บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Herb

เบาหวานกรรมพันธุ์ไหม พ่อแม่เป็นแล้วลูกต้องเป็นด้วยหรือเปล่า

คำตอบสั้น: เบาหวาน เกี่ยวกับกรรมพันธุ์จริง แต่ไม่ได้ถ่ายทอดแบบพ่อแม่เป็นแล้วลูกต้องเป็นแน่นอน ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามจำนวนญาติใกล้ชิดที่ป่วย ส่วนหนึ่งมาจากยีน อีกส่วนมาจากนิสัยการกินและการใช้ชีวิตที่คนในบ้านมีเหมือนกัน คนที่มีพ่อแม่เป็นเบาหวานจึงควร ตรวจน้ำตาลตามกำหนดและดูแลน้ำหนัก ซึ่งช่วยชะลอการเกิดโรคได้

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เบาหวานชนิดที่ 2 ไม่มีรูปแบบการถ่ายทอดที่ชัดเจน แต่ผู้ป่วยจำนวนมากมีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน
  • ยิ่งมีญาติป่วยหลายคน ความเสี่ยงยิ่งสูง เพราะทั้งยีนและพฤติกรรมในครอบครัว
  • เบาหวานชนิดที่ 1 ก็มีแนวโน้มในครอบครัว แต่คนที่มียีนเสี่ยงส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วย
  • งานวิจัยในคนเสี่ยงสูงพบว่าการปรับพฤติกรรมทำให้เป็นเบาหวานน้อยลงร้อยละ 58
  • คนอายุ 35 ปีขึ้นไปควรประเมินความเสี่ยงตามนัดของสถานพยาบาล คนน้ำหนักเกินที่มีพ่อแม่เป็นเบาหวานอาจต้องตรวจเร็วกว่านั้น

เบาหวานถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้จริงไหม

ได้ แต่เป็นการถ่ายทอด "ความเสี่ยง" ไม่ใช่ถ่ายทอดโรคโดยตรง ข้อมูลพันธุศาสตร์ของ MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่มีรูปแบบการถ่ายทอดที่ชัดเจน แต่ผู้ป่วยจำนวนมากมีญาติใกล้ชิด เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง ที่เป็นเบาหวาน

ยีนที่เกี่ยวข้องมีหลายตัว แต่ละตัวเพิ่มความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย และทำงานร่วมกับปัจจัยสุขภาพและการใช้ชีวิต เช่น ความอ้วน ภาวะดื้ออินซูลิน การสูบบุหรี่ อาหาร และการไม่ออกกำลังกาย

NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ระบบย่อยอาหาร และโรคไตแห่งชาติสหรัฐ) จัดประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับน้ำหนักเกิน อายุ 35 ปีขึ้นไป และการไม่ค่อยขยับร่างกาย สาเหตุอื่นของเบาหวานอ่านได้ที่ เบาหวานเกิดจากอะไร

พ่อหรือแม่เป็น ลูกเสี่ยงเพิ่มขึ้นแค่ไหน

แหล่งข้อมูลหลักที่เราตรวจไม่ได้ให้ตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกครอบครัว MedlinePlus ระบุเพียงว่า ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรค เช่น พ่อแม่เป็นทั้งคู่ หรือพ่อแม่และพี่น้องเป็นหลายคน ย่อมน่ากังวลกว่าญาติห่าง ๆ เป็นคนเดียว

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากยีนที่มีร่วมกัน อีกส่วนมาจากนิสัยที่คนในบ้านมีเหมือนกัน เช่น กินข้าวมื้อเดียวกัน ชอบชาเย็นเหมือนกัน หรือไม่ค่อยออกกำลังกายเหมือนกัน ส่วนที่มาจากนิสัยนี้เองที่เราเปลี่ยนได้

เบาหวานชนิดที่ 1 กับชนิดที่ 2 เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ต่างกันอย่างไร

เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อน MedlinePlus ระบุว่าแนวโน้มที่จะเป็นถ่ายทอดในครอบครัวได้ แต่ไม่ทราบรูปแบบการถ่ายทอดแน่ชัด ยีนกลุ่ม HLA คิดเป็นราวร้อยละ 40 ของความเสี่ยงทางพันธุกรรม และ มีเพียงราวร้อยละ 5 ของคนที่มียีนเสี่ยงที่ป่วยจริง สิ่งแวดล้อมและยีนอื่นจึงมีส่วนด้วย CDC ระบุว่าการมีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นปัจจัยเสี่ยง

เบาหวานชนิดที่ 2 เกี่ยวกับทั้งยีนหลายตัวและวิถีชีวิต พบมากกว่ามาก สมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน (ADA) ระบุว่าชนิดที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 90–95 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด

รายละเอียดความต่างของสองชนิด อ่านต่อที่ เบาหวานชนิดที่ 1 กับ 2 ต่างกันยังไง

มีพันธุกรรมแล้ว ป้องกันหรือชะลอได้ไหม

ยีนเปลี่ยนไม่ได้ แต่ชะลอโรคได้ NIDDK ระบุว่าอายุ ประวัติครอบครัว และเชื้อชาติเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนไม่ได้ แต่การมีน้ำหนักที่เหมาะสม การขยับร่างกาย และการเลิกบุหรี่ เป็นสิ่งที่ทำได้

งานวิจัย Diabetes Prevention Program (วารสาร NEJM ปี 2002) ในคน 3,234 คนที่น้ำตาลสูงกว่าปกติ พบว่ากลุ่มที่ตั้งเป้าลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 7 และออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที เป็นเบาหวานน้อยกว่ากลุ่มยาหลอก ร้อยละ 58 ในเวลาติดตามเฉลี่ย 2.8 ปี

สำหรับคนที่พ่อแม่เป็นเบาหวาน สิ่งที่ทำได้ทันที

  • ชั่งน้ำหนักและวัดรอบเอวเป็นระยะ ถ้าเริ่มมีพุงให้รีบปรับ
  • ลดเครื่องดื่มหวาน ชานมไข่มุก กาแฟเย็น ให้เป็นหวานน้อยหรือไม่หวาน
  • เดินเร็วหรือปั่นจักรยานให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที
  • จัดจานแบบผัก 2 ส่วน ข้าวแป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน ตามแนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2566
  • ไม่สูบบุหรี่

ลูกหลานควรเริ่มตรวจน้ำตาลเมื่อไรและบ่อยแค่ไหน

  • อายุ 35 ปีขึ้นไป: ตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข (เอกสารกรมควบคุมโรค) ให้ประเมินความเสี่ยงทุก 1 ปี ด้วยการเจาะน้ำตาลปลายนิ้วหรือเจาะเลือดหลังงดอาหารเกิน 8 ชั่วโมง ส่วนแนวทางเวชปฏิบัติ พ.ศ. 2566 และ ADA ให้ตรวจซ้ำทุก 3 ปีถ้าความเสี่ยงต่ำ จึงควรตรวจตามนัดของสถานพยาบาล อย่างน้อยทุก 1–3 ปีตามความเสี่ยง
  • อายุน้อยกว่า 35 ปี แต่น้ำหนักเกินและมีพ่อแม่เป็นเบาหวาน: ADA ระบุว่าคนน้ำหนักเกินที่มีปัจจัยเสี่ยงตรวจได้ทุกอายุ ส่วนในไทยใช้แบบประเมินความเสี่ยงเบาหวาน (Thai Diabetes Risk Score) ร่วมกับปัจจัยเสี่ยง
  • เคยตรวจพบภาวะก่อนเบาหวาน: NIDDK แนะนำให้ตรวจหาเบาหวานทุกปี

การตรวจที่ใช้คือ น้ำตาลหลังงดอาหาร (FPG) หรือ HbA1c (น้ำตาลสะสมเฉลี่ยราว 3 เดือน) ความหมายของตัวเลขอ่านได้ที่ ค่าน้ำตาลเท่าไรถึงเป็นเบาหวาน และตรวจอะไรตามวัย อ่านที่ ตรวจสุขภาพประจำปีตามช่วงอายุ สอบถามสิทธิตรวจคัดกรองได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

เบาหวานจากกรรมพันธุ์หายได้ไหม

เบาหวานที่มีประวัติครอบครัวไม่ได้เป็นโรคคนละแบบ การดูแลเหมือนเบาหวานทั่วไป MedlinePlus ระบุว่าเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้อรังตลอดชีวิตที่ยังรักษาไม่หาย แต่บางคนที่ลดน้ำหนักได้มากอาจเข้าสู่ภาวะที่น้ำตาลกลับมาอยู่ในช่วงปกติ ซึ่งแพทย์เรียกว่า "ภาวะสงบของโรค" ไม่ใช่หายขาด และยังต้องตรวจติดตามต่อ อ่านละเอียดได้ที่ เบาหวานหายขาดได้ไหม

ความดันกับเบาหวานในครอบครัวเดียวกันบอกอะไร

ครอบครัวที่มีทั้งความดันสูงและเบาหวาน มักมีปัจจัยร่วมกัน เช่น น้ำหนักเกิน อาหารเค็มและหวาน และการไม่ค่อยขยับร่างกาย NIDDK ยังจัดความดันโลหิตสูงและรอบเอวใหญ่ไว้ในกลุ่มภาวะเมแทบอลิก ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และอัมพาต

สัญญาณนี้จึงเป็นเหตุผลให้ลูกหลานตรวจทั้งความดัน น้ำตาล และไขมันพร้อมกันในการตรวจสุขภาพ อ่านต่อที่ ความดัน ไขมัน เบาหวาน ทำไมมักมาด้วยกัน

ความเชื่อที่พบบ่อย

ได้ยินว่าพ่อแม่เป็นเบาหวาน ลูกเป็นแน่นอน ทำอะไรก็ไม่ช่วย จริงไหม ไม่จริง ยีนเพิ่มความเสี่ยง แต่การปรับพฤติกรรมในคนเสี่ยงสูงทำให้เป็นเบาหวานน้อยลงอย่างชัดเจนในงานวิจัย

ได้ยินว่าไม่มีใครในบ้านเป็นเบาหวาน ไม่ต้องตรวจ จริงไหม ไม่จริง อายุ น้ำหนัก และพฤติกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงด้วย และคนไทยที่ป่วยเบาหวานราวร้อยละ 40 ไม่รู้ตัว (กรมควบคุมโรค)

ได้ยินว่าเบาหวานข้ามรุ่น ลูกไม่เป็นแต่หลานเป็น จริงไหม แหล่งข้อมูลที่เราตรวจไม่ได้ระบุรูปแบบนี้ MedlinePlus ระบุว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่มีรูปแบบการถ่ายทอดที่ชัดเจน จึงไม่ควรใช้ความเชื่อนี้ตัดสินว่าใครไม่ต้องตรวจ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb)

เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 10-1-15662-5-0011 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1–2 แคปซูล ปริมาณที่ได้รับจึงขึ้นกับจำนวนแคปซูลที่รับประทาน ฉลากระบุส่วนประกอบ 14 รายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า)

ต้องบอกตรง ๆ ก่อน: ไม่มีส่วนประกอบใดที่มีงานวิจัยว่าเปลี่ยนความเสี่ยงทางพันธุกรรม และแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าสมุนไพรหรือแร่ธาตุเสริมจะช่วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนประกอบที่มักถูกถามถึงและหลักฐานที่มีอยู่ เป็นดังนี้

  • สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก. ต่อแคปซูล (300 มก. ถ้ารับประทาน 2 แคปซูล) — Cochrane ปี 2012 สรุปว่ายังมีหลักฐานไม่เพียงพอในเบาหวานชนิดที่ 2 งานในไทยของมหาวิทยาลัยนเรศวร (4 สัปดาห์ ผู้ป่วยเพิ่งวินิจฉัย) ใช้ขนาดวันละ 2,000 มก. พบค่าฟรุกโตซามีนลดลงเล็กน้อย แต่ได้ผลน้อยกว่าเมทฟอร์มินวันละ 1,000 มก. ฉลากไม่ระบุอัตราส่วนสกัด จึงเทียบปริมาณตรง ๆ ไม่ได้
  • สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก. ต่อแคปซูล (200 มก. ถ้ารับประทาน 2 แคปซูล) — งานจากกลุ่มวิจัยเดียวในแคนาดา ให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ยังใช้ยาเดิม 24 คน รับประทานสารสกัดโสมอเมริกันวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 15–30 เท่า) นาน 8 สัปดาห์ พบ HbA1c ต่ำกว่ายาหลอก 0.29% ผู้วิจัยระบุว่าต้องมีงานใหญ่กว่านี้ยืนยัน

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดโอกาสการเกิดเบาหวานในคนที่มีประวัติครอบครัว

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: มะระขี้นก โสมอเมริกัน และกรดแอลฟาไลโปอิก อาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล งานของโสมอเมริกันเองมีคำเตือนเรื่องน้ำตาลต่ำ ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ถ้ามีอาการมือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก หิว สับสน บ่อยผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาและอินซูลินที่แพทย์สั่งให้ใช้ต่อ) แล้วรีบแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสนมาก ชัก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน: งานในอาสาสมัครสุขภาพดี 20 คนพบว่าโสมอเมริกันทำให้ค่า INR และระดับยาวาร์ฟารินลดลง ฤทธิ์กันเลือดแข็งตัวจึงอาจลดลง ต้องแจ้งแพทย์ก่อน ผู้ใช้แอสไพรินหรือโคลพิโดเกรลก็ควรปรึกษาแพทย์ เพราะฉลากเตือนเรื่องน้ำมันปลา
  • ผู้ป่วยโรคไต: มีรายงานไตอักเสบจากมะระขี้นก และผู้มีโรคไตควรจำกัดโครเมียมและแมกนีเซียมเสริม ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน
  • ฉลากเตือน: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน ระวังในผู้แพ้อาหารทะเล ห้ามใช้ในผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเฮิร์บทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Herb ของแบรนด์ Hopeful ถ่ายมุมเฉียงบนพื้นขาว ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มิลลิกรัม

Beta Herbเบต้าเฮิร์บ

เลข อย. 10-1-15662-5-0011

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (ประกาศโดยบริษัท ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Herb →

คำถามที่พบบ่อย

เบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ไหม

เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ แต่ไม่ได้ถ่ายทอดแบบแน่นอน MedlinePlus ระบุว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่มีรูปแบบการถ่ายทอดชัดเจน แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามจำนวนญาติใกล้ชิดที่ป่วย

พ่อแม่เป็นเบาหวาน ลูกต้องเป็นด้วยไหม

ไม่จำเป็น ลูกมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากทั้งยีนและพฤติกรรมในบ้าน แต่การคุมน้ำหนักและออกกำลังกายช่วยชะลอการเกิดโรคได้ในงานวิจัย

มีพ่อแม่เป็นเบาหวาน ควรเริ่มตรวจน้ำตาลเมื่อไร

คนอายุ 35 ปีขึ้นไปควรประเมินตามนัดของสถานพยาบาล อย่างน้อยทุก 1–3 ปีตามความเสี่ยง ถ้าอายุน้อยกว่านั้นแต่น้ำหนักเกินร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจเร็วขึ้น

เบาหวานชนิดที่ 1 ถ่ายทอดในครอบครัวได้ไหม

มีแนวโน้มในครอบครัว แต่ไม่ทราบรูปแบบการถ่ายทอดแน่ชัด และคนที่มียีนเสี่ยงส่วนใหญ่ไม่ได้ป่วย สิ่งแวดล้อมและยีนอื่นมีส่วนร่วมด้วย

เบาหวานกรรมพันธุ์หายได้ไหม

เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้อรัง บางคนที่ลดน้ำหนักได้มากอาจเข้าสู่ภาวะสงบของโรค แต่ยังต้องตรวจติดตามต่อ และห้ามหยุดยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

เบต้ากลูแคน คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร จากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

เบต้ากลูแคน คืออะไร มาจากข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และยีสต์ ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลหลังอาหาร ขนาดที่ใช้ศึกษา และคนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม งานวิจัย Cochrane พบผลแค่ไหน จับไขมันได้จริงกี่กรัม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม ใครควรเลี่ยง ทำไมต้องกินห่างวิตามินที่ละลายในไขมัน

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ขาดแมกนีเซียมเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดไหม

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ทำไมคนเป็นเบาหวานเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ งานวิจัยเรื่องน้ำตาล ควรได้วันละเท่าไร แหล่งอาหารไทย และข้อระวังในคนไตเสื่อม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร ช่วยคุมน้ำตาลจริงไหม ผลข้างเคียงมีไหม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร 500 ไมโครกรัมให้โครเมียมจริงเท่าไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลขัดกันอย่างไร โครเมียมในอาหาร ผลข้างเคียงต่อไต และการกินคู่ยาเบาหวาน

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 894 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท