บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ยาแก้แพ้กินทุกวันได้ไหม กินติดต่อกันกี่วัน วันละกี่เม็ด

คำตอบสั้น: ยาแก้แพ้ (ยาต้านฮิสทามีน) รุ่นที่ง่วงน้อย เช่น เซทิริซีน ลอราทาดีน และเฟโซเฟนาดีน กินต่อเนื่องได้ถ้าแพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ NHS ระบุว่ายาทั้งสามตัวไม่น่าจะก่ออันตรายเมื่อใช้เป็นเวลานาน แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็น จำนวนเม็ดและจำนวนครั้งต่อวันให้ทำตามแพทย์ เภสัชกร หรือเอกสารกำกับยาของยาตัวนั้น ห้ามเพิ่มขนาดเอง ถ้าต้องกินทุกวันแล้วอาการยังกวนการนอนหรือการทำงาน ให้กลับไปพบแพทย์ เพราะแนวทางไทยมียาพ่นจมูกสเตียรอยด์เป็นทางเลือกหลักในบางกลุ่ม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • กินต่อเนื่องได้ตามคำแนะนำ NHS (หน้าเซทิริซีน ทบทวน 18 ก.พ. 2568) ระบุว่าบางคนใช้ยาแค่ครั้งเดียวหรือวันสองวัน แต่บางคนต้องกินเป็นประจำนานกว่านั้นเพื่อกันอาการในช่วงที่เป็น
  • ใช้นานไม่น่าก่ออันตราย NHS ระบุแบบนี้ทั้งกับเซทิริซีน ลอราทาดีน และเฟโซเฟนาดีน แต่ให้ใช้เท่าที่จำเป็น
  • ลืมกินห้ามกิน 2 ครั้งรวด และห้ามกินยาแก้แพ้ 2 ชนิดพร้อมกัน เว้นแต่แพทย์แนะนำ (NHS)
  • โรคไตและโรคตับ NHS ระบุว่าผู้มีปัญหาไตมักใช้เซทิริซีนขนาดต่ำกว่าปกติ และผู้มีปัญหาตับมักใช้ลอราทาดีนขนาดต่ำกว่า บางรายกินวันเว้นวัน ซึ่งแพทย์เป็นผู้กำหนด
  • กินทุกวันแล้วยังคุมอาการไม่ได้ ให้กลับไปพบแพทย์ แนวทางไทยให้ประเมินผลเป็นระยะ และพิจารณาเพิ่มหรือเปลี่ยนยา

ยาแก้แพ้กินทุกวันได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นยาที่เหมาะกับคุณและใช้ตามคำแนะนำ หน้ายาต้านฮิสทามีนของ NHS (ทบทวน 16 พ.ค. 2566) ระบุว่ายาบางชนิดใช้ได้เป็นเวลานาน แต่บางชนิดแนะนำให้ใช้แค่ไม่กี่วัน คำแนะนำจึงต่างกันตามตัวยา

NHS แบ่งยาแก้แพ้เป็น 2 กลุ่มหลัก

  • กลุ่มที่ทำให้ง่วง เช่น คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน ไฮดรอกซีซีน และโพรเมทาซีน
  • กลุ่มที่ง่วงน้อยกว่า เช่น เซทิริซีน ลอราทาดีน เฟโซเฟนาดีน และอะคริวาสทีน

NHS ระบุว่ากลุ่มง่วงน้อยมักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าโดยทั่วไป เพราะทำให้ง่วงน้อยกว่า ส่วนกลุ่มที่ทำให้ง่วงอาจเหมาะกว่าเมื่ออาการทำให้นอนไม่หลับ อ่านความต่างของสองกลุ่มได้ที่ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วงต่างกันอย่างไร

ฉันทามติของแพทย์ภูมิแพ้ไทย 105 คน (สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ตีพิมพ์ปี 2568) ให้ยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 เป็นยาเริ่มต้น เพราะง่วงน้อย และพบว่ายังมีช่องว่างความรู้เรื่องยาในคนทั่วไป จึงแนะนำให้เภสัชกรมีบทบาทมากขึ้น

สิ่งที่ NHS ให้ระวังเมื่อกินมานาน หน้าเซทิริซีนระบุว่า ถ้ากินเป็นประจำนาน ๆ มีโอกาสน้อยมากที่จะคันรุนแรงเมื่อหยุดยาทันที ใครที่กินเซทิริซีนทุกวันมานานจึงควรคุยกับแพทย์ก่อนหยุด ไม่ใช่หยุดเอง

ยาแก้แพ้กินติดต่อกันได้กี่วัน

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดจำนวนวันสูงสุดของยาแก้แพ้รุ่นง่วงน้อย แต่ NHS ยกตัวอย่างระยะเวลาไว้ดังนี้

  • ถูกแมลงกัดหรือสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ขนสัตว์ อาจใช้แค่วันหรือสองวัน
  • แพ้ละอองเกสรตามฤดู อาจต้องกินเป็นประจำตลอดช่วงฤดูเพื่อกันอาการ
  • ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องกินนานแค่ไหน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร

สำหรับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ แนวทางเวชปฏิบัติโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568 (TAC ซึ่งรวมแผนภูมิจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่ดัดแปลงจากแนวทางไทย 2565) ให้ประเมินผลการรักษาทุก 2 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นให้หาโรคร่วมและปรับยา หมายความว่าการกินยาทุกวันควรมีแพทย์ติดตามผลด้วย ไม่ใช่ซื้อกินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครประเมิน

ยาแก้แพ้วันละกี่เม็ด ห้ามกินเกินกี่เม็ด

ให้ดูจากเอกสารกำกับยาของยาตัวที่ได้รับ หรือตามที่แพทย์สั่ง NHS ระบุว่าขนาดยาแตกต่างกันตามอายุและน้ำหนัก และบางชนิดกินได้วันละหลายครั้ง บางชนิดวันละครั้ง สำหรับผู้ใหญ่ NHS ระบุว่าขนาดปกติของเซทิริซีนและลอราทาดีนคือวันละ 1 ครั้ง ส่วนเด็กมีขนาดต่างออกไปตามอายุ

ก่อนเริ่มยาแก้แพ้ตัวใหม่ NHS แนะนำให้รู้ 5 เรื่อง

  1. กินอย่างไร เช่น ต้องกินกับน้ำหรืออาหารหรือไม่
  2. กินเท่าไร
  3. กินเวลาไหน และกินได้กี่ครั้งต่อวัน บางชนิดให้กินก่อนนอน
  4. กินได้นานแค่ไหน
  5. ถ้าลืมกินหรือกินเกินต้องทำอย่างไร

ลืมกิน NHS ระบุว่าให้กินทันทีที่นึกได้ ถ้าใกล้เวลามื้อถัดไปแล้วให้ข้ามมื้อที่ลืม แล้วกินมื้อถัดไปตามปกติ ห้ามกิน 2 ครั้งรวดเพื่อชดเชย

กิน 2 เม็ดได้ไหม NHS ระบุว่าแพทย์อาจสั่งเซทิริซีน ลอราทาดีน หรือเฟโซเฟนาดีนขนาดสูงกว่าบนกล่อง (สูงสุด 4 เท่าของขนาดปกติ) ในผื่นคันรุนแรงหรืออาการบวมใต้ผิวหนัง (angioedema) แต่ขนาดสูงไม่เหมาะกับทุกคน ฉันทามติแพทย์ไทยปี 2568 ก็พบว่าแพทย์ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 87.6) เพิ่มขนาดยาตัวเดียวในลมพิษเรื้อรัง นี่เป็นการตัดสินใจของแพทย์หลังตรวจ ผู้อ่านห้ามเพิ่มขนาดเอง ถ้ารู้สึกว่ายาไม่ได้ผล NHS แนะนำให้คุยกับแพทย์

กินยาแก้แพ้ 2 ชนิดในวันเดียว NHS ระบุว่าบางครั้งแพทย์ให้กินยาง่วงน้อยตอนกลางวันและยาที่ทำให้ง่วงตอนกลางคืนไม่กี่วันในผื่นคันรุนแรง แต่ห้ามกินยาแก้แพ้ 2 ชนิดพร้อมกันเอง ยาแก้หวัดสูตรรวมหลายตัวก็มียาแก้แพ้ผสมอยู่ จึงซ้ำกันได้โดยไม่รู้ตัว อ่านต่อได้ที่ ยาแก้แพ้ห้ามกินกับอะไร

กินเกินขนาด NHS ระบุว่าเซทิริซีนและลอราทาดีนโดยทั่วไปปลอดภัยมาก การกินเกินหนึ่งครั้งไม่น่าก่ออันตราย แต่มีกรณีที่ NHS ให้ขอคำปรึกษาด่วน ซึ่งอยู่ในหัวข้อพบแพทย์ด้านล่าง

ยาแก้แพ้กินก่อนหรือหลังอาหาร

ยาแก้แพ้ส่วนใหญ่ไม่ขึ้นกับอาหาร NHS ระบุว่าอาหารและเครื่องดื่มไม่ส่งผลต่อยาแก้แพ้ส่วนใหญ่ แต่ให้ตรวจเอกสารกำกับยาทุกครั้ง ตัวอย่างจากหน้า NHS

  • เซทิริซีน กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ กลืนทั้งเม็ดกับน้ำ ไม่เคี้ยว
  • ลอราทาดีน กลืนกับน้ำ นม หรือน้ำผลไม้ได้
  • เฟโซเฟนาดีน ให้กลืนกับน้ำเปล่า ห้ามกินกับน้ำแอปเปิล น้ำส้ม หรือน้ำเกรปฟรุต เพราะทำให้ยาได้ผลน้อยลง และ NHS ระบุว่าเม็ดขนาด 120 หรือ 180 มก. ให้กินก่อนอาหาร ส่วนเม็ด 30 มก. กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้

สำหรับยาตัวอื่นให้ถามเภสัชกรตอนรับยา

ยาแก้แพ้กินบ่อย ๆ ดื้อยาไหม เป็นอะไรไหม

ความเชื่อ: กินยาแก้แพ้ทุกวันแล้วจะดื้อยา ต้องเพิ่มเม็ดไปเรื่อย ๆ แหล่งที่เราเปิดอ่าน (NHS แนวทางไทย และฉันทามติแพทย์ไทย) ไม่ได้พูดถึงการดื้อยาแก้แพ้ เราจึงไม่ยืนยันทั้งว่าดื้อหรือไม่ดื้อ สิ่งที่ NHS ระบุไว้มีดังนี้

  • ไม่มีหลักฐานมากพอว่ายาแก้แพ้ตัวใดดีกว่าตัวอื่นในการบรรเทาอาการภูมิแพ้ บางคนได้ผลกับยาบางตัว และอาจต้องลองหลายตัวจึงเจอตัวที่เหมาะ
  • ยาง่วงน้อยตัวอื่นดูเหมือนได้ผลพอ ๆ กับเซทิริซีน แต่เซทิริซีนดูจะทำให้ง่วงได้มากกว่าลอราทาดีน เดสลอราทาดีน หรือเฟโซเฟนาดีน
  • ถ้ายาไม่ได้ผล ให้คุยกับแพทย์ ไม่ใช่เพิ่มขนาดเอง

ความเชื่อ: กินยาแก้แพ้ทุกวันจะทำลายตับไต NHS ระบุว่าเซทิริซีน ลอราทาดีน และเฟโซเฟนาดีนไม่น่าจะก่ออันตรายเมื่อใช้เป็นเวลานาน แต่ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไตอยู่แล้วต้องให้แพทย์ปรับขนาด (หัวข้อด้านล่าง)

ผลข้างเคียงที่ NHS ระบุ ของกลุ่มง่วงน้อย ได้แก่ ปวดศีรษะ ปากแห้ง คลื่นไส้ และยังง่วงได้แม้จะน้อยกว่า ส่วนกลุ่มที่ทำให้ง่วง อาจง่วง ตอบสนองช้า ตัดสินใจช้าลง ปากแห้ง ตาพร่า และปัสสาวะลำบาก NHS ระบุว่าห้ามขับรถหรือใช้เครื่องจักรหลังกินยากลุ่มนี้

จะตรวจภูมิแพ้ NHS ระบุว่าเซทิริซีนอาจรบกวนผลการทดสอบภูมิแพ้ จึงอาจต้องหยุดยาไม่กี่วันก่อนตรวจ ให้ทำตามที่แพทย์ผู้ตรวจบอก ไม่หยุดเองล่วงหน้า

ภูมิแพ้จมูกที่ต้องกินยาทุกวัน ทำไมแพทย์มักเพิ่มยาพ่นจมูก

เพราะแนวทางไทยวางยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เป็นทางเลือกหลักในบางกลุ่ม แนวทาง TAC 2568 วางการดูแลโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ไว้ที่การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ร่วมกับยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ตามความรุนแรง

บทความของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลซึ่งอ้างแนวทางไทย ระบุว่า

  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยในขนาดที่ใช้รักษา และเป็นทางเลือกแรกในรายที่เป็นต่อเนื่องระดับปานกลางถึงรุนแรง หรือคัดจมูกมาก
  • ยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 ได้ผลดีและปลอดภัย
  • การหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น เป็นหัวใจของการดูแล

NHS ระบุว่ากินเซทิริซีนร่วมกับยาพ่นจมูกสเตียรอยด์หรือยาหยอดตาได้ ดังนั้นการที่แพทย์เพิ่มยาพ่นจมูกจึงไม่ได้แปลว่ายาแก้แพ้ "ไม่ได้ผล" แต่เป็นการปรับการรักษาตามอาการ อ่านวิธีใช้ยาพ่นได้ที่ ยาพ่นจมูกภูมิแพ้ ใช้อย่างไรให้ถูก และทบทวนอาการได้ที่ อาการภูมิแพ้จมูก

แนวทาง TAC 2568 ยังอ้างการศึกษาที่พบว่าร้อยละ 86 ของผู้ป่วยโรคหืดในไทยมีจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วม คนที่เป็นทั้งสองโรคจึงควรให้แพทย์ดูแลทั้งจมูกและปอดไปพร้อมกัน

ผู้ป่วยโรคไต โรคตับ และผู้สูงอายุ ต้องระวังยาแก้แพ้อย่างไร

ต้องบอกแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องโรคประจำตัวทุกครั้งก่อนรับยา NHS แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนกินยาแก้แพ้ ถ้าเป็นกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้สูงอายุ
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • กำลังหาซื้อยาให้เด็กเล็ก
  • ใช้ยาอื่นอยู่
  • มีโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต หรือโรคลมชัก

ข้อมูลเฉพาะตัวยาจาก NHS

  • เซทิริซีน ผู้ที่มีปัญหาไตมักใช้ขนาดต่ำกว่าปกติ และให้แจ้งแพทย์ถ้าเป็นไตวาย เป็นโรคลมชัก หรือมีภาวะที่ทำให้ปัสสาวะลำบาก
  • ลอราทาดีน ผู้ที่มีปัญหาตับมักใช้ขนาดต่ำกว่า และอาจกินวันเว้นวัน ผู้ที่ตับวายรุนแรงต้องแจ้งแพทย์ก่อนใช้

การปรับขนาดเป็นหน้าที่ของแพทย์ ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังหรือโรคตับ ควรนำรายการยาทั้งหมดและผลตรวจเลือดล่าสุดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู ก่อนซื้อยาแก้แพ้กินเองที่ร้านยา

ผู้สูงอายุที่ปัสสาวะลำบากอยู่แล้ว เช่น ผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากโต ให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะ NHS ระบุว่ายากลุ่มที่ทำให้ง่วงอาจทำให้ปัสสาวะลำบาก ง่วง และการประสานงานของร่างกายกับการตอบสนองช้าลง ควรถามเภสัชกรว่าตัวไหนเหมาะ

เมื่อไรต้องพบแพทย์

นัดพบแพทย์ (ไม่เร่งด่วน) NHS (หน้าจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ทบทวน 8 ม.ค. 2569) แนะนำให้พบแพทย์เมื่อ

  • อาการภูมิแพ้แย่ลง
  • เป็นหอบหืดด้วยและหอบแย่ลง
  • อาการกระทบการนอนหรือชีวิตประจำวัน
  • ไม่แน่ใจว่าแพ้อะไร
  • ยาจากร้านยาไม่ได้ผล

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด กรณีที่ NHS ให้ขอคำปรึกษาด่วน

  • กินเซทิริซีนหรือลอราทาดีนเกินขนาด แล้วปวดศีรษะ ง่วง หรือใจเต้นเร็ว
  • กินเกินขนาดแล้วกังวล แม้ไม่มีอาการ
  • เด็กกินเกินขนาด แม้ยังไม่มีอาการ
  • ช้ำง่ายกว่าปกติ หรือเลือดออกแล้วหยุดช้ากว่าปกติ ระหว่างกินเซทิริซีน

ให้นำกล่องยาหรือเอกสารกำกับยา และยาอื่นที่กินอยู่ไปด้วย

อาการแพ้รุนแรง เช่น ปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ดูรายการเต็มท้ายบทความ ห้ามกินยาแก้แพ้เพิ่มแล้วรอดูอาการ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องยาแก้แพ้: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แทนยาแก้แพ้ ลดจำนวนยาแก้แพ้ที่ต้องกิน หรือทำให้กินยาแก้แพ้ได้นานขึ้นอย่างปลอดภัย ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่กินยาแก้แพ้ทุกวันห้ามหยุดหรือลดยาเอง

NHS (หน้าเซทิริซีน) ระบุว่ายังมีข้อมูลไม่พอจะบอกว่าสมุนไพรและอาหารเสริมปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับเซทิริซีน เพราะไม่ได้ผ่านการทดสอบแบบเดียวกับยา จึงควรแจ้งเภสัชกรทุกครั้งว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องภูมิแพ้ งานที่ถูกยกมาเป็นของ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ ใช้ 1,200 มก. ต่อวัน แอล-ซิสเทอีนเป็นคนละสาร จึงนำผลมาใช้แทนกันไม่ได้
  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 5 เท่า (คำนวณ) นาน 6 สัปดาห์ เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มโดยไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาแก้แพ้ได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ยาแก้แพ้กินทุกวันได้ไหม

ได้ถ้าแพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ NHS ระบุว่าเซทิริซีน ลอราทาดีน และเฟโซเฟนาดีนไม่น่าจะก่ออันตรายเมื่อใช้เป็นเวลานาน แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็น และถ้ากินเซทิริซีนทุกวันมานาน ให้คุยกับแพทย์ก่อนหยุด

ยาแก้แพ้กินติดต่อกันได้กี่วัน

ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน NHS ระบุว่าบางคนใช้แค่วันสองวัน บางคนต้องกินตลอดฤดูที่มีอาการ แนวทางไทยให้แพทย์ประเมินผลการรักษาภูมิแพ้จมูกทุก 2 สัปดาห์ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร

ยาแก้แพ้กิน 2 เม็ดได้ไหม

ห้ามเพิ่มเอง NHS ระบุว่าแพทย์อาจสั่งขนาดสูงกว่าบนกล่องในผื่นคันรุนแรงหรือบวมใต้ผิวหนัง แต่ไม่เหมาะกับทุกคน ถ้าลืมกินห้ามกิน 2 ครั้งรวดเพื่อชดเชย

ยาแก้แพ้กินก่อนหรือหลังอาหาร

NHS ระบุว่าอาหารไม่ส่งผลต่อยาแก้แพ้ส่วนใหญ่ เซทิริซีนกินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ส่วนเฟโซเฟนาดีนให้กินกับน้ำเปล่า ห้ามกินกับน้ำแอปเปิล น้ำส้ม หรือน้ำเกรปฟรุต และเม็ดขนาด 120 หรือ 180 มก. ให้กินก่อนอาหาร

เป็นโรคไตหรือโรคตับกินยาแก้แพ้ได้ไหม

ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือกและปรับขนาด NHS ระบุว่าผู้มีปัญหาไตมักใช้เซทิริซีนขนาดต่ำกว่าปกติ และผู้มีปัญหาตับมักใช้ลอราทาดีนขนาดต่ำกว่า บางรายกินวันเว้นวัน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท