บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจอุจจาระ FIT หรือส่องกล้อง เลือกอย่างไร

คำตอบสั้น: มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่คัดกรองได้ผลดี เพราะส่วนใหญ่มีช่วงที่เป็นติ่งเนื้อก่อน และการตรวจบางวิธีพบแล้วตัดออกได้ ในไทย คนอายุ 50–70 ปี ทุกสิทธิการรักษา ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT) ได้ฟรีตามสิทธิ สปสช. ตามที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยแพร่ เก็บตัวอย่างเองที่บ้านได้ ถ้าผลผิดปกติต้อง ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต่อทุกครั้ง ส่วนการส่องกล้องเป็นวิธีที่เห็นลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมดและตัดชิ้นเนื้อได้ในคราวเดียว แต่ต้องเตรียมลำไส้และมักให้ยาให้ง่วงระหว่างตรวจ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงพบบ่อยอันดับ 3 ในไทย ผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยวันละ 51 คน เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 16 คน
  • ระยะแรกมักไม่มีอาการ การตรวจก่อนมีอาการจึงสำคัญ
  • FIT: เก็บอุจจาระเองที่บ้าน ไม่ต้องงดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐแนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 1–2 ปีถ้าใช้วิธีนี้วิธีเดียว
  • ส่องกล้อง (colonoscopy): เห็นทั้งลำไส้ใหญ่ ตัดติ่งเนื้อได้ทันที ในคนความเสี่ยงทั่วไปที่ผลปกติ ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐแนะนำทุก 10 ปี
  • ผล FIT เป็นบวกไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่ ต้องส่องกล้องต่อ ห้ามรอดูอาการ
  • ญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้เริ่มตรวจที่อายุญาติตอนพบโรคลบ 10 ปี

ทำไมมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึงคัดกรองได้ผลดี

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (NCI) อธิบายว่า ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่พบบ่อยในคนอายุเกิน 50 ปี และส่วนใหญ่ไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่ติ่งเนื้อชนิดอะดีโนมา (adenoma) มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งมากกว่า

ข้อนี้ทำให้การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ทำได้สองอย่างพร้อมกัน คือ พบมะเร็งในระยะแรก และพบติ่งเนื้อแล้วตัดออกก่อนกลายเป็นมะเร็ง NCI ระบุว่าการตรวจหลายวิธี ทั้งส่องกล้อง และการตรวจอุจจาระอย่าง FIT ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

สถาบันมะเร็งแห่งชาติของไทยก็ระบุว่า การตรวจ FIT เป็นประจำช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งชนิดนี้รักษาได้ผลดีถ้าพบเร็ว

ปัจจัยเสี่ยงที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น ประวัติครอบครัว เนื้อสัตว์แปรรูปและเนื้อแดงปิ้งย่างจนไหม้ อาหารไขมันสูงใยอาหารต่ำ ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์

ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ FIT ทำอย่างไร

FIT ย่อมาจาก Fecal Immunochemical Test เป็นการตรวจหา เลือดปริมาณน้อยมากในอุจจาระที่ตาเปล่ามองไม่เห็น NCI อธิบายว่าทั้งติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ใหญ่มีเลือดออกได้ FIT ใช้แอนติบอดีจับโปรตีนฮีโมโกลบินของเลือดคนโดยเฉพาะ

ขั้นตอนทั่วไป

  1. รับชุดเก็บตัวอย่างจากโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการ
  2. เก็บอุจจาระเล็กน้อยตามวิธีในคู่มือ ใส่หลอดหรือภาชนะที่ให้มา
  3. ส่งคืนตามเวลาที่กำหนด เพื่อนำไปตรวจในห้องแล็บ

ข้อดีที่ NCI ระบุคือ FIT โดยทั่วไปไม่ต้องงดอาหาร ต่างจากการตรวจเลือดแฝงแบบเก่าที่ใช้สารเคมี (guaiac) ซึ่งต้องเลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น เนื้อแดง

ตรวจทุกกี่ปี: NCI ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐแนะนำ ทุก 1–2 ปี ถ้าใช้ FIT เป็นวิธีคัดกรองวิธีเดียว ในไทยให้ทำตามรอบที่หน่วยบริการนัด

ตรวจมะเร็งลำไส้ด้วยตัวเองได้ไหม

คำว่า "ตรวจเอง" ที่ทำได้จริงคือ เก็บตัวอย่าง FIT เองที่บ้าน ตามที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุ แต่การอ่านผลต้องทำในห้องแล็บ และผลผิดปกติต้องมีแพทย์ดูแลต่อ

ส่วนการสังเกตอุจจาระด้วยตาเปล่า ไม่ใช่การคัดกรอง เพราะเลือดในระยะแรกมักมองไม่เห็น การเห็นเลือดจริงจึงเป็นอาการที่ต้องไปพบแพทย์ ไม่ใช่ผลคัดกรอง

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไร

สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) เป็นวิธีคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูง เห็นภาพภายในลำไส้ใหญ่ทั้งหมด และเก็บชิ้นเนื้อที่สงสัยส่งตรวจได้

สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus อธิบายการเตรียมตัวไว้ดังนี้

  • ต้องล้างลำไส้ให้สะอาด ถ้าลำไส้ไม่สะอาด อาจมองไม่เห็นความผิดปกติ
  • แพทย์จะให้ขั้นตอนเตรียมลำไส้ เช่น กินอาหารเหลวใสในวันก่อนตรวจ กินยาระบาย หรือสวนทวาร
  • ดื่มของเหลวใสให้มากใน 1–3 วันก่อนตรวจ เช่น น้ำเปล่า ชาหรือกาแฟดำไม่ใส่นม น้ำซุปใสไม่มีไขมัน เยลลี่ น้ำผลไม้กรองกาก (ผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ ให้ถามแพทย์ก่อน)
  • ยาเม็ดธาตุเหล็ก มักต้องหยุดก่อนตรวจไม่กี่วัน เพราะทำให้อุจจาระดำและบังการมองเห็น เว้นแต่แพทย์บอกให้กินต่อ
  • แอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาแก้ปวดบางตัว อาจต้องหยุดก่อนตรวจ แต่ห้ามหยุดเอง ต้องถามแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจ หลายครั้งแพทย์ให้กินต่อได้

รายละเอียดการเตรียมตัวต่างกันในแต่ละโรงพยาบาล ให้ทำตามเอกสารเตรียมตัวที่แพทย์หรือหน่วยส่องกล้องให้เป็นหลัก

ผู้ที่มีเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวานชนิดกิน ต้องถามแพทย์หรือหน่วยส่องกล้องล่วงหน้าว่าจะใช้ยาเบาหวานอย่างไรในช่วงกินอาหารเหลวใสและงดอาหาร เพราะเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ห้ามปรับขนาดหรืองดยาเอง

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เจ็บไหม วางยาสลบไหม

MedlinePlus อธิบายว่า มักได้ยาทางหลอดเลือดให้ผ่อนคลายและง่วง ไม่ควรรู้สึกเจ็บ บางคนยังรู้สึกตัวและพูดได้ แต่ส่วนใหญ่มักจำเหตุการณ์ไม่ได้

ระหว่างตรวจอาจรู้สึกแน่นหรือปวดบีบเป็นพัก ๆ และมีลมในท้อง เพราะแพทย์เป่าลมเข้าไปให้เห็นชัด หลังตรวจอาจท้องอืดและผายลมมาก ซึ่งจะหายไปเอง

ต้องมีคนพากลับบ้าน เพราะยาทำให้มึนงง MedlinePlus แนะนำให้งดขับรถ ใช้เครื่องจักร ดื่มแอลกอฮอล์ และตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่กลับไปทำกิจวัตรได้ในวันถัดไป

ความเสี่ยงที่ NCI ระบุ คือ ลำไส้ทะลุและเลือดออก ซึ่งพบน้อยแต่รุนแรง และพบบ่อยขึ้นเมื่อตัดชิ้นเนื้อหรือตัดติ่งเนื้อ ส่วนยาให้ง่วงอาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจและการหายใจได้ แพทย์จะประเมินก่อนตรวจ

FIT กับส่องกล้อง เลือกอย่างไร

  • ความเสี่ยงทั่วไป อายุ 50–70 ปี: FIT ตามสิทธิเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำง่าย ไม่ต้องเตรียมลำไส้ และตรวจฟรีตามที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยแพร่
  • ญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีโรคทางพันธุกรรม เช่น FAP, Lynch syndrome: คุยกับแพทย์เรื่องการเริ่มตรวจเร็วขึ้น และวิธีตรวจที่เหมาะ NCI ระบุว่ากลุ่มนี้รวมถึงผู้มีลำไส้อักเสบเรื้อรังอาจต้องเริ่มเร็วกว่าและตรวจถี่กว่า
  • มีอาการผิดปกติแล้ว: ไม่ใช่การคัดกรอง ให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ซึ่งมักเป็นการส่องกล้อง

การตรวจที่เหมาะคือการตรวจที่ได้ทำจริงและทำต่อเนื่องตามรอบ การรอส่องกล้องโดยไม่ได้ตรวจอะไรเลยหลายปี ไม่ได้ปลอดภัยกว่าการทำ FIT ตามรอบ ถ้ายังลังเล ให้ถามแพทย์ว่าความเสี่ยงของเราอยู่กลุ่มไหน วิธีไหนเหมาะ และรอบถัดไปคือเมื่อไร แล้วจดวันนัดไว้

ผล FIT เป็นบวก ต้องทำอะไรต่อ

  1. อย่าตกใจ NCI ระบุว่าเลือดแฝงในอุจจาระเกิดจากภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งได้ เช่น ริดสีดวงทวาร และผลบวกลวงพบได้
  2. อย่านิ่งเฉย NCI แนะนำให้ผู้ที่ผลบวก ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทุกราย และสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าผู้ที่ผล FIT ผิดปกติจะได้รับการส่องกล้องต่อ
  3. อย่าตรวจ FIT ซ้ำเพื่อหวังให้ผลเป็นลบ แล้วใช้ผลนั้นแทนการส่องกล้อง
  4. ถามหน่วยบริการ เรื่องนัดส่องกล้องและเอกสารส่งตัวตามสิทธิ

อาการเตือนที่ไม่ควรรอคัดกรอง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุอาการที่พบเมื่อโรคเริ่มรุนแรง ได้แก่

  • ถ่ายเป็นเลือดหรือมูกเลือด
  • ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือท้องผูกเรื้อรัง
  • ปวดท้อง อืดแน่น
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ซีด อ่อนเพลีย

ถ้ามีอาการเหล่านี้ ไม่ต้องรอรอบ FIT ให้ไปพบแพทย์ได้เลย ความรู้เรื่องท้องผูกในผู้สูงอายุอ่านได้ที่ ท้องผูกเรื้อรังในผู้สูงอายุ และเรื่องน้ำหนักลดอยู่ที่ ผู้สูงอายุน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ถ่ายเป็นเลือดจำนวนมาก ถ่ายดำ หรือหน้ามืดจะเป็นลม
  • ปวดท้องรุนแรง ท้องอืดแข็ง หรืออาเจียนและไม่ถ่ายไม่ผายลม
  • หลังส่องกล้อง มีไข้ ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเลือดออกทางทวารไม่หยุด

เรื่องที่ควรรู้เพิ่ม

  • สิทธิการตรวจ: สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า FIT ฟรีสำหรับอายุ 50–70 ปีทุกสิทธิ ส่วนการส่องกล้องหลังผลผิดปกติ ให้ถามหน่วยบริการตามสิทธิ
  • ลดความเสี่ยงไปพร้อมกัน: สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำกินอาหารครบ 5 หมู่ เพิ่มผักผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลี่ยงเนื้อแดงแปรรูปและปิ้งย่างจนไหม้ งดเหล้า งดบุหรี่ และคุมน้ำหนัก

การตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดอื่นดูภาพรวมได้ที่ ตรวจคัดกรองมะเร็งมีอะไรบ้าง และรายการตรวจตามวัยอยู่ที่ อายุ 40 50 60 ควรตรวจสุขภาพอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า หรือยาอิมมูโนเทอราพี (immunotherapy) ห้ามกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ เว้นแต่แพทย์ผู้รักษามะเร็งอนุญาต ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยารักษามะเร็ง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยรักษา ต้าน หรือกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และไม่ใช้แทนการตรวจ FIT หรือการส่องกล้อง

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

สิ่งที่เกี่ยวกับการส่องกล้องและการรักษา

  • ก่อนส่องกล้องหรือตัดติ่งเนื้อ — ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน และ MSKCC แนะนำให้หยุดโสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และขิงชนิดเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ผู้ส่องกล้องว่ากินผลิตภัณฑ์นี้ เพื่อให้แพทย์บอกว่าต้องหยุดก่อนหรือไม่
  • ถ้าผลตรวจพบมะเร็งและต้องรักษา — งาน SWOG S0221 ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 1,134 คนที่ได้เคมีบำบัด พบว่าการใช้วิตามินบี 12 ทั้งก่อนและระหว่างเคมีบำบัดสัมพันธ์กับการรอดชีวิตที่แย่ลง และสารต้านอนุมูลอิสระสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำที่สูงขึ้นแบบก้ำกึ่งนัยสำคัญ ผลิตภัณฑ์นี้มีวิตามินบี 12 ราว 1 ไมโครกรัม (คำนวณ) และเควอซิทิน 50 มก. ซึ่ง MSKCC ระบุว่าอาจรบกวนยาเคมีบำบัดบางชนิด งาน SWOG เป็นงานสังเกต พิสูจน์เหตุและผลไม่ได้ และบทคัดย่อไม่ได้ระบุขนาดที่ใช้
  • ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม (คำนวณ) — ไบโอตินขนาดสูงรบกวนผลตรวจเลือดบางชนิด ก่อนเจาะเลือดให้แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บ

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำเพิ่มระดับยาบางชนิด ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น ยิ่งช่วงงดอาหารเตรียมส่องกล้องยิ่งต้องระวัง
  • ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี: MSKCC แนะนำให้เลี่ยงขิงชนิดเสริม
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่จากอุจจาระทำอย่างไร

เป็นการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระด้วยวิธี FIT รับชุดเก็บตัวอย่างจากหน่วยบริการ เก็บอุจจาระเล็กน้อยเองที่บ้านตามคู่มือ แล้วส่งคืนเพื่อตรวจในห้องแล็บ NCI ระบุว่า FIT โดยทั่วไปไม่ต้องงดอาหาร สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าคนอายุ 50–70 ปีทุกสิทธิตรวจได้ฟรีตามสิทธิ สปสช.

ส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจ็บไหม

MedlinePlus อธิบายว่ามักได้ยาทางหลอดเลือดให้ผ่อนคลายและง่วง ไม่ควรรู้สึกเจ็บ อาจรู้สึกแน่นหรือปวดบีบเป็นพัก ๆ และมีลมในท้อง ซึ่งจะหายไปเอง หลังตรวจต้องมีคนพากลับบ้าน และงดขับรถอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

ผลตรวจ FIT เป็นบวก แปลว่าเป็นมะเร็งไหม

ไม่จำเป็น NCI ระบุว่าเลือดแฝงในอุจจาระเกิดจากภาวะอื่นได้ เช่น ริดสีดวงทวาร และผลบวกลวงพบได้ แต่ผู้ที่ผลบวกต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต่อทุกราย ไม่ควรรอดูอาการหรือตรวจ FIT ซ้ำแทนการส่องกล้อง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแรกมีอาการไหม

สถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าระยะแรกมักไม่มีอาการ อาการที่พบเมื่อโรคเริ่มรุนแรง ได้แก่ ถ่ายเป็นเลือดหรือมูกเลือด ท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้อง อืดแน่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ซีด อ่อนเพลีย ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้พบแพทย์โดยไม่ต้องรอรอบคัดกรอง

พ่อแม่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรเริ่มตรวจเมื่อไร

สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำให้เริ่มตรวจที่อายุของญาติสายตรงตอนพบโรคลบ 10 ปี เช่น พ่อเป็นตอนอายุ 50 ปี ลูกเริ่มตรวจที่อายุ 40 ปี ควรคุยกับแพทย์เรื่องวิธีตรวจที่เหมาะและความถี่

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท