บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

ขาดวิตามินเค อาการเป็นยังไง ใครเสี่ยง ทำไมทารกแรกเกิดต้องฉีดวิตามินเค

คำตอบสั้น: วิตามินเคจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนที่ทำให้เลือดแข็งตัว ขาดแล้วจึงฟกช้ำง่ายและเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือด และประจำเดือนมามาก ภาวะนี้ พบน้อยในผู้ใหญ่สุขภาพดี แต่เสี่ยงขึ้นในผู้ที่ดูดซึมไขมันผิดปกติ เป็นโรคตับ หรือใช้ยาปฏิชีวนะนาน ส่วน ทารกแรกเกิดมีวิตามินเคต่ำโดยธรรมชาติ และอาจเลือดออกในสมองจนเสียชีวิตได้ ประเทศไทยจึงกำหนดให้ทารกแรกเกิดทุกคนได้รับการฉีดวิตามินเค ผู้ที่ใช้วาร์ฟารินต้องได้วิตามินเคจากอาหารสม่ำเสมอ และ ห้ามเพิ่มหรือลดวิตามินเคเองโดยไม่บอกแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • วิตามินเคช่วยให้ตับสร้างโปรตีนที่ทำให้เลือดแข็งตัว
  • อาการขาด: ฟกช้ำง่าย เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะมีเลือด อุจจาระดำเหนียว ประจำเดือนมามาก
  • ผู้ใหญ่ที่เสี่ยง: ดูดซึมไขมันผิดปกติ โรคตับ ใช้ยาปฏิชีวนะนาน และผู้ใช้ยาบางกลุ่ม
  • ทารกแรกเกิดได้วิตามินเคผ่านรกน้อย ตับเก็บได้น้อย และนมแม่มีวิตามินเคน้อย
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน: ได้วิตามินเคสม่ำเสมอ ไม่ขึ้นลง และห้ามเริ่มวิตามินเคเสริมเอง

วิตามินเคทำหน้าที่อะไร

MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) เรียกวิตามินเคว่า "วิตามินแห่งการแข็งตัวของเลือด" ร่างกายใช้วิตามินเคสร้างโปรตีนในตับที่ทำให้เลือดแข็งตัว ถ้าไม่มีวิตามินเค ตับจะสร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือดตัวที่ 2, 7, 9 และ 10 ไม่ได้ และเลือดจะไม่แข็งตัว

กรมอนามัย (ปริมาณสารอาหารอ้างอิงสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 หน้า 168–169) อธิบายเพิ่มว่าวิตามินเคยังเกี่ยวกับโปรตีนในกระดูก แต่หลักฐานเรื่องวิตามินเคกับกระดูกพรุนและหลอดเลือดแข็ง ยังสรุปไม่ได้ ต้องศึกษาเพิ่ม

ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (กรมอนามัย ตารางที่ 1 หน้า 171) คือ ชายอายุ 19 ปีขึ้นไป 120 ไมโครกรัม หญิง 90 ไมโครกรัม หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรเท่ากับผู้หญิงทั่วไป ทารก 0–5 เดือน 2 ไมโครกรัม (ตารางระบุว่าได้จากน้ำนมแม่) และทารก 6–11 เดือน 2.5 ไมโครกรัม

ขาดวิตามินเค อาการเป็นยังไง

Linus Pauling Institute (ทบทวน ก.ค. 2565) ระบุว่าการขาดวิตามินเคที่ชัดเจนทำให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมักเห็นจากผลตรวจเวลาการแข็งตัวของเลือด อาการที่ระบุมีดังนี้

  • ฟกช้ำง่าย
  • เลือดกำเดาไหล
  • เลือดออกตามไรฟัน
  • ปัสสาวะมีเลือด
  • อุจจาระมีเลือด หรืออุจจาระดำเหนียวเหมือนยางมะตอย
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ

ในทารก การขาดวิตามินเคอาจทำให้ เลือดออกในกะโหลกศีรษะซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากขาดวิตามินเคอย่างเดียว เช่น MedlinePlus หน้ายาวาร์ฟาริน (ปรับ 15 มี.ค. 2569) ระบุว่ายานี้ทำให้เลือดออกได้ และ Linus Pauling Institute ระบุว่าโรคตับรุนแรงก็เกี่ยวข้อง คำแนะนำของบทความ: ให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ อย่าเดาเองแล้วซื้อวิตามินเคมารับประทาน โดยเฉพาะผู้ใช้วาร์ฟาริน

ผู้ใหญ่กลุ่มไหนเสี่ยงขาดวิตามินเค

Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ใหญ่สุขภาพดีขาดวิตามินเคได้ยาก เพราะวิตามินเคมีในอาหารหลายชนิด และร่างกายนำวิตามินเคกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบ MedlinePlus ก็ระบุว่าการขาดวิตามินเค "พบน้อยมาก"

กลุ่มที่แหล่งข้อมูลระบุว่าเสี่ยง

  • ดูดซึมไขมันผิดปกติ: วิตามินเคละลายในไขมัน Linus Pauling Institute ยกตัวอย่างโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังและโรคซิสติกไฟโบรซิส กรมอนามัยระบุผู้ที่มีปัญหาการย่อยและดูดซึมไขมัน
  • ใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นเวลานาน: MedlinePlus ระบุไว้ชัด กรมอนามัยอธิบายว่ายาไปทำลายแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างวิตามินเค
  • โรคตับรุนแรง: Linus Pauling Institute ระบุไว้
  • ผู้ใช้ยาต้านวิตามินเค เช่น วาร์ฟาริน: ยาทำให้เกิดภาวะคล้ายขาดวิตามินเคโดยตั้งใจ เพื่อให้เลือดแข็งตัวช้าลง (Linus Pauling Institute)
  • ผู้ใช้ยาที่ลดการดูดซึมไขมัน: Linus Pauling Institute ระบุยาลดไขมันโคเลสไทรามีนและโคเลสทิพอล ยาลดน้ำหนักออร์ลิสแตท และน้ำมันแร่ ว่าอาจลดการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน รวมถึงวิตามินเค ห้ามหยุดยาเอง ให้ถามแพทย์ว่าจำเป็นต้องตรวจหรือไม่

อ่านเรื่องวิตามินที่ละลายในไขมันทั้ง 4 ตัวได้ที่ วิตามินเอ ดี อี เค

ทำไมทารกแรกเกิดทุกคนต้องฉีดวิตามินเค

Linus Pauling Institute อธิบายว่าทารกแรกเกิดมีวิตามินเคต่ำด้วยเหตุผล 4 ข้อ

  • วิตามินเคผ่านรกจากแม่ไปลูกได้น้อย
  • ตับของทารกเก็บวิตามินเคได้น้อยมาก
  • วงจรใช้วิตามินเคซ้ำอาจยังทำงานไม่เต็มที่ โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนด
  • นมแม่มีวิตามินเคต่ำ และแบคทีเรียในลำไส้ทารกยังไม่สมบูรณ์

ทารกที่แม่ใช้ยากันชัก ยาวัณโรค หรือยาต้านวิตามินเคระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นม ก็เสี่ยงมากขึ้น ภาวะนี้เรียกว่า ภาวะเลือดออกจากการขาดวิตามินเคในทารก (VKDB) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตแต่ป้องกันได้ง่าย

ข้อมูลของประเทศไทย กรมอนามัย (หน้า 168 และ 172) ระบุว่า

  • กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข รายงานเมื่อ พ.ศ. 2526 ว่าอัตราการเกิดโรคเลือดออกในทารกแรกเกิดและทารกสูงถึง 35 รายต่อประชากร 100,000 คน และอัตราตายสูงถึงร้อยละ 52 สาเหตุใหญ่มาจากได้วิตามินเคไม่พอ โดยเฉพาะทารกที่กินนมแม่
  • ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการกำหนดให้ทารกแรกเกิดทุกคนได้รับการฉีดวิตามินเค จนปัญหาการขาดวิตามินเคในทารกหมดไปในปัจจุบัน
  • งานในมารดาและทารกไทย 683 คู่ พบภาวะพร่องวิตามินเคแบบยังไม่มีอาการในมารดาร้อยละ 12.4 และทารกร้อยละ 16 ซึ่งสัมพันธ์กับการที่มารดาได้วิตามินเคจากอาหารต่ำกว่าค่าแนะนำ

วิตามินเคฉีดให้ทารกอย่างไร มีผลข้างเคียงไหม

Linus Pauling Institute ระบุว่าสมาคมกุมารแพทย์อเมริกันและองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งแนะนำให้ฉีดวิตามินเค 1 เข้ากล้ามเนื้อให้ทารกแรกเกิดทุกคนไม่นานหลังคลอด ขนาดมาตรฐานสำหรับทารกครบกำหนดคือ 1.0 มก. ส่วนทารกคลอดก่อนกำหนด มีงานศึกษาที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเสนอขนาดเริ่มต้นที่ต่ำกว่า

เรื่องมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เคยเป็นข่าว: ต้นทศวรรษ 1990 มีงานย้อนหลัง 2 งานเสนอว่าการฉีดวิตามินเคอาจสัมพันธ์กับมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก แต่งานย้อนหลังขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และสวีเดน ซึ่งทบทวนเวชระเบียนเด็ก 54,000 คนและ 1.3 ล้านคน รวมทั้งการวิเคราะห์รวม 6 งาน ไม่พบหลักฐานความสัมพันธ์นี้ กรมอนามัยก็ระบุว่าการศึกษาต่อมายังไม่พบ สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันจึงแนะนำให้ฉีดต่อ เพราะภาวะเลือดออกอันตรายถึงชีวิต ขณะที่ความเสี่ยงมะเร็ง "ยังไม่ได้รับการพิสูจน์และไม่น่าเป็นไปได้"

Linus Pauling Institute ยังระบุว่าในทศวรรษที่ผ่านมา มีรายงานทารกเลือดออกแบบเกิดช้าเพิ่มขึ้น จากการที่พ่อแม่ไม่ให้ทารกได้รับวิตามินเค หากมีข้อกังวล ให้คุยกับกุมารแพทย์ก่อนคลอด

ส่วนวิตามินเค 3 (เมนาไดโอน) ซึ่งเป็นรูปสังเคราะห์ Linus Pauling Institute ระบุว่าเคยทำให้เกิดพิษต่อตับ ตัวเหลือง และเม็ดเลือดแดงแตกในทารกเมื่อให้แบบฉีด ส่วนวิตามินเค 1 และเค 2 ยังไม่พบพิษ แม้การแพ้ยังเกิดได้

วิตามินเค 1 กับเค 2 ต่างกันอย่างไร

  • วิตามินเค 1 (ฟิลโลควิโนน): พืชสร้าง เป็นรูปหลักในอาหาร พบมากในผักใบเขียวและน้ำมันพืชบางชนิด
  • วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน): มีหลายชนิด ตั้งแต่ MK-2 ถึง MK-13 (Linus Pauling Institute) ส่วนใหญ่สร้างโดยแบคทีเรีย จึงพบในอาหารหมัก เช่น ถั่วเน่าญี่ปุ่นนัตโตะซึ่งมี MK-7 มาก และพบในชีส นม เนื้อสัตว์ และตับ

งานในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่า MK-7 อยู่ในเลือดได้นานกว่าวิตามินเค 1 มาก และเมื่อรับประทานต่อเนื่อง ระดับในเลือดสะสมสูงกว่าวิตามินเค 1 ราว 7–8 เท่า และผู้วิจัยเตือนเรื่องผลต่อยาต้านการแข็งตัวของเลือด อ่านเรื่องแหล่งอาหารได้ที่ วิตามินเคมีในอาหารอะไร และเรื่อง MK-7 ที่ วิตามินเค 2 MK-7 คืออะไร

คนกินวาร์ฟารินไม่ควรปรับวิตามินเคเอง

วิตามินเคปริมาณมากหรือเปลี่ยนแปลงมากหักล้างฤทธิ์ของวาร์ฟารินได้ Linus Pauling Institute แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินพยายามได้วิตามินเคตามค่าแนะนำ (90–120 ไมโครกรัมต่อวัน) และหลีกเลี่ยงการขึ้นลงมาก ส่วน MedlinePlus ระบุว่าผู้ใช้วาร์ฟารินอาจต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคน้อยลง และที่สำคัญกว่าคืออาจต้องรับประทานในปริมาณเท่ากันทุกวัน เพราะการเปลี่ยนกะทันหันทำให้ฤทธิ์ยาเปลี่ยน

ผู้ใช้วาร์ฟารินห้ามเริ่มหรือหยุดวิตามินเคเสริมเอง และห้ามปรับขนาดวาร์ฟารินเอง ให้แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่เปลี่ยนอาหารเสริม อ่านต่อที่ วิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือด และเรื่องการเลือกผักผลไม้ที่ กินวาร์ฟารินกินผักอะไรได้บ้าง

เลือดออกแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (ระดับตามหน้าอาการของ NHS ที่ระบุท้ายแต่ละข้อ)

  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุด (NHS หน้าเลือดกำเดา ทบทวน 5 ธ.ค. 2566)
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือเป็นสีเหมือนกากกาแฟ (NHS หน้าอาเจียนเป็นเลือด ทบทวน 18 ส.ค. 2568 ให้โทร 999 เมื่อมีอาการอื่นด้วย เช่น หน้ามืด บทความเลือกระดับที่ปลอดภัยกว่าและจัดไว้ในระดับนี้ทุกกรณี)
  • ถ่ายเป็นเลือดจำนวนมาก หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ (NHS หน้าเลือดออกทางทวารหนัก ทบทวน 12 เม.ย. 2566)

คำแนะนำของบทความ (เลือกระดับที่ปลอดภัยกว่า): ทารกที่มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่งกรมอนามัย (หน้า 169) ระบุเป็นอาการของเลือดออกในสมองจากการขาดวิตามินเค ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ซึมผิดปกติ
  • ไม่ดูดนม
  • อาเจียน
  • กระหม่อมหน้าโป่งตึง
  • ชัก
  • หมดสติ

ไปพบแพทย์วันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าฟกช้ำง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ เลือดออกตามไรฟันบ่อย ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรืออุจจาระดำ โดยเฉพาะผู้ใช้วาร์ฟาริน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่ เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: น้ำหนัก 37.5 มก. เป็นน้ำหนักผงวัตถุดิบที่มี MK-7 อยู่ 0.2% เมื่อคำนวณได้วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัมต่อแคปซูล (คำนวณ) ส่วนวิตามินดี 3 ราว 600 IU (คำนวณ) และแมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ) ตัวเลขแมกนีเซียมยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

เทียบปริมาณวิตามินเค 2 ในแคปซูลกับตัวเลขในบทความนี้

  • ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) คิดเป็นราว 63% ของค่าแนะนำของผู้ชาย (120 ไมโครกรัม) และราว 83% ของผู้หญิง (90 ไมโครกรัม) (คำนวณ) กรมอนามัยระบุว่ายังไม่มีข้อมูลพอจะกำหนดเพดานของวิตามินเค
  • ฝั่งวาร์ฟาริน: งานในอาสาสมัครพบว่า MK-7 10–45 ไมโครกรัมต่อวันเปลี่ยนค่า INR ได้ ปริมาณในแคปซูลสูงกว่านั้นราว 1.7–7.5 เท่า (คำนวณ) และสูงกว่าระดับ 50 ไมโครกรัมที่ผู้วิจัยอีกงานเตือนว่าอาจรบกวนยาต้านการแข็งตัวชนิดกิน
  • ทารกแรกเกิด: วิตามินเคที่ใช้ป้องกันเลือดออกในทารกคือวิตามินเค 1 แบบฉีดในโรงพยาบาล ไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้ใหญ่ และฉลากระบุว่าเด็กไม่ควรรับประทาน

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แก้ภาวะขาดวิตามินเคหรือภาวะเลือดออกง่ายได้ ผู้ที่สงสัยว่าขาดวิตามินเคต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะมีทั้งวิตามินเค 2 และโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายที่ลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด และแจ้งแพทย์ทั้งตอนเริ่มและตอนหยุด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน รวมถึงผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะนานหรือยาที่ลดการดูดซึมไขมัน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคลำไส้ที่ดูดซึมไขมันผิดปกติ: ให้แพทย์ประเมินเรื่องวิตามินเคและวิตามินอื่นโดยตรง
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: เช่น ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินและด็อกซีไซคลิน ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: Linus Pauling Institute ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ารับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
  • ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

ขาดวิตามินเค อาการเป็นยังไง

Linus Pauling Institute ระบุว่าเลือดแข็งตัวช้า ฟกช้ำง่าย เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะหรืออุจจาระมีเลือด อุจจาระดำเหนียว และประจำเดือนมามาก ในทารกอาจเลือดออกในกะโหลกศีรษะซึ่งอันตรายถึงชีวิต อาการเหล่านี้มีสาเหตุอื่นได้ ต้องให้แพทย์ตรวจ

ใครเสี่ยงขาดวิตามินเค

ผู้ใหญ่สุขภาพดีขาดได้ยาก กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่ดูดซึมไขมันผิดปกติ เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ผู้เป็นโรคตับรุนแรง ผู้ใช้ยาปฏิชีวนะนาน และผู้ใช้ยาที่ลดการดูดซึมไขมัน ส่วนทารกแรกเกิดมีวิตามินเคต่ำโดยธรรมชาติ

ทำไมทารกแรกเกิดต้องฉีดวิตามินเค

ทารกได้วิตามินเคผ่านรกน้อย ตับเก็บได้น้อย และนมแม่มีวิตามินเคต่ำ จึงเสี่ยงเลือดออกรวมทั้งในสมอง กรมอนามัยระบุว่าไทยแก้ปัญหานี้ด้วยการกำหนดให้ทารกแรกเกิดทุกคนได้รับการฉีดวิตามินเค

ฉีดวิตามินเคให้ทารกทำให้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวไหม

เคยมีงานย้อนหลัง 2 งานเสนอเช่นนั้น แต่งานขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และสวีเดน และการวิเคราะห์รวม 6 งาน ไม่พบความสัมพันธ์ สมาคมกุมารแพทย์อเมริกันจึงแนะนำให้ฉีดต่อ เพราะภาวะเลือดออกอันตรายถึงชีวิต

กินวาร์ฟารินอยู่ ต้องงดผักใบเขียวไหม

Linus Pauling Institute แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินได้วิตามินเคตามค่าแนะนำ 90–120 ไมโครกรัมต่อวันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้ให้งด ส่วน MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคน้อยลง และที่สำคัญกว่าคือปริมาณเท่ากันทุกวัน ให้ถามแพทย์ว่าแต่ละคนควรได้เท่าไร ห้ามเริ่มหรือหยุดวิตามินเคเสริมเอง และห้ามปรับขนาดยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท