เกี่ยวกับ Beta X Plus
เป็นภูมิแพ้ ลมพิษเรื้อรัง หรือกินยาแก้แพ้อยู่ บริจาคเลือดได้ไหม
คำตอบสั้น: หน้าคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย (ปรับปรุงหน้าเว็บ 7 เม.ย. 2569) ไม่ได้มีข้อที่เขียนถึงโรคภูมิแพ้จมูกหรือยาแก้แพ้โดยตรง แต่กำหนดว่าผู้บริจาคต้องรู้สึกสบายดี และให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลผู้คัดกรองทุกครั้งถ้ากำลังกินยารักษาโรค ส่วนคนเป็นหอบหืด หน้าเดียวกันระบุว่าบริจาคได้ถ้าคุมอาการได้ด้วยยากิน (ยกเว้นยาสเตียรอยด์) หรือยาพ่นควบคุมอาการ และวันที่มาบริจาคไม่มีอาการหอบ คนที่มีผื่นหรือแผลบนร่างกาย หน้าเดียวกันระบุว่าต้องไม่มี การตัดสินสุดท้ายอยู่ที่เจ้าหน้าที่คัดกรองในวันนั้น และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อจะไปบริจาค
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ภูมิแพ้จมูกหรือยาแก้แพ้ เกณฑ์ที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนถึงโดยตรง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่คัดกรองว่าใช้ยาอะไรอยู่
- หอบหืด บริจาคได้ถ้าคุมอาการได้ด้วยยากินที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยาพ่นควบคุมอาการ และวันนั้นไม่มีอาการหอบ
- ลมพิษหรือผื่น เกณฑ์ระบุว่าต้องไม่มีแผลหรือผื่นบนร่างกาย และผิวตรงที่จะเจาะต้องไม่มีผื่นคัน
- ไข้หวัดใหญ่ งดบริจาค 2 สัปดาห์หลังหายดี · กินยาปฏิชีวนะ เว้น 7 วันหลังยาเม็ดสุดท้าย
- หวัดธรรมดา เกณฑ์ไม่ได้กำหนดจำนวนวันแยกไว้ แต่ต้องรู้สึกสบายดีและไม่มีอาการผิดปกติ
- อาหารเสริมและสมุนไพร เกณฑ์ไม่ได้เขียนถึง คำแนะนำของบทความ: บอกเจ้าหน้าที่ไปด้วยพร้อมยาที่ใช้อยู่
เกณฑ์ของสภากาชาดไทยพูดถึงโรคภูมิแพ้ไว้อย่างไร
เราเปิดอ่านหน้าคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเมื่อ 27 ต.ค. 2569 แล้วไม่พบข้อที่ใช้คำว่าโรคภูมิแพ้หรือยาแก้แพ้ เกณฑ์ในหน้านั้นมีทั้งหมด 32 ข้อ ข้อที่คนเป็นภูมิแพ้ควรอ่านให้ดีมีดังนี้
- ข้อ 3 รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง หน้าเว็บอธิบายว่าต้องพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ทำกิจวัตรได้ตามปกติ และไม่มีอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลียจากการอดนอน
- ข้อ 4 นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 5 ชั่วโมง
- ข้อ 6 โรคประจำตัวไม่ส่งผลกับการบริจาค ในข้อนี้มีหอบหืดอยู่ด้วย
- ข้อ 7 ไม่อยู่ระหว่างกินยาที่ส่งผลกับการบริจาค หน้าเว็บยกตัวอย่างยาปฏิชีวนะ แอสไพริน ยาแก้ปวดลดอักเสบ และยากลุ่มฮอร์โมนเพศ
- ข้อ 32 ไม่มีแผลหรือผื่นบนร่างกาย
แปลว่าคนที่เป็นภูมิแพ้จมูกแต่วันนั้นรู้สึกสบายดี ไม่ได้ถูกห้ามบริจาคจากเกณฑ์ที่เขียนไว้ในหน้านี้ แต่การตัดสินจริงอยู่ที่แพทย์หรือพยาบาลผู้คัดกรองในวันนั้น เพราะเขาจะดูอาการและยาที่ใช้ประกอบกัน ถ้าอยากรู้ก่อนเดินทาง ให้โทรถามศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหรือหน่วยรับบริจาคที่จะไป
อ่านเรื่องอาการภูมิแพ้จมูกในผู้ใหญ่ได้ที่ อาการภูมิแพ้จมูก
กินยาแก้แพ้ หรือใช้ยาพ่นจมูกอยู่ บริจาคเลือดได้ไหม
รายการยาในข้อ 7 ของเกณฑ์สภากาชาดไทยไม่มียาแก้แพ้และยาพ่นจมูก ยาที่หน้าเว็บเขียนไว้ชัดมีดังนี้
- ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) หลังกินยาเม็ดสุดท้ายแล้ว ให้เว้น 7 วันจึงบริจาคได้
- แอสไพรินและยาแก้ปวดลดอักเสบ (เอ็นเสด) บริจาคโลหิตได้ แต่จะไม่นำเกล็ดเลือดไปใช้ ถ้าต้องการบริจาคเกล็ดเลือด ต้องหยุดยามาแล้วอย่างน้อย 2 วัน
- ยากลุ่มฮอร์โมนเพศ มีเงื่อนไขแยกตามชนิดยา
ส่วนหน้า "การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิต" ของศูนย์ฯ (ปรับปรุง 17 ต.ค. 2568) เขียนว่า ถ้ากำลังกินยาอยู่ ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลผู้ตรวจคัดกรองสุขภาพทุกครั้ง ดังนั้นคนที่กินยาแก้แพ้ประจำ ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก หรือยาพ่นลดบวมในจมูก ให้บอกชื่อยาและเหตุผลที่ใช้ แล้วรอให้ผู้คัดกรองตัดสิน
คำแนะนำของบทความ: ห้ามหยุดยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือแอสไพรินที่แพทย์สั่ง เพียงเพื่อให้ผ่านเกณฑ์บริจาค หน้าเกณฑ์ที่เราอ่านไม่ได้บอกให้ผู้ป่วยหยุดยาที่แพทย์สั่ง ถ้าแพทย์ให้ยาแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง การหยุดยาเองมีความเสี่ยงต่อตัวเรา ให้ถามแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ อ่านเรื่องการกินยาแก้แพ้ต่อเนื่องได้ที่ กินยาแก้แพ้ทุกวันได้ไหม
เป็นหอบหืด บริจาคเลือดได้ไหม
เกณฑ์ข้อ 6 ของสภากาชาดไทยเขียนเรื่องหอบหืดไว้ชัด ว่าบริจาคโลหิตได้ ถ้า
- ควบคุมอาการได้ด้วยยากิน ยกเว้นยาสเตียรอยด์ หรือ
- ควบคุมอาการได้ด้วยยาพ่นเพื่อควบคุมอาการ (controller) และ
- ในวันที่มาบริจาคไม่มีอาการหอบ
ถ้าวันนั้นมีอาการไอ หายใจมีเสียงหวีด หรือแน่นหน้าอก ให้เลื่อนการบริจาคไปก่อน และกลับไปทบทวนการคุมอาการกับแพทย์ NHS (หน้าหอบหืด ทบทวน 7 เม.ย. 2568) แนะนำให้พบแพทย์ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น หรืออาการทำให้ตื่นกลางคืน อ่านอาการหอบหืดในผู้ใหญ่ได้ที่ อาการหอบหืดในผู้ใหญ่
หอบหืดกำเริบที่หน่วยรับบริจาคหรือที่ไหนก็ตาม ถือเป็นเรื่องรีบด่วน NHS ระบุว่าให้นั่งตัวตรง ใช้ยาพ่นบรรเทาตามแผนที่แพทย์ให้ และถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- อาการแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
- ใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น
- ไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
NHS ระบุด้วยว่าแม้หายจากอาการกำเริบแล้ว ให้พบแพทย์ภายใน 2 วัน เพื่อทบทวนการรักษา
เป็นลมพิษเรื้อรังหรือมีผื่นอยู่ บริจาคได้ไหม
เกณฑ์ข้อ 32 ของสภากาชาดไทยเขียนสั้น ๆ ว่า "ไม่มีแผลหรือผื่นบนร่างกาย" และหน้าการเตรียมตัวระบุเพิ่มว่า ผิวหนังบริเวณที่จะเจาะต้องไม่มีผื่นคันหรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
- วันที่ลมพิษกำลังขึ้น มีผื่นนูนคันอยู่บนร่างกาย จึงไม่ตรงกับเกณฑ์ข้อ 32 ให้เลื่อนไปวันที่ไม่มีผื่น
- วันที่ไม่มีผื่น แต่กินยาแก้แพ้คุมลมพิษอยู่ ให้แจ้งชื่อยาแก่ผู้คัดกรอง เพราะเกณฑ์ไม่ได้เขียนถึงยากลุ่มนี้โดยตรง
- ลมพิษที่มีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก เป็นสัญญาณแพ้รุนแรง ไม่ใช่เรื่องของการบริจาคอีกต่อไป ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
NHS (หน้าลมพิษ ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ระบุว่าลมพิษส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วัน ส่วน MedlinePlus ระบุว่าถ้าเป็นนานเกิน 6 สัปดาห์เรียกว่าลมพิษเรื้อรัง อ่านเพิ่มได้ที่ ลมพิษเรื้อรังคืออะไร
เป็นหวัด มีไข้ ต้องหายกี่วันก่อนบริจาค
เกณฑ์ที่เปิดอ่านกำหนดจำนวนวันไว้เฉพาะบางโรค ซึ่งมีดังนี้
- ไข้หวัดใหญ่ งดบริจาค 2 สัปดาห์หลังหายดีแล้ว
- โควิด-19 ที่มีอาการ งดบริจาค 14 วันนับจากหายป่วย และไม่มีอาการหลงเหลือ ถ้าติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ งดอย่างน้อย 7 วันหลังตรวจพบเชื้อ หน้าเว็บหมายเหตุว่าข้อมูลอาจเปลี่ยนตามสถานการณ์
- ไข้เลือดออก งด 1 เดือนหลังหายดี
- ถ้าได้ยาปฏิชีวนะ เช่น แพทย์ให้ยาสำหรับไซนัสอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ให้เว้น 7 วันหลังยาเม็ดสุดท้าย
- มีไข้ น้ำหนักลด หรือต่อมน้ำเหลืองโตโดยไม่ทราบสาเหตุในช่วง 3 เดือน ต้องงดจนกว่าจะหาสาเหตุได้
หวัดธรรมดาไม่มีจำนวนวันแยกไว้ในหน้าเกณฑ์ สิ่งที่ใช้ได้คือข้อ 3 ที่ให้รู้สึกสบายดีและไม่มีอาการผิดปกติ คำแนะนำของบทความ: ถ้ายังมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือน้ำมูกจากหวัด ให้รอจนหายดีก่อน แล้วถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องเว้นนานเท่าไร ไม่ต้องเดาเอง
หลายคนแยกไม่ออกว่าน้ำมูกวันนี้มาจากหวัดหรือภูมิแพ้ ให้บอกเจ้าหน้าที่ตามจริงว่ามีอาการอะไร ตั้งแต่เมื่อไร และใช้ยาอะไรอยู่ อ่านความต่างของสองโรคได้ที่ ภูมิแพ้ทำให้มีไข้ได้ไหม
เพิ่งฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ บริจาคได้เมื่อไร
เกณฑ์ข้อ 26 ระบุว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนปอดอักเสบ หลังฉีด 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการข้างเคียง บริจาคได้ ส่วนวัคซีนโควิด-19 ที่ อย. รับรอง ให้เว้น 2 วันหลังฉีด ถ้ามีอาการข้างเคียงให้หายดีก่อน คนเป็นภูมิแพ้และหอบหืดจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างวัคซีนกับการบริจาค อ่านเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับคนเป็นภูมิแพ้ได้ที่ เป็นภูมิแพ้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม
กินอาหารเสริมหรือสมุนไพรอยู่ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ไหม
หน้าเกณฑ์และหน้าการเตรียมตัวที่เราเปิดอ่านไม่ได้เขียนถึงอาหารเสริมหรือสมุนไพรเลย จึงตอบไม่ได้ว่าตัวไหนต้องงดหรือไม่ต้องงด
คำแนะนำของบทความ: ให้บอกเจ้าหน้าที่คัดกรองไปพร้อมยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด เช่น วิตามินรวม สมุนไพรแคปซูล หรือผลิตภัณฑ์ที่มีขิงหรือกระชาย เพราะผู้คัดกรองเป็นคนตัดสินจากข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่เกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง การบอกครบไม่ได้แปลว่าจะถูกปฏิเสธ
สิ่งที่หน้าการเตรียมตัวเขียนไว้ชัดคือหลังบริจาค ให้กินยาเสริมธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ดหลังอาหารจนหมด เพื่อชดเชยธาตุเหล็กที่เสียไป ถ้าแพทย์เคยบอกว่ามีภาวะที่ต้องระวังธาตุเหล็ก หรือกินยาที่ต้องเว้นระยะกับธาตุเหล็ก ให้ถามเภสัชกรก่อน
คนเป็นภูมิแพ้เตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคอย่างไร
หน้าการเตรียมตัวของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ (ปรับปรุง 17 ต.ค. 2568) ให้แนวทางที่ใช้ได้กับทุกคน
- ก่อนบริจาค นอนหลับไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง กินอาหารมื้อปกติ เลี่ยงอาหารไขมันสูงอย่างข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แกงกะทิ ในช่วง 6 ชั่วโมงก่อนบริจาค
- ดื่มน้ำ ประมาณ 300–500 ซีซี ก่อนบริจาค 30 นาที
- งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค และงดสูบบุหรี่ 1 ชั่วโมงก่อนและหลังบริจาค
- ระหว่างบริจาค ถ้าใจสั่น วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม หรือชา ให้บอกเจ้าหน้าที่ทันที
- หลังบริจาค นอนพัก 5 นาที แล้วนั่งพักอีก 10–15 นาที ดื่มน้ำมากกว่าปกติใน 24 ชั่วโมง เลี่ยงการใช้แขนข้างที่บริจาค และงดออกกำลังกายที่เสียเหงื่อใน 24 ชั่วโมง คำแนะนำของบทความ: ถ้าแพทย์ให้จำกัดน้ำเพราะโรคประจำตัว ให้บอกเจ้าหน้าที่และทำตามแพทย์
คำแนะนำของบทความสำหรับคนเป็นภูมิแพ้: คืนก่อนบริจาค ถ้าคัดจมูกจนนอนไม่หลับ ให้ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งตามปกติ ไม่ต้องงดยาเพื่อไปบริจาค (ยกเว้นยาที่เกณฑ์ของสภากาชาดไทยกำหนดให้เว้นระยะ เช่น ยาปฏิชีวนะ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่) และถ้าพกยาพ่นหอบหืด ให้นำติดตัวไปด้วย อ่านวิธีลดอาการคัดจมูกตอนกลางคืนได้ที่ คัดจมูกตอนกลางคืน
ป่วยบ่อย ภูมิแพ้กำเริบบ่อย ควรกลับไปตรวจอะไร
ถ้าต้องเลื่อนการบริจาคบ่อยเพราะหวัดหรืออาการภูมิแพ้กำเริบ อาจเป็นสัญญาณว่าการคุมอาการยังไม่ดีพอ NHS (หน้าหวัด ทบทวน 22 มี.ค. 2567) แนะนำให้พบแพทย์ถ้ามีไข้นานเกิน 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน หรือไอนานเกิน 3 สัปดาห์ อ่านเพิ่มได้ที่ ป่วยบ่อยควรตรวจอะไร
ความเชื่อที่พบบ่อย
- "เป็นภูมิแพ้บริจาคเลือดไม่ได้" เกณฑ์สภากาชาดไทยที่เปิดอ่านไม่ได้ห้ามไว้ ให้ดูว่าวันนั้นรู้สึกสบายดี ไม่มีผื่น ไม่หอบ และแจ้งยาที่ใช้อยู่
- "ต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนไปบริจาค" เกณฑ์ไม่ได้เขียนไว้ และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
- "ยาพ่นหอบหืดทำให้บริจาคไม่ได้" เกณฑ์ระบุว่าคนที่คุมอาการด้วยยาพ่นควบคุมอาการบริจาคได้ ถ้าวันนั้นไม่มีอาการหอบ
- "บริจาคเลือดแล้วอาการภูมิแพ้จะเบาลง" แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร: ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ถามแพทย์ก่อน
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และถ้ากำลังรับประทานผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในวันที่ไปบริจาคเลือด ให้บอกเจ้าหน้าที่คัดกรองไปพร้อมยาที่ใช้อยู่ เพราะเกณฑ์ที่เราเปิดอ่านไม่ได้เขียนถึงอาหารเสริม การตัดสินจึงเป็นของผู้คัดกรอง
เรื่องการบริจาคเลือดและภูมิแพ้: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผ่านเกณฑ์บริจาคเลือดง่ายขึ้น ทำให้ร่างกายสร้างเลือดใหม่เร็วขึ้น หรือแก้อาการภูมิแพ้ ลมพิษ หรือหอบหืด และไม่ใช้แทนยาเสริมธาตุเหล็กที่ศูนย์บริการโลหิตให้หลังบริจาค ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับข้อมูลที่มีได้ดังนี้
- ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. ต่อแคปซูล (2 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องได้จากอาหาร ค่าแนะนำของกรมอนามัย (2563) สำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปคือ ชาย 1.7 มก. หญิง 1.5 มก. ต่อวัน ปริมาณในวันละ 2 แคปซูลจึงคิดเป็นราว 118% และ 133% ตามลำดับ (คำนวณ) ยังห่างจากระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันของสหรัฐฯ 100 มก. (LPI ปรับปรุง พ.ค. 2567) เราไม่พบงานวิจัยที่เปิดได้ว่าวิตามินบี 6 ขนาดนี้ช่วยเรื่องภูมิแพ้ หวัด หรือหอบหืดในคนที่ไม่ได้ขาด และไม่พบข้อมูลที่เชื่อมวิตามินบี 6 กับเกณฑ์บริจาคเลือด คำแนะนำของบทความ: ถ้ากินวิตามินบีรวมหรือวิตามินรวมอยู่แล้ว ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. มากกว่าในแคปซูล 5 เท่า (คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการลดลงทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก จึงไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ MSKCC (ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าไม่ควรใช้ขิงเสริมถ้าใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทบทวนของ Cochrane (2567) ระบุว่าสังกะสีอาจลดโอกาสเป็นหวัดได้เล็กน้อยหรือไม่ลดเลย (ความแน่นอนต่ำ) LPI (ทบทวน พ.ค. 2562) ระบุว่าสังกะสีกับยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและควิโนโลนลดการดูดซึมของกันและกัน ให้กินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้เภสัชกรกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาตัวนั้น
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง ทั้งของผู้ใหญ่และของเด็ก รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- เด็กหายใจลำบาก เช่น มีเสียงครางขณะหายใจ ท้องบุ๋มลงใต้ซี่โครง หรือหายใจเร็ว
- เด็กมีช่วงที่หยุดหายใจ
- เด็กซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้
- เด็กชัก
- เจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
- หอบหืดกำเริบแล้วอาการแย่ลง หรือใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หน้าหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) หน้าไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะรู้สึกดีขึ้น คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
เป็นภูมิแพ้อากาศ บริจาคเลือดได้ไหม
หน้าคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย (ปรับปรุง 7 เม.ย. 2569) ไม่ได้มีข้อห้ามโรคภูมิแพ้จมูกโดยตรง แต่ผู้บริจาคต้องรู้สึกสบายดีและไม่มีอาการผิดปกติ และต้องแจ้งยาที่ใช้อยู่แก่ผู้คัดกรองทุกครั้ง การตัดสินสุดท้ายอยู่ที่เจ้าหน้าที่ในวันนั้น
กินยาแก้แพ้อยู่ บริจาคเลือดได้ไหม
รายการยาในเกณฑ์ที่เปิดอ่านมียาปฏิชีวนะ แอสไพริน ยาแก้ปวดลดอักเสบ และยาฮอร์โมนเพศ ไม่มียาแก้แพ้ ให้แจ้งชื่อยาแก่ผู้คัดกรองแล้วรอให้ตัดสิน และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อไปบริจาค
เป็นหอบหืด บริจาคเลือดได้ไหม
เกณฑ์สภากาชาดไทยระบุว่าบริจาคได้ ถ้าคุมอาการได้ด้วยยากินที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ หรือยาพ่นควบคุมอาการ และในวันที่มาบริจาคไม่มีอาการหอบ
ลมพิษเรื้อรัง บริจาคเลือดได้ไหม
เกณฑ์ระบุว่าต้องไม่มีแผลหรือผื่นบนร่างกาย และผิวตรงที่จะเจาะต้องไม่มีผื่นคัน วันที่ลมพิษกำลังขึ้นจึงควรเลื่อนไปก่อน วันที่ไม่มีผื่นให้แจ้งยาที่ใช้อยู่แก่ผู้คัดกรอง
เป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องหายกี่วันจึงบริจาคเลือดได้
เกณฑ์สภากาชาดไทยให้งดบริจาค 2 สัปดาห์หลังหายดีจากไข้หวัดใหญ่ ถ้าได้ยาปฏิชีวนะให้เว้น 7 วันหลังยาเม็ดสุดท้าย ส่วนหวัดธรรมดาไม่มีจำนวนวันแยกไว้ ให้รอจนหายดีแล้วถามเจ้าหน้าที่
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
- การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิตศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
- AsthmaNHS
- HivesNHS
- Ginger extract versus Loratadine in the treatment of allergic rhinitis: a randomized controlled trialBMC Complement Med Ther 2020 (PubMed)
- Vitamin B6Linus Pauling Institute, Oregon State University
- Common coldNHS
- HivesMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Zinc for prevention and treatment of the common coldCochrane Database Syst Rev 2024 (PubMed)
- ZincLinus Pauling Institute, Oregon State University
- GingerMemorial Sloan Kettering Cancer Center (About Herbs)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
