บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันไหม ทำไมคนเป็นภูมิแพ้จมูกจึงเสี่ยงหอบหืด

คำตอบสั้น: ต่างกัน แต่เกี่ยวข้องกันมาก ภูมิแพ้ (allergy) ตามคำอธิบายของ NHS คือร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย เช่น ละอองเกสร ฝุ่น อาหาร หรือสัตว์ ส่วนหอบหืดคือโรคเรื้อรังที่หลอดลมอักเสบและตีบแคบจนหายใจลำบาก ผู้มีภูมิแพ้มีโอกาสเป็นหอบหืดสูงขึ้นตามที่ NHS ระบุ และ TAC 2568 อ้างการศึกษาในไทยว่าร้อยละ 86 ของผู้ป่วยโรคหืดเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นหอบหืดจะมีภูมิแพ้

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ภูมิแพ้คือปฏิกิริยาต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย ส่วนหอบหืดคือโรคของหลอดลม คนหนึ่งเป็นได้ทั้งสองอย่าง
  • ผู้ป่วยหืดไทยร้อยละ 86 มีจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วม จากการศึกษา AROCOT ที่ TAC 2568 อ้างถึง
  • ไม่ใช่หอบหืดทุกรายเกี่ยวกับภูมิแพ้ MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วยหอบหืดหลายคนมีประวัติภูมิแพ้ แต่บางคนไม่มี
  • TAC 2568 ระบุว่าการดูแลโรคร่วม เช่น จมูกอักเสบภูมิแพ้ ให้ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้คุมโรคหืดได้ดีขึ้น
  • กรรมพันธุ์มีส่วน คนในครอบครัวเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ทำให้โอกาสสูงขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเป็น
  • สัตว์เลี้ยงและไรฝุ่น เป็นสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยในผู้ที่แพ้สิ่งเหล่านี้

หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร

ภูมิแพ้เป็นกลไกการตอบสนอง หอบหืดเป็นโรคของอวัยวะ NHS (หน้า Allergies ทบทวน 5 มี.ค. 2569) อธิบายว่าภูมิแพ้คือการที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย อาการอาจเบา แต่บางคนรุนแรงมาก ภูมิแพ้จึงแสดงออกได้หลายที่ เช่น จมูก (จมูกอักเสบจากภูมิแพ้) ตา ผิวหนัง หรือทั้งร่างกาย (แพ้รุนแรง)

หอบหืดเป็นโรคเรื้อรังของหลอดลม MedlinePlus อธิบายว่าทางเดินหายใจในปอดบวมและตีบแคบ จนหายใจมีเสียงหวีด หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก และไอ สิ่งที่กระตุ้นอาการมีทั้งสารก่อภูมิแพ้และสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับภูมิแพ้ เช่น อากาศเย็น การออกแรง ควันบุหรี่ การติดเชื้อ และความเครียด

ความเชื่อที่พบบ่อย: เป็นภูมิแพ้เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ จริงไหม ไม่ตรงกับคำอธิบายของ NHS ซึ่งอธิบายภูมิแพ้ว่าเป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่เป็นอันตราย ไม่ได้อธิบายว่าเกิดจากภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

หอบหืดจากภูมิแพ้กับหอบหืดที่ไม่เกี่ยวกับภูมิแพ้ ต่างกันอย่างไร

NHLBI (หน้า Asthma Causes ปรับปรุง 17 เม.ย. 2567) ระบุว่าหอบหืดโดยทั่วไปเป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง และผู้ป่วยหอบหืดมักมีภูมิแพ้ชนิดอื่นร่วม เช่น แพ้อาหารหรือละอองเกสร ส่วนหน้าการรักษาของ NHLBI ระบุว่าหอบหืดจากภูมิแพ้ (allergic asthma) มักเริ่มตั้งแต่อายุน้อย หายใจลำบากเมื่ออยู่ใกล้สารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสร ไรฝุ่น หรือเชื้อรา และการรักษาโดยทั่วไปรวมถึงยาสูดสเตียรอยด์

อีกด้านหนึ่ง MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วยหอบหืดหลายคนมีประวัติภูมิแพ้ของตัวเองหรือในครอบครัว เช่น จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือผื่นผิวหนังอักเสบ แต่บางคนไม่มีประวัติภูมิแพ้เลย ปัจจัยอื่นที่แหล่งระบุและไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ ได้แก่ สารเคมีหรือฝุ่นในที่ทำงาน (NHS และ MedlinePlus) ยาบางตัวและควันบุหรี่ (MedlinePlus) และน้ำหนักเกิน ซึ่ง NHLBI ระบุว่าเพิ่มโอกาสเป็นหอบหืดหรือทำให้อาการแย่ลง

ในหน้าการดูแลหอบหืดชนิดรุนแรง TAC 2568 แบ่งชนิดตามลักษณะการอักเสบ (เช่น ชนิด Type 2 ที่มักมีเม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลสูง) เพื่อเลือกยา และระบุว่าผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชนิด Type 2 high การแบ่งแบบนี้แพทย์เป็นผู้ประเมิน คำแนะนำของบทความ: ให้จดว่าอาการกำเริบเมื่อเจออะไร แล้วเล่าให้แพทย์ฟัง อ่านอาการหอบหืดในผู้ใหญ่ได้ที่ หอบหืดอาการเริ่มต้นในผู้ใหญ่

ทำไมคนเป็นภูมิแพ้จมูกจึงเสี่ยงหอบหืด

แหล่งที่เปิดตรวจแสดงว่าสองโรคนี้มักมาด้วยกัน แต่ไม่ได้อธิบายกลไกให้ผู้อ่านทั่วไปโดยละเอียด ข้อมูลที่มีคือ

  • NHS (หน้า Asthma) ระบุว่าคุณมีโอกาสเป็นหอบหืดสูงขึ้นถ้ามีภูมิแพ้ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ จมูกอักเสบจากละอองเกสร หรือแพ้อาหาร
  • TAC 2568 อ้างการศึกษาในประเทศไทย (AROCOT) ว่าร้อยละ 86 ของผู้ป่วยโรคหืดเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้
  • TAC 2568 ระบุว่าโรคร่วมอย่างจมูกอักเสบภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดหืดกำเริบในอนาคต
  • NHS (หน้า Allergic rhinitis ทบทวน 8 ม.ค. 2569) ให้ผู้ที่เป็นทั้งจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และหอบหืด ไปพบแพทย์ถ้าหอบหืดแย่ลง

แนวทางสากลเรื่องจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีชื่อว่า ARIA ซึ่งย่อมาจาก Allergic Rhinitis and its Impact on Asthma (ฉบับปรับปรุงตีพิมพ์ปี 2563) ชื่อแนวทางแปลตรงตัวว่า จมูกอักเสบจากภูมิแพ้และผลต่อหอบหืด แต่บทคัดย่อที่เปิดตรวจไม่ได้ให้รายละเอียดยา บทความนี้จึงไม่ยกคำแนะนำจาก ARIA และไม่ได้อ้างแนวทาง GINA เพราะไม่ได้เปิดอ่านฉบับเต็มในงานนี้ อาการของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อ่านได้ที่ ภูมิแพ้จมูกอาการเป็นอย่างไร

คุมภูมิแพ้จมูกให้ดี ช่วยให้คุมหอบหืดง่ายขึ้นจริงไหม

TAC 2568 ระบุไว้เช่นนั้น ในหัวข้อการดูแลผู้ป่วยโรคหืดที่มีโรคร่วม TAC เขียนว่า การรักษาผู้ป่วยโรคหืดที่มีโรคร่วมและภาวะพิเศษต่าง ๆ ให้ถูกต้องและเหมาะสม จะส่งผลให้โรคหืดควบคุมได้ดีขึ้น รวมถึงอาจทำให้สมรรถภาพปอดดีขึ้นได้

สำหรับผู้ป่วยหืดที่มีภูมิแพ้จมูก TAC 2568 ระบุแนวทางไว้ดังนี้

  • ใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ และยาแก้แพ้รุ่นใหม่ชนิดไม่ง่วง
  • ผู้ที่มีอาการมากควรพิจารณาส่งต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • พิจารณาเพิ่มการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้แบบอมใต้ลิ้น (SLIT) ในผู้ป่วยหืดที่แพ้ไรฝุ่นและมีจมูกอักเสบ ซึ่งมีค่า FEV1 ตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป

การเลือกยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูกอยู่แล้ว ให้ใช้ต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาพ่นจมูกหรือยาสูดหอบหืดเองเมื่ออาการดีขึ้น วิธีใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์อ่านได้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ใช้อย่างไร

สัตว์เลี้ยงและไรฝุ่นกับหอบหืด เลี้ยงแมวแล้วเป็นหอบหืดได้ไหม

สัตว์และไรฝุ่นเป็นสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยในผู้ที่แพ้ MedlinePlus ระบุว่าสัตว์ (ขนหรือรังแค) และไรฝุ่นอยู่ในรายการสิ่งกระตุ้นหอบหืดที่พบบ่อย NHS ยกตัวอย่างการสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ละอองเกสร ฝุ่น เชื้อรา หรือสัตว์ ว่ากระตุ้นอาการได้

ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุว่าการเลี้ยงแมวทำให้คนทั่วไปเป็นหอบหืด สิ่งที่แหล่งพูดถึงคือ ผู้ที่แพ้สัตว์อยู่แล้วจะมีอาการเมื่อสัมผัส MedlinePlus (หน้า Stay away from asthma triggers ทบทวน 14 ม.ค. 2569) แนะนำว่า

  • ถ้าเป็นไปได้ ให้เลี้ยงสัตว์ที่มีขนหรือขนนกไว้นอกบ้าน ถ้าอยู่ในบ้าน อย่าให้เข้าห้องนอน และอย่าให้ขึ้นเฟอร์นิเจอร์บุผ้าหรือพรม
  • ล้างมือและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเล่นกับสัตว์
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA

สำหรับไรฝุ่น MedlinePlus แนะนำให้หุ้มที่นอนและหมอนด้วยผ้าคลุมกันไรฝุ่น ซักเครื่องนอนและหมอนสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำร้อน 54–60 องศาเซลเซียส ใช้ผ้าเปียกเช็ดฝุ่นและดูดฝุ่นสัปดาห์ละครั้ง และเก็บตุ๊กตาออกจากเตียง อ่านอาการแพ้แมวได้ที่ แพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร

หอบหืดเป็นกรรมพันธุ์ไหม พ่อแม่เป็น ลูกจะเป็นไหม

กรรมพันธุ์เพิ่มโอกาส แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็น แหล่งที่เปิดตรวจระบุว่า

  • NHS ระบุว่าโอกาสเป็นหอบหืดสูงขึ้นถ้าคนอื่นในครอบครัวเป็นหอบหืด จมูกอักเสบจากละอองเกสร ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือภูมิแพ้
  • NHLBI ระบุประวัติครอบครัว เช่น พ่อหรือแม่เป็นหอบหืด (โดยเฉพาะแม่) เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่อาจทำงานร่วมกัน และระบุว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงอาจป้องกันหอบหืดไม่ได้
  • NHS (หน้า Allergic rhinitis) ระบุว่าโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงขึ้นถ้าคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือหอบหืด

ปัจจัยที่ไม่ใช่กรรมพันธุ์ที่ NHS และ NHLBI ระบุ ได้แก่ การสัมผัสควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศในวัยเด็ก การติดเชื้อไวรัสที่กระทบการหายใจ น้ำหนักเกิน และสารในที่ทำงาน ครอบครัวที่มีเด็กและมีคนเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ NHLBI แนะนำขั้นตอนที่อาจช่วย เช่น ดูแลบ้านไม่ให้อับชื้นและมีเชื้อรา เลี่ยงมลพิษทางอากาศเท่าที่ทำได้ และใช้ชีวิตแบบสุขภาพดี MedlinePlus ระบุว่าไม่ควรมีใครสูบบุหรี่ในบ้าน รายละเอียดเรื่องภูมิแพ้กับกรรมพันธุ์อ่านได้ที่ ภูมิแพ้เป็นกรรมพันธุ์ไหม

มีภูมิแพ้จมูก ต้องสังเกตอะไรว่าอาจเริ่มเป็นหอบหืด

คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่เป็นภูมิแพ้จมูกอยู่แล้ว ให้สังเกตอาการทางหลอดลมตามที่ TAC 2568 ระบุ ได้แก่ ไอ หายใจมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก โดยเฉพาะถ้าเป็นตอนกลางคืนหรือเช้ามืด หรือเป็นหลังเจอสิ่งที่แพ้ อากาศเย็น หรือออกกำลังกาย ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้บอกแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจสมรรถภาพปอด

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS และ MedlinePlus จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)

  • หายใจลำบากมาก เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยาก
  • หอบกำเริบแล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้
  • ริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา
  • สับสน หรือตอบสนองน้อยกว่าปกติ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องหอบหืดและภูมิแพ้: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการภูมิแพ้จมูกหรือหอบหืดลดลง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาแก้แพ้ ยาสูดหอบหืด หรือการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ที่แพทย์พิจารณา ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นี้ ควรเลี่ยง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานในคนเรื่องภูมิแพ้หรือหอบหืด งานในคนที่มีเป็นเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีขนาดเล็กและผลขัดกัน งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คนใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างกัน และงานนี้ได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต ส่วนงานในห้องฉุกเฉินสหรัฐปี 2563 ไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ NCCIH (ปรับปรุง พ.ย. 2567) ระบุว่าหลักฐานยังเป็นเบื้องต้น และผลดิบหรือยังไม่สุก รวมถึงใบและลำต้น มีสารที่สร้างไซยาไนด์ได้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิต้านตนเองหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ข้อนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป เพราะไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุข้อห้ามเฉพาะของเอลเดอร์เบอร์รี่
  • เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. หรือเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (ราว 2 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานที่ใช้ได้เรื่องเบต้าแคโรทีนกับภูมิแพ้หรือหอบหืด ข้อมูลในคนที่สำคัญเป็นด้านความปลอดภัย งาน ATBC ในชายสูบบุหรี่ 29,133 คน ที่ใช้เบต้าแคโรทีนวันละ 20 มก. (ราว 10 เท่า คำนวณ) พบมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และงาน CARET ที่ใช้วันละ 30 มก. ร่วมกับเรตินอล (ราว 15 เท่า คำนวณ) ในผู้สูบหรือเคยสูบบุหรี่และคนงานที่สัมผัสแร่ใยหิน ต้องหยุดการศึกษาก่อนกำหนด ไม่มีงานที่บอกว่าขนาด 2 มก. ต่อวันปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในคนสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบหรือเคยสูบบุหรี่จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสูดหรือยาพ่นหอบหืดทั้งยาควบคุมและยาบรรเทาอาการ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก หรือต้องนั่งงอตัวโน้มไปข้างหน้าเพื่อหายใจ
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น ริมฝีปาก หรือเล็บ เปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสนขึ้นมาทันที ง่วงซึม ตอบสนองน้อยกว่าปกติ หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) และปอดอักเสบ (ทบทวน 17 ก.ค. 2569) และหน้าสัญญาณหอบหืดกำเริบของ MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ซึ่งให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ส่วนหน้าอาการไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดการไอเป็นเลือดไว้เป็นนัดพบแพทย์ด่วน บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้แล้วโทร 1669 และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันอย่างไร

NHS อธิบายภูมิแพ้ว่าเป็นการที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย ส่วนหอบหืดคือโรคเรื้อรังที่หลอดลมอักเสบและตีบแคบจนหายใจลำบาก คนหนึ่งเป็นได้ทั้งสองอย่าง และผู้มีภูมิแพ้มีโอกาสเป็นหอบหืดสูงขึ้น

เป็นภูมิแพ้จมูก จะกลายเป็นหอบหืดไหม

ไม่ใช่ทุกคน แต่สองโรคนี้มักมาด้วยกัน TAC 2568 อ้างการศึกษาในไทยว่าร้อยละ 86 ของผู้ป่วยโรคหืดเป็นจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วม ถ้ามีไอ หายใจมีเสียงหวีด หรือแน่นหน้าอก ให้บอกแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจสมรรถภาพปอด

หอบหืดเป็นกรรมพันธุ์ไหม

ประวัติครอบครัวเพิ่มโอกาส NHS ระบุว่าโอกาสสูงขึ้นถ้าคนในครอบครัวเป็นหอบหืด ภูมิแพ้ หรือผื่นผิวหนังอักเสบ และ NHLBI ระบุว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ควันบุหรี่ มลพิษ และการติดเชื้อไวรัส จึงไม่ได้แปลว่าลูกต้องเป็น

หอบหืดเกิดจากแมวได้ไหม

ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุว่าแมวทำให้คนทั่วไปเป็นหอบหืด แต่สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยในผู้ที่แพ้ MedlinePlus แนะนำไม่ให้สัตว์เข้าห้องนอน ล้างมือและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเล่นกับสัตว์

รักษาภูมิแพ้จมูกช่วยเรื่องหอบหืดไหม

TAC 2568 ระบุว่าการดูแลโรคร่วมอย่างจมูกอักเสบภูมิแพ้ให้ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้คุมโรคหืดได้ดีขึ้น โดยแนะนำยาพ่นจมูกสเตียรอยด์และยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง การเลือกยาให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน และห้ามหยุดยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท