บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

ภาวะหมดไฟ Burnout อาการเป็นอย่างไร เช็กตัวเองและแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุภาวะหมดไฟ (burn-out) ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศฉบับที่ 11 (ICD-11) ในฐานะปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับการทำงาน (occupational phenomenon) ไม่ได้จัดเป็นภาวะทางการแพทย์ (medical condition) WHO นิยามว่าเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังจากที่ทำงานซึ่งยังจัดการไม่สำเร็จ มี 3 ด้าน คือ รู้สึกหมดพลังหรืออ่อนล้า รู้สึกเหินห่างหรือมองงานในแง่ลบ และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง การแก้จึงต้องทำทั้งที่ตัวงานและที่ตัวเรา และถ้าความเศร้าหรือความเหนื่อยลามไปทุกด้านของชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อแยกโรคซึมเศร้า

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • WHO ระบุว่าภาวะหมดไฟไม่ได้จัดเป็นภาวะทางการแพทย์ แต่อยู่ในหมวด "ปัจจัยที่มีผลต่อสถานะสุขภาพหรือการติดต่อรับบริการสุขภาพ"
  • 3 ด้านตามนิยาม WHO คือ หมดพลัง · เหินห่างหรือมองงานในแง่ลบ · ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  • WHO ระบุว่าคำนี้ใช้กับบริบทการทำงานโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้อธิบายประสบการณ์ในด้านอื่นของชีวิต
  • ปัจจัยเสี่ยงในที่ทำงานที่ WHO ระบุ เช่น ภาระงานมากเกินไป ชั่วโมงทำงานยาว ควบคุมงานของตัวเองไม่ได้ บทบาทไม่ชัดเจน และการถูกกลั่นแกล้ง
  • ความเครียดเรื้อรังทำให้ขี้ลืมและขาดสมาธิได้ (MedlinePlus)
  • หมดไฟกับซึมเศร้าซ้อนกันได้ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

Burnout คืออะไร ตามนิยามขององค์การอนามัยโลก

คำว่า "หมดไฟ" ในภาษาพูดมักใช้กว้าง ๆ แต่ WHO ให้นิยามไว้ชัด ใน ICD-11 ภาวะหมดไฟคือกลุ่มอาการที่เป็นผลจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานซึ่งยังจัดการไม่สำเร็จ โดยมีลักษณะ 3 ด้าน

  1. รู้สึกหมดพลังหรืออ่อนล้า
  2. รู้สึกเหินห่างจากงานมากขึ้น หรือรู้สึกแง่ลบ เย้ยหยันต่องาน
  3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

WHO ระบุเพิ่มว่าภาวะหมดไฟหมายถึงปรากฏการณ์ในบริบทการทำงานโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้อธิบายประสบการณ์ในด้านอื่นของชีวิต ภาวะนี้เคยอยู่ใน ICD-10 ในหมวดเดียวกัน แต่ ICD-11 เขียนนิยามละเอียดขึ้น

ทำไมการที่ "ไม่ใช่ภาวะทางการแพทย์" จึงสำคัญ เพราะหมายความว่าหมดไฟไม่ใช่ชื่อโรคที่แพทย์ใช้วินิจฉัยแทนโรคอื่น คนที่รู้สึกหมดไฟจึงยังต้องได้รับการประเมินว่ามีโรคที่รักษาได้ซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น ซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคทางกาย และต้องแก้ที่ต้นเหตุคือสภาพการทำงานด้วย ไม่ใช่โทษว่าตัวเองอ่อนแอ

อาการหมดไฟแต่ละด้านเป็นอย่างไรในชีวิตจริง

ตัวอย่างด้านล่างช่วยให้นึกภาพออก ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย

ด้านที่ 1 หมดพลัง

  • ตื่นมาเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน แม้นอนพอ
  • วันหยุดใช้นอนพักอย่างเดียว ไม่มีแรงทำอย่างอื่น
  • ปวดหัว ปวดเมื่อย หรือท้องไส้ไม่สบายบ่อยขึ้น ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าเป็นสัญญาณหนึ่งของความเครียด

ด้านที่ 2 เหินห่างหรือมองงานในแง่ลบ

  • จากที่เคยใส่ใจงาน กลายเป็น "ทำให้จบ ๆ ไป"
  • หงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าง่ายขึ้น
  • ไม่อยากเปิดอีเมลหรือแชตงาน ใจหดหู่ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์

ด้านที่ 3 ประสิทธิภาพลดลง

  • งานที่เคยทำเร็วใช้เวลานานขึ้น ผิดพลาดบ่อยขึ้น
  • รู้สึกว่าทำไปก็ไม่มีความหมาย ไม่ภูมิใจในงาน
  • ตัดสินใจเรื่องงานได้ยาก ผัดงานออกไปเรื่อย ๆ

Burnout เกิดจากอะไร

ตามนิยาม WHO ต้นเหตุคือความเครียดเรื้อรังจากที่ทำงานที่ยังจัดการไม่ได้ ในเอกสารสุขภาพจิตในที่ทำงาน WHO ระบุปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจิต ได้แก่

  • ภาระงานหรือจังหวะงานมากเกินไป คนไม่พอ
  • ชั่วโมงทำงานยาว ไม่เป็นเวลา หรือยืดหยุ่นไม่ได้
  • ควบคุมการออกแบบงานหรือปริมาณงานของตัวเองไม่ได้
  • ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานน้อย หรือหัวหน้าใช้อำนาจ
  • ความรุนแรง การคุกคาม หรือการกลั่นแกล้ง
  • บทบาทงานไม่ชัดเจน
  • งานไม่มั่นคง ค่าตอบแทนไม่เพียงพอ
  • ความต้องการระหว่างบ้านกับงานขัดกัน

WHO ระบุด้วยว่าทั่วโลกสูญเสียวันทำงานราว 12,000 ล้านวันต่อปีจากภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาสุขภาพจิตจากงานเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง

เช็กตัวเองเบื้องต้น ถามตัวเองอย่างไร

คำถามด้านล่างใช้ชวนสังเกตตัวเองตามกรอบ 3 ด้านของ WHO ไม่ใช่แบบทดสอบวินิจฉัยและไม่มีการให้คะแนน

  • ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันรู้สึกหมดแรงกับงานเกือบทุกวันไหม
  • ฉันรู้สึกห่างเหิน เฉยชา หรือมองงานในแง่ลบมากขึ้นกว่าเดิมไหม
  • งานของฉันช้าลงหรือผิดพลาดบ่อยขึ้น จนตัวเองหรือคนอื่นสังเกตได้ไหม
  • ความรู้สึกเหล่านี้ดีขึ้นเมื่อได้ลาพักยาว หรือยังอยู่แม้ในวันหยุด
  • ฉันยังสนุกกับเรื่องนอกงาน เช่น ครอบครัว งานอดิเรก ได้เหมือนเดิมไหม

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ชี้ว่า "ใช่" และเป็นมานาน ควรคุยกับคนที่ไว้ใจ หัวหน้า หรือผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคำถามข้อสุดท้ายสำคัญมาก ถ้าความเศร้าหรือหมดความสุขลามไปทุกเรื่องในชีวิต อาจเป็นมากกว่าภาวะหมดไฟ

หมดไฟกับซึมเศร้าต่างกันอย่างไร

ภาวะหมดไฟผูกกับงาน ส่วนซึมเศร้าเป็นโรคที่กระทบทุกด้านของชีวิต WHO จำกัดคำว่าหมดไฟไว้กับบริบทการทำงาน ส่วน MedlinePlus ระบุอาการซึมเศร้า เช่น

  • หมดความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมที่เคยชอบ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน
  • รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า รู้สึกผิด หรือเกลียดตัวเอง
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมาธิไม่ดี
  • นอนไม่หลับหรือนอนมากเกิน ความอยากอาหารเปลี่ยนอย่างฉับพลัน
  • หงุดหงิด กระสับกระส่าย แยกตัว
  • คิดเรื่องความตายหรือการฆ่าตัวตาย

ทั้งสองภาวะซ้อนกันได้ คนที่หมดไฟนาน ๆ อาจเริ่มมีอาการซึมเศร้าร่วม และ MedlinePlus ระบุว่าความเครียดเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงต่อซึมเศร้าและวิตกกังวล การแยกต้องให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาประเมิน เพราะซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ด้วยจิตบำบัดและยาที่แพทย์สั่ง อ่านอาการทางกายของซึมเศร้าได้ที่ ซึมเศร้าอาการทางกาย

หมดไฟทำให้ความจำและสมาธิแย่ลงไหม

คนที่หมดไฟมักบ่นว่าลืมง่าย คิดช้า ทำงานผิดพลาด ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเรื่องความเครียดเรื้อรัง

  • MedlinePlus ระบุว่าสัญญาณของความเครียดมากเกินไปมีทั้งขี้ลืม ขาดพลังหรือขาดสมาธิ อ่อนเพลีย และนอนไม่หลับหรือนอนมากเกิน
  • งานวิเคราะห์รวม 113 งานในคน 6,216 คน (Shields 2017) ซึ่งศึกษาความเครียดเฉียบพลัน พบว่าความเครียดก่อนหรือระหว่างช่วงรับข้อมูล และช่วงก่อนหรือระหว่างการนึกทวน ทำให้ความจำแย่ลง แต่ผลขึ้นกับหลายปัจจัย
  • การนอนไม่พอที่มักมาพร้อมความเครียด ทำให้จดจ่อและเรียนรู้ได้ยาก (NHLBI)

ถ้าหลงลืมจนกระทบชีวิต ลืมเรื่องใหม่ซ้ำ ๆ หรือหลงทางในที่คุ้นเคย อย่าสรุปว่าเป็นแค่หมดไฟ ให้พบแพทย์ อ่านต่อที่ เครียดจนความจำหาย และ สมองล้าคืออะไร

ปรับงานและชีวิตอย่างไรเมื่อรู้สึกหมดไฟ

WHO แนะนำให้แก้ทั้งระดับองค์กรและระดับบุคคล เพราะต้นเหตุส่วนใหญ่อยู่ที่สภาพการทำงาน

ระดับงานและองค์กร (ตามที่ WHO ระบุ)

  • ปรับสภาพการทำงาน เช่น เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และมีระบบจัดการการคุกคามและความรุนแรง
  • อบรมหัวหน้า ให้รู้จักสังเกตและรับฟังลูกน้องที่มีความทุกข์ใจ
  • ปรับงานให้เหมาะกับคนที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น ยืดหยุ่นเวลา ให้เวลาทำงานเพิ่ม ปรับงานเพื่อลดความเครียด ให้ลาไปพบแพทย์ หรือนัดคุยกับหัวหน้าสม่ำเสมอ
  • โครงการกลับเข้าทำงาน หลังลาเพราะปัญหาสุขภาพจิต ควบคู่กับการดูแลรักษาต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำได้เอง (ตามคำแนะนำของ NIMH และ WHO)

  1. คุยกับหัวหน้าเรื่องภาระงานแบบเจาะจง เช่น ขอจัดลำดับงานใหม่ หรือขอตัดงานที่ไม่จำเป็น
  2. ตั้งขอบเขตเวลา กำหนดเวลาเลิกงาน และไม่เปิดแชตงานหลังเวลานั้นถ้าไม่จำเป็น
  3. นอนเป็นเวลา และเลี่ยงคาเฟอีนมากเกินไป
  4. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ WHO ระบุว่ากิจกรรมทางกายยามว่างเป็นหนึ่งในวิธีระดับบุคคลที่ช่วยจัดการความเครียด
  5. เขียนบันทึก ฝึกหายใจหรือฝึกสติ และสังเกตความคิดแง่ลบที่วนซ้ำ (NIMH)
  6. ติดต่อเพื่อนหรือครอบครัว ที่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
  7. ลาพักให้ได้พักจริง ไม่ใช่ลาเพื่อไปทำงานค้าง

ถ้าความเครียดสูงจนกระทบความดัน อ่านต่อที่ ความดันสูงเพราะเครียด จริงไหม และ เครียดทำให้ภูมิตกจริงไหม

คนดูแลพ่อแม่ป่วยหมดไฟได้ไหม

ตามนิยาม WHO คำว่า burn-out ใช้กับบริบทการทำงาน แต่ผู้ดูแลพ่อแม่ที่ป่วยหรือสมองเสื่อมก็เหนื่อยล้าสะสมได้มาก NIA ระบุสัญญาณความเครียดของผู้ดูแล เช่น เหนื่อยล้า รู้สึกท่วมท้น เหงา นอนไม่พอ เศร้าสิ้นหวัง ปวดหัวบ่อย และละเลยการดูแลตัวเอง ถ้าต้องทำงานประจำไปพร้อมกับดูแลพ่อแม่ ภาระจะซ้อนกันสองชั้น อ่านวิธีรับมือได้ที่ ผู้ดูแลเหนื่อยล้า หมดไฟ

เมื่อไรควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา

MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์เมื่อรู้สึกท่วมท้นจากความเครียด หรือความเครียดกระทบสุขภาพ ควรนัดพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง

  • รู้สึกตื่นตระหนก เวียนหัว หายใจเร็ว หรือใจเต้นแรง
  • ทำงานหรือใช้ชีวิตที่บ้านไม่ได้
  • มีความกลัวที่ควบคุมไม่ได้
  • มีภาพเหตุการณ์ร้ายแรงที่ผ่านมาย้อนกลับมา
  • เศร้า หมดความสุขในทุกเรื่อง หรือนอนไม่หลับต่อเนื่อง
  • ใช้สุราหรือยาเพื่อให้ผ่อนคลาย

NIMH ระบุว่าถ้ารับมือไม่ไหวหรืออาการไม่หายไป ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญ และระบุว่าจิตบำบัดและยาเป็นการรักษาหลักของโรควิตกกังวล หลายคนได้ประโยชน์จากการใช้ร่วมกัน เริ่มได้ที่แพทย์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือคลินิกสุขภาพจิต และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ถ้าเครียดจากงานจนรับมือไม่ไหว

ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อย่าคิดเองว่าเป็นแค่ความเครียด ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยภาวะหมดไฟ ลดความเครียด ช่วยความจำ หรือเพิ่มสมาธิ และไม่ใช้แทนการปรับสภาพงาน การพักผ่อน หรือการพบแพทย์และนักจิตวิทยา

เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องภาวะหมดไฟ อารมณ์ ความจำ หรือสมาธิ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านซึมเศร้า ยาคลายกังวล ยานอนหลับ หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้เป็นโรคไทรอยด์หรือใช้ยาไทรอยด์: ข้อมูลเรื่องพรมมิกับไทรอยด์มาจากงานในสัตว์ทดลอง ยังไม่ยืนยันในคน แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมาธิสั้น ยาจิตเวช ยาฮอร์โมน และยาสมองเสื่อม แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม สมาธิ อารมณ์ หรือการนอนที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ชัก หกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) · หากเครียดจากงานหรือชีวิตจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษา 1323 ได้เช่นกัน

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

Burnout คืออะไร เป็นโรคไหม

องค์การอนามัยโลกบรรจุภาวะหมดไฟไว้ใน ICD-11 ในฐานะปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับการทำงาน ไม่ได้จัดเป็นภาวะทางการแพทย์ นิยามว่าเป็นกลุ่มอาการจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานซึ่งยังจัดการไม่สำเร็จ และใช้กับบริบทการทำงานโดยเฉพาะ

อาการหมดไฟมีอะไรบ้าง

ตามนิยาม WHO มี 3 ด้าน คือ รู้สึกหมดพลังหรืออ่อนล้า รู้สึกเหินห่างหรือมองงานในแง่ลบ และประสิทธิภาพการทำงานลดลง หลายคนมีอาการทางกายจากความเครียดร่วม เช่น ปวดหัว ท้องไส้ไม่สบาย นอนไม่หลับ

หมดไฟกับซึมเศร้าต่างกันอย่างไร

หมดไฟผูกกับบริบทการทำงาน ส่วนซึมเศร้าเป็นโรคที่กระทบทุกด้านของชีวิต เช่น หมดความสุขในสิ่งที่เคยชอบ รู้สึกสิ้นหวังไร้ค่า หรือคิดเรื่องความตาย ทั้งสองภาวะซ้อนกันได้ การแยกต้องให้แพทย์หรือนักจิตวิทยาประเมิน

หมดไฟทำให้ขี้ลืมได้ไหม

ได้ MedlinePlus ระบุว่าความเครียดมากเกินไปทำให้ขี้ลืมและขาดสมาธิ และงานวิเคราะห์รวมในคนพบว่าความเครียดเฉียบพลันช่วงรับข้อมูลหรือช่วงนึกทวนทำให้ความจำแย่ลง แต่ถ้าหลงลืมจนกระทบชีวิตหรือลืมเรื่องใหม่ซ้ำ ๆ ควรพบแพทย์ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นแค่หมดไฟ

หมดไฟควรไปพบใคร

เริ่มที่แพทย์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านหรือคลินิกสุขภาพจิต ซึ่งอาจส่งต่อจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถ้าเครียดจากงานจนรับมือไม่ไหว โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท