บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ลมพิษเรื้อรัง เป็นเกิน 6 สัปดาห์ หาสาเหตุไม่เจอ ต้องดูแลอย่างไร

คำตอบสั้น: ลมพิษเรื้อรังคือผื่นลมพิษที่เป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องนานเกิน 6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่แพทย์หาสาเหตุไม่พบ และงานทบทวนพบว่าหลักฐานว่าการงดอาหารแบบเหมารวมช่วยได้ยังอยู่ในระดับต่ำ แนวทางสากลระบุว่าลมพิษเป็นโรคที่ขับเคลื่อนโดยเซลล์มาสต์ในผิวหนัง บางรายสัมพันธ์กับโรคไทรอยด์หรือภาวะภูมิต้านตนเอง ยาหลักคือยาแก้แพ้ (ยาต้านฮีสตามีน) ที่แพทย์อาจปรับขนาดหรือเพิ่มยาอื่น ส่วนยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดอาจกระตุ้นให้กำเริบในบางคน MedlinePlus ระบุว่าลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่หายไปเองภายในไม่ถึง 1 ปี แต่บางรายเป็นนานกว่านั้น จึงควรติดตามกับแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • นิยาม ภาควิชาตจวิทยา ศิริราช ระบุว่าลมพิษเรื้อรังคือผื่นเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป
  • หาสาเหตุไม่พบเป็นเรื่องที่พบได้ MedlinePlus ระบุว่าลมพิษเรื้อรังมักหาสาเหตุไม่ได้
  • สาเหตุที่แพทย์อาจตรวจ ศิริราชระบุตัวอย่าง เช่น โรคต่อมไทรอยด์ ภาวะภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง การติดเชื้อ และสิ่งกระตุ้นทางกายภาพ
  • ยา ยาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2 เป็นยาเริ่มต้น ถ้าไม่พอ แพทย์อาจปรับขนาดหรือใช้ยาฉีดชีววัตถุ การปรับยาต้องให้แพทย์ทำ
  • ระยะยาว MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่หายเองภายในไม่ถึง 1 ปี ศิริราชระบุว่าบางรายเป็นนานหลายปี แต่ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง

ลมพิษเรื้อรังคืออะไร ต่างจากลมพิษทั่วไปอย่างไร

ต่างกันที่ระยะเวลา เอกสารของภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แบ่งลมพิษเป็น 2 กลุ่ม

  • ลมพิษเฉียบพลัน ผื่นเป็นมาไม่เกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่คืออาหาร ยา และการติดเชื้อ
  • ลมพิษเรื้อรัง ผื่นเป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป เกิดได้จากหลายสาเหตุ

แนวทางสากลเรื่องลมพิษของ EAACI, GA²LEN, EuroGuiDerm และ APAAACI (ตีพิมพ์ปี 2565 อ่านได้เฉพาะบทคัดย่อ) ระบุว่าลมพิษเป็นโรคที่ขับเคลื่อนโดยเซลล์มาสต์ (mast cell) แสดงออกเป็นผื่นนูน ภาวะบวมใต้ผิวหนัง หรือทั้งสองอย่าง และแบ่งลมพิษเรื้อรังเป็นชนิดที่เกิดขึ้นเอง (spontaneous) กับชนิดที่มีตัวกระตุ้นเฉพาะ (inducible) บทคัดย่อไม่ได้ยกตัวอย่างตัวกระตุ้น แต่หน้าลมพิษของ NHS ระบุตัวกระตุ้นอย่างความเย็น ความร้อนและเหงื่อ และการเกาหรือกดผิวไว้ แนวทางนี้ระบุว่าลมพิษเรื้อรังทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และกระทบการทำงานและการเรียน

ผื่นแต่ละจุดของลมพิษมักอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงตามเอกสารของศิริราช อ่านลักษณะผื่นลมพิษทั่วไปได้ที่ ลมพิษเกิดจากอะไร

ลมพิษเรื้อรังเกิดจากอะไร ทำไมหาสาเหตุไม่เจอ

การหาสาเหตุไม่พบไม่ได้แปลว่าตรวจไม่ละเอียด MedlinePlus (หน้าลมพิษ ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ระบุว่าลมพิษที่เป็นนานเกิน 6 สัปดาห์มักหาสาเหตุไม่ได้ เอกสารของศิริราชระบุว่าผู้ป่วยลมพิษจำนวนมาก แม้แพทย์จะตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดแล้วก็ยังหาไม่พบ และอาจเป็นเพราะความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบันยังอธิบายได้ไม่ครบ

สาเหตุที่ศิริราชระบุว่าเกี่ยวข้องกับลมพิษได้ มีหลายกลุ่ม ได้แก่

  • อาหาร เช่น อาหารทะเล สารกันบูด สีผสมอาหารบางชนิด
  • ยา
  • การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือพยาธิ
  • โรคระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์
  • สิ่งกระตุ้นทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น น้ำหนักกดรัด แสงแดด การออกกำลังกาย
  • การแพ้สารที่สัมผัส และพิษแมลง
  • มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง ที่ไปกระตุ้นให้ผิวหนังหลั่งสารเคมีจนเกิดผื่น

MedlinePlus ระบุเพิ่มว่าลมพิษอาจเกิดจากโรคลูปัส โรคภูมิต้านตนเองอื่น และมะเร็งเม็ดเลือดขาว

ลมพิษเรื้อรังกับไทรอยด์ เกี่ยวกันไหม เอกสารของศิริราชจัดโรคต่อมไทรอยด์ไว้ในสาเหตุที่เป็นไปได้ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขว่าพบร่วมกันบ่อยเพียงใด ผู้ที่มีอาการของไทรอยด์ร่วมด้วยควรเล่าให้แพทย์ฟัง แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าต้องตรวจเลือดอะไร อ่านอาการไทรอยด์ต่ำได้ที่ ไทรอยด์ต่ำ อาการเป็นอย่างไร

ลมพิษเรื้อรังเกิดจากอาหารไหม

ส่วนใหญ่ไม่พบว่าอาหารเป็นสาเหตุ MedlinePlus ระบุว่าลมพิษเรื้อรังมักหาสาเหตุไม่ได้ และงานทบทวนอย่างเป็นระบบเรื่องอาหารกับลมพิษเรื้อรังชนิดเกิดขึ้นเอง (วารสาร Acta Dermato-Venereologica ตีพิมพ์ปี 2562) รวม 20 รายงาน ผู้ป่วย 1,734 คน พบว่าไม่มีงานทดลองแบบสุ่มที่เปรียบเทียบการคุมอาหาร และสรุปว่าหลักฐานว่าการงดอาหารแบบเหมารวมช่วยผู้ป่วยทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ ประโยชน์มีเฉพาะผู้ป่วยบางรายที่อาการสัมพันธ์กับอาหารชัดเจน อ่านรายละเอียดเรื่องอาหารได้ที่ ลมพิษห้ามกินอะไร

ยาแก้ปวด ความร้อน ความเครียด ทำให้ลมพิษเรื้อรังกำเริบได้ไหม

ได้ในบางคน บทความทบทวนเรื่องตัวกระตุ้นลมพิษเรื้อรัง (J Allergy Clin Immunol Pract ตีพิมพ์ปี 2564) ระบุตัวกระตุ้นที่มีหลักฐานว่าทำให้ลมพิษเรื้อรังกำเริบ ได้แก่ ยา สารเติมแต่งอาหาร สารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด ความเครียดทางใจ และการบาดเจ็บของผิว

ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) งานในวารสาร J Investig Allergol Clin Immunol (ตีพิมพ์ปี 2562) ถามผู้ป่วยลมพิษเรื้อรัง 245 คนเทียบกับคนสุขภาพดี 127 คน พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 37.5 รายงานว่าเคยมีปฏิกิริยาต่อยา และยาที่ถูกระบุบ่อยในกลุ่มผู้ป่วยคือยาเอ็นเสด (ร้อยละ 27.7) แต่เมื่อทดสอบให้ยาจริงภายใต้การดูแล ผลบวกพบน้อยกว่าที่รายงาน (ร้อยละ 13 ในกลุ่มผู้ป่วย) ผู้วิจัยสรุปว่าการรายงานเองอย่างเดียวยืนยันการแพ้ยาไม่ได้ ปฏิกิริยาต่อยาเอ็นเสดพบมากกว่าในผู้ป่วยลมพิษเรื้อรัง และควรทดสอบยาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้ต้องงดยาโดยไม่จำเป็น

ความร้อนและแรงกด NHS ระบุว่าผิวร้อนมีเหงื่อจากการออกกำลังกาย ความเครียด หรืออาหารเผ็ด และการเกาหรือกดผิว เช่น เสื้อผ้าคับ เป็นตัวกระตุ้นลมพิษได้

คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่สงสัยว่ายาแก้ปวดทำให้ผื่นกำเริบ ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องยาแก้ปวดที่เหมาะกับตัวเอง ห้ามหยุดแอสไพรินหรือยาที่แพทย์โรคหัวใจสั่งเอง

ลมพิษเรื้อรัง รักษาอย่างไร กินยาอะไร

ยาหลักคือยาต้านฮีสตามีน และแพทย์เป็นผู้ปรับยา เอกสารของศิริราชระบุแนวทางการรักษาดังนี้

  1. พยายามหาสาเหตุ แล้วรักษาหรือหลีกเลี่ยงสาเหตุนั้นถ้าทำได้
  2. ให้ยาต้านฮีสตามีน ซึ่งมีหลายชนิด ทั้งออกฤทธิ์สั้นและยาว ทั้งชนิดง่วงและไม่ง่วง การเลือกยาขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ บางรายใช้ยาตัวเดียวได้ผล บางรายแพทย์อาจเปลี่ยนกลุ่มยาหรือใช้หลายตัวร่วมกัน
  3. ถ้าอาการมากและไม่ค่อยตอบสนองต่อยาต้านฮีสตามีน แพทย์อาจพิจารณายาอื่น

แพทย์ไทยปรับยาอย่างไร งานฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ 105 คน (สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ตีพิมพ์ปี 2568) ระบุว่าร้อยละ 98.1 แนะนำยาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2 สำหรับลมพิษเรื้อรัง และร้อยละ 87.6 เลือกเพิ่มขนาดยาตัวเดียวในลมพิษเรื้อรัง การเพิ่มขนาดยาเป็นการตัดสินของแพทย์ ห้ามเพิ่มเอง อ่านเรื่องการกินยาแก้แพ้ทุกวันได้ที่ กินยาแก้แพ้ทุกวันได้ไหม

ยาฉีดชีววัตถุและยาอื่น งานวิเคราะห์อภิมานแบบเครือข่าย (J Allergy Clin Immunol ตีพิมพ์ปี 2568) ซึ่งทำเพื่อปรับปรุงแนวทางลมพิษเรื้อรังของสมาคมแพทย์ภูมิแพ้สหรัฐ รวม 93 งาน ผู้เข้าร่วม 11,398 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่และวัยรุ่น สรุปว่าในผู้ที่ยาต้านฮีสตามีนคุมไม่ได้ ยาโอมาลิซูแมบ (omalizumab) ขนาดมาตรฐานและยาเรมิบรูทินิบ (remibrutinib) อยู่ในกลุ่มที่ได้ผลดีหลายด้าน ส่วนไซโคลสปอรินอาจได้ผลแต่อาจมีผลข้างเคียงมาก ยาเหล่านี้ต้องสั่งและติดตามโดยแพทย์เฉพาะทาง

ระหว่างใช้ยา เอกสารของศิริราชแนะนำให้กินยาตามแพทย์สั่ง ถ้ายาทำให้ง่วงจนรบกวนการทำงาน ให้บอกแพทย์เพื่อเปลี่ยนยา ไม่แกะเกา และทำใจให้สบาย ห้ามหยุด ลด หรือเพิ่มยาเอง

ลมพิษเรื้อรังหายได้ไหม อันตรายไหม

ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ในระยะยาว MedlinePlus ระบุว่าลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่หายไปเองภายในไม่ถึง 1 ปี และลมพิษโดยทั่วไปมักไม่เป็นอันตราย เอกสารของศิริราชระบุว่าถ้าหาสาเหตุพบและแก้ไขได้ ผื่นมักหายได้เมื่อใช้ยาต้านฮีสตามีน ถ้าหาสาเหตุไม่พบ โรคมักเรื้อรัง แพทย์จะใช้ยาคุมอาการ แล้วค่อย ๆ ลดยาลงเมื่อคุมได้ และพยายามหยุดยาถ้าทำได้ บางรายอาจเป็นนานเป็นปี แต่ลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง

ความเชื่อ: ลมพิษเรื้อรังแปลว่าภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ใช่ แนวทางสากลอธิบายว่าเป็นโรคที่ขับเคลื่อนโดยเซลล์มาสต์ในผิว และบางรายเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันที่ไปกระตุ้นผิวเอง (ภูมิต้านตนเอง) ไม่ใช่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อ่านเรื่องผื่นกับภูมิคุ้มกันได้ที่ ภูมิตกผื่นขึ้นคืออะไร

เมื่อไรต้องพบแพทย์

นัดพบแพทย์ NHS ระบุว่าถ้าลมพิษไม่หายแม้รักษาแล้ว แพทย์อาจส่งต่อแพทย์ผิวหนัง ส่วนเอกสารของศิริราชแนะนำว่าผู้ป่วยลมพิษควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด กรณีที่ NHS ให้ขอนัดด่วน

  • ลมพิษเป็นซ้ำบ่อย หรือผื่นลามออกไป
  • มีไข้และรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย
  • มีบวมใต้ผิวหนัง หรือบางส่วนของร่างกาย เช่น มือ เท้า บวมขึ้นมาทันที

ปาก ลิ้น คอบวม หายใจหรือกลืนลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ดูรายการเต็มท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องลมพิษเรื้อรัง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ลมพิษเรื้อรังดีขึ้น ลดการกำเริบ หรือใช้แทนยาต้านฮีสตามีนหรือยาที่แพทย์ผิวหนังสั่งได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้ ยาฉีดชีววัตถุ หรือยากดภูมิคุ้มกันห้ามหยุดหรือปรับยาเอง และควรบอกแพทย์ผิวหนังทุกครั้งว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดอยู่ เพราะแพทย์ต้องใช้ข้อมูลนี้ประกอบการหาตัวกระตุ้น

ส่วนประกอบที่ผู้ป่วยลมพิษเรื้อรังควรรู้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในคนเป็นเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ ผลขัดกัน งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คน (ตีพิมพ์ปี 2559 ผู้ผลิตวัตถุดิบเป็นผู้ให้ทุน) ใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) และไม่พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดต่างกัน ไม่มีงานเรื่องลมพิษ ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบหรือยังไม่สุก รวมถึงใบและลำต้น มีสารที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรง แหล่งที่เปิดได้ไม่ได้ระบุข้อห้ามเฉพาะในโรคภูมิต้านตนเอง แต่ผู้ที่เป็นโรคภูมิต้านตนเองหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานในคนเป็นเรื่องหวัด ใช้วัตถุดิบยี่ห้อเฉพาะวันละ 250–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 3–11 เท่า (คำนวณ) ผลยังไม่สอดคล้อง และส่วนใหญ่ผู้ผลิตวัตถุดิบเกี่ยวข้อง ไม่มีงานเรื่องลมพิษ แหล่งที่เปิดได้ไม่ได้ระบุปฏิกิริยากับยากดภูมิคุ้มกันโดยตรง ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) ยาฉีดชีววัตถุ หรือโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคไทรอยด์จากภูมิต้านตนเอง ลูปัส: ปรึกษาแพทย์ก่อน · ศูนย์มะเร็งเมโมเรียลสโลนเคทเทอริง (MSKCC) ระบุว่าขิงอาจเพิ่มระดับยาทาโครลิมัส
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาหรือยากินสเตียรอยด์ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาทา ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลมหมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการถึงขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • ผื่นลามไปทั่วตัว หรือผื่นวงกลมที่ตรงกลางสีเข้มขอบนอกสีจาง หลังเริ่มยาใหม่หรือหลังติดเชื้อ
  • มีผื่นที่ผิวเจ็บ บวม พอง หรือลอก
  • ปาก หน้า ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือตา บวมหรือเจ็บ

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ภาวะบวมใต้ผิวหนัง (ทบทวน 25 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (ทบทวน 4 มี.ค. 2569)

ระหว่างรอรถพยาบาล หน้าแพ้รุนแรงของ NHS ให้ใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล ให้นอนราบ ยกขาได้ ถ้าหายใจลำบากให้ยกไหล่ขึ้นหรือค่อย ๆ ลุกนั่ง (หญิงตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย) ห้ามลุกยืนหรือเดินเลยแม้จะรู้สึกดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 5 นาทีให้ใช้ปากกาอันที่ 2 หน้าหอบหืด ภาวะบวมใต้ผิวหนัง และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสันของ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: ห้ามกินยาแก้แพ้แล้วรอดูอาการแทนการโทร 1669

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ลมพิษเรื้อรังคืออะไร

คือผื่นลมพิษที่เป็น ๆ หาย ๆ ต่อเนื่องนานเกิน 6 สัปดาห์ ภาควิชาตจวิทยา ศิริราช และ MedlinePlus ใช้เกณฑ์เดียวกัน และ MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่หาสาเหตุไม่พบ

ลมพิษเรื้อรังเกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่หาสาเหตุไม่ได้ สาเหตุที่ศิริราชระบุว่าเป็นไปได้ ได้แก่ การติดเชื้อ ยา โรคต่อมไทรอยด์ ภาวะภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง และสิ่งกระตุ้นทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น แรงกด ส่วนงานทบทวนเรื่องอาหารพบว่าหลักฐานว่าการงดอาหารแบบเหมารวมช่วยได้ยังอยู่ในระดับต่ำ

ลมพิษเรื้อรังกินยาอะไร

ยาเริ่มต้นคือยาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2 ตามที่แพทย์สั่ง ถ้าไม่พอ แพทย์อาจปรับขนาด เปลี่ยนยา หรือใช้ยาฉีดชีววัตถุ การเพิ่มขนาดยาเป็นการตัดสินของแพทย์ ห้ามเพิ่มหรือหยุดยาเอง

ลมพิษเรื้อรังหายได้ไหม

MedlinePlus ระบุว่าลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่หายไปเองภายในไม่ถึง 1 ปี บางรายเป็นนานกว่านั้น ศิริราชระบุว่าแพทย์จะใช้ยาคุมอาการแล้วค่อย ๆ ลดยาเมื่อคุมได้ และลมพิษเรื้อรังส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง

ลมพิษเรื้อรังอันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่อันตรายแต่รบกวนคุณภาพชีวิต ถ้ามีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หรือกลืนลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท