เกี่ยวกับ Beta Oil
ยาลดไขมันห้ามกินคู่กับอะไร ส้มโอ เกรปฟรุต ยาอื่น และแอลกอฮอล์
คำตอบสั้น: ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินบางตัว โดยเฉพาะ ซิมวาสแตติน (simvastatin) และอะทอร์วาสแตติน (atorvastatin) ถูกกำจัดผ่านเอนไซม์ CYP3A4 สิ่งที่ยับยั้งเอนไซม์นี้ เช่น น้ำเกรปฟรุต ส้มโอ ยาปฏิชีวนะบางตัว และยาต้านเชื้อรากลุ่มอะโซล อาจทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อ ส่วนแอลกอฮอล์อาจเพิ่มผลข้างเคียงร้ายแรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ บอกเภสัชกรทุกครั้งที่ได้ยาใหม่ และห้ามหยุดยาเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่าน้ำเกรปฟรุตยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ในลำไส้เล็ก และส้มโอก็อาจมีผลแบบเดียวกัน
- แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ห้ามใช้ซิมวาสแตตินร่วมกับยาต้านเชื้อรากลุ่มอะโซล อิริโทรมัยซิน คลาริโทรมัยซิน และอีกหลายตัว
- ยาความดันที่คนไทยใช้บ่อยอย่างแอมโลดิพีน ทำให้แนวทางจำกัดขนาดซิมวาสแตตินไม่เกิน 20 มก.ต่อวัน
- MedlinePlus ระบุว่าแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียงร้ายแรง และให้บอกแพทย์ถ้าดื่มเกินวันละ 2 ดริงก์
- ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ขนาดสูงที่ซื้อเองได้ อยู่ในรายการที่อาจตีกับยาลดไขมัน
ทำไมส้มโอและเกรปฟรุตมีปัญหากับยาลดไขมันบางตัว
เพราะผลไม้กลุ่มนี้ไปยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยทำลายยา FDA อธิบายว่ายาหลายชนิดถูกย่อยสลายด้วยเอนไซม์ชื่อ CYP3A4 ในลำไส้เล็ก น้ำเกรปฟรุตยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้ได้ ยาจึงถูกดูดซึมเข้าเลือดมากกว่าปกติ
FDA ยกตัวอย่างยาลดไขมันที่ได้รับผล คือซิมวาสแตตินและอะทอร์วาสแตติน และระบุว่า ส้มโอ (pomelo) ส้มเซวิลล์ และส้มแทงเจโล อาจมีผลเหมือนน้ำเกรปฟรุต
ระดับยาที่สูงเกินไปเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล จัดให้ เกรปฟรุต และยาที่ยับยั้ง CYP3A4 เป็นปัจจัยเสี่ยงของผลข้างเคียงต่อกล้ามเนื้อจากยาสแตติน ร่วมกับอายุเกิน 80 ปี โรคไต และการขาดวิตามินดี
ยาลดไขมันตัวไหนได้รับผลมาก ตัวไหนได้รับผลน้อย
แนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 ระบุว่า ซิมวาสแตตินและอะทอร์วาสแตตินต้องระวังปฏิกิริยากับยาที่ยับยั้งเอนไซม์ CYP450 ซึ่งตรงกับตัวอย่างที่ FDA ยกไว้
ส่วนยาตัวอื่นในกลุ่ม เช่น โรสุวาสแตติน (rosuvastatin) หรือ พราวาสแตติน (pravastatin) แหล่งที่เราเปิดตรวจไม่ได้ระบุชัดว่าปลอดภัยเมื่อกินกับส้มโอ เราจึงไม่ขอสรุปแทน วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูชื่อยาบนซอง แล้วถามเภสัชกรว่า “ยาตัวนี้กินกับส้มโอหรือเกรปฟรุตได้ไหม”
MedlinePlus ก็แนะนำแบบเดียวกัน คือให้คุยกับแพทย์เรื่องการกินเกรปฟรุตหรือดื่มน้ำเกรปฟรุตระหว่างใช้ยาสองตัวนี้
ได้ยินว่ากินส้มโอห่างจากยาหลายชั่วโมงก็ไม่เป็นไร จริงไหม
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ หน้าข้อมูลของ FDA ไม่ได้บอกว่าเว้นระยะกี่ชั่วโมงแล้วปลอดภัย และไม่ได้บอกปริมาณส้มโอที่กินได้ FDA แนะนำว่า ถ้ายาของคุณตีกับน้ำเกรปฟรุต ไม่ควรกินผลไม้กลุ่มนี้ รวมทั้งส้มโอ ส่วน MedlinePlus ให้คุยกับแพทย์ก่อนกินเกรปฟรุตระหว่างใช้ยา
ในทางปฏิบัติ ถ้าชอบกินส้มโอเป็นประจำ เช่น ช่วงตรุษจีนหรือสารทจีนที่ซื้อมาไหว้ ให้บอกแพทย์ตอนสั่งยา แพทย์อาจเลือกยาที่เหมาะกับนิสัยการกินของคุณได้ อย่าแก้ปัญหาด้วยการหยุดยาเองในวันที่กินส้มโอ
ยาอะไรบ้างที่ต้องระวังเมื่อกินร่วมกับยาลดไขมัน
แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ระบุไว้ดังนี้
- ห้ามใช้ซิมวาสแตตินร่วมกับ ยาต้านเชื้อรากลุ่มอะโซล (เช่น คีโตโคนาโซล) ยาปฏิชีวนะอิริโทรมัยซินและคลาริโทรมัยซิน ยาต้านเอชไอวีกลุ่มโปรตีเอสอินฮิบิเตอร์ เจมไฟโบรซิล ไซโคลสปอริน และดานาซอล
- ซิมวาสแตตินไม่เกิน 10 มก.ต่อวัน เมื่อใช้ร่วมกับยาหัวใจและความดันอย่างเวอราพามิลหรือดิลไทอะเซม
- ซิมวาสแตตินไม่เกิน 20 มก.ต่อวัน เมื่อใช้ร่วมกับอะมิโอดาโรน แอมโลดิพีน หรือราโนลาซีน
- ไม่แนะนำเจมไฟโบรซิลร่วมกับยาสแตตินทุกตัว
เอกสารยาของ MedlinePlus เพิ่มยาที่ซื้อเองได้ คือ ไนอะซิน (ตีกับทั้งซิมวาสแตตินและอะทอร์วาสแตติน) และ ไซเมทิดีน ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะ (ตีกับอะทอร์วาสแตติน)
ถ้าคุณกินแอมโลดิพีนคู่กับซิมวาสแตตินอยู่แล้ว ไม่ต้องตกใจและห้ามหยุดยาเอง แนวทางกำหนดเพดานขนาดยาไว้ให้ใช้ร่วมกันได้ ให้ถามเภสัชกรในครั้งถัดไปว่าขนาดที่ได้อยู่ในเกณฑ์หรือไม่
ช่วงที่ต้องกินยาปฏิชีวนะชั่วคราว ให้บอกแพทย์ทุกครั้งว่ากินยาลดไขมันอยู่ อ่านต่อที่ ช่วงกินยาปฏิชีวนะ ต้องเว้นอาหารเสริมไหม และหลักทั่วไปเรื่องยากับสารอาหารที่ ยากับสารอาหารตีกันได้อย่างไร
กินยาลดไขมันกับพาราเซตามอลได้ไหม
รายการยาที่ต้องระวังในแนวทางไทยและเอกสารยาของ MedlinePlus ที่เราเปิดตรวจ ไม่มีชื่อพาราเซตามอล แต่ก็ไม่ได้เขียนรับรองว่ากินคู่กันได้ทุกกรณี จึงควรถามเภสัชกรเมื่อต้องกินเป็นประจำ
มีสองเรื่องที่ควรรู้
- ถ้าคุณกินยาแก้ปวดเพราะปวดกล้ามเนื้อหลังเริ่มยาลดไขมัน ให้บอกแพทย์ อย่ากินยาแก้ปวดกลบอาการไว้ เพราะอาการปวดกล้ามเนื้ออาจเกี่ยวกับยาลดไขมัน
- คนที่เป็นความดันสูงร่วมด้วย ควรรู้ว่าแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยจัด ยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs ไว้ในรายการยาที่อาจทำให้ความดันสูงขึ้น ยาแก้ปวดแต่ละกลุ่มจึงไม่เหมือนกัน
ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างกินยาลดไขมันได้ไหม
ควรถามแพทย์ก่อน เอกสารยาของ MedlinePlus ทั้งซิมวาสแตตินและอะทอร์วาสแตตินระบุว่าแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียงร้ายแรง และให้แจ้งแพทย์ถ้าดื่มมากกว่าวันละ 2 ดริงก์
ยังมีอีกเหตุผล แนวทางไทยแนะนำให้ เลิกเหล้า สำหรับคนที่ไตรกลีเซอไรด์สูง ส่วนแนวทางความดันแนะนำผู้หญิงไม่เกินวันละ 1 ดริงก์มาตรฐาน ผู้ชายไม่เกิน 2 ดริงก์มาตรฐาน (1 ดริงก์มาตรฐานมีแอลกอฮอล์ราว 10 กรัม) อ่านต่อที่ ความดันสูงกินเบียร์ได้ไหม เหล้าทำให้ไตรกลีเซอไรด์ขึ้นไหม
ยาลดไขมันห้ามกินคู่กับวิตามินอะไร
- ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ขนาดสูง — MedlinePlus ระบุว่าไนอะซินที่ซื้อเองได้อาจตีกับยาลดไขมัน และแนวทางไทยไม่แนะนำไนอะซินร่วมกับสแตตินในผู้ป่วยเบาหวานที่ไตรกลีเซอไรด์สูง เพราะไม่ได้ลดโรคหัวใจเพิ่มจากสแตตินอย่างเดียว
- ข้าวยีสต์แดง — ไม่ใช่วิตามิน แต่มีสารที่โครงสร้างเหมือนยาโลวาสแตติน จึงไม่ควรกินซ้อนกับยาลดไขมัน
- วิตามินซี วิตามินอี น้ำมันปลา CoQ10 — มีรายละเอียดแยกในบทความ ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม
ทำไมต้องบอกเภสัชกรทุกครั้งที่ได้ยาใหม่
เพราะยาที่ตีกันมักมาจากคนละที่ เช่น ยาลดไขมันจากโรงพยาบาลรัฐ ยาปฏิชีวนะจากคลินิก ยาแก้ปวดจากร้านยา และอาหารเสริมที่ลูกหลานซื้อให้ ไม่มีใครเห็นรายการทั้งหมด นอกจากคุณจะนำไปให้ดู
แนวทางไทยระบุว่าถ้ามียาที่ตีกันจนเลี่ยงไม่ได้ แพทย์อาจต้องลดขนาดหรือหยุดยาลดไขมันชั่วคราว และให้ระวังยาสแตตินขนาดสูงในผู้ที่อายุเกิน 75 ปี หรือผู้ที่เสี่ยงต่อยาตีกัน
วิธีง่าย ๆ คือใส่ยาทุกตัวรวมทั้งอาหารเสริมลงถุงเดียว แล้วนำไปให้เภสัชกรดูทุกครั้งที่ได้ยาใหม่ ดูวิธีจัดยาได้ที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ดูแลอย่างไร และ อาหารเสริมตัวไหนห้ามกินคู่กัน
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669 ถ้าอาการหนัก
- ปวดกล้ามเนื้อมากหรืออ่อนแรงผิดปกติ
- ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
- เจ็บแน่นหน้าอก แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
สำหรับคนที่กินยาลดไขมันอยู่ ส่วนประกอบที่ควรรู้มีดังนี้
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. — เป็นน้ำมันพืชชนิดไขมันไม่อิ่มตัว รวมราวครึ่งกรัมต่อแคปซูล งานวิจัยในคนที่พบผลต่อ LDL ใช้น้ำมันเหล่านี้ปรุงอาหารทั้งวันในปริมาณหลายสิบกรัม เช่น งานของ ม.มหิดล ใช้น้ำมันรำข้าววันละ 30 มิลลิลิตร
- วิตามินซี 30 มก. — ต่ำกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันตาม MedlinePlus (ชาย 90 มก. หญิง 75 มก.) งานรวมผลที่ศึกษาเรื่องความดันใช้ค่ากลางวันละ 500 มก. และงานใหญ่ที่ติดตามราว 8 ปีไม่พบว่าวิตามินซีวันละ 500 มก. ลดโรคหัวใจ
- วิตามินอี (ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต 50%) 5 มก. — วิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากขนาดหลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป แต่คนที่กินยาลดไขมันจำนวนมากกินยากลุ่มนี้ด้วย จึงควรแจ้งเภสัชกร
ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบการกินสูตรนี้ร่วมกับยาลดไขมัน และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ช่วยลดไขมันหรือเสริมฤทธิ์ยา งานวิจัย VINTAGE MI พบว่าแอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัมในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีผู้เสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอกจนต้องยุติงานก่อนกำหนด (ในแคปซูลมี 5 มก.) ผู้ที่เคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ก่อน ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
กินยาลดไขมันห้ามกินส้มโอจริงไหม
FDA ระบุว่าส้มโออาจมีผลแบบเดียวกับน้ำเกรปฟรุต ซึ่งยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายยาซิมวาสแตตินและอะทอร์วาสแตติน ทำให้ระดับยาสูงขึ้น ให้ถามเภสัชกรโดยดูชื่อยาบนซอง และอย่าหยุดยาเอง
กินส้มโอห่างจากยาหลายชั่วโมงได้ไหม
แหล่งข้อมูลทางการที่เราตรวจไม่ได้ระบุว่าเว้นระยะเท่าไรแล้วปลอดภัย ถ้าชอบกินส้มโอเป็นประจำให้บอกแพทย์ตอนสั่งยา
ยาลดไขมันห้ามกินกับยาอะไร
แนวทางไทยห้ามใช้ซิมวาสแตตินร่วมกับยาต้านเชื้อรากลุ่มอะโซล อิริโทรมัยซิน คลาริโทรมัยซิน เจมไฟโบรซิล ไซโคลสปอริน และจำกัดขนาดเมื่อใช้กับแอมโลดิพีน เวอราพามิล ดิลไทอะเซม และอะมิโอดาโรน
กินยาลดไขมันดื่มเหล้าได้ไหม
ควรถามแพทย์ก่อน MedlinePlus ระบุว่าแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียงร้ายแรง และให้แจ้งแพทย์ถ้าดื่มเกินวันละ 2 ดริงก์
ยาลดไขมันห้ามกินคู่กับวิตามินอะไร
ไนอะซินหรือวิตามินบี 3 ขนาดสูงที่ซื้อเองได้อาจตีกับยาลดไขมัน ส่วนข้าวยีสต์แดงมีสารที่เหมือนยาโลวาสแตติน ไม่ควรกินซ้อน ควรแจ้งเภสัชกรทุกตัวที่กินอยู่
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Grapefruit Juice and Some Drugs Don't MixU.S. Food and Drug Administration (FDA)
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- SimvastatinMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- AtorvastatinMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- ยาลดไขมัน ผลไม่พึงประสงค์ต่อกล้ามเนื้อคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
