเจียน และ ในผู้สูงอายุ อาการสับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนอาจเป็นอาการเดียวที่เห็น

ปอด

MedlinePlus ระบุเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงของปอดอักเสบ และเอกสารของกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ที่มีโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและโรคหัวใจ มักมีอาการปอดอักเสบรุนแรง อ่านอาการปอดอักเสบในผู้สูงอายุได้ที่ ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ อาการไม่ชัด

HbA1c สูงแค่ไหนถึงเสี่ยงติดเชื้อ

งานที่สองของทีมเดียวกัน (Critchley และคณะ ปี 2018) ดูผู้ป่วยเบาหวาน 85,312 คน แล้วจัดกลุ่มตามค่า HbA1c เฉลี่ย พบว่า ความเสี่ยงติดเชื้อระยะยาวเพิ่มขึ้นตามค่า HbA1c ที่สูงขึ้นในการติดเชื้อเกือบทุกแบบ

  • กลุ่มที่ HbA1c 6–7% มีความเสี่ยงนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อสูงกว่าคนไม่เป็นเบาหวานราว 1.4 เท่า
  • กลุ่มที่ HbA1c ตั้งแต่ 11% ขึ้นไป สูงกว่าราว 4.7 เท่า
  • เมื่อเทียบกันเองในผู้ป่วยเบาหวาน กลุ่มที่คุมน้ำตาลไม่ดีเสี่ยงนอนโรงพยาบาลจากการติดเชื้อสูงกว่าราว 2.7 เท่า

ผู้วิจัยสรุปว่า การคุมน้ำตาลไม่ดีสัมพันธ์อย่างมากกับการติดเชื้อรุนแรง ข้อควรเข้าใจคือเป็นงานติดตามข้อมูล ไม่ใช่งานทดลอง และแม้คุมน้ำตาลได้ดี ความเสี่ยงก็ยังสูงกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง การฉีดวัคซีนและการดูแลเท้าจึงยังจำเป็น

เป้า HbA1c ของแต่ละคนต่างกันตามอายุและโรคร่วม ผู้สูงอายุบางคนแพทย์อาจตั้งเป้าไม่เข้มเท่าคนอายุน้อย อ่านเพิ่มที่ เบาหวานในผู้สูงอายุ

ยา SGLT2 inhibitor กับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ยากลุ่มนี้ เช่น เอมพากลิโฟลซิน (Jardiance) ทำงานโดยขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ หน้าข้อมูลยาเอมพากลิโฟลซินของ MedlinePlus ระบุว่า

  • ก่อนเริ่มยา ให้บอกแพทย์ ถ้าเคยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เคยเป็นเชื้อราที่อวัยวะเพศ มีแผลที่เท้า หรือกำลังติดเชื้ออยู่
  • ให้โทรหาแพทย์ทันที ถ้ามีอาการปัสสาวะแสบ ขัด บ่อย ปัสสาวะขุ่นหรือมีสีแดง มีไข้ ปวดหลัง หรือมีอาการเชื้อราที่อวัยวะเพศ เช่น คัน ตกขาวผิดปกติ ผื่นแดงบวม
  • บอกแพทย์ถ้ากินดื่มได้น้อยลงเพราะเจ็บป่วย อาเจียน หรือท้องเสีย
  • ถ้ามีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เหนื่อยผิดปกติ หรือหายใจลำบาก ซึ่งอาจเป็นภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน ต้องติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปรับการรักษาฉุกเฉิน แม้น้ำตาลจะไม่สูงมาก

ห้ามหยุดยาเองเพราะกลัวติดเชื้อ ถ้ากังวลให้คุยกับแพทย์ที่สั่งยา ส่วนที่ทำเองได้คือดูแลความสะอาดจุดซ่อนเร้น และดื่มน้ำตามที่แพทย์แนะนำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) อ่านเพิ่มที่ ยากลุ่ม SGLT2 Jardiance

วัคซีนที่ผู้ป่วยเบาหวานควรได้

ตามคำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 ฉบับประชาชน ของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง เบาหวานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดก่อน ช่วงเหมาะคือก่อนฤดูฝน (เม.ย.–พ.ค.) แต่ฉีดได้ตลอดปี โครงการฉีดฟรีของกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุมผู้ป่วยเบาหวานด้วย เงื่อนไขและช่วงเวลาประกาศใหม่ทุกปี ให้สอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน
  • วัคซีนนิวโมคอคคัส (ป้องกันปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส) แนะนำในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้อายุ 18–64 ปีที่เป็นเบาหวาน โดยฉีด PCV13 หรือ PCV15 แล้วตามด้วย PPSV23 ห่างอย่างน้อย 1 ปี หรือฉีด PCV20 เข็มเดียว
  • วัคซีนงูสวัด ชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นฉีดได้ตั้งแต่อายุ 50 ปี 2 เข็ม ห่าง 2–6 เดือน

รายละเอียดเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับโรคเรื้อรังอ่านได้ที่ เป็นเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม

ป้องกันการติดเชื้อในชีวิตประจำวันอย่างไร

  • คุมน้ำตาลตามเป้าที่แพทย์ตั้ง กินยาตามสั่ง ไปตามนัด และตรวจ HbA1c ตามกำหนด
  • ตรวจเท้าทุกวัน ทั้งหลังเท้า ข้างเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า และซอกนิ้ว ใส่รองเท้าตลอดเวลา ไม่เดินเท้าเปล่าโดยเฉพาะบนพื้นร้อน และตัดเล็บตรง ๆ ตามคำแนะนำการดูแลเท้าของ MedlinePlus
  • ล้างมือบ่อย และ ทำความสะอาดแผลเล็ก ๆ แล้วปิดไว้จนหาย ตามคำแนะนำของ MedlinePlus เรื่องการลดความเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะ MedlinePlus ระบุว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของปอดอักเสบ และลดเลือดที่ไปเลี้ยงเท้า

ความเชื่อที่พบบ่อย: "กินอาหารเสริมแล้วไม่ต้องเคร่งเรื่องน้ำตาล"

ไม่จริง งานข้างต้นชี้ว่าความเสี่ยงติดเชื้อผูกกับระดับน้ำตาลอย่างชัดเจน ไม่มีอาหารเสริมใดที่มีหลักฐานว่าใช้แทนการคุมน้ำตาล ยาเบาหวาน หรือวัคซีนได้ และสมุนไพรบางชนิดยังเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาลจนเสี่ยงน้ำตาลต่ำ อ่านเพิ่มที่ อาหารเสริมสำหรับเบาหวาน ความจริงที่ควรรู้

สัญญาณติดเชื้อที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
  • สับสน ซึมลง พูดไม่รู้เรื่อง
  • หนาวสั่นมาก
  • ตัวเย็นผิดปกติ ผิวเย็นชื้น หรือผิวเป็นลาย
  • ใจเต้นเร็วมาก หน้ามืดจะเป็นลม
  • แผลที่เท้าบวมแดงร้อนลามเร็ว มีหนอง กลิ่นเหม็น หรือผิวรอบแผลเปลี่ยนเป็นสีคล้ำดำ
  • อาเจียนซ้ำจนกินดื่มไม่ได้

อาการเหล่านี้หลายข้ออยู่ในรายการสัญญาณการติดเชื้อในกระแสเลือดของ MedlinePlus ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้ยาปฏิชีวนะเร็วที่สุด

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) — หลักฐานเรื่องหวัดในคนยังปนกัน การวิเคราะห์รวม 13 งานในคนสุขภาพดีพบการเกิดหวัดน้อยลง แต่ผู้วิจัยระบุว่างานน้อยและผลต่างกันมาก งานทดลอง 299 คนที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด และงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีที่ใช้ 250 มก. ผลไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่พบงานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานเรื่องการติดเชื้อ และไม่พบงานที่ใช้วัตถุดิบ Immuneo Plus™ ใน PubMed
  • วิตามินดี 3 ราว 200 IU (คำนวณ) — ราวหนึ่งในสามของค่าแนะนำ 600 IU ต่อวันสำหรับอายุ 19–70 ปี (คำนวณจากค่าของ Linus Pauling Institute) งานรวมปี 2025 ไม่พบว่าวิตามินดีเสริมลดการติดเชื้อทางเดินหายใจอย่างมีนัยสำคัญ
  • สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. และสารสกัดขิง 20 มก. — เกี่ยวกับผู้ป่วยเบาหวานในแง่ความปลอดภัย NCCIH ระบุว่าโสมอาจลดน้ำตาลในเลือด ผู้เป็นเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ และ Memorial Sloan Kettering Cancer Center ระบุว่าขิงอาจเสริมฤทธิ์อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล ผู้ใช้อินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อน้อยลง หรือใช้แทนการคุมน้ำตาล ยาเบาหวาน และวัคซีนได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคนเป็นเบาหวานติดเชื้อง่าย

น้ำตาลในเลือดสูงเชื่อว่าทำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเชื้อโรคผิดปกติ จึงควบคุมการลุกลามของเชื้อได้ไม่ดี ร่วมกับปลายประสาทเสื่อมที่ทำให้ไม่รู้ตัวว่าเป็นแผล และเลือดไปเลี้ยงปลายเท้าไม่ดีทำให้แผลหายช้า

เบาหวานทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำจริงไหม

จริงในแง่ที่ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่เมื่อน้ำตาลสูง งานในอังกฤษกว่า 100,000 คนพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าคนทั่วไปในทุกกลุ่มที่ศึกษา และความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรงเพิ่มขึ้นตามค่า HbA1c

ผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้ออะไรบ่อย

งานติดตามผู้ป่วยในอังกฤษพบความต่างมากที่สุดในการติดเชื้อกระดูกและข้อ การติดเชื้อในกระแสเลือด และเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ นอกจากนี้เบาหวานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและปอดอักเสบ

กินยา SGLT2 แล้วติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้องหยุดยาไหม

ห้ามหยุดยาเอง ให้โทรหาแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะขุ่นหรือมีสีแดง มีไข้ ปวดหลัง หรือมีอาการเชื้อราที่อวัยวะเพศ แพทย์จะประเมินและตัดสินใจเรื่องยา ถ้ามีคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือหายใจลำบาก ให้ไปรับการรักษาฉุกเฉิน

ผู้ป่วยเบาหวานควรฉีดวัคซีนอะไร

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยแนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง วัคซีนนิวโมคอคคัสสำหรับผู้อายุ 18–64 ปีที่เป็นเบาหวานและทุกคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และวัคซีนงูสวัดชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นตั้งแต่อายุ 50 ปี ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลว่าควรฉีดตัวใดก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท