บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

ยีสต์เบต้ากลูแคนช่วยอะไร งานวิจัยเรื่องหวัดในคนพบอะไรบ้าง

คำตอบสั้น: ยีสต์เบต้ากลูแคนถูกศึกษาในคนเรื่องหวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเป็นหลัก ผลรวมยังปนกัน การวิเคราะห์รวม 13 งานพบว่าสัมพันธ์กับการเป็นหวัดน้อยลง แต่ผู้วิจัยเตือนว่างานน้อยและต่างกันมาก ขณะที่งานทดลองที่ใหญ่ในกลุ่มนี้ (299 คน วันละ 900 มก.) ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด และงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีก็ไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยีสต์เบต้ากลูแคนคือสารโครงสร้างจากผนังเซลล์ยีสต์ ต่างจากเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตที่ศึกษาเรื่องไขมันในเลือด
  • ผลบวก: การวิเคราะห์รวม 13 งาน งานขนาดต่ำ 204 มก. ในคนเครียดปานกลาง และงานเล็กบางงาน
  • ผลลบหรือไม่ชัด: งาน 299 คน งานในผู้ใหญ่ 50–70 ปี และงานเรื่องการตอบสนองต่อวัคซีนไข้หวัดใหญ่
  • หลายงานใช้วัตถุดิบยี่ห้อเฉพาะ และบางงานมีผู้วิจัยจากบริษัท
  • ค่าภูมิคุ้มกันในเลือดที่เปลี่ยน ไม่ได้แปลว่าป่วยน้อยลงเสมอ
  • ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ต้องถามแพทย์ก่อน

ยีสต์เบต้ากลูแคนคืออะไร ต่างจากเบต้ากลูแคนที่พูดถึงเรื่องคอเลสเตอรอลอย่างไร

เบต้ากลูแคนเป็นชื่อเรียกกลุ่มของน้ำตาลสายยาวที่พบในผนังเซลล์ของยีสต์ เห็ด และในเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ตและบาร์เลย์ ชื่อเหมือนกัน แต่โครงสร้างและเรื่องที่ศึกษาต่างกัน

  • เบต้ากลูแคนจากยีสต์ ที่ใช้ในงานเรื่องหวัด มักระบุว่าเป็นชนิด 1,3/1,6 และใช้ขนาดหลักร้อยมิลลิกรัมต่อวัน
  • เบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต ศึกษาเรื่องไขมันและน้ำตาลในเลือด และใช้ขนาดหลายกรัมต่อวัน

ผลของชนิดหนึ่งจึงยืมไปใช้กับอีกชนิดไม่ได้ อ่านความต่างแบบละเอียดที่ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

งานวิจัยแบบสุ่มเรื่องหวัด พบอะไรบ้าง

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากบทคัดย่อของงานในฐานข้อมูล PubMed ที่เปิดอ่านแล้ว เรียงจากงานรวมไปถึงงานเดี่ยว

การวิเคราะห์รวม 13 งาน (Zhong 2021)

รวมงานทดลองแบบสุ่มในคนสุขภาพดี 13 งาน พบว่ากลุ่มที่ได้ยีสต์เบต้ากลูแคน เป็นหวัดน้อยลงและเป็นสั้นลง โดยทั่วไปทนได้ดี

แต่ผู้วิจัยระบุเองว่า งานมีจำนวนน้อยและผลต่างกันมากระหว่างงาน จึงต้องมีงานคุณภาพสูงเพิ่ม ผลด้านระยะเวลาป่วยรายงานเป็นค่าทางสถิติแบบมาตรฐาน ซึ่งแปลงเป็นจำนวนวันไม่ได้ ใครที่บอกว่าลดวันป่วยได้กี่วันจากงานนี้จึงพูดเกินข้อมูล

งาน 299 คน ช่วงฤดูหนาว 16 สัปดาห์ (Dharsono 2019)

งานทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในผู้ใหญ่ที่เป็นหวัดบ่อย ให้วันละ 900 มก. นาน 16 สัปดาห์

  • ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด ผู้ที่เป็นหวัดยืนยันอย่างน้อย 1 ครั้งมี 70 คนในกลุ่มยาหลอก และ 71 คนในกลุ่มเบต้ากลูแคน
  • ความรุนแรงโดยรวมไม่ต่าง
  • อาการทางกายในสัปดาห์แรกของหวัดเบากว่ากลุ่มยาหลอก

งาน 162 คน (Auinger 2013)

ใช้วันละ 900 มก. นาน 16 สัปดาห์ ในคนที่ติดเชื้อซ้ำบ่อย กลุ่มที่กินครบตามโปรโตคอลมีจำนวนหวัดที่มีอาการลดลง 25% แต่ คะแนนอาการไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ผลหลักมาจากการวิเคราะห์เฉพาะคนที่กินครบ และผู้วิจัยสังกัดบริษัทรับจ้างวิจัย

งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี (Fuller 2017)

ผู้ใหญ่ 100 คน วันละ 250 มก. นาน 90 วันช่วงหน้าหนาว พบหวัดที่ยืนยันโดยแพทย์ 17 ครั้ง เทียบ 28 ครั้งในกลุ่มยาหลอก แต่ความต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ความรุนแรงไม่ต่าง ผู้วิจัยบอกว่าต้องมีงานใหญ่กว่านี้ยืนยัน

งานขนาดต่ำ 120 และ 204 มก. (Habibullah 2026)

ผู้ใหญ่อายุ 18–59 ปีที่มีความเครียดปานกลาง 198 คน นาน 12 สัปดาห์ ทั้งสองขนาดมีคะแนนอาการทางเดินหายใจดีกว่ายาหลอก แต่ มีเพียงขนาด 204 มก. ที่ถึงเกณฑ์ความต่างที่มีความหมายทางคลินิก งานนี้ไม่ได้ทำในผู้สูงอายุ

งานในผู้หญิงที่มีความเครียด (Talbott 2012)

ผู้หญิง 77 คน วันละ 250 มก. นาน 12 สัปดาห์ รายงานอาการทางเดินหายใจน้อยกว่า (10% เทียบ 29%) งานเล็กและผู้วิจัยสังกัดบริษัท จึงใช้ประกอบได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานหลัก

ช่วยให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ผลดีขึ้นไหม

ยังไม่มีหลักฐานพอ

  • งานนำร่องในผู้ใหญ่อายุ 50–79 ปี 239 คน (Laue 2021) ซึ่งแบ่งเป็นหลายกลุ่ม และมีกลุ่มยีสต์เบต้ากลูแคนเป็นหนึ่งในนั้น พบว่ากลุ่มที่ได้สารทดลองมีแอนติบอดีหลังวัคซีน ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ จากกลุ่มควบคุม
  • งานนำร่องในผู้สูงอายุ 90 คน วันละ 500 มก. (Moreno 2025) พบแอนติบอดีต่อสายพันธุ์หนึ่งเพิ่มมากกว่ายาหลอกในฤดูแรก แต่ อาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ไม่ต่าง และมีผู้ร่วมวิจัยจากบริษัทผู้ผลิตเบต้ากลูแคน

ข้อสรุปที่ปลอดภัยคือ วัคซีนยังต้องฉีดตามคำแนะนำ อาหารเสริมไม่ได้มาแทนหรือทำให้วัคซีนดีขึ้นตามหลักฐานที่มี อ่านเรื่องวัคซีนในผู้สูงอายุที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ ควรฉีดไหม

ค่าภูมิคุ้มกันในเลือดเปลี่ยน แปลว่าป่วยน้อยลงไหม

ไม่จำเป็น งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีพบว่าค่าภูมิคุ้มกันบางตัวที่วัดหลังกระตุ้นในห้องแล็บเปลี่ยนไป แต่ค่าอื่น เช่น แอนติบอดีในน้ำลายและสารสื่อการอักเสบในเลือด ไม่ต่าง และจำนวนหวัดก็ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ

ผลที่ผู้ป่วยสนใจจริงคือ ป่วยน้อยลงไหม ป่วยสั้นลงไหม อาการเบาลงไหม ไม่ใช่ตัวเลขในหลอดเลือดตัวใดตัวหนึ่ง โฆษณาที่ยกค่าเซลล์ภูมิคุ้มกันมาโชว์จึงยังไม่ได้ตอบคำถามนี้

ข้อจำกัดของงานวิจัยที่ควรรู้

  • ขนาดกลุ่ม: หลายงานมีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 200 คน ทำให้ผลแกว่งได้ง่าย
  • กลุ่มตัวอย่าง: บางงานเลือกคนที่เป็นหวัดบ่อย บางงานเลือกคนเครียด บางงานอายุไม่เกิน 59 ปี ผลจึงใช้กับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวได้ไม่เต็มที่
  • ผู้ให้ทุนและผู้วิจัย: หลายงานใช้วัตถุดิบยี่ห้อเฉพาะ และมีผู้วิจัยจากบริษัทหรือบริษัทรับจ้างวิจัย ซึ่งไม่ได้แปลว่าผลผิด แต่ควรรอการยืนยันจากกลุ่มอิสระ
  • วิธีวิเคราะห์: บางงานพบผลเฉพาะเมื่อนับคนที่กินครบ ไม่ใช่ทุกคนที่สุ่มเข้ากลุ่ม
  • วัตถุดิบต่างกัน: ความบริสุทธิ์ ความละลายน้ำ และโครงสร้างต่างกันตามผู้ผลิต ผลของยี่ห้อหนึ่งยืมไปใช้กับอีกยี่ห้อไม่ได้

ทำไมงานในหลอดทดลองยังสรุปผลในคนไม่ได้

ข่าวหลายชิ้นเล่าว่าเบต้ากลูแคนกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในจานเพาะเลี้ยง งานแบบนี้มีประโยชน์ในการหากลไก แต่มีช่องว่างหลายชั้นก่อนจะถึงคำตอบในคน

  1. ในหลอดทดลอง สารสัมผัสเซลล์โดยตรงในความเข้มข้นที่ผู้วิจัยกำหนด
  2. เมื่อกินเข้าไป สารต้องผ่านกระเพาะ ลำไส้ และระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ก่อน
  3. ร่างกายคนมีปัจจัยอื่นมาก เช่น อายุ การนอน โรคประจำตัว และยาที่ใช้
  4. ผลที่วัดในหลอดทดลองคือค่าทางชีวภาพ ไม่ใช่จำนวนวันที่ป่วย

ดังนั้นต้องดูงานทดลองแบบสุ่มในคนเป็นหลัก ซึ่งตามที่สรุปไว้ข้างต้น ผลยังปนกัน

ฉลากอาหารเสริมพูดอะไรได้ อะไรพูดไม่ได้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา ฉลากต้องระบุว่าไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค สิ่งที่ตรวจสอบย้อนได้คือข้อมูลบนฉลาก เช่น ชื่อ เลขสารบบอาหาร ส่วนประกอบและปริมาณ วิธีรับประทาน และคำเตือน

ประโยคที่ควรระวัง เช่น บอกว่ากันหวัดได้ ลดวันป่วยได้กี่วัน ใช้แทนวัคซีน หรืออ้างว่าวัตถุดิบผ่านงานวิจัยโดยไม่บอกชื่องาน ดูตัวอย่างเพิ่มที่ 10 ประโยคโฆษณาอาหารเสริมที่ผิดกฎหมาย

ชื่อวัตถุดิบที่มีเครื่องหมายการค้า (™ หรือ ®) บอกว่าเป็นวัตถุดิบของผู้ผลิตรายใด แต่ไม่ได้บอกว่ามีงานวิจัยของวัตถุดิบนั้นเอง วิธีตรวจสอบอยู่ที่ วัตถุดิบที่จดทะเบียนการค้าคืออะไร

ใครไม่ควรใช้ หรือต้องถามแพทย์ก่อน

  • ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกันและผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ: ไม่พบข้อมูลความปลอดภัยของยีสต์เบต้ากลูแคนในกลุ่มนี้ และงานทบทวนปี 2026 เตือนว่าสมุนไพรหลายชนิดทำให้ระดับยากดภูมิแกว่ง
  • ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า หรือยาอิมมูโนเทอราพี (ยาที่ใช้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสู้มะเร็ง): ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด อ่านต่อที่ ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารเสริมได้ไหม
  • ผู้มีโรคภูมิต้านตนเอง: ไม่พบข้อมูลในงานที่ตรวจ ควรถามแพทย์ก่อน
  • หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก: ข้อมูลไม่พอ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบใดในผลิตภัณฑ์: ควรถามแพทย์ก่อน

อ่านข่าวงานวิจัยเบต้ากลูแคนอย่างไรไม่ให้หลงทาง

เวลาเห็นข่าวหรือโพสต์ที่อ้างงานวิจัย ลองถาม 5 ข้อนี้

  1. ศึกษาในคน หรือในหลอดทดลองและสัตว์
  2. มีผู้เข้าร่วมกี่คน และเป็นคนกลุ่มไหน
  3. ใช้วันละกี่มิลลิกรัม นานแค่ไหน เทียบกับที่ตัวเองจะได้รับเท่าไร
  4. วัดผลอะไร จำนวนครั้งที่ป่วย หรือแค่ค่าในเลือด
  5. ใครให้ทุน และมีงานอื่นยืนยันหรือขัดแย้งไหม

ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ ควรมองว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุป

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ เหตุผลที่เราไม่เขียนสรรพคุณเกินฉลากอ่านได้ที่ แล็บฟาร์มสรรพคุณอะไร

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) — งานวิจัยเรื่องหวัดในคนให้ผลปนกันตามที่สรุปข้างต้น งานที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าราว 5.6 เท่า (คำนวณ) งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีที่ใช้วันละ 250 มก. ความต่างไม่มีนัยสำคัญ ส่วนงานขนาดต่ำในผู้ใหญ่อายุ 18–59 ปี มีเพียงขนาด 204 มก. ที่ถึงเกณฑ์ความต่างที่มีความหมายทางคลินิก ปริมาณในแคปซูลอยู่ระหว่าง 120 กับ 204 มก. จึงสรุปไม่ได้ว่าจะได้ผลเท่าขนาด 204 มก. ไม่พบงานวิจัยที่ใช้ชื่อวัตถุดิบ Immuneo Plus™ ในฐานข้อมูล PubMed ผลของงานที่ใช้วัตถุดิบเบต้ากลูแคนตัวอื่นจึงนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์นี้โดยตรงไม่ได้ และฉลากไม่ระบุสัดส่วน 1,3/1,6 หรือชนิดละลายน้ำ

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ป่วยน้อยลง หายป่วยเร็วขึ้น หรือทำให้วัคซีนได้ผลดีขึ้น

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ ไม่พบข้อมูลความปลอดภัยของยีสต์เบต้ากลูแคนในกลุ่มนี้
  • ผู้มีโรคภูมิต้านตนเอง: NCCIH ระบุว่าโสมอาจทำให้โรคแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ยีสต์เบต้ากลูแคนช่วยอะไร

ถูกศึกษาในคนเรื่องหวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเป็นหลัก ผลยังปนกัน การวิเคราะห์รวม 13 งานพบว่าสัมพันธ์กับการเป็นหวัดน้อยลงแต่ผลต่างกันมาก งาน 299 คนที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัด และงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญ

ยีสต์เบต้ากลูแคนกับเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน ชนิดจากยีสต์ศึกษาเรื่องหวัดในขนาดหลักร้อยมิลลิกรัมต่อวัน ส่วนชนิดจากข้าวโอ๊ตศึกษาเรื่องไขมันและน้ำตาลในเลือดในขนาดหลายกรัมต่อวัน ผลของชนิดหนึ่งใช้แทนอีกชนิดไม่ได้

ยีสต์เบต้ากลูแคนช่วยให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ผลดีขึ้นไหม

ยังไม่มีหลักฐานพอ งานนำร่องในผู้ใหญ่อายุ 50–79 ปี 239 คนที่แบ่งเป็นหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มยีสต์เบต้ากลูแคน พบแอนติบอดีหลังวัคซีนไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มควบคุม ส่วนงานนำร่อง 90 คนพบแอนติบอดีต่อสายพันธุ์หนึ่งเพิ่มขึ้นในฤดูแรก แต่อาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ไม่ต่าง วัคซีนจึงยังต้องฉีดตามคำแนะนำ

ทำไมงานวิจัยในหลอดทดลองยังเชื่อไม่ได้

ในหลอดทดลองสารสัมผัสเซลล์โดยตรงในความเข้มข้นที่กำหนด แต่เมื่อกินเข้าไปต้องผ่านการย่อยและการดูดซึม และร่างกายคนมีปัจจัยอื่นอีกมาก ผลที่เชื่อถือได้ต้องมาจากงานทดลองแบบสุ่มในคนที่วัดว่าป่วยน้อยลงจริงหรือไม่

ใครไม่ควรกินยีสต์เบต้ากลูแคนเอง

ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้มีโรคภูมิต้านตนเอง หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก ควรถามแพทย์ก่อน เพราะไม่พบข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอในกลุ่มเหล่านี้ ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบใดก็ควรถามแพทย์ก่อนเช่นกัน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท