เกี่ยวกับ Beta X Plus
ตรวจภูมิแพ้ Skin test กับเจาะเลือด ต่างกันอย่างไร ต้องงดยาก่อนไหม
คำตอบสั้น: การตรวจภูมิแพ้ที่ใช้บ่อยมี 2 แบบ คือ สะกิดผิวหนัง (skin prick test) ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่ามักรู้ผลใน 15–20 นาที และการเจาะเลือดหา IgE จำเพาะ ซึ่งใช้เมื่อทดสอบผิวหนังไม่ได้ ยาแก้แพ้ทำให้ผลทดสอบผิวหนังผิดไป แพทย์จะบอกว่าต้องงดยาตัวไหน และงดเมื่อไร ห้ามงดยาเอง และห้ามหยุดยาพ่นหอบหืดหรือยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ผลบวกไม่ได้แปลว่าแพ้จริงเสมอ แพทย์ต้องดูร่วมกับอาการ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NHS ระบุการตรวจภูมิแพ้ที่อาจใช้ ได้แก่ สะกิดผิวหนัง ตรวจเลือด และให้กินอาหารที่สงสัยทีละน้อยภายใต้การดูแล
- ทดสอบผิวหนังแบบสะกิด: หยดสารก่อภูมิแพ้บนผิว แล้วสะกิดเบา ๆ MedlinePlus ระบุว่ามักรู้ผลใน 15–20 นาที เจ็บเล็กน้อย
- ตรวจเลือด: เจาะเลือดจากแขนครั้งเดียว ตรวจได้แม้ใช้ยาบางชนิดอยู่ MedlinePlus ระบุว่าไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ แต่อาจต้องหยุดยาบางตัวตามที่แพทย์บอก
- MedlinePlus ระบุว่าไม่ต้องหยุดยาที่ไม่ใช่ยาแก้แพ้ เช่น ยาพ่นหอบหืด มอนเทลูคาสต์ และยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ก่อนทดสอบผิวหนัง
- ผลบวกโดยไม่มีอาการเกิดได้ โดยเฉพาะการตรวจอาหาร แพทย์จึงแปลผลร่วมกับอาการเสมอ
ตรวจภูมิแพ้มีกี่แบบ
แบบหลักมี 2 แบบ คือทดสอบทางผิวหนังและตรวจเลือด NHS (ทบทวน 5 มี.ค. 2026) ระบุว่าแพทย์อาจส่งตรวจภูมิแพ้เองหรือส่งต่อคลินิกภูมิแพ้ โดยการตรวจที่อาจได้รับ ได้แก่
- ทดสอบสะกิดผิวหนัง: หยดสารก่อภูมิแพ้ปริมาณเล็กน้อยบนผิว เพื่อดูว่าผิวมีปฏิกิริยาหรือไม่
- ตรวจเลือด
- การกินอาหารแบบพิเศษ: ให้กินอาหารที่สงสัยว่าแพ้ปริมาณเพิ่มขึ้นทีละน้อย เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาหรือไม่ ทำภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
ศิริราชระบุการตรวจที่ใช้กับภูมิแพ้จมูก ได้แก่ ทดสอบผิวหนัง ตรวจ IgE ในเลือด ส่องกล้องจมูก และเอกซเรย์ไซนัส ส่วนการตรวจ IgG ต่ออาหารที่มักเรียกว่า "ภูมิแพ้อาหารแฝง" เป็นคนละเรื่อง อ่านได้ที่ ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ผล IgG เชื่อได้แค่ไหน
Skin prick test ทำอย่างไร เจ็บไหม ใช้เวลาเท่าไร
ทำที่แขนหรือหลัง สะกิดตื้น ๆ แล้วรอดูผลราว 15–20 นาที MedlinePlus (ทบทวน 20 ม.ค. 2026) อธิบายขั้นตอนไว้ดังนี้
- หยดสารที่อาจเป็นสาเหตุ (สารก่อภูมิแพ้) ปริมาณเล็กน้อยบนผิว ส่วนใหญ่ที่ท้องแขนหรือหลัง
- สะกิดผิวเบา ๆ ให้สารเข้าไปใต้ผิวชั้นบน
- แพทย์หรือพยาบาลเฝ้าดูว่ามีบวม แดง หรือปฏิกิริยาอื่นหรือไม่ ผลมักเห็นได้ภายใน 15–20 นาที
- ทดสอบได้หลายสารพร้อมกัน ใช้ได้ทั้งกับการแพ้อาหารและสารในสิ่งแวดล้อม
ความรู้สึก: MedlinePlus ระบุว่าอาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยตอนสะกิด จุดที่ให้ผลบวกจะแดง คัน และนูนคล้ายยุงกัด บางคนอาจคันตัว คัดจมูก ตาแดงน้ำตาไหล หรือมีผื่น ถ้าแพ้สารที่ทดสอบ
ความเสี่ยง: ในกรณีที่พบน้อยมาก อาจเกิดอาการแพ้รุนแรงทั้งตัว (anaphylaxis) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต MedlinePlus ระบุว่าพบได้น้อยมากกับการทดสอบผิวหนัง และผู้ทดสอบจะเตรียมพร้อมรับมือไว้
การทดสอบผิวหนังแบบอื่น
MedlinePlus ระบุอีก 2 แบบ
- ฉีดเข้าในผิวหนัง (intradermal): ฉีดสารปริมาณน้อยเข้าในผิว มักใช้ตรวจแพ้พิษผึ้งหรือเพนิซิลลิน หรือเมื่อทดสอบแบบสะกิดเป็นลบแต่แพทย์ยังสงสัย ไม่ใช้ตรวจแพ้อาหาร เพราะผลบวกลวงสูงและเสี่ยงแพ้รุนแรง
- ปิดแผ่นทดสอบ (patch test): ใช้หาสาเหตุของผื่นที่เกิดหลังผิวสัมผัสสาร ปิดสารไว้บนผิว 48 ชั่วโมง แล้วอ่านผลที่ 72–96 ชั่วโมง
ตรวจเลือดหา IgE เฉพาะ ต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร
การตรวจเลือดวัดแอนติบอดีชนิด IgE ซึ่งร่างกายสร้างเมื่อเกิดภูมิแพ้ MedlinePlus (หน้า Allergy Blood Test ปรับปรุง 19 พ.ย. 2024) อธิบายว่ามี 2 แบบ
- IgE รวม (total IgE): วัด IgE ทั้งหมดในเลือด ถ้าสูงแปลว่าอาจมีภูมิแพ้บางอย่าง แต่ไม่บอกว่าแพ้อะไร หรือแพ้รุนแรงแค่ไหน
- IgE จำเพาะ (specific IgE): วัด IgE ที่ร่างกายสร้างต่อสารก่อภูมิแพ้ทีละตัว ต้องตรวจแยกสำหรับแต่ละสาร ถ้าสูงแปลว่าอาจแพ้สารนั้น แต่ปริมาณ IgE ไม่ได้บอกว่าจะแพ้รุนแรงแค่ไหน
ใครที่แพทย์มักเลือกตรวจเลือดแทน MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจสั่งตรวจเลือด ถ้าทดสอบผิวหนังไม่ได้ เช่น
- มีโรคผิวหนังบางชนิด
- ใช้ยาบางตัวที่ทำให้ผลทดสอบผิวหนังผิดไป
- มีโอกาสแพ้รุนแรงต่อสารที่ใช้ทดสอบผิวหนัง
- เด็กเล็ก ที่การทดสอบผิวหนังอาจทำให้ไม่สบายตัวเกินไป
ขั้นตอน: เจาะเลือดจากหลอดเลือดที่แขนด้วยเข็มเล็ก ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที อาจเจ็บหรือช้ำเล็กน้อยตรงจุดที่เจาะ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
- ทดสอบผิวหนัง: รู้ผลในวันเดียวภายใน 15–20 นาที ทดสอบหลายสารได้พร้อมกัน แต่ยาแก้แพ้ทำให้ผลผิดไป และต้องทำในสถานที่ที่รับมือการแพ้รุนแรงได้
- ตรวจเลือด: เจาะครั้งเดียว ใช้ได้เมื่อทดสอบผิวหนังไม่ได้ ต้องรอผลจากห้องแล็บ MedlinePlus ระบุว่าผลบวกลวงเกิดได้ และ IgE ที่สูงอาจเกิดจากการสูบบุหรี่หรือการติดพยาธิด้วย
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน หรือใช้ทดสอบผิวหนังอย่างเดียว ขึ้นกับประวัติและอาการ
ต้องงดยาแก้แพ้กี่วันก่อนตรวจ
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกยา ให้ถามโรงพยาบาลที่จะตรวจ MedlinePlus ระบุว่ายาที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้ ทั้งที่แพทย์สั่งและที่ซื้อเอง ทำให้ผลทดสอบผิวหนังผิดไป แพทย์จะบอกว่าต้องเลี่ยงยาตัวไหน และหยุดเมื่อไร ถ้าอาการหนักจนไม่อยากหยุดยา ให้บอกแพทย์ เพราะอาจเลือกวิธีตรวจแบบอื่นได้
ยาที่ MedlinePlus ระบุว่าไม่ต้องหยุดก่อนทดสอบผิวหนัง ได้แก่ ยาที่ไม่ใช่ยาแก้แพ้ เช่น
- ยาพ่นหรือยาสูดหอบหืด
- มอนเทลูคาสต์
- ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์
สำหรับการตรวจเลือด MedlinePlus ระบุว่าไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ อาจต้องหยุดยาบางตัว เช่น ยาแก้แพ้ ให้บอกแพทย์ถึงยาทุกตัวที่ใช้ และ อย่าหยุดยาใดเองจนกว่าแพทย์จะบอก
ยาบางตัวที่ไม่ได้เรียกว่ายาแก้แพ้ก็อาจมีส่วนผสมของยาแก้แพ้ เช่น ยาแก้หวัดสูตรผสม ซึ่ง NHS ยกเป็นตัวอย่างของยาที่มียาแก้แพ้อยู่ด้วย ให้นำยาทุกตัว รวมถึงอาหารเสริม ไปให้โรงพยาบาลดูก่อนวันตรวจ อ่านเรื่องการใช้ยาแก้แพ้ประจำได้ที่ กินยาแก้แพ้ทุกวันได้ไหม
ผลบวกแปลว่าอะไร ทำไมผลบวกไม่ได้แปลว่าแพ้เสมอ
ผลตรวจบอกว่าร่างกาย "ไว" ต่อสารนั้น แต่การแพ้จริงต้องดูจากอาการในชีวิตจริงด้วย MedlinePlus อธิบายผลทดสอบผิวหนังไว้ดังนี้
- ผลลบ: ผิวไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่แปลว่าไม่ได้แพ้สารนั้น แต่ในกรณีที่พบน้อย คนที่ผลลบก็ยังแพ้ได้
- ผลบวก: เห็นรอยนูนแดงที่เรียกว่า wheal บ่อยครั้งแปลว่าอาการที่เป็นเกิดจากสารนั้น และปฏิกิริยาที่แรงกว่ามักแปลว่าไวต่อสารนั้นมากกว่า
- ผลบวกแต่ไม่มีอาการ: บางคนให้ผลบวกต่อสารหนึ่ง แต่ไม่เคยมีปัญหากับสารนั้นในชีวิตประจำวัน การตรวจภูมิแพ้อาหารมีโอกาสเกิดผลบวกลวงแบบนี้สูง
- ถ้าใช้สารก่อภูมิแพ้ปริมาณมาก แม้คนที่ไม่แพ้ก็อาจให้ผลบวกได้
สำหรับการตรวจเลือด MedlinePlus ระบุว่าผลอาจบอกว่าแพ้ ทั้งที่ไม่ได้แพ้จริง (ผลบวกลวง) ส่วนผลที่บอกว่าไม่แพ้ ทั้งที่แพ้จริง (ผลลบลวง) พบไม่บ่อย
ดังนั้นห้ามงดอาหารหลายอย่างตามผลตรวจเอง NHS เรื่องแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2026) ระบุว่าอย่าตัดอาหารออกจากมื้ออาหารโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ให้นำผลไปคุยกับแพทย์ ซึ่งจะแปลผลร่วมกับประวัติอาการ
ตรวจภูมิแพ้แล้วได้อะไร
ผลตรวจช่วยให้รู้ว่าควรเลี่ยงอะไร และช่วยแพทย์ตัดสินใจเรื่องการรักษาต่อ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะใช้อาการร่วมกับผลทดสอบ แนะนำการปรับวิถีชีวิตเพื่อเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจสั่งทดสอบผิวหนังในผู้ที่มี
- ภูมิแพ้จมูกและหอบหืดที่คุมด้วยยาได้ไม่ดี
- แพ้อาหาร
- ผื่นผิวหนังที่เกิดหลังสัมผัสสาร
- แพ้ยาเพนิซิลลิน
- แพ้พิษแมลง
ในภูมิแพ้จมูกที่ยาคุมอาการไม่ได้ ศิริราชระบุว่าภูมิคุ้มกันบำบัด (วัคซีนภูมิแพ้) เป็นทางเลือกหนึ่ง และ NHS ระบุว่าวิธีนี้ต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ อ่านเพิ่มที่ วัคซีนภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันบำบัด
ตรวจภูมิแพ้เบิกได้ไหม สิทธิ์การรักษาเป็นอย่างไร
แหล่งที่เปิดตรวจในบทความนี้ไม่มีข้อมูลทางการเรื่องการเบิกหรือค่าใช้จ่ายของการตรวจภูมิแพ้ ค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขขึ้นกับสิทธิ์ของแต่ละคนและโรงพยาบาล บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข
วิธีถามให้ได้คำตอบตรง
- ถามแผนกที่จะตรวจหรือฝ่ายสิทธิ์ของโรงพยาบาลว่า การตรวจที่แพทย์สั่งใช้สิทธิ์ของคุณได้หรือไม่ และต้องมีใบส่งตัวหรือไม่
- ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สอบถามสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่สายด่วน 1330
- ผู้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม สิทธิ์ข้าราชการ หรือประกันเอกชน ให้ถามหน่วยงานหรือบริษัทของสิทธิ์นั้นโดยตรง
ความเชื่อที่พบบ่อย
ตรวจครั้งเดียว รู้ครบทุกอย่างที่แพ้ใช่ไหม
ไม่ใช่ การตรวจเลือดหา IgE จำเพาะต้องตรวจแยกทีละสาร และการทดสอบผิวหนังก็ทดสอบเฉพาะสารที่เลือกมา แพทย์จะเลือกสารจากประวัติอาการของคุณ
ผลตรวจเป็นลบ แต่มีอาการ แปลว่าอะไร
อาจเป็นจมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ หรือในกรณีที่พบน้อยตามที่ MedlinePlus ระบุ คือยังแพ้อยู่แม้ผลเป็นลบ อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้อากาศเย็น เจอแอร์แล้วจาม และอาการภูมิแพ้จมูกที่ ภูมิแพ้อากาศอาการเป็นยังไง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (หลักสี่ กรุงเทพฯ) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม · เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น
ก่อนวันตรวจภูมิแพ้: ฉลากไม่มีข้อความเรื่องผู้ใช้ยาประจำตัว แต่บทความนี้แนะนำว่า ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และให้แจ้งโรงพยาบาลว่าใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้อยู่ พร้อมนำกล่องไปให้ดู เพราะแพทย์ต้องรู้ทุกอย่างที่คุณใช้ก่อนตรวจ ส่วนผลิตภัณฑ์นี้มีผลต่อการทดสอบผิวหนังหรือไม่ ไม่พบข้อมูลในแหล่งที่เปิดตรวจ ให้แพทย์ผู้ตรวจเป็นผู้ตัดสินว่าต้องงดหรือไม่
เรื่องการตรวจภูมิแพ้: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผลตรวจภูมิแพ้ดีขึ้น ลดค่า IgE หรือลดการแพ้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
- สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยในคนของเอลเดอร์เบอร์รี่วัดเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ ไม่ได้วัดภูมิแพ้หรือผลตรวจภูมิแพ้ งานในผู้โดยสารเครื่องบินระยะไกล 312 คน (Nutrients 2016) ใช้สารสกัด 600–900 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) จำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก และได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต ส่วนงานในห้องฉุกเฉินสหรัฐ (J Gen Intern Med 2020) ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 87 คน ไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรง NCCIH (พ.ย. 2024) ระบุว่าผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบหรือยังไม่สุก รวมถึงใบและลำต้น มีสารที่ทำให้เกิดไซยาไนด์ ฉลากไม่ระบุชนิดและส่วนของพืชที่ใช้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่า "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หญิงให้นมบุตรฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ใช้ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีอาร์จินีน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิง
- ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิงและสารสกัดม่อน
- ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เป็นโรคภูมิต้านตนเอง หรือได้ยาเคมีบำบัด: ปรึกษาแพทย์ก่อน MSKCC ระบุว่าขิงอาจเปลี่ยนระดับยาทาโครลิมัส
- ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: สังกะสีลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือสังกะสีเสริมอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีเบต้าแคโรทีน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีกรดอะมิโนเสริมและผงกระชาย
- แพ้ขิง กระชาย หรือยีสต์: ควรเลี่ยง (ข้อสังเกตจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการตรวจภูมิแพ้ ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นจมูกที่แพทย์สั่ง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาหยอดตา ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหอบหาอากาศ
- รู้สึกคอตีบแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
- เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
อาการเหล่านี้มาจากรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที NHS ระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถฉุกเฉินแม้จะรู้สึกดีขึ้น และห้ามลุกยืนหรือเดิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
ตรวจภูมิแพ้ Skin test เจ็บไหม
MedlinePlus ระบุว่าอาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยตอนสะกิดผิว จุดที่ให้ผลบวกจะแดง คัน และนูนคล้ายยุงกัด ผลมักเห็นภายใน 15–20 นาที
ตรวจภูมิแพ้ต้องงดยาแก้แพ้กี่วัน
ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกยา MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะบอกว่าต้องเลี่ยงยาตัวไหนและหยุดเมื่อไร ให้ถามโรงพยาบาลที่จะตรวจ และห้ามหยุดยาใดเองจนกว่าแพทย์จะบอก
ก่อนตรวจภูมิแพ้ต้องหยุดยาพ่นหอบหืดไหม
MedlinePlus ระบุว่าไม่ต้องหยุดยาที่ไม่ใช่ยาแก้แพ้ เช่น ยาพ่นหรือยาสูดหอบหืด มอนเทลูคาสต์ และยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ก่อนทดสอบผิวหนัง ให้ยืนยันกับแพทย์ผู้ตรวจอีกครั้ง
ตรวจภูมิแพ้แบบเจาะเลือดกับ Skin test ต่างกันอย่างไร
ทดสอบผิวหนังรู้ผลใน 15–20 นาที แต่ยาแก้แพ้ทำให้ผลผิดไป ส่วนการเจาะเลือดวัด IgE จำเพาะต่อสารแต่ละตัว ใช้เมื่อทดสอบผิวหนังไม่ได้ เช่น มีโรคผิวหนัง ใช้ยาบางตัว หรือเสี่ยงแพ้รุนแรง
ตรวจภูมิแพ้เบิกได้ไหม
ขึ้นกับสิทธิ์และโรงพยาบาล บทความนี้ไม่มีข้อมูลทางการเรื่องการเบิก ให้ถามฝ่ายสิทธิ์ของโรงพยาบาล ผู้ใช้สิทธิบัตรทองถาม สปสช. ที่สายด่วน 1330
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Allergy testing - skinMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Allergy Blood TestMedlinePlus Medical Tests
- AllergiesNHS
- Food allergyNHS
- AntihistaminesNHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
