บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

หอบหืดอาการเริ่มต้นในผู้ใหญ่ ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด เกิดจากอะไร

คำตอบสั้น: แนวทางเวชปฏิบัติโรคหืดในผู้ใหญ่ของไทย พ.ศ. 2568 (Thai Asthma Guideline in Adults 2025 ของสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย หรือ TAC) ระบุอาการสำคัญของโรคหืด 4 อย่าง คือ ไอ หายใจเสียงดังหวีด เหนื่อยหอบ และแน่นหน้าอก อาการที่สนับสนุนคือ เป็นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด ถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ อากาศเย็น การออกกำลังกาย หรือการติดเชื้อโดยเฉพาะไวรัส และอาการขึ้นลงในแต่ละช่วงเวลา NHS ระบุว่าหอบหืดมักเริ่มในเด็ก แต่เกิดได้ทุกวัย การยืนยันต้องตรวจสมรรถภาพปอด และโรคนี้คุมได้ด้วยยาที่ใช้ต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาการหลัก 4 อย่าง ตาม TAC 2568 คือ ไอ หายใจมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก
  • อาการมักมาเป็นช่วง ๆ และอาจแย่ลงตอนกลางคืนหรือเช้ามืด ตาม NHS ส่วน MedlinePlus ระบุว่าบางคนมีอาการหวีดหรือไอเป็นอาการหลัก
  • ผู้ใหญ่เพิ่งเริ่มเป็นได้ NHLBI เรียกว่าหอบหืดที่เริ่มในวัยผู้ใหญ่ (adult-onset asthma) และสารบางอย่างในที่ทำงานก็ทำให้เกิดหอบหืดได้
  • ยืนยันด้วยการตรวจสมรรถภาพปอด เช่น วัดค่าการเป่าลมสูงสุด (peak flow) หรือสไปโรเมตรี
  • ปัจจุบันยังรักษาให้หายไม่ได้ ตาม NHS แต่ถ้ารักษาดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องอาการ และห้ามหยุดยาควบคุมเอง
  • หอบกำเริบแล้วยาพ่นไม่ช่วย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

หอบหืดคืออะไร ต่างจากหลอดลมอักเสบธรรมดาอย่างไร

หอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่ทางเดินหายใจในปอดบวมอักเสบและตีบแคบลง MedlinePlus (หน้า Asthma ทบทวน 1 ม.ค. 2568) อธิบายว่าเมื่อหอบกำเริบ เยื่อบุหลอดลมจะบวมและกล้ามเนื้อรอบหลอดลมจะหดตัว ทำให้ลมผ่านได้น้อยลง ส่วน TAC 2568 ระบุว่าโรคหืดทำให้เกิดการอักเสบและตีบตัวของหลอดลม เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และความรุนแรงต่างกันในแต่ละคน

สถาบันหัวใจ ปอด และโลหิตแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NHLBI หน้า Asthma Causes ปรับปรุง 17 เม.ย. 2567) อธิบายเพิ่มว่าในบางคน ระบบป้องกันของร่างกายตอบสนองรุนแรงจนเกิดการอักเสบ หลอดลมไวเกินและตีบมากเกินไปเมื่อหายใจเอาสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตรายเข้าไป หลอดลมบวม ตีบ และสร้างเมือกมากขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปผนังหลอดลมอาจหนาขึ้น

ข้อสังเกตที่ช่วยแยกจากโรคอื่น NHLBI (หน้า Asthma Symptoms ปรับปรุง 17 เม.ย. 2567) ระบุว่าโรคอื่นก็ทำให้มีอาการแบบนี้ได้ แต่ในหอบหืด อาการมักมีรูปแบบ ได้แก่

  • เป็น ๆ หาย ๆ ตามช่วงเวลา หรือภายในวันเดียวกัน
  • เริ่มหรือแย่ลงเมื่อติดเชื้อไวรัส เช่น หวัด
  • ถูกกระตุ้นด้วยการออกกำลังกาย ภูมิแพ้ อากาศเย็น หรือหายใจเร็วจากการหัวเราะหรือร้องไห้
  • แย่ลงตอนกลางคืนหรือตอนเช้า

อาการหอบหืดเริ่มต้นในผู้ใหญ่ เป็นอย่างไร

อาการหลักคือปัญหาการหายใจ NHS (หน้า Asthma ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ระบุว่าอาการหลักคือ หายใจมีเสียงหวีด ไอ หายใจเหนื่อย และรู้สึกแน่นหน้าอก อาการอาจเบาหรือรุนแรง มักเป็น ๆ หาย ๆ และอาจแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด

รายละเอียดที่ช่วยให้สังเกตได้ จากหน้า Signs of an asthma attack ของ MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569)

  • ไอ ตอนกลางวัน หรือไอจนตื่นกลางดึก
  • เสียงหวีด (wheezing) เป็นเสียงวี้ดเวลาหายใจ อาจได้ยินชัดตอนหายใจออก
  • หายใจลำบาก เช่น หายใจไม่ทัน หอบ หายใจออกลำบาก หรือหายใจเร็วกว่าปกติ
  • แน่นหน้าอก อาจรู้สึกเจ็บ หนัก หรือมีอะไรกดทับ

MedlinePlus (หน้า Asthma) ระบุด้วยว่าบางคนมีอาการหวีดหรือไอเป็นอาการหลัก อาการอื่นที่ระบุ ได้แก่ ไอมีหรือไม่มีเสมหะก็ได้ และรูปแบบการหายใจผิดปกติที่หายใจออกนานกว่าหายใจเข้าเกินสองเท่า คำแนะนำของบทความ: ผู้ใหญ่ที่ไอเรื้อรังตอนกลางคืนแม้ไม่มีเสียงหวีด ให้เล่าอาการนี้ให้แพทย์ฟังด้วย อ่านสาเหตุอื่นของไอกลางคืนได้ที่ ไอตอนกลางคืนเกิดจากอะไร

ผู้ใหญ่เพิ่งเป็นหอบหืดได้ไหม หอบหืดเกิดจากอะไร

ได้ NHS ระบุว่าหอบหืดมักเริ่มในเด็ก แต่เกิดได้ทุกวัย NHLBI ระบุว่าบางคนไม่มีอาการจนเป็นผู้ใหญ่ เรียกว่า หอบหืดที่เริ่มในวัยผู้ใหญ่ และในผู้ใหญ่ หอบหืดพบในผู้หญิงมากกว่า

NHS ระบุว่ายังไม่เข้าใจสาเหตุทั้งหมด แต่โอกาสเป็นหอบหืดสูงขึ้นถ้า

  • มีโรคภูมิแพ้ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ จมูกอักเสบจากละอองเกสร หรือแพ้อาหาร
  • คนในครอบครัวเป็นหอบหืด จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือภูมิแพ้
  • คลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดน้อย
  • วัยเด็กสัมผัสมลพิษทางอากาศสูงหรือควันบุหรี่
  • วัยเด็กเคยป่วยโรคที่กระทบการหายใจ เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ หรือครูป
  • น้ำหนักเกิน

หอบหืดจากการทำงาน (occupational asthma) NHS ระบุว่าหอบหืดเกิดจากการหายใจเอาสารบางอย่างในที่ทำงาน เช่น สารเคมีบางชนิด ได้ด้วย MedlinePlus ยกตัวอย่างสิ่งกระตุ้นในที่ทำงาน ได้แก่ ฝุ่นไม้ ฝุ่นเมล็ดธัญพืช รังแคสัตว์ เชื้อรา และสารเคมี และ NHLBI ระบุว่าเมื่อร่างกายไวต่อสารนั้นแล้ว แม้สัมผัสปริมาณน้อยก็อาจกระตุ้นอาการรุนแรงได้ ผู้ใหญ่ที่อาการดีขึ้นช่วงวันหยุดและแย่ลงเมื่อกลับไปทำงาน ควรบอกแพทย์เรื่องงานที่ทำ (คำแนะนำของบทความ)

สิ่งกระตุ้นหอบหืดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

MedlinePlus ระบุสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ สัตว์ (ขนหรือรังแค) ไรฝุ่น ยาบางตัว (เช่น แอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด) อากาศเปลี่ยน (ส่วนใหญ่เป็นอากาศเย็น) สารเคมีในอากาศหรือในอาหาร การออกแรง เชื้อรา ละอองเกสร การติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หวัด อารมณ์รุนแรงหรือความเครียด และควันบุหรี่หรือสิ่งที่สูบ ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิแพ้กับหอบหืดอ่านได้ที่ หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันไหม

ตรวจสมรรถภาพปอดยืนยันหอบหืดอย่างไร

แพทย์วินิจฉัยจากอาการร่วมกับการตรวจสมรรถภาพปอด TAC 2568 ระบุว่าให้ยืนยันความผิดปกติของสมรรถภาพปอดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เช่น

  • วัดค่าการเป่าลมสูงสุด (PEFR) วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ถ้าค่าแกว่งตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป สนับสนุนการวินิจฉัย
  • สไปโรเมตรีร่วมกับการทดสอบยาขยายหลอดลม ค่า FEV1 (ปริมาตรลมที่เป่าออกในวินาทีแรก) เพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละ 12 และ 200 มล. หลังสูดยาขยายหลอดลม 10–15 นาที หรือหลังรักษา 4 สัปดาห์
  • การทดสอบความไวของหลอดลม เช่น การกระตุ้นด้วยสารเมทาโคลีน หรือการออกกำลังกาย

NHS ระบุว่าแพทย์หรือพยาบาลจะซักถามและฟังเสียงปอด อาจตรวจการหายใจอย่างง่าย บางครั้งตรวจเลือด และอาจให้เครื่องวัดค่าการเป่าลมสูงสุดไปใช้ที่บ้านไม่กี่สัปดาห์ NHS ระบุด้วยว่าการวินิจฉัยอาจใช้เวลา เพราะอาการขึ้นลงตามเวลา และปัญหาการหายใจมีได้หลายสาเหตุ ถ้าน่าจะเป็นหอบหืด แพทย์อาจให้ลองยาหอบหืดดูว่าอาการตอบสนองหรือไม่

MedlinePlus ระบุว่าเอกซเรย์ปอดหรือซีทีทรวงอกใช้เพื่อดูโรคอื่นเป็นหลัก เพราะผู้ที่หอบกำเริบมักมีเอกซเรย์ปอดปกติ และอาจตรวจภูมิแพ้ด้วยการทดสอบผิวหนังหรือตรวจเลือด

ความเชื่อที่พบบ่อย: หอบหืดไม่อันตราย เป็นแล้วหายเองได้ จริงไหม

ไม่จริงทั้งสองข้อ

  • อันตรายได้: NHS ระบุว่าหอบหืดกำเริบคือภาวะที่อาการรุนแรงและหายใจลำบาก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต MedlinePlus ระบุภาวะแทรกซ้อนไว้ตั้งแต่นอนไม่พอเพราะอาการตอนกลางคืน ไอต่อเนื่อง สมรรถภาพปอดเปลี่ยนถาวร ไปจนถึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและเสียชีวิต
  • ยังรักษาให้หายไม่ได้: NHS ระบุว่าปัจจุบันยังรักษาให้หายไม่ได้ แต่ถ้ารักษาดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องอาการ NHS ระบุว่าหอบหืดมักเป็นโรคที่อยู่ไปตลอดชีวิต แม้หอบหืดในเด็กเล็กบางครั้งหายไปเมื่อโตเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่
  • คนไทยจำนวนมากยังคุมโรคได้ไม่ดี: TAC 2568 ระบุว่าผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทยประมาณร้อยละ 50 ยังควบคุมโรคได้ไม่ดี และยังไม่ได้รับยาพ่นสูดสเตียรอยด์อย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง

หอบหืดควบคุมได้ด้วยยาต่อเนื่อง ทำไมห้ามหยุดยาเอง

ยาหลักคือยาสูดผ่านอุปกรณ์พ่นยา NHS ระบุว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ ยาสูดได้ผลดีในการลดหรือป้องกันอาการ แพทย์จะเลือกแบบใดแบบหนึ่งตามความรุนแรง ได้แก่ ยาสูดที่ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ ยาสูดที่ใช้ทุกวันและใช้เมื่อมีอาการด้วย หรือยาควบคุมอาการใช้ทุกวันแยกกับยาบรรเทาอาการ รายละเอียดอยู่ที่ ยาพ่นหอบหืดมีกี่แบบ

MedlinePlus (หน้า Asthma - control drugs ทบทวน 27 ก.พ. 2569) ระบุว่ายาควบคุมต้องใช้ทุกวันจึงได้ผลเต็มที่ ใช้ต่อแม้รู้สึกสบายดี และอาจต้องใช้อย่างน้อย 1 เดือนกว่าจะรู้สึกผลเต็มที่ NHS (หน้ายาสูดเบโคลเมทาโซน) ระบุว่าถ้าหยุดยาควบคุมกะทันหัน อาการหายใจอาจกลับมา ห้ามหยุดยาเองโดยไม่คุยกับแพทย์หรือพยาบาลก่อน

นอกจากยา NHS แนะนำให้พกยาพ่นติดตัวเสมอ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่สูบบุหรี่ และรับวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพราะไวรัสอย่างไข้หวัดใหญ่ทำให้อาการหอบหืดแย่ลงได้ และ NHS ระบุว่าควรตรวจติดตามอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อดูผลการรักษา วิธีพ่นยา และปรับแผนปฏิบัติตัว

มีอาการแบบนี้ ควรพบแพทย์เมื่อไร

พบแพทย์ตามนัดปกติ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS จัดเป็นคำแนะนำไม่เร่งด่วน)

  • มีอาการที่อาจเป็นหอบหืด
  • เป็นหอบหืดอยู่แล้ว แต่ยาไม่ช่วย ต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น หรืออยากได้คำแนะนำเรื่องวิธีพ่นยา
  • อาการไม่ดีขึ้น ทำให้ทำกิจวัตรตามปกติไม่ได้ หรือตื่นกลางดึก

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันที)

  • หอบกำเริบแล้วต้องใช้ยามากกว่าที่แพทย์แนะนำ
  • อาการโดยรวมไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาประจำตามแผน (นอกช่วงหอบกำเริบ)
  • เหนื่อยขณะพูด
  • ค่าการเป่าลมสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 50–80 ของค่าดีที่ตัวเองเคยทำได้

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS และ MedlinePlus จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)

  • หอบกำเริบแล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
  • ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
  • เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก
  • ริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา
  • สับสน ง่วงซึม หรือตอบสนองน้อยกว่าปกติ
  • ค่าการเป่าลมสูงสุดต่ำกว่าร้อยละ 50 ของค่าดีที่ตัวเองเคยทำได้

MedlinePlus หน้า Asthma จัดอาการ "แย่ลงหรือไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษา" ไว้ในกลุ่มติดต่อแพทย์ทันที แต่ NHS ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อแย่ลงระหว่างหอบกำเริบ บทความนี้จึงจัดอาการแย่ลงระหว่างหอบกำเริบไว้ในรายการ 1669 ตามระดับที่เร็วกว่า วิธีรับมือระหว่างรอรถพยาบาลอ่านได้ที่ หอบหืดกำเริบเฉียบพลัน อาการหนักแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องหอบหืด: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการหอบหืดลดลง หรือทำให้ค่าสมรรถภาพปอดดีขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาสูดควบคุมอาการ ยาพ่นบรรเทาอาการ หรือการตรวจสมรรถภาพปอด ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาพ่นหอบหืดตามใบสั่งแพทย์ ห้ามหยุด ลด หรือเว้นยาเอง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-อาร์จินีน 92.20 มก. (184.4 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานอาร์จินีนกับหอบหืด ภูมิแพ้ หรือหวัดในคนที่ใช้ได้ งานในคนส่วนใหญ่เป็นเรื่องความดันและหลอดเลือด งานรวม 22 การทดลองพบว่าขนาดที่เห็นผลต่อความดันตัวบนคือวันละ 4 กรัมขึ้นไป มากกว่าในแคปซูลราว 22 เท่า (คำนวณ) ข้อมูลนี้ใช้เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย ไม่ใช่สรรพคุณ เพราะ MSKCC ระบุว่าอาร์จินีนอาจลดความดันเสริมกับยาลดความดัน และงาน VINTAGE MI ที่ใช้วันละ 9 กรัม (ราว 49 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน พบการเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอก
  • ผงบร็อคโคลี 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในคนที่เกี่ยวกับหอบหืดโดยตรงคืองานในผู้ใหญ่หอบหืดที่แพ้สารก่อภูมิแพ้ในบ้าน 40 คน ให้กินยอดบร็อคโคลีสดวันละ 100 กรัม นาน 3 วัน เทียบกับยอดอัลฟัลฟา พบว่าซัลโฟราเฟนในเลือดสูงขึ้น แต่ไม่ลดการอักเสบของหลอดลม และอาการกับสมรรถภาพปอดไม่ดีขึ้น ยอดสด 100 กรัมมากกว่าผงในแคปซูลราว 1,000 เท่าโดยน้ำหนัก (คำนวณ) แต่ของสดกับผงแห้งเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และฉลากไม่ระบุว่าเป็นผงจากยอดอ่อนหรือไม่ และไม่ระบุปริมาณซัลโฟราเฟน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสูดหรือยาพ่นหอบหืดทั้งยาควบคุมและยาบรรเทาอาการ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก หรือต้องนั่งงอตัวโน้มไปข้างหน้าเพื่อหายใจ
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น ริมฝีปาก หรือเล็บ เปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสนขึ้นมาทันที ง่วงซึม ตอบสนองน้อยกว่าปกติ หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) และปอดอักเสบ (ทบทวน 17 ก.ค. 2569) และหน้าสัญญาณหอบหืดกำเริบของ MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ซึ่งให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ส่วนหน้าอาการไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดการไอเป็นเลือดไว้เป็นนัดพบแพทย์ด่วน บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้แล้วโทร 1669 และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

หอบหืดอาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร

TAC 2568 ระบุอาการสำคัญ 4 อย่าง คือ ไอ หายใจเสียงดังหวีด เหนื่อยหอบ และแน่นหน้าอก มักเป็นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด ถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ อากาศเย็น การออกกำลังกาย หรือการติดเชื้อไวรัส และอาการขึ้นลงตามช่วงเวลา บางคนมีแค่อาการไอเป็นหลัก

ผู้ใหญ่เป็นหอบหืดตอนโตได้ไหม

ได้ NHS ระบุว่าหอบหืดมักเริ่มในเด็กแต่เกิดได้ทุกวัย NHLBI เรียกว่าหอบหืดที่เริ่มในวัยผู้ใหญ่ และสารบางอย่างในที่ทำงาน เช่น สารเคมีหรือฝุ่นบางชนิด ทำให้เกิดหอบหืดได้

หอบหืดเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่ายังไม่เข้าใจสาเหตุทั้งหมด แต่โอกาสสูงขึ้นในผู้ที่มีภูมิแพ้ คนในครอบครัวเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ วัยเด็กสัมผัสควันบุหรี่หรือมลพิษ คลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักเกิน ส่วนอาการกำเริบถูกกระตุ้นได้จากภูมิแพ้ ควัน อากาศเย็น การออกกำลังกาย และการติดเชื้อ

หอบหืดอันตรายไหม

อันตรายได้ NHS ระบุว่าหอบหืดกำเริบอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่การรักษาที่ถูกต้องลดความเสี่ยงได้ ผู้ป่วยไทยราวครึ่งหนึ่งยังคุมโรคได้ไม่ดีตาม TAC 2568 จึงควรใช้ยาต่อเนื่องตามแพทย์สั่งและห้ามหยุดยาเอง

ตรวจหอบหืดต้องตรวจอะไร

TAC 2568 ระบุให้ยืนยันด้วยการตรวจสมรรถภาพปอด เช่น วัดค่าการเป่าลมสูงสุดวันละ 2 ครั้ง นาน 2 สัปดาห์ หรือสไปโรเมตรีก่อนและหลังสูดยาขยายหลอดลม หรือการทดสอบความไวของหลอดลม NHS ระบุว่าการวินิจฉัยอาจใช้เวลาเพราะอาการขึ้นลง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท