บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

วิตามินเคมีในอาหารอะไร ผักบุ้ง ฟักทอง ถั่วฝักยาว มีมากแค่ไหน

คำตอบสั้น: วิตามินเค 1 มีมากในผักใบเขียวเข้มและน้ำมันพืชบางชนิด เช่น ผักปวยเล้ง บรอกโคลี กะหล่ำปลี น้ำมันถั่วเหลือง ส่วน วิตามินเค 2 อยู่ในอาหารหมัก เช่น ถั่วเน่าญี่ปุ่นนัตโตะ ชีส และอาหารจากสัตว์ สำหรับผักไทย แผ่นพับของฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช จัด ผักบุ้งไว้ในกลุ่มวิตามินเคน้อย และ ฟักทองในกลุ่มปานกลาง ส่วน ถั่วฝักยาว เราไม่พบตัวเลขวิตามินเคในแหล่งที่เปิดอ่าน แผ่นพับเดียวกันระบุว่าสำหรับผู้ที่ได้รับยาวาร์ฟาริน ผักเหล่านี้ไม่ถือเป็นข้อห้าม แต่ให้รับประทานในปริมาณเท่าเดิมในแต่ละวัน และแจ้งแพทย์เมื่อเปลี่ยนอาหารมาก

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • วิตามินเค 1 พบมากในผักใบเขียวเข้มและน้ำมันพืชบางชนิด
  • วิตามินเค 2 พบในนัตโตะ ชีส นม เนื้อสัตว์ และตับ แต่ฐานข้อมูลอาหารยังมีตัวเลขน้อย
  • ผักใบนอกมีวิตามินเคมากกว่าใบใน และมีไขมันในมื้อช่วยการดูดซึม
  • แผ่นพับ รพ.ศิริราช (2560): ผักบุ้งอยู่กลุ่มน้อย ฟักทองอยู่กลุ่มปานกลาง (แต่ USDA ให้ค่าฟักทองดิบต่ำมาก) ถั่วฝักยาวไม่พบข้อมูล
  • ผู้ใหญ่ต้องการวิตามินเควันละ 90 ไมโครกรัม (หญิง) และ 120 ไมโครกรัม (ชาย)
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน: แผ่นพับของ รพ.ศิริราช ระบุว่าผักไม่ถือเป็นข้อห้าม ให้รับประทานสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงอาหารเสริมทุกชนิด

วิตามินเค 1 กับเค 2 ได้จากอาหารต่างกันอย่างไร

Linus Pauling Institute (ทบทวน ก.ค. 2565) ระบุว่าวิตามินเค 1 (ฟิลโลควิโนน) เป็นรูปหลักในอาหารของคนส่วนใหญ่ พบมากในผักใบเขียวและน้ำมันพืชบางชนิด ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง คาโนลา มะกอก และเมล็ดฝ้าย

วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน) ส่วนใหญ่สร้างโดยจุลินทรีย์ จึงพบในอาหารหมัก เช่น ชีส นมเปรี้ยวแบบก้อน และนัตโตะ ส่วน MK-4 พบในผลิตภัณฑ์นมและเนื้อสัตว์บางชนิด และตับสัตว์มีเมนาควิโนนสายยาว Linus Pauling Institute ระบุว่า ฐานข้อมูลอาหาร รวมทั้งของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) มีข้อมูลเมนาควิโนนในอาหารจำกัด จึงประเมินได้ยากว่าคนแต่ละประเทศได้วิตามินเค 2 จากอาหารเท่าไร

MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ระบุว่าวิธีที่ดีในการได้วิตามินเคตามความต้องการคือจากอาหาร และปลา ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ และธัญพืชมีวิตามินเคในปริมาณน้อยกว่าผักใบเขียว

ผักและน้ำมันชนิดไหนมีวิตามินเคมาก

ตารางของกรมอนามัย (ปริมาณสารอาหารอ้างอิงสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ตารางที่ 2 หน้า 172) แสดงวิตามินเค 1 ต่ออาหารส่วนที่กินได้ 100 กรัม โดยอ้างเอกสารของสถาบันการแพทย์สหรัฐฯ (พ.ศ. 2544) ดังนี้

ผัก

  • ผักปวยเล้ง 380 ไมโครกรัม
  • ผักสลัด 315 ไมโครกรัม
  • บรอกโคลี 180 ไมโครกรัม
  • ตะเกียงกะหล่ำ (กะหล่ำดาว) 177 ไมโครกรัม
  • กะหล่ำปลี 145 ไมโครกรัม
  • หน่อไม้ฝรั่ง 60 ไมโครกรัม
  • ดอกขจร 40 ไมโครกรัม
  • ถั่วลันเตา 24 ไมโครกรัม
  • แตงกวาและกะหล่ำดอก อย่างละ 20 ไมโครกรัม
  • แครอท 10 ไมโครกรัม

น้ำมันและไขมัน

  • น้ำมันถั่วเหลือง 193 ไมโครกรัม
  • น้ำมันคาโนลา 127 ไมโครกรัม
  • น้ำมันเมล็ดฝ้าย 60 ไมโครกรัม
  • น้ำมันมะกอก 55 ไมโครกรัม
  • มาการีน 42 ไมโครกรัม
  • เนย 7 ไมโครกรัม
  • น้ำมันข้าวโพด 3 ไมโครกรัม

อาหารโปรตีน

  • ถั่วเหลืองเมล็ดแห้ง 47 ไมโครกรัม
  • ทูน่ากระป๋องในน้ำมัน 24 ไมโครกรัม
  • ตับ 5 ไมโครกรัม
  • ไข่ 2 ไมโครกรัม

ผู้ใหญ่ต้องการวิตามินเควันละ 120 ไมโครกรัม (ชาย) และ 90 ไมโครกรัม (หญิง) ตามกรมอนามัย Linus Pauling Institute ให้ตัวเลขต่อหน่วยบริโภคไว้ เช่น ผักโขมฝรั่งดิบ 1 ถ้วยมีราว 121 ไมโครกรัม บรอกโคลีสุก 1 ถ้วยราว 220 ไมโครกรัม กะหล่ำปลีดิบ 1 ถ้วยราว 68 ไมโครกรัม น้ำมันถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะราว 26 ไมโครกรัม และน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะราว 8 ไมโครกรัม

ผักไทยตัวไหนมีวิตามินเคสูง ปานกลาง หรือต่ำ

ข้อมูลผักพื้นบ้านไทยที่เราพบมาจากแผ่นพับ "อาหารที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟาริน" ของฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช (ตรวจสอบเนื้อหาล่าสุด พ.ศ. 2560) ซึ่งอ้างโครงการหาปริมาณวิตามินเคในผักพื้นบ้านของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ปีการศึกษา 2550 แผ่นพับแบ่งอาหารต่อ 100 กรัมเป็น 4 กลุ่ม แต่ไม่ได้แสดงตัวเลข

  • กลุ่มสูงสุด: ผักกาดเขียว ขึ้นฉ่าย กะหล่ำปลี ปวยเล้ง หน่อไม้ฝรั่ง ตับ ผักชี หัวไชเท้า หอมแดง ผักขม บล็อกโคลี่ ต้นหอม ผักชีฝรั่ง แขนงกะหล่ำ กุยช่าย ผักกาดหอม ผักกะเฉด
  • กลุ่มมาก: กระเจี๊ยบ แตงกวา ผักกาดหอม ใบแมงลัก โหระพา กะเพรา กะหล่ำดอก ถั่วดำ ลูกพลัมแห้ง
  • กลุ่มปานกลาง: กีวี ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ฟักทอง ถั่วเขียว พืชประเภทฟัก น้ำแครอท น้ำมันมะกอก
  • กลุ่มน้อย: ตำลึง ชะพลู กระถิน กะเฉด ผักบุ้ง ชะอม สะตอ มะระขี้นก

แผ่นพับใส่ผักกาดหอมไว้ทั้งกลุ่มสูงสุดและกลุ่มมาก และใส่ผักกะเฉดในกลุ่มสูงสุดแต่ใส่กะเฉดในกลุ่มน้อย โดยไม่ได้อธิบายความต่าง ผักสองชนิดนี้จึงสรุปกลุ่มจากแผ่นพับไม่ได้

ข้อควรรู้คือแผ่นพับของ รพ.ศิริราช (ตรวจเนื้อหา พ.ศ. 2560 ข้อมูลผักจากโครงการปีการศึกษา 2550) จัดตับไว้ในกลุ่มสูงสุด ขณะที่ตารางของกรมอนามัย (พ.ศ. 2563 อ้างข้อมูลสหรัฐฯ พ.ศ. 2544) ให้ค่าตับเพียง 5 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม (ตารางนี้เป็นค่าวิตามินเค 1 ส่วน Linus Pauling Institute ระบุว่าตับสัตว์เป็นแหล่งเมนาควิโนนสายยาว) ข้อมูลสองแหล่งจึงไม่ตรงกันในบางรายการ ให้ใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ไม่ใช่ตัวเลขแน่นอน

ผักบุ้ง ฟักทอง ถั่วฝักยาว มีวิตามินเคไหม

  • ผักบุ้ง: แผ่นพับของ รพ.ศิริราช จัดไว้ใน กลุ่มน้อย ส่วนฐานข้อมูล USDA FoodData Central มีรายการผักบุ้งดิบ (water convolvulus) แต่ ไม่มีค่าวิตามินเค ในรายการนั้น
  • ฟักทอง: แผ่นพับจัดไว้ใน กลุ่มปานกลาง ขณะที่ USDA FoodData Central (ชุดข้อมูล SR Legacy ของสหรัฐฯ) รายงานวิตามินเค 1 ในฟักทองดิบราว 1.1 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งต่ำมาก ข้อมูลสองแหล่งจึงต่างกัน และแหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายสาเหตุของความต่าง
  • ถั่วฝักยาว: ไม่อยู่ในแผ่นพับของ รพ.ศิริราช และรายการถั่วฝักยาวดิบใน USDA FoodData Central ก็ไม่มีค่าวิตามินเค เราจึงไม่มีตัวเลขที่ตรวจได้ ผู้ใช้วาร์ฟารินให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่คลินิกยาวาร์ฟาริน และรับประทานในปริมาณใกล้เคียงกันทุกวันเหมือนผักชนิดอื่น

เรื่องผักและผลไม้กับยาวาร์ฟารินมีรายละเอียดเพิ่มที่ กินวาร์ฟารินกินผักอะไรได้บ้าง

นัตโตะ ชีส ไข่แดง มีวิตามินเค 2 แค่ไหน

  • นัตโตะ (ถั่วเหลืองหมักแบบญี่ปุ่น): Linus Pauling Institute ระบุว่ามี MK-7 สูงมาก ราว 998 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม และมี MK-8 ราว 84 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม นัตโตะหมักด้วยเชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ ผู้ใช้วาร์ฟารินต้องระวังมาก อ่านต่อที่ นัตโตะกับยาละลายลิ่มเลือด
  • ชีส: Linus Pauling Institute ระบุว่าชีสบางชนิดมี MK-8 และ MK-9 USDA FoodData Central รายงานเชดดาร์ชีสแบบแผ่นมี MK-4 ราว 8.6 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม
  • ไข่แดง: USDA FoodData Central รายงานวิตามินเค 1 ในไข่แดงดิบราว 0.7 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม แต่รายการนี้ ไม่มีค่าวิตามินเค 2 และแหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลข MK ในไข่แดง

Linus Pauling Institute อ้างงานสังเกตในญี่ปุ่นที่พบว่าหญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินนัตโตะมีการลดลงของความหนาแน่นกระดูกคอสะโพกช้ากว่า แต่เป็นงานสังเกต บอกเหตุและผลไม่ได้

การปรุงและน้ำมันมีผลต่อวิตามินเคอย่างไร

Linus Pauling Institute ระบุข้อมูลเรื่องการดูดซึมไว้ดังนี้

  • วิตามินเค 1 จากผักใบเขียว ดูดซึมได้น้อยกว่า จากน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์เสริม
  • การดูดซึมวิตามินเค 1 จากผัก เพิ่มขึ้นเมื่อมีไขมันในมื้อเดียวกัน
  • ปริมาณในผักขึ้นกับสีเขียว (คลอโรฟิลล์) ใบนอกจึงมีมากกว่าใบใน
  • การเติมไฮโดรเจนในน้ำมันพืช (น้ำมันพืชที่ผ่านการแปรรูปให้แข็งตัว) อาจลดการดูดซึมและผลของวิตามินเค 1

ผลของการลวก ต้ม หรือผัด ต่อปริมาณวิตามินเค แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ข้อมูลชัด ตัวเลขในตารางของ Linus Pauling Institute มีทั้งผักดิบและผักสุก จึงเทียบแบบเดียวกันไม่ได้

สิ่งที่ผู้ใช้วาร์ฟารินควรรู้คือ ผัดผักใบเขียวกับน้ำมันถั่วเหลืองหนึ่งจาน ได้วิตามินเคทั้งจากผักและจากน้ำมัน การเปลี่ยนจากผักลวกจิ้มน้ำพริกเป็นผักผัดน้ำมันทุกวันจึงเป็นการเปลี่ยนอาหารที่ควรเล่าให้แพทย์ฟัง

คนกินยาวาร์ฟารินจัดเมนูอย่างไรให้สม่ำเสมอ

แหล่งข้อมูลที่เราเปิดอ่านเน้นเรื่องรับประทานให้ "สม่ำเสมอ"

  • แผ่นพับของ รพ.ศิริราช: ผักที่มีวิตามินเคไม่ถือเป็นข้อห้าม เลือกรับประทานได้ทั้งหมด โดยปรับชนิดและปริมาณให้เหมาะสมและสม่ำเสมอในแต่ละวัน ถ้ารับประทานผักมากหรือเปลี่ยนปริมาณ เช่น ช่วงเทศกาลกินผัก ให้แจ้งแพทย์ และหลีกเลี่ยงสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
  • Linus Pauling Institute: ให้พยายามได้วิตามินเคตามค่าแนะนำ 90–120 ไมโครกรัมต่อวัน และหลีกเลี่ยงการขึ้นลงมาก
  • MedlinePlus หน้าวิตามินเค: ผู้ใช้วาร์ฟารินอาจต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคน้อยลง และที่สำคัญกว่าคือรับประทานปริมาณเท่ากันทุกวัน ให้ถามผู้ให้บริการสุขภาพว่าควรรับประทานได้เท่าไร

วิธีทำให้สม่ำเสมอที่ใช้ได้จริงในบ้านเรา

  • เลือกผักประจำ 2–3 ชนิดที่ชอบ และรับประทานปริมาณใกล้เคียงกันทุกวัน แทนการกินผักใบเขียวจำนวนมากเป็นบางวัน
  • ระวังเมนูที่ผักใบเขียวเยอะเป็นพิเศษ เช่น ยำผักรวม สลัด หรือผัดผักรวมจานใหญ่ ถ้าจะกินบ่อยขึ้น ให้กินสม่ำเสมอ ไม่ใช่นาน ๆ ครั้ง
  • ช่วงเทศกาลกินเจหรือกินผัก ไปงานเลี้ยง หรือไปต่างจังหวัดนาน ให้บอกแพทย์ล่วงหน้า
  • จดสิ่งที่เปลี่ยน เช่น เริ่มดื่มน้ำผักปั่น หรือเริ่มอาหารเสริม แล้วแจ้งในวันตรวจ INR
  • ห้ามเพิ่มหรือลดขนาดวาร์ฟารินเองเพื่อชดเชยอาหาร ให้แพทย์ปรับจากค่า INR

อ่านเพิ่มเรื่องวิตามินเคกับยาที่ วิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือด และอาการขาดวิตามินเคที่ ขาดวิตามินเค อาการเป็นยังไง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 ในผลิตภัณฑ์นี้เป็น MK-7 จากเชื้อบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ใช้หมักนัตโตะ น้ำหนัก 37.5 มก. เป็นน้ำหนักผงวัตถุดิบที่มี MK-7 อยู่ 0.2% เมื่อคำนวณได้ MK-7 ราว 75 ไมโครกรัมต่อแคปซูล (คำนวณ) ส่วนวิตามินดี 3 ราว 600 IU (คำนวณ) และแมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ) ตัวเลขแมกนีเซียมยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

เทียบปริมาณวิตามินเค 2 ในแคปซูลกับอาหารและงานวิจัย

  • MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) คิดเป็นราว 63% ของค่าแนะนำวิตามินเคของผู้ชาย และราว 83% ของผู้หญิง (คำนวณ) ค่าแนะนำนี้กำหนดจากวิตามินเค 1 ในอาหารเป็นหลัก Linus Pauling Institute ระบุว่าคณะกรรมการที่กำหนดค่าแนะนำของสหรัฐฯ ไม่ได้นำเมนาควิโนนมาพิจารณา
  • ฝั่งวาร์ฟาริน: Linus Pauling Institute ระบุว่าวิตามินเค 1 เสริมไม่เกิน 100 ไมโครกรัมต่อวันถือว่าปลอดภัยกับวาร์ฟาริน แต่ MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันอาจทำให้ระดับยาไม่คงที่ ปริมาณในแคปซูลสูงกว่าขนาด 10–45 ไมโครกรัมที่งานวิจัยพบว่าเปลี่ยนค่า INR ราว 1.7–7.5 เท่า (คำนวณ)
  • ต่างจากผักอย่างไร: วิตามินเคจากผักเป็นวิตามินเค 1 ซึ่งงานในอาสาสมัครพบว่าอยู่ในเลือดสั้นกว่า MK-7 มาก การกินผักสม่ำเสมอกับการเริ่มแคปซูล MK-7 จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกันสำหรับผู้ใช้วาร์ฟาริน

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แทนผักและอาหารหลากหลายได้ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะมีทั้งวิตามินเค 2 และโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายที่ลดฤทธิ์วาร์ฟาริน แผ่นพับของ รพ.ศิริราช ก็ให้ผู้ใช้วาร์ฟารินหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: เช่น ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินและด็อกซีไซคลิน ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: Linus Pauling Institute ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ารับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
  • ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินเคได้จากอะไร

วิตามินเค 1 มีมากในผักใบเขียวเข้มและน้ำมันพืชบางชนิด เช่น ปวยเล้ง บรอกโคลี กะหล่ำปลี น้ำมันถั่วเหลือง ส่วนวิตามินเค 2 อยู่ในอาหารหมัก เช่น นัตโตะ ชีส และอาหารจากสัตว์ Linus Pauling Institute ระบุว่าฐานข้อมูลอาหารยังมีตัวเลขวิตามินเค 2 น้อย

ผักบุ้งมีวิตามินเคไหม

แผ่นพับของฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศิริราช จัดผักบุ้งไว้ในกลุ่มวิตามินเคน้อย ส่วนฐานข้อมูล USDA ไม่มีค่าวิตามินเคของผักบุ้งดิบ ผู้ใช้วาร์ฟารินรับประทานได้ แต่ให้ปริมาณใกล้เคียงกันทุกวัน

ฟักทองมีวิตามินเคไหม

แผ่นพับของ รพ.ศิริราช จัดฟักทองไว้ในกลุ่มปานกลาง ขณะที่ USDA รายงานวิตามินเค 1 ในฟักทองดิบเพียงราว 1.1 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม สองแหล่งจึงต่างกัน ผู้ใช้วาร์ฟารินให้รับประทานสม่ำเสมอและถามแพทย์

ถั่วฝักยาวมีวิตามินเคไหม

เราไม่พบตัวเลขที่ตรวจได้ ถั่วฝักยาวไม่อยู่ในแผ่นพับของ รพ.ศิริราช และรายการใน USDA ไม่มีค่าวิตามินเค ผู้ใช้วาร์ฟารินให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร และรับประทานในปริมาณใกล้เคียงกันทุกวัน

กินวาร์ฟารินต้องงดผักใบเขียวไหม

แผ่นพับของ รพ.ศิริราช ระบุว่าผักที่มีวิตามินเคไม่ถือเป็นข้อห้าม ให้ปรับชนิดและปริมาณให้สม่ำเสมอในแต่ละวัน และแจ้งแพทย์เมื่อเปลี่ยนอาหารมาก เช่น ช่วงเทศกาลกินผัก ห้ามปรับขนาดยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท