บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

วิตามินดี 3 กับเค 2 กินคู่กันทำไม กินตอนไหน คนกินยาละลายลิ่มเลือดต้องระวัง

คำตอบสั้น: วิตามินดีช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียม (MedlinePlus) ส่วนวิตามินเคจำเป็นต่อการทำงานของโปรตีนหลายตัวที่จับแคลเซียม ทั้งในกระดูกและผนังหลอดเลือด (Linus Pauling Institute) แนวคิดเรื่องรับประทานคู่กันจึงมาจาก กลไกในร่างกาย แต่ งานทดลองในคนที่ให้ทั้งสองตัวพร้อมกันยังไม่พบว่าชะลอหินปูนที่ลิ้นหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจ ทั้งสองตัวละลายในไขมัน แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดเวลาในวันไว้ และ ผู้ใช้วาร์ฟารินห้ามเริ่มวิตามินเค 2 เอง เพราะงานวิจัยพบว่าขนาดเพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันก็ทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยนในบางคน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • วิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียม ขาดมากทำให้กระดูกอ่อนในเด็กและกระดูกนิ่มในผู้ใหญ่
  • วิตามินเคจำเป็นต่อโปรตีนที่ทำให้เลือดแข็งตัว และโปรตีนในกระดูกกับผนังหลอดเลือดที่จับแคลเซียม
  • งานทดลองในชายสูงอายุ 365 คนที่ให้ MK-7 ร่วมกับวิตามินดีนาน 2 ปี ไม่ชะลอหินปูนที่ลิ้นหัวใจ
  • งานวิตามินเค 2 เรื่องกระดูกให้ผลขัดกัน และงานใหญ่ของวิตามินดีในคนที่ไม่ขาดไม่ลดกระดูกหัก
  • รับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันได้ ไม่มีแหล่งกำหนดว่าเช้าหรือเย็น
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน ห้ามเริ่มวิตามินเค 2 เอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน
  • ผู้มีแคลเซียมในเลือดสูง เป็นนิ่ว เป็นโรคพาราไทรอยด์ วัณโรค หรือโรคไต ต้องถามแพทย์ก่อนเพิ่มวิตามินดี

วิตามินดีทำหน้าที่อะไรกับแคลเซียม

MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ระบุว่าวิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกระดูกตามปกติ ถ้าได้แคลเซียมไม่พอ หรือดูดซึมได้น้อยเพราะวิตามินดีต่ำ กระดูกอาจเสียหาย ขาดวิตามินดีอาจทำให้กระดูกอ่อนแอ เป็นกระดูกนิ่มหรือกระดูกพรุนในผู้ใหญ่ และโรคกระดูกอ่อนในเด็ก

กรมอนามัย (ปริมาณสารอาหารอ้างอิงสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563) ระบุว่าร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 80–90 จากผิวหนังที่ได้รับแสงแดด และราวร้อยละ 10–20 จากอาหารและวิตามินเสริม ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 600 IU สำหรับผู้ใหญ่อายุ 19–70 ปี และ 800 IU สำหรับผู้ที่อายุ 71 ปีขึ้นไป

วิตามินเค 2 เกี่ยวกับแคลเซียมในกระดูกและหลอดเลือดอย่างไร

วิตามินเคเป็นตัวช่วยให้โปรตีนบางชนิดทำงานได้ Linus Pauling Institute (ทบทวน ก.ค. 2565) อธิบายว่าโปรตีนที่ต้องอาศัยวิตามินเคมีหลายตัว เช่น

  • ออสทีโอแคลซิน: สร้างโดยเซลล์สร้างกระดูก และ การสร้างออสทีโอแคลซินถูกควบคุมโดยวิตามินดีรูปที่ออกฤทธิ์ โปรตีนนี้จะจับแคลเซียมได้ต้องผ่านขั้นตอนที่ใช้วิตามินเค แหล่งเดียวกันระบุว่าหน้าที่ในการสร้างแร่ธาตุของกระดูกยังเข้าใจไม่ครบ
  • โปรตีน MGP: พบในกระดูกอ่อน กระดูก และเนื้อเยื่ออ่อนรวมทั้งผนังหลอดเลือด เกี่ยวกับการยับยั้งการเกาะของแคลเซียมในหลายตำแหน่ง

นี่คือที่มาของความคิดว่าวิตามินดีกับเคทำงานต่อเนื่องกัน แต่ Linus Pauling Institute เขียนไว้ชัดว่ากลไกเหล่านี้ "ยังเข้าใจไม่ครบ" และ หลักฐานว่าวิตามินเคเสริมช่วยป้องกันหินปูนในหลอดเลือดหรือโรคหัวใจยังมีจำกัด

อ่านพื้นฐานเรื่องวิตามินเค 2 ชนิด MK-7 ได้ที่ วิตามินเค 2 MK-7 คืออะไร และเรื่องวิตามินดีกับแคลเซียมที่ วิตามินดีกับแคลเซียม

งานวิจัยที่ให้วิตามินดีกับเค 2 คู่กันในคนพบอะไร

งานที่ให้ทั้งสองตัวพร้อมกันและวัดผลชัดเจนที่เราพบคืองาน BASIK2 ในเดนมาร์ก (ตีพิมพ์ 2565)

  • ผู้เข้าร่วม: ชาย 365 คน อายุเฉลี่ย 71 ปี ที่มีหินปูนเกาะลิ้นหัวใจเอออร์ติกอยู่แล้ว
  • สิ่งที่ให้: วิตามินเค 2 ชนิด MK-7 720 ไมโครกรัม ร่วมกับวิตามินดี 25 ไมโครกรัม (1,000 IU) ต่อวัน เทียบกับยาหลอก นาน 24 เดือน
  • ผล: ไม่ชะลอการเพิ่มของหินปูนที่ลิ้นหัวใจ และหินปูนในหลอดเลือดหัวใจก็ไม่ต่างจากยาหลอก

งานอื่นส่วนใหญ่ให้วิตามินเค 2 ตัวเดียว และให้ผลไปคนละทาง

  • หญิงวัยหมดประจำเดือนสุขภาพดี 244 คนในเนเธอร์แลนด์ ได้ MK-7 180 ไมโครกรัมต่อวันนาน 3 ปี พบว่าชะลอการลดลงของความหนาแน่นกระดูกสันหลังส่วนเอวและคอสะโพก (ตีพิมพ์ 2556)
  • หญิงหมดประจำเดือน 334 คนในนอร์เวย์ ได้ MK-7 360 ไมโครกรัมต่อวันนาน 1 ปี ไม่ต่างจากยาหลอกเรื่องการสูญเสียกระดูก (ตีพิมพ์ 2553)
  • Linus Pauling Institute อ้างงาน 3 ปีในหญิงที่กระดูกบาง ให้ MK-7 375 ไมโครกรัมต่อวันร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดี ไม่ช่วยความหนาแน่นกระดูก
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคหัวใจหลอดเลือด 68 คน ได้ MK-7 360 ไมโครกรัมต่อวันนาน 6 เดือน หินปูนบนภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่ต่างจากยาหลอก (ตีพิมพ์ 2562)

ฝั่งวิตามินดี งาน VITAL ในสหรัฐฯ 25,871 คนที่ไม่ได้คัดเลือกคนขาดวิตามินดี ให้วิตามินดี 3 วันละ 2,000 IU นานราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหัก มะเร็ง หรือเหตุการณ์โรคหัวใจ เมื่อเทียบกับยาหลอก

สิ่งที่ยังไม่รู้: ยังไม่มีหลักฐานว่าการรับประทานสองตัวคู่กันดีกว่าการได้รับแต่ละตัวพอเพียงจากอาหารและแสงแดด ไม่รู้ว่าขนาดเท่าไรเหมาะ และงานส่วนใหญ่ทำในชาวยุโรป ไม่ใช่คนไทย

วิตามินดี 3 กับเค 2 รับประทานตอนไหน

ทั้งสองตัวละลายในไขมัน (MedlinePlus หน้าวิตามินดี และ Linus Pauling Institute หน้าวิตามินเค) ข้อมูลที่แหล่งเขียนไว้มีดังนี้

  • Linus Pauling Institute ระบุว่าการดูดซึมวิตามินเค 1 จากอาหาร เพิ่มขึ้นเมื่อมีไขมันในมื้อเดียวกัน
  • แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นเช้า กลางวัน หรือเย็น วิธีที่ใช้ได้จริงคือรับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันบ้าง และเลือกเวลาเดิมทุกวันเพื่อไม่ลืม
  • ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ทำตามวิธีรับประทานบนฉลากของตัวนั้น

ยาที่ทำให้ดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันได้น้อยลง Linus Pauling Institute (หน้าวิตามินดี ทบทวน ต.ค. 2560 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ระบุว่าไม่ควรรับประทานวิตามินดีพร้อมกันกับยาจับกรดน้ำดีโคเลสไทรามีนและโคเลสทิพอล ยาลดน้ำหนักออร์ลิสแตท และน้ำมันแร่ (มิเนอรัลออยล์) หน้าวิตามินเคก็ระบุยากลุ่มเดียวกันว่าอาจลดการดูดซึมวิตามินเค ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ให้ถามเภสัชกรเรื่องการจัดเวลา และ ห้ามหยุดยาเอง

ทำไมคนกินวาร์ฟารินต้องระวังวิตามินเค 2 เป็นพิเศษ

วาร์ฟารินออกฤทธิ์โดยขัดขวางการหมุนเวียนวิตามินเคในร่างกาย (Linus Pauling Institute) วิตามินเคปริมาณมากหรือขึ้นลงไม่สม่ำเสมอจึงทำให้ฤทธิ์ยาเปลี่ยนได้

  • Linus Pauling Institute ระบุว่าวิตามินเค 1 เสริมไม่เกิน 100 ไมโครกรัมต่อวันถือว่าปลอดภัยกับวาร์ฟาริน แต่ MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันอาจทำให้ระดับการต้านการแข็งตัวของเลือดไม่คงที่
  • งานในอาสาสมัครสุขภาพดี 18 คนที่ได้ยาต้านวิตามินเค (อะซีโนคูมารอล กลุ่มเดียวกับวาร์ฟาริน) ให้ MK-7 เพิ่มเป็นขั้น 10, 20 และ 45 ไมโครกรัมต่อวัน พบว่า 45 ไมโครกรัมลดค่า INR เฉลี่ยราว 40% ผู้วิจัยสรุปว่าผู้ใช้ยาต้านวิตามินเคต้องเลี่ยง MK-7 เสริม งานนี้เป็นอาสาสมัครกลุ่มเล็ก ไม่ใช่ผู้ป่วยจริง
  • งานในอาสาสมัครอีกงานพบว่า MK-7 อยู่ในเลือดได้นานกว่าวิตามินเค 1 มาก ผู้วิจัยเขียนว่าผลิตภัณฑ์ที่ให้ MK-7 ตั้งแต่ 50 ไมโครกรัมต่อวันขึ้นไปอาจรบกวนการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวชนิดกิน

ผู้ใช้วาร์ฟารินจึงห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค 2 เอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน และห้ามเพิ่มหรือลดขนาดวาร์ฟารินเองเพื่อชดเชย ส่วนยาต้านการแข็งตัวกลุ่มใหม่และยาต้านเกล็ดเลือด แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าตีกันหรือไม่ตีกัน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเช่นกัน รายละเอียดอยู่ที่ วิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือด และเรื่องผักผลไม้อยู่ที่ กินวาร์ฟารินกินผักอะไรได้บ้าง

ผู้มีแคลเซียมในเลือดสูงหรือเป็นนิ่วต้องถามหมอก่อน

วิตามินดีมากเกินทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมมากเกิน MedlinePlus ระบุว่าแคลเซียมในเลือดสูงอาจทำให้แคลเซียมไปเกาะในเนื้อเยื่ออ่อน สับสน ไตเสียหาย เกิดนิ่วในไต คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เบื่ออาหาร อ่อนแรง และน้ำหนักลด

กลุ่มที่แหล่งข้อมูลให้ระวัง

  • โรคต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน ซาร์คอยโดซิส วัณโรค และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง: Linus Pauling Institute ระบุว่าอาจเกิดแคลเซียมสูงแม้เพิ่มวิตามินดีเพียงเล็กน้อย ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไตทำงานบกพร่อง: กรมอนามัย (DRI ไทย 2563) จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อพิษวิตามินดี
  • เป็นนิ่วในไต: MedlinePlus หน้าแคลเซียมในเลือดสูง (ทบทวน 25 ม.ค. 2569) ระบุว่าผู้เป็นนิ่วในไตควรได้รับการตรวจหาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
  • ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์หรือลิเทียม: MedlinePlus ระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของแคลเซียมในเลือดสูง ห้ามหยุดยาเอง ให้บอกแพทย์ว่ากำลังรับประทานวิตามินดีอยู่
  • ได้วิตามินดีขนาดสูงจากแพทย์อยู่แล้ว หรือรับประทานแคลเซียมเสริมร่วม: ต้องนับรวมทุกแหล่ง

อ่านต่อที่ แคลเซียมในเลือดสูง

เมื่อไรควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

  • มีอาการที่เข้ากับแคลเซียมสูง เช่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ระหว่างที่รับประทานวิตามินดี (MedlinePlus ให้ติดต่อผู้ให้บริการสุขภาพเมื่อมีอาการของแคลเซียมสูง)
  • ใช้วาร์ฟารินแล้วเพิ่งเริ่มหรือหยุดผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค ให้แจ้งแพทย์และถามว่าต้องตรวจ INR เร็วขึ้นหรือไม่
  • ใช้วาร์ฟารินแล้วมีจ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน หรือปัสสาวะสีชมพูแดง ให้ติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

อาการฉุกเฉิน เช่น เจ็บหน้าอก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด ดูรายการท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: น้ำหนัก 37.5 มก. และ 6 มก. เป็นน้ำหนักผงวัตถุดิบ ไม่ใช่ปริมาณวิตามิน เมื่อคำนวณแล้วได้วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) ต่อแคปซูล ส่วนแมกนีเซียมธาตุได้ราว 280–285 มก. (คำนวณ) ตัวเลขแมกนีเซียมยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

เทียบปริมาณในแคปซูลกับงานวิจัยที่เล่าในบทความนี้

  • วิตามินดี 3 ราว 600 IU (คำนวณ): เท่ากับปริมาณที่แนะนำต่อวันของผู้ใหญ่ไทยอายุ 19–70 ปี และราว 75% ของค่าแนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 71 ปีขึ้นไป (คำนวณ) คิดเป็นราว 15% ของเพดาน 4,000 IU ต่อวัน (คำนวณ) งาน VITAL ใช้ 2,000 IU ราว 3.3 เท่า (คำนวณ) และไม่พบว่าลดกระดูกหักในคนที่ไม่ได้ขาด
  • วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ): งาน BASIK2 ใช้ 720 ไมโครกรัมคู่กับวิตามินดี ราว 9.6 เท่า (คำนวณ) และไม่ชะลอหินปูนที่ลิ้นหัวใจ งานกระดูกใช้ 180 และ 360 ไมโครกรัม ราว 2.4 และ 4.8 เท่า (คำนวณ) และงานที่ Linus Pauling Institute อ้างใช้ 375 ไมโครกรัม ผลขัดกัน
  • ฝั่งความปลอดภัย: ปริมาณ MK-7 ในแคปซูลสูงกว่าขนาด 10–45 ไมโครกรัมที่พบว่าเปลี่ยนค่า INR ราว 1.7–7.5 เท่า (คำนวณ)

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้แคลเซียมเข้ากระดูก ป้องกันกระดูกพรุน หรือลดหินปูนในหลอดเลือด และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะมีทั้งวิตามินเค 2 และโคเอนไซม์คิวเท็น ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายที่ลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์ ซาร์คอยโดซิส วัณโรค นิ่ว หรือได้วิตามินดีขนาดสูงจากแพทย์อยู่: ปรึกษาแพทย์ก่อน และนับวิตามินดีจากทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (หน้าแมกนีเซียม ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: เช่น ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินและด็อกซีไซคลิน ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน และกาบาเพนติน (MedlinePlus ให้กินยาลดกรดอย่าง Maalox หรือ Mylanta ก่อนกาบาเพนตินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง) ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ารับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
  • ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินดี 3 กับเค 2 ต้องรับประทานคู่กันไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดว่าต้องคู่กัน ทั้งสองตัวเกี่ยวกับโปรตีนที่จับแคลเซียม แต่งานทดลองในชาย 365 คนที่ให้ MK-7 ร่วมกับวิตามินดีนาน 2 ปีไม่ชะลอหินปูนที่ลิ้นหัวใจ และยังไม่มีหลักฐานว่าการรับประทานคู่กันดีกว่าการได้รับแต่ละตัวพอเพียงจากอาหารและแสงแดด

วิตามินดี 3 เค 2 รับประทานตอนไหนดี

ทั้งสองตัวละลายในไขมัน Linus Pauling Institute ระบุว่าการดูดซึมวิตามินเคจากอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อมีไขมันในมื้อ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดเวลาในวัน จึงรับประทานพร้อมมื้ออาหารและทำตามฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

คนกินวาร์ฟารินรับประทานวิตามินเค 2 ได้ไหม

Linus Pauling Institute ระบุว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันอาจทำให้ระดับการต้านการแข็งตัวของเลือดไม่คงที่ คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค 2 เอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน และห้ามปรับขนาดวาร์ฟารินเอง

วิตามินเค 2 ช่วยพาแคลเซียมเข้ากระดูกจริงไหม

วิตามินเคจำเป็นต่อโปรตีนออสทีโอแคลซินในกระดูก แต่งานทดลองในคนให้ผลขัดกัน งาน MK-7 180 ไมโครกรัม 3 ปีพบว่าชะลอการลดลงของกระดูกบางตำแหน่ง แต่งาน 360 และ 375 ไมโครกรัมไม่พบผล จึงยังสรุปไม่ได้

เป็นนิ่วในไต รับประทานวิตามินดีได้ไหม

MedlinePlus ระบุว่าวิตามินดีมากเกินทำให้แคลเซียมในเลือดสูงและเกิดนิ่วในไตได้ และผู้เป็นนิ่วควรได้รับการตรวจหาแคลเซียมในเลือดสูง ผู้เป็นนิ่วจึงต้องถามแพทย์ก่อนเพิ่มวิตามินดีจากผลิตภัณฑ์ใด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท