เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กรดยูริกสูง อาหารเสริมตัวไหนมีงานวิจัย เชอร์รี่ วิตามินซี กาแฟ
คำตอบสั้น: ยังไม่มีอาหารเสริมตัวใดที่แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2569 หรือแนวทาง ACR 2020 แนะนำให้ใช้ลดกรดยูริก ACR แนะนำแบบมีเงื่อนไขว่าไม่ควรเพิ่มวิตามินซีเสริมในผู้ป่วยเกาต์ และไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่เพราะหลักฐานคุณภาพต่ำ ส่วนกาแฟมีเพียงข้อมูลจากงานเชิงสังเกต งานทบทวนงานทดลอง 27 งานสรุปว่าหลักฐานเรื่องอาหารเสริมในเกาต์ยังสรุปไม่ได้ อาหารเสริมจึงไม่ใช่ยาลดกรดยูริกและใช้แทนยาไม่ได้
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เชอร์รี่: งานสังเกตพบสัมพันธ์กับการกำเริบน้อยลง แต่งานทดลอง 28 วันไม่ลดกรดยูริก ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำ
- วิตามินซี: ACR 2020 แนะนำแบบมีเงื่อนไขว่าไม่ควรเพิ่มวิตามินซีเสริม เพราะงานทดลองเล็ก 2 งานพบผลต่อกรดยูริกที่ไม่มีความหมายทางคลินิก
- กาแฟ: แนวทางไทย 2569 รายงานความสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลงจากงานเชิงสังเกต คุณภาพหลักฐานต่ำมาก และไม่ได้เป็นคำแนะนำ
- สิ่งที่เพิ่มกรดยูริกได้ ตาม MedlinePlus เช่น ฟรุกโตส แอลกอฮอล์ และยากลุ่มกรดนิโคตินิก
- คนเป็นนิ่ว ต้องอ่านคำเตือนบนฉลากอาหารเสริมทุกครั้ง และปรึกษาแพทย์ก่อน
อาหารเสริมลดกรดยูริกตัวไหนมีงานวิจัยบ้าง
มีงานวิจัยหลายตัว แต่ผลยังไม่ตรงกัน งานทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2568 (Pardali และคณะ) รวบรวมงานทดลองแบบสุม 27 งานเรื่องอาหารและอาหารเสริมในผู้ป่วยเกาต์ ทั้งน้ำหรือสารสกัดเชอร์รี่ กรดไขมันโอเมก้า 3 วิตามินซี และตำรับยาจีนหลายสูตร ผลที่ได้ปนกันและขัดแย้งกัน บางงานพบกรดยูริกหรือการกำเริบลดลง บางงานไม่พบผล หลายงานรายงานอาการไม่พึงประสงค์ ผู้วิจัยสรุปว่าหลักฐานปัจจุบัน "ยังสรุปไม่ได้" และต้องการงานทดลองคุณภาพสูงเพิ่ม
ด้านล่างคือตัวที่มีข้อมูลในแหล่งที่เราตรวจ พร้อมระดับหลักฐาน
เชอร์รี่และเชอร์รี่ทาร์ต
- งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนทางออนไลน์ 1 ปี พบว่าช่วง 2 วันที่กินเชอร์รี่ สัมพันธ์กับโอกาสกำเริบต่ำกว่าช่วงที่ไม่กินราวร้อยละ 35 เป็นงานสังเกต จึงบอกไม่ได้ว่าเชอร์รี่เป็นสาเหตุ
- งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คนในนิวซีแลนด์ ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ไม่ลดกรดยูริก ไม่เพิ่มการขับยูริกทางปัสสาวะ และจำนวนครั้งกำเริบไม่ต่างกัน
- การวิเคราะห์รวม 4 งานทดลอง 392 คน (ปี 2569) พบกรดยูริกลดลงเล็กน้อย ผลแต่ละงานต่างกันมาก ผู้วิจัยสรุปว่าหลักฐาน "จำกัดทั้งจำนวนและความสอดคล้อง"
- แนวทาง: ACR 2020 ระบุว่าหลักฐานเรื่องเชอร์รี่และสารสกัดเชอร์รี่คุณภาพต่ำหรือต่ำมาก จึงไม่ให้คำแนะนำ ส่วนแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึงเชอร์รี่
รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ เชอร์รี่ทาร์ตคืออะไร
วิตามินซี
ACR 2020 แนะนำแบบมีเงื่อนไขว่าไม่ควรเพิ่มวิตามินซีเสริมในผู้ป่วยเกาต์ (คุณภาพหลักฐานต่ำ) เหตุผลคืองานทดลองเล็ก 2 งาน (29 คนและ 40 คน) พบการเปลี่ยนแปลงของกรดยูริกที่ไม่มีความหมายทางคลินิก
แหล่งต่างประเทศไม่ได้พูดตรงกันทั้งหมด NHS ของอังกฤษ (ทบทวน 24 ส.ค. 2566) เขียนไว้ในรายการสิ่งที่ทำได้ว่าให้ "ถามแพทย์เรื่องวิตามินซีเสริม" จึงไม่ควรเริ่มเอง อ่านเรื่องนี้แบบละเอียดได้ที่ วิตามินซีช่วยลดกรดยูริกไหม
กาแฟ
มีแค่ข้อมูลความสัมพันธ์จากงานเชิงสังเกต แนวทางไทย 2569 รวบรวมงานที่พบว่าการดื่มกาแฟสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลง (OR 0.56) แต่ระบุคุณภาพหลักฐานว่า "ต่ำมาก" และแนวทางไม่ได้ออกเป็นคำแนะนำให้ดื่มกาแฟ ผลนี้จึงไม่ใช่เหตุผลให้เริ่มดื่มกาแฟหรือดื่มเพิ่มเพื่อหวังลดยูริก
โพรไบโอติกและผลิตภัณฑ์นม
แนวทางไทย 2569 ยกงานทดลองแบบไม่ปกปิดที่พบว่าโพรไบโอติกลดกรดยูริกได้ (คุณภาพหลักฐานต่ำ) และงานเชิงสังเกตที่พบว่าผลิตภัณฑ์จากนมสัมพันธ์กับความเสี่ยงกรดยูริกสูงที่ต่ำลง (คุณภาพหลักฐานต่ำมาก) ทั้งสองเรื่องไม่ได้อยู่ในรายการคำแนะนำของแนวทาง ACR 2020 ทบทวนเรื่องโปรตีนนมแล้วก็ไม่ให้คำแนะนำเพราะหลักฐานคุณภาพต่ำ
ยาลดกรดยูริกยี่ห้อไหนดี อาหารเสริมใช้แทนยาได้ไหม
อาหารเสริมไม่ใช่ยาลดกรดยูริก ยาลดกรดยูริกเป็นยาที่แพทย์สั่งตามข้อบ่งชี้ แนวทางไทย 2569 แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ยากลุ่มยายับยั้งแซนทีนออกซิเดส หรือกลุ่มเพิ่มการขับกรดยูริกทางไต เมื่อไม่มีข้อห้าม ส่วน ACR 2020 แนะนำอย่างยิ่งให้อัลโลพูรินอลเป็นยาแรก การเลือกยาและขนาดยาขึ้นกับการทำงานของไตและโรคร่วม จึงไม่มี "ยี่ห้อที่ดี" ที่เลือกเองได้
ใช้แทนยาไม่ได้ แนวทางไทยตั้งเป้ากรดยูริกต่ำกว่า 6 มก./ดล. สำหรับผู้ที่ใช้ยา และให้ปรับยาตามผลเลือด ไม่มีอาหารเสริมใดในงานวิจัยที่ตรวจที่ถูกแนะนำให้ใช้แทนขั้นตอนนี้ อ่านเรื่องยาได้ที่ ยาลดกรดยูริก อัลโลพูรินอล
คนที่ยูริกสูงแต่ไม่มีอาการ แนวทางไทยไม่แนะนำแม้แต่ยาลดกรดยูริก สิ่งที่ทำได้คือดูแลน้ำหนัก แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มหวาน และตรวจตามนัด อ่านต่อที่ กรดยูริกสูงแต่ไม่มีอาการ ต้องกินยาไหม
อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มอะไรที่อาจทำให้กรดยูริกสูงขึ้น
MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ระบุสาเหตุที่ทำให้กรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติไว้หลายข้อ ส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งที่เรากินได้แก่
- การกินฟรุกโตส
- การดื่มแอลกอฮอล์
- อาหารที่มีพิวรีนสูง
- ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยากลุ่มกรดนิโคตินิก (ไนอาซินที่ใช้เป็นยา) แอสไพรินขนาดต่ำ ไซโคลสปอริน ทาโครลิมัส
เรื่องฟรุกโตส ACR 2020 ระบุว่าการกินฟรุกโตส 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพิ่มกรดยูริก 1–2 มก./ดล. ภายใน 2 ชั่วโมง เครื่องดื่มชงหรือผงชงที่เติมน้ำตาลจึงต้องอ่านฉลากส่วนประกอบ อ่านเรื่องผลไม้และน้ำหวานได้ที่ เกาต์ห้ามกินผลไม้อะไร
ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อลดยูริกเอง ACR 2020 แนะนำไม่ให้หยุดแอสไพรินขนาดต่ำที่ใช้ตามข้อบ่งชี้ และแนวทางไทยระบุว่าใช้ยาขับปัสสาวะและแอสไพรินได้ถ้ามีข้อบ่งชี้ ถ้ากังวลให้ถามแพทย์ว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่
คนเป็นนิ่วกรดยูริกต้องระวังอะไร
อ่านคำเตือนบนฉลากอาหารเสริมก่อนเสมอ อาหารเสริมบางชนิดมีคำเตือนสำหรับผู้เป็นนิ่วโดยตรง
NIDDK ของสหรัฐฯ (ทบทวน พ.ค. 2560) ระบุว่าผู้ที่เป็นนิ่วกรดยูริกอาจได้รับคำแนะนำให้จำกัดโปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อวัว ไก่ หมู โดยเฉพาะเครื่องใน ไข่ ปลาและหอย นมและผลิตภัณฑ์นม แต่ยังต้องได้โปรตีนพอ ควรคุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องปริมาณ และการลดน้ำหนักเมื่อน้ำหนักเกินมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่เคยเป็นนิ่วกรดยูริก
เอกสารผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช (พ.ศ. 2555) แนะนำให้ผู้ป่วยเกาต์ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริกทางปัสสาวะและป้องกันนิ่ว ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ ให้ทำตามที่แพทย์กำหนด
ผู้ที่เคยเป็นนิ่วและกินวิตามินซีเสริมอยู่ อ่านเพิ่มได้ที่ วิตามินซีทำให้เป็นนิ่วไหม
ก่อนซื้ออาหารเสริมเพื่อกรดยูริก ควรเช็กอะไร
- มีงานวิจัยในคนหรือไม่ และงานนั้นใช้ปริมาณเท่าไร รูปแบบไหน เทียบกับที่ผลิตภัณฑ์ให้
- แนวทางเวชปฏิบัติพูดถึงหรือไม่ ตอนนี้ ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่ และแนะนำไม่ให้เพิ่มวิตามินซีเสริม
- มีน้ำตาลหรือฟรุกโตสเติมหรือไม่ โดยเฉพาะแบบผงชงหรือน้ำ
- คำเตือนบนฉลาก เช่น ผู้เป็นนิ่ว โรคไต หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้แพ้อาหาร
- ยาที่ใช้อยู่ ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อน ตามที่ MedlinePlus แนะนำสำหรับผู้ที่ใช้อัลโลพูรินอล
- ข้อความโฆษณาที่บอกว่าลดยูริก ขับยูริก หรือเลิกยาได้ ไม่มีแนวทางที่เราตรวจรองรับข้อความแบบนี้
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องอาหารเสริมกับกรดยูริก
"อาหารเสริมจากธรรมชาติ ปลอดภัยกว่ายา" งานทบทวนของ Pardali และคณะระบุว่าหลายงานที่รวบรวมรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลายแบบ ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่มีผลข้างเคียง
"กินอาหารเสริมแล้ว ไม่ต้องตรวจเลือด" ไม่ใช่ ระดับกรดยูริกต้องดูจากการตรวจเลือดตามนัด และแนวทางไทยให้ปรับยาตามผลเลือด
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลวันนี้
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าข้อปวดและบวมขึ้นมาทันที และมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาจเป็นการติดเชื้อในข้อที่ต้องได้รับการดูแลด่วน
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- คลื่นไส้ หรือกินอะไรไม่ได้
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องอาหารเสริมกับกรดยูริก: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อาหารเสริมลดกรดยูริก ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดกรดยูริก ขับกรดยูริก หรือป้องกันเกาต์กำเริบ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนยาลดกรดยูริก
สำคัญสำหรับผู้เป็นนิ่ว: ฉลากผลิตภัณฑ์นี้ระบุ "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม งานทดลองใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือนอายุ 50–79 ปี 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 3 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี พบความเสี่ยงนิ่วในไตเพิ่มขึ้น (มากกว่าปริมาณแคลเซียมจากแคลเซียมแอล-ทรีโอเนตในผลิตภัณฑ์นี้ราว 11 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ได้แยกชนิดนิ่ว
ส่วนประกอบที่มีงานวิจัยเรื่องเกาต์คือผงเชอร์รี่ทาร์ต เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานนำร่องในผู้ป่วยเกาต์ 84 คนใช้สารสกัดเชอร์รี่ 3,600 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 18 เท่า (คำนวณ) เป้าหมายหลักคือดูว่าทำวิจัยได้จริงหรือไม่ และไม่มียาหลอก
- งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คนให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ไม่ลดกรดยูริก เป็นรูปแบบน้ำ จึงเทียบน้ำหนักกับผงในแคปซูลไม่ได้
- การวิเคราะห์รวม 4 งานทดลอง 392 คนพบกรดยูริกลดลงเล็กน้อย หลักฐานยังจำกัด ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่ และแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึง ฉลากไม่ระบุว่าผงเชอร์รี่เป็นผงผล ผงน้ำคั้น หรือสารสกัด
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือดหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือด การตรวจของแพทย์ หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กรดยูริกสูงกินอาหารเสริมอะไรดี
ยังไม่มีอาหารเสริมที่แนวทางไทย 2569 หรือ ACR 2020 แนะนำให้ใช้ลดกรดยูริก ACR ไม่แนะนำวิตามินซีเสริมและไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่ สิ่งที่แนวทางไทยแนะนำคือเลี่ยงแอลกอฮอล์ จำกัดเครื่องดื่มหวานและน้ำผลไม้ ลดน้ำหนัก และใช้ยาเมื่อมีข้อบ่งชี้
วิตามินซีช่วยลดกรดยูริกได้ไหม
ACR 2020 แนะนำแบบมีเงื่อนไขว่าไม่ควรเพิ่มวิตามินซีเสริมในผู้ป่วยเกาต์ เพราะงานทดลองเล็ก 2 งานพบผลต่อกรดยูริกที่ไม่มีความหมายทางคลินิก ส่วน NHS ให้ถามแพทย์ก่อนใช้
ดื่มกาแฟช่วยลดกรดยูริกไหม
แนวทางไทย 2569 รายงานว่ากาแฟสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลงในงานเชิงสังเกต คุณภาพหลักฐานต่ำมาก และไม่ได้ออกเป็นคำแนะนำ จึงไม่ควรดื่มเพิ่มเพื่อหวังลดยูริก
ยาลดกรดยูริกยี่ห้อไหนดี
ยาลดกรดยูริกต้องให้แพทย์เลือกตามข้อบ่งชี้ การทำงานของไต และโรคร่วม ACR 2020 แนะนำอัลโลพูรินอลเป็นยาแรก อาหารเสริมใช้แทนยาไม่ได้
อะไรทำให้กรดยูริกสูงขึ้น
MedlinePlus ระบุหลายสาเหตุ เช่น ฟรุกโตส แอลกอฮอล์ อาหารพิวรีนสูง ยาขับปัสสาวะ ยากลุ่มกรดนิโคตินิก และแอสไพรินขนาดต่ำ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง ให้ถามแพทย์ก่อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of GoutAmerican College of Rheumatology (Arthritis Care & Research, PMC)
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์และกรดยูริกในเลือดสูง พ.ศ. 2569สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
- Effect of Diet and Dietary Supplements on Gout-Related Outcomes: A Systematic Review of Randomised Controlled TrialsMediterranean Journal of Rheumatology (PubMed)
- Uric acid - bloodMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- Eating, Diet, & Nutrition for Kidney StonesNIDDK
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
