บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

คอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม งานวิจัยว่าอย่างไร ควรกินตอนไหน

คำตอบสั้น: งานวิจัยคอลลาเจนในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมมีทั้งคอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) วันละ 40 มก. และคอลลาเจนชนิดย่อยสลายวันละ 10 กรัม บางงานพบคะแนนอาการดีขึ้นกว่ายาหลอก แต่งานส่วนใหญ่เล็ก ระยะสั้นถึงกลาง ผู้ผลิตมีส่วนร่วม และงานรวมปี 2019 พบว่าคะแนนปวดย่อยไม่ต่างจากยาหลอก งานทบทวนปี 2018 จัดคุณภาพหลักฐานอาหารเสริมข้อเสื่อมโดยรวมว่าต่ำมาก ยังไม่มีหลักฐานในคนว่าคอลลาเจนสร้างกระดูกอ่อนใหม่ แนวทาง ACR 2019 และ NICE 2022 ไม่ได้แนะนำคอลลาเจน ส่วนเวลากิน งานที่เราเปิดตรวจไม่ได้ระบุว่าต้องกินตอนท้องว่าง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • UC-II 40 มก./วัน 180 วัน (191 คน): คะแนนอาการรวมลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต
  • คอลลาเจนย่อยสลาย 10 กรัม/วัน 6 เดือน (250 คน): คะแนนปวดดีขึ้น บทคัดย่อไม่ได้รายงานตัวเลขผลต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ
  • งานรวมปี 2019: คะแนนอาการรวมและความฝืดดีขึ้น แต่คะแนนปวดย่อยและการใช้งานไม่ต่างจากยาหลอก
  • ไม่มีหลักฐานในคนว่าคอลลาเจนสร้างกระดูกอ่อนใหม่
  • เวลากิน: แหล่งที่เราเปิดตรวจไม่ได้กำหนด ให้ทำตามฉลาก
  • สิ่งที่แนวทางแนะนำอย่างยิ่ง: ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักถ้าเกิน ไทชิ ไม้เท้า

งานวิจัยคอลลาเจนในคนข้อเข่าเสื่อมพบอะไร

คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II)

งานทดลองหลายศูนย์ ปกปิดสองทาง ตีพิมพ์ใน Nutrition Journal ปี 2016

  • ผู้เข้าร่วม: ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน
  • กลุ่มที่เปรียบเทียบ: UC-II วันละ 40 มก. · กลูโคซามีนไฮโดรคลอไรด์ 1,500 มก. ร่วมคอนดรอยติน 1,200 มก. · ยาหลอก
  • ระยะเวลา: 180 วัน
  • ผล: ที่วันที่ 180 คะแนน WOMAC (แบบประเมินปวด ฝืด และการใช้งานข้อ) รวมของกลุ่ม UC-II ลดลงมากกว่ายาหลอกและมากกว่ากลุ่มกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน ความปลอดภัยไม่ต่างกัน
  • ข้อจำกัด: ผู้วิจัย 2 คนแรกสังกัดบริษัทผู้ผลิต UC-II และผู้วิจัยเองสรุปว่ายังต้องศึกษากลไก

คอลลาเจนชนิดย่อยสลาย

งานทดลองหลายศูนย์ ปกปิดสองทาง ตีพิมพ์ปี 2009

  • ผู้เข้าร่วม: ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมปฐมภูมิ 250 คน
  • ขนาด: คอลลาเจนย่อยสลายวันละ 10 กรัม นาน 6 เดือน
  • ผล: บทคัดย่อรายงานว่าคะแนนปวดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ที่ข้อเสื่อมมากกับกินเนื้อสัตว์น้อยได้ผลมากที่สุด แต่บทคัดย่อไม่ได้ให้ตัวเลขขนาดผล
  • ข้อสังเกต: งานนี้ศึกษาคอลลาเจนในฐานะ "ส่วนผสมอาหาร" และบทคัดย่อไม่ได้บอกรายละเอียดกลุ่มเปรียบเทียบ

งานรวมหลายงาน

  • งานรวมงานทดลองเทียบยาหลอก (International Orthopaedics ปี 2019): คอลลาเจนลดคะแนน WOMAC รวมและคะแนนความฝืดได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดคะแนนปวดแบบมาตรวัดเส้นตรง (VAS) แต่คะแนนปวดย่อยและการใช้งานย่อยของ WOMAC ไม่ต่างจากยาหลอก งานนี้รวมคอลลาเจนหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน
  • งานทบทวน 69 งาน อาหารเสริม 20 ชนิด (British Journal of Sports Medicine ปี 2018): UC-II ลดปวดระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ความสำคัญทางคลินิกไม่ชัด ไม่มีอาหารเสริมใดมีผลสำคัญในระยะยาว คุณภาพหลักฐานโดยรวมต่ำมาก
  • งานรวม UC-II ปี 2023: 8 งานทดลอง ผู้ได้ UC-II 243 คน ติดตาม 3–6 เดือน ผู้วิจัยระบุว่าวรรณกรรมยังจำกัด
  • งานทบทวน UC-II ปี 2025: ระบุความปลอดภัยระยะสั้นถึงกลางที่ 40 มก. และต้องการงานทดลองใหญ่ระยะยาว

ภาพรวม: มีสัญญาณในบางตัวชี้วัด แต่หลักฐานยังไม่หนักแน่นพอให้แนวทางหลักแนะนำ

ข้อจำกัดของงานวิจัยคอลลาเจนที่ควรรู้

  1. ขนาดงานเล็กถึงกลาง หลักร้อยคน เทียบกับงาน GAIT ของกลูโคซามีนที่มีผู้เข้าร่วม 1,583 คน
  2. ระยะเวลาสั้นถึงกลาง 3–6 เดือน ยังไม่รู้ผลระยะยาว
  3. ผู้ผลิตมีส่วนร่วม งาน UC-II หลักมีผู้วิจัยจากบริษัทเจ้าของวัตถุดิบ
  4. รูปแบบคอลลาเจนต่างกัน งานรวมที่เอาไทป์ทูไม่เสียสภาพกับคอลลาเจนย่อยสลายมารวมกัน ตีความยาก เพราะขนาดต่างกันราว 250 เท่าในน้ำหนัก (คำนวณจาก 10 กรัม เทียบ 40 มก.)
  5. วัดผลด้วยแบบสอบถามอาการ ซึ่งได้รับผลจากความคาดหวังได้ ACR 2019 ระบุว่างานอาหารเสริมข้อ เช่น กลูโคซามีน พบผลของยาหลอกสูง

อ่านความต่างของคอลลาเจนแต่ละชนิดที่ คอลลาเจนไทป์ทูคืออะไร

คอลลาเจนสร้างกระดูกอ่อนใหม่ได้ไหม

ยังไม่มีหลักฐานในคนว่าทำได้ สิ่งที่มีคือกลไกที่ผู้วิจัยเสนอ

  • สำหรับ UC-II งานทดลองปี 2016 สรุปว่ายังต้องมีงานที่อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ จึงยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำงานอย่างไร
  • สำหรับคอลลาเจนย่อยสลาย บทคัดย่องานปี 2009 ใช้คำว่าอาจกระตุ้นเซลล์ในข้อให้สร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ผลที่วัดได้ในคน
  • งานทบทวน UC-II ปี 2025 ที่พูดถึงการซ่อมกระดูกอ่อนรวมงานในสัตว์ไว้ด้วย ผลในสัตว์ใช้ยืนยันผลในคนไม่ได้

NIAMS (สถาบันโรคข้อ กล้ามเนื้อ และผิวหนังแห่งชาติสหรัฐฯ) อธิบายว่าข้อเสื่อมไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหลายส่วนในข้อ อ่านเรื่องสาเหตุและอาการเพิ่มที่ ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร

คอลลาเจนข้อเข่ายี่ห้อไหนดี

เราไม่จัดอันดับยี่ห้อ เพราะแนวทาง ACR 2019 และ NICE 2022 ไม่ได้แนะนำคอลลาเจนสำหรับข้อเข่าเสื่อม และงานวิจัยที่มีก็ใช้วัตถุดิบเฉพาะของแต่ละบริษัท

ถ้ายังตัดสินใจลอง สิ่งที่ควรดูบนฉลากคือ

  • ชนิดของคอลลาเจน ไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ หรือชนิดย่อยสลาย ถ้าไม่ระบุ จะเทียบกับงานวิจัยไม่ได้
  • ปริมาณต่อวันตามฉลาก เทียบกับขนาดในงาน (UC-II 40 มก. หรือคอลลาเจนย่อยสลาย 10 กรัม)
  • ส่วนผสมอื่นในสูตร เช่น แคลเซียม ขมิ้นชัน ขิง ที่มีข้อระวังกับยาประจำตัว
  • คำเตือนบนฉลาก และแหล่งวัตถุดิบสำหรับผู้แพ้อาหาร

อ่านวิธีอ่านฉลากแบบละเอียดที่ คอลลาเจนไทป์ทูคืออะไร

คอลลาเจนสำหรับข้อเข่ากินตอนไหน ต้องกินตอนท้องว่างไหม

บทคัดย่องานวิจัยที่เราเปิดตรวจไม่ได้ระบุเวลากิน และไม่พบแหล่งที่เราตรวจได้ซึ่งยืนยันว่าการกินตอนท้องว่างได้ผลต่างจากการกินพร้อมอาหาร

แนวทางปฏิบัติ

  • ทำตามวิธีใช้บนฉลาก ของผลิตภัณฑ์นั้น
  • ถ้ากินยาประจำหลายตัว ให้เภสัชกรจัดเวลา โดยเฉพาะถ้าผลิตภัณฑ์มีแคลเซียมผสม เพราะแคลเซียมลดการดูดซึมยาบางชนิด เช่น ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม และยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (MedlinePlus, LPI)
  • อย่ากินมากกว่าฉลากเพื่อหวังผลเร็วขึ้น งาน UC-II ใช้ขนาดหลักสิบมิลลิกรัม การเพิ่มขนาดไม่ได้มีหลักฐานว่าดีกว่า
  • ตั้งเวลาประเมิน แนวทางข้อเข่าเสื่อมของไทย (2553) ใช้หลักให้หยุดกลูโคซามีนถ้าไม่ดีขึ้นใน 3 เดือน แนวทางไม่ได้กำหนดเรื่องคอลลาเจน แต่การนัดคุยกับแพทย์เป็นระยะช่วยไม่ให้กินไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ผล

ทำไมคอลลาเจนไม่ใช้แทนการลดน้ำหนักและการบริหารเข่า

แนวทาง ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งในข้อเข่าเสื่อม ได้แก่

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ACR ระบุว่าเลือกได้หลายแบบ และได้ผลดีขึ้นเมื่อตรงกับความชอบและเข้าถึงได้
  • การลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน
  • โปรแกรมดูแลตนเอง ไทชิ ไม้เท้า และสนับเข่าชนิดที่เหมาะกับข้อเข่า

NICE NG226 และ OARSI 2019 ก็วางความรู้และการออกกำลังกายเป็นแกนหลัก แนวทางไทย (2553) ให้ลดน้ำหนัก ออกกำลังเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและพิสัยข้อ และแอโรบิกสม่ำเสมอ เช่น เดิน ว่ายน้ำ รำมวยจีน พร้อมข้อระวังให้งดออกกำลังขณะข้ออักเสบเฉียบพลัน หยุดเมื่อปวด หน้ามืด หรือแน่นหน้าอก และไม่กลั้นหายใจ

ทางเลือกเหล่านี้อยู่ในคำแนะนำของแนวทางหลัก ขณะที่คอลลาเจนไม่อยู่ในคำแนะนำ เริ่มที่ ท่าบริหารข้อเข่าเสื่อม และ อาหารสำหรับข้อเข่าเสื่อม

เมื่อไรควรพบแพทย์

  • ปวดเข่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เข่าบวม งอหรือเหยียดไม่สุด หรือเดินได้น้อยลง ให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
  • ข้อบวมแดงร้อน หรือปวดข้อพร้อมไข้ หนาวสั่น NHS ระบุว่าอาจเป็นข้อติดเชื้อที่ต้องตรวจทันที ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
  • ผู้สูงอายุที่ปวดเข่าจนเดินไม่มั่นคง มีโอกาสหกล้ม ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปควรคุยกับแพทย์เรื่อง ตรวจมวลกระดูก

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องคอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดเข่า เพิ่มกระดูกอ่อน ชะลอข้อเสื่อม หรือใช้แทนการบริหารเข่า การลดน้ำหนัก และการรักษาของแพทย์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ให้รับประทานวันละ 2 แคปซูลตามฉลาก

เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คนใช้ UC-II 40 มก./วัน นาน 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลขต่อวันเท่ากัน แต่ฉลากไม่ระบุว่าเป็นชนิดไม่เสียสภาพ จึงไม่ถือว่าเป็นขนาดเดียวกับงานวิจัย ส่วนงานคอลลาเจนย่อยสลายใช้ 10 กรัม/วัน มากกว่าในแคปซูลราว 250 เท่าในน้ำหนัก (คำนวณ)
  • สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. (48.44 มก. ต่อวัน คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 3 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 287 คน ระยะเวลาเฉลี่ย 3 เดือน พบว่าผงโรสฮิปลดคะแนนปวดได้มากกว่ายาหลอกเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ข้อมูลยังน้อย ทั้ง 3 งานได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิต และผู้วิจัยระบุว่ายังต้องมีงานอิสระขนาดใหญ่ระยะยาว งานที่อ้างบ่อยใช้ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัม มากกว่าในแคปซูลราว 103 เท่า (คำนวณ) และในแคปซูลเป็นสารสกัด ไม่ใช่ผง จึงเทียบตรงไม่ได้

ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ผลิตภัณฑ์มีสารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. และสารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจไม่ออก
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

คอลลาเจนช่วยข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม

มีงานในคนบางงานพบคะแนนอาการดีขึ้นกว่ายาหลอก แต่งานส่วนใหญ่เล็ก ระยะสั้นถึงกลาง ผู้ผลิตมีส่วนร่วม งานรวมปี 2019 พบคะแนนปวดย่อยไม่ต่างจากยาหลอก และแนวทาง ACR 2019 กับ NICE 2022 ไม่ได้แนะนำคอลลาเจน

คอลลาเจนข้อเข่ากินตอนไหนดี

บทคัดย่องานวิจัยที่เราเปิดตรวจไม่ได้ระบุเวลากิน และไม่พบหลักฐานว่าการกินตอนท้องว่างได้ผลต่างกัน ให้ทำตามฉลาก และให้เภสัชกรจัดเวลาถ้ากินยาประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียมผสม

งานวิจัยคอลลาเจนในข้อเข่าใช้ขนาดเท่าไร

งาน UC-II ใช้วันละ 40 มก. นาน 180 วัน ในผู้ป่วย 191 คน ส่วนงานคอลลาเจนชนิดย่อยสลายใช้วันละ 10 กรัม นาน 6 เดือน ในผู้ป่วย 250 คน สองแบบต่างกันมาก เทียบผลกันตรง ๆ ไม่ได้

กินคอลลาเจนแล้วกระดูกอ่อนเข่างอกใหม่ไหม

ยังไม่มีหลักฐานในคนว่าคอลลาเจนสร้างกระดูกอ่อนใหม่ได้ ข้อความเรื่องซ่อมกระดูกอ่อนมาจากกลไกที่ผู้วิจัยเสนอและงานในสัตว์

กินคอลลาเจนแทนการบริหารเข่าได้ไหม

ไม่ได้ แนวทาง ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดน้ำหนักถ้าเกิน ไทชิ และไม้เท้าตามความเหมาะสม ส่วนคอลลาเจนไม่อยู่ในคำแนะนำของแนวทางหลัก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท