เกี่ยวกับ Beta Herb
เบาหวานเกิดจากอะไร กินหวานมากทำให้เป็นเบาหวานจริงไหม
คำตอบสั้น: เบาหวานเกิดเมื่อ ตับอ่อนสร้างอินซูลินได้น้อยเกินไป หรือร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่ดี (ดื้ออินซูลิน) น้ำตาลจึงค้างอยู่ในเลือด การกินหวานไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวโดยตรง แต่ เครื่องดื่มหวานและพลังงานส่วนเกินทำให้น้ำหนักขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2 ร่วมกับอายุ กรรมพันธุ์ และการไม่ขยับร่างกาย
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อวัยวะหลักคือ ตับอ่อน ซึ่งสร้างฮอร์โมนอินซูลินที่พาน้ำตาลเข้าเซลล์
- เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่พอ ร่วมกับเซลล์กล้ามเนื้อ ไขมัน และตับตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดี
- งานติดตามผู้หญิง 91,249 คนพบว่าคนที่ดื่มน้ำอัดลมหวานวันละ 1 แก้วขึ้นไป มีความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าคนที่แทบไม่ดื่ม
- ยาบางกลุ่ม เช่น สเตียรอยด์ และโรคของตับอ่อนหรือฮอร์โมน ทำให้น้ำตาลสูงได้ ห้ามหยุดยาเอง ให้ถามแพทย์
- กระทรวงสาธารณสุขให้คนอายุ 35 ปีขึ้นไปประเมินความเสี่ยงเบาหวานทุกปี
เบาหวานเกิดจากอะไร อวัยวะไหนทำงานผิดปกติ
อวัยวะหลักคือตับอ่อน สถาบันโรคเบาหวาน ระบบย่อยอาหาร และโรคไตแห่งชาติสหรัฐ (NIDDK) อธิบายว่าอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ตับอ่อนสร้าง ทำหน้าที่ช่วยให้น้ำตาล (กลูโคส) เข้าไปในเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน
เมื่อร่างกายสร้างอินซูลินไม่พอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่ดี น้ำตาลจะค้างอยู่ในเลือด นี่คือภาวะเบาหวาน
สาเหตุแบ่งตามชนิดได้ดังนี้
- เบาหวานชนิดที่ 1 ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ในตับอ่อนที่สร้างอินซูลิน (NIDDK) ร่างกายจึงสร้างอินซูลินได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย
- เบาหวานชนิดที่ 2 ตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่พอ และร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่ดี ซึ่งเรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus อธิบายว่าเซลล์ไขมัน ตับ และกล้ามเนื้อตอบสนองต่ออินซูลินไม่ถูกต้อง
กรมควบคุมโรคระบุว่าคนไทยป่วยเบาหวานราว 6.5 ล้านคน หรือราว 1 ใน 10 คน ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ 2 และราวร้อยละ 40 ไม่รู้ตัวว่าป่วย ความแตกต่างของสองชนิดอ่านละเอียดได้ที่ เบาหวานชนิดที่ 1 กับ 2 ต่างกันยังไง
กินหวานมากทำให้เป็นเบาหวานโดยตรงหรือเปล่า
ไม่ใช่สาเหตุเดียวโดยตรง แต่เกี่ยวข้องจริง น้ำตาลในอาหารไม่ได้ไปทำลายตับอ่อนทันที แต่การกินหวานมากเป็นประจำทำให้ได้พลังงานเกิน น้ำหนักขึ้น และน้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานชนิดที่ 2
หลักฐานที่ชัดที่สุดเป็นเรื่อง เครื่องดื่มหวาน งานติดตามระยะยาวในพยาบาลหญิงสหรัฐ 91,249 คน (ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA ปี 2004) พบว่า
- ผู้หญิงที่ดื่มน้ำอัดลมหวานวันละ 1 แก้วขึ้นไป มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าคนที่ดื่มน้อยกว่าเดือนละ 1 แก้ว ราว 1.8 เท่า
- คนที่เพิ่มการดื่มจากสัปดาห์ละไม่เกิน 1 แก้วเป็นวันละ 1 แก้วขึ้นไป น้ำหนักขึ้นมากที่สุดในช่วง 4 ปี
- น้ำผลไม้ปรุงแต่งรสหวาน (fruit punch) ก็สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน
ผู้วิจัยอธิบายว่าน่าจะเป็นเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ให้พลังงานมากเกินและมีน้ำตาลที่ดูดซึมเร็ว งานนี้เป็นงานติดตามกลุ่มคน จึงบอกความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าน้ำตาลเป็นต้นเหตุเพียงอย่างเดียว
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าการกินหวานบ่อยสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน และฟรุกโตสปริมาณมากเปลี่ยนเป็นไขมันที่ตับได้ ส่วนกรมอนามัยแนะนำให้ผู้ใหญ่กินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา
อ้วนลงพุงเกี่ยวกับเบาหวานอย่างไร
น้ำหนักเกินและรอบเอวใหญ่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่แก้ไขได้ NIDDK ระบุว่า น้ำหนักเกิน อ้วน หรือรอบเอวใหญ่ เพิ่มโอกาสเกิดภาวะดื้ออินซูลินและภาวะก่อนเบาหวาน MedlinePlus ระบุเช่นกันว่าน้ำหนักส่วนเกินรอบเอว การไม่ค่อยขยับร่างกาย และอาหารไม่สมดุล เพิ่มโอกาสเป็นเบาหวานชนิดที่ 2
เมื่อเซลล์ดื้อต่ออินซูลิน NIDDK อธิบายว่านานเข้าตับอ่อนอาจสร้างอินซูลินไม่พอจะพาน้ำตาลส่วนเกินเข้าเซลล์ น้ำตาลจึงค่อย ๆ สูงขึ้น จากปกติเป็นภาวะก่อนเบาหวาน แล้วเป็นเบาหวาน
คนที่มีพุงมักมีไขมันพอกตับร่วมด้วย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) จัดไขมันพอกตับเป็นปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 อ่านเพิ่มที่ ไขมันพอกตับ เบาหวาน เกี่ยวกันอย่างไร
กินผลไม้หวานเยอะเป็นเบาหวานไหม
ผลไม้ไม่ใช่ของต้องห้าม แต่ปริมาณสำคัญ ผลไม้มีน้ำตาลธรรมชาติ ถ้ากินครั้งละมาก ๆ ก็ได้น้ำตาลและพลังงานมากเหมือนกัน
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 แนะนำผลไม้มื้อละ 1 ส่วน เช่น ผลไม้หั่น 6–8 ชิ้นวางชั้นเดียวบนจานรองกาแฟ หรือผลขนาดกำปั้น 1 ผล ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำให้ผู้เป็นเบาหวานเลี่ยงผลไม้ที่หวานจัดอย่างทุเรียน ขนุน น้อยหน่า ละมุด รวมถึงผลไม้กวน เชื่อม แช่อิ่ม และให้หลีกเลี่ยงหรือจำกัดน้ำผลไม้ เพราะน้ำส้มคั้น 1 แก้วอาจใช้ส้มถึง 6–8 ผล
ข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียนครั้งละหลายพู หรือผลไม้ปั่นแก้วใหญ่ จึงเป็นเรื่องของปริมาณน้ำตาลที่ได้ในครั้งเดียว ไม่ใช่เพราะเป็นผลไม้
ยาหรือโรคอะไรทำให้น้ำตาลสูงได้บ้าง
NIDDK ระบุสาเหตุอื่นของเบาหวานไว้ดังนี้
- ยาบางกลุ่ม เช่น ยาสเตียรอยด์ (กลูโคคอร์ติคอยด์) ยาต้านโรคจิตบางชนิด ยากันชัก ยาลดความดันกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ยาขับปัสสาวะ ยากดภูมิคุ้มกัน และไนอะซินขนาดสูง
- โรคของตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบ มะเร็งตับอ่อน หรือเคยผ่าตัดตับอ่อน
- โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น กลุ่มอาการคุชชิง (ฮอร์โมนคอร์ติซอลเกิน) โรคโกรทฮอร์โมนเกิน (อะโครเมกาลี) และโรคไทรอยด์
- โรคทางพันธุกรรม เช่น เบาหวานจากยีนเดี่ยว
ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะสงสัยว่ายาทำให้น้ำตาลสูง หลายตัวเป็นยาจำเป็น แพทย์อาจเลือกเฝ้าดูน้ำตาลหรือปรับยาให้ ส่วนคำถามเรื่องยาลดไขมัน อ่านได้ที่ กินยาลดไขมันแล้วเป็นเบาหวานจริงไหม
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจน้ำตาล
NIDDK และ CDC ระบุปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 ไว้ใกล้เคียงกัน
- น้ำหนักเกิน อ้วน หรือรอบเอวใหญ่
- อายุ 35 ปีขึ้นไป (เกณฑ์อายุของ NIDDK)
- มีพ่อแม่ พี่น้อง เป็นเบาหวาน
- ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำงานนั่งนาน
- สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มือสอง
- เคยตรวจพบภาวะก่อนเบาหวาน
- เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดลูกน้ำหนักเกิน 4 กิโลกรัม (9 ปอนด์)
- เชื้อสายเอเชียเป็นกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
คำแนะนำในไทย: เอกสารของกรมควบคุมโรคระบุตัวชี้วัดให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปประเมินความเสี่ยงทุก 1 ปี ด้วยการเจาะน้ำตาลปลายนิ้วหรือเจาะเลือดหลังงดอาหาร ส่วนแนวทางเวชปฏิบัติ พ.ศ. 2566 ให้ตรวจทุก 3 ปีถ้าคะแนนความเสี่ยงต่ำ จึงควรตรวจตามนัดของสถานพยาบาล อย่างน้อยทุก 1–3 ปีตามความเสี่ยง สอบถามสิทธิตรวจคัดกรองได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน
เกณฑ์ตัวเลขน้ำตาลอ่านต่อได้ที่ ค่าน้ำตาลเท่าไรถึงเป็นเบาหวาน
มีปัจจัยเสี่ยงแล้ว ป้องกันได้ไหม
ป้องกันทั้งหมดไม่ได้ แต่ชะลอหรือลดโอกาสได้มาก งานวิจัย Diabetes Prevention Program ในสหรัฐ (วารสาร NEJM ปี 2002) ศึกษาคน 3,234 คนที่น้ำตาลสูงกว่าปกติแต่ยังไม่เป็นเบาหวาน กลุ่มที่ปรับพฤติกรรมโดยตั้งเป้าลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 7 และออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที เป็นเบาหวานน้อยกว่ากลุ่มยาหลอกร้อยละ 58 ในเวลาติดตามเฉลี่ย 2.8 ปี
ขั้นตอนที่เริ่มได้ทันที
- เปลี่ยนเครื่องดื่มหวานเป็นน้ำเปล่า หรือสั่งหวานน้อย
- จัดจานแบบ 2:1:1 คือ ผัก 2 ส่วน ข้าวแป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน
- ขยับร่างกายให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที เช่น เดินเร็ววันละ 30 นาที 5 วัน
- ถ้าน้ำหนักเกิน ค่อย ๆ ลดทีละน้อย
- เลิกบุหรี่
ถ้าเคยตรวจพบน้ำตาลเกินปกติแล้ว อ่านต่อที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร
ความเชื่อที่พบบ่อย
ได้ยินว่าไม่กินหวานเลยก็ไม่เป็นเบาหวาน จริงไหม ไม่จริง กรรมพันธุ์ อายุ น้ำหนัก การไม่ออกกำลังกาย และยาบางชนิดก็เป็นปัจจัยเสี่ยง คนที่ไม่กินขนมหวานแต่กินข้าวแป้งและของทอดมากจนน้ำหนักเกินก็เป็นได้
ได้ยินว่าคนผอมไม่เป็นเบาหวาน จริงไหม ไม่จริง น้ำหนักเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง คนผอมที่มีพ่อแม่เป็นเบาหวาน หรืออายุมากขึ้น ก็ควรตรวจตามกำหนด
ได้ยินว่าน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดงไม่ทำให้เป็นเบาหวาน จริงไหม น้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดงก็ยังเป็นน้ำตาล ให้พลังงานเช่นกัน จึงควรจำกัดปริมาณเหมือนน้ำตาลทราย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb)
เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 10-1-15662-5-0011 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1–2 แคปซูล ปริมาณที่ได้รับจึงขึ้นกับจำนวนแคปซูลที่รับประทาน ฉลากระบุส่วนประกอบ 14 รายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า)
ต้องบอกตรง ๆ ก่อน: แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเสริมแร่ธาตุโครเมียม แมกนีเซียม หรือสมุนไพรต่าง ๆ จะช่วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน (ADA) ปี 2026 ก็ไม่แนะนำเช่นกัน ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้และหลักฐานที่มีอยู่ เป็นดังนี้
- สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก. ต่อแคปซูล (300 มก. ถ้ารับประทาน 2 แคปซูล) — การทบทวนของ Cochrane ปี 2012 รวม 4 งาน 479 คน สรุปว่ายังมีหลักฐานไม่เพียงพอเรื่องผลของมะระขี้นกในเบาหวานชนิดที่ 2 การวิเคราะห์รวมภายหลัง 10 งานพบ HbA1c ต่างจากยาหลอก 0.26% แต่ผู้วิจัยจัดว่าหลักฐานมีคุณภาพต่ำถึงต่ำมาก ฉลากไม่ระบุอัตราส่วนสกัด จึงเทียบปริมาณกับงานวิจัยตรง ๆ ไม่ได้
- โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก. ต่อแคปซูล (ให้ธาตุโครเมียมราว 62 ไมโครกรัม เป็นค่าคำนวณ หรือราว 124 ไมโครกรัมถ้ารับประทาน 2 แคปซูล) — งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้ผลขัดกัน การทบทวน 20 งานโดยผู้เขียนจาก NIH สรุปว่าโครเมียมเสริมมีประสิทธิผลจำกัด งานในคนที่มีความเสี่ยงเบาหวาน 56 คน ซึ่งได้รับ 500 หรือ 1,000 ไมโครกรัมต่อวันนาน 6 เดือน ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลและอินซูลิน
- แมกนีเซียม 100 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (ฉลากไม่ระบุชนิดเกลือ) — การวิเคราะห์รวม 9 งานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ใช้ขนาดมัธยฐาน 360 มก. ต่อวัน พบน้ำตาลขณะอดอาหารต่ำลงเล็กน้อย แต่ HbA1c ไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ค่าน้ำตาลเปลี่ยนแปลง หรือลดโอกาสการเกิดเบาหวาน
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: ส่วนประกอบบางชนิด เช่น มะระขี้นก โสมอเมริกัน และกรดแอลฟาไลโปอิก อาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และรู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก หิว สับสน ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาและอินซูลินที่แพทย์สั่งให้ใช้ต่อ) แล้วรีบแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสนมาก ชัก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล): มีงานพบว่าโสมอเมริกันทำให้ฤทธิ์วาร์ฟารินลดลง และฉลากเตือนเรื่องน้ำมันปลา ต้องบอกแพทย์ก่อน
- ผู้ป่วยโรคไต: ข้อมูลของ Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้มีโรคไตควรจำกัดโครเมียมเสริม และเสี่ยงผลข้างเคียงจากแมกนีเซียมเสริมมากขึ้น ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน
- ฉลากเตือน: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน ระวังในผู้แพ้อาหารทะเลและผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ห้ามใช้ในผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลักให้รับประทานห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเฮิร์บทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (ประกาศโดยบริษัท ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Herb →คำถามที่พบบ่อย
เบาหวานเกิดจากอวัยวะใด
เกิดจากตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ไม่พอ หรือเซลล์กล้ามเนื้อ ไขมัน และตับตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดี น้ำตาลจึงค้างอยู่ในเลือด
กินหวานมากทำให้เป็นเบาหวานไหม
ไม่ใช่สาเหตุเดียวโดยตรง แต่เครื่องดื่มหวานและพลังงานส่วนเกินทำให้น้ำหนักขึ้น งานติดตามผู้หญิงกว่า 9 หมื่นคนพบว่าคนที่ดื่มน้ำอัดลมหวานทุกวันเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 สูงขึ้น
กินผลไม้หวานเยอะเป็นเบาหวานไหม
ผลไม้กินได้ แต่ควรจำกัดปริมาณ แนวทางไทยแนะนำมื้อละ 1 ส่วน เช่น ผลไม้หั่น 6–8 ชิ้น และหลีกเลี่ยงหรือจำกัดน้ำผลไม้
ยาอะไรทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้
เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาต้านโรคจิตบางชนิด ยาขับปัสสาวะ ยากดภูมิคุ้มกัน และไนอะซินขนาดสูง ห้ามหยุดยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยา
ใครควรตรวจเบาหวาน
คนอายุ 35 ปีขึ้นไป คนน้ำหนักเกินหรือรอบเอวใหญ่ คนที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นเบาหวาน เคยมีน้ำตาลเกินปกติ หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Symptoms & Causes of DiabetesNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), NIH
- Sugar-sweetened beverages, weight gain, and incidence of type 2 diabetes in young and middle-aged womenJAMA 2004 (PubMed)
- Reduction in the incidence of type 2 diabetes with lifestyle intervention or metforminN Engl J Med 2002 (PubMed)
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมการแพทย์และองค์กรวิชาชีพ
- สรุปประเด็นคำถาม-คำตอบ โรคไม่ติดต่อ (เบาหวาน ความดัน)กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
เบต้ากลูแคน คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร จากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร
เบต้ากลูแคน คืออะไร มาจากข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และยีสต์ ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลหลังอาหาร ขนาดที่ใช้ศึกษา และคนเป็นเบาหวานกินได้ไหม
ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม
ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม งานวิจัย Cochrane พบผลแค่ไหน จับไขมันได้จริงกี่กรัม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม ใครควรเลี่ยง ทำไมต้องกินห่างวิตามินที่ละลายในไขมัน
แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ขาดแมกนีเซียมเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดไหม
แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ทำไมคนเป็นเบาหวานเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ งานวิจัยเรื่องน้ำตาล ควรได้วันละเท่าไร แหล่งอาหารไทย และข้อระวังในคนไตเสื่อม
โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร ช่วยคุมน้ำตาลจริงไหม ผลข้างเคียงมีไหม
โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร 500 ไมโครกรัมให้โครเมียมจริงเท่าไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลขัดกันอย่างไร โครเมียมในอาหาร ผลข้างเคียงต่อไต และการกินคู่ยาเบาหวาน
