เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กรดยูริกสูงห้ามกินปลาอะไร อาหารทะเล กุ้ง หอย ปลาดุก กินได้แค่ไหน
คำตอบสั้น: เอกสารผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราชจัด ไข่ปลา ปลาอินทรีย์ ปลาดุก ปลาไส้ตัน กุ้งชีแฮ้ และหอย ไว้ในกลุ่มพิวรีนสูงที่ผู้ป่วยเกาต์ควรเลี่ยง ส่วนปลากะพง ปลาหมึก และปู อยู่ในกลุ่มพิวรีนปานกลางที่กินได้ในปริมาณจำกัด แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2569 ใช้คำว่า "จำกัด" อาหารทะเล ไม่ได้สั่งให้งดปลาทุกชนิด
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กลุ่มพิวรีนสูง (ศิริราช): ไข่ปลา ปลาอินทรีย์ ปลาดุก ปลาไส้ตัน กุ้งชีแฮ้ หอย
- กลุ่มพิวรีนปานกลาง (ศิริราช): ปลากะพง ปลาหมึก ปู กินได้ในปริมาณจำกัด
- รามาธิบดี ยกตัวอย่างอาหารทะเลที่ผู้ป่วยเกาต์ควรเลี่ยง ได้แก่ หอย ปลาหมึก กุ้ง ปู ปลาซาร์ดีน และปลาทู
- แนวทางไทย 2569 แนะนำแบบมีเงื่อนไขให้จำกัดอาหารทะเล และ ACR 2020 แนะนำให้จำกัดพิวรีน ทั้งคู่ไม่ได้กำหนดปริมาณเป็นกรัม
- ปลามีประโยชน์ต่อหัวใจ NHS แนะนำคนทั่วไปให้กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ส่วน คนเป็นเกาต์จึงควรถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าเลือกปลาแบบไหน เท่าไร แทนการงดทั้งหมด
กรดยูริกสูงห้ามกินปลาอะไรบ้าง
ไม่มีแนวทางไหนห้ามปลาทุกชนิด แต่มีปลาบางชนิดที่ถูกจัดเป็นพิวรีนสูง พิวรีนคือสารที่ร่างกายย่อยสลายแล้วกลายเป็นกรดยูริก NIAMS อธิบายว่าอาหารที่มีพิวรีนสูงส่วนใหญ่มาจากสัตว์
เอกสาร "โรคเก๊าท์" ของฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช (พิมพ์ พ.ศ. 2555) แบ่งอาหารเป็น 3 กลุ่ม ส่วนที่เป็นปลาและอาหารทะเลมีดังนี้
กลุ่มพิวรีนมาก ควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยง
- ไข่ปลา
- ปลาอินทรีย์
- ปลาดุก
- ปลาไส้ตัน
- กุ้งชีแฮ้
- หอย
กลุ่มพิวรีนปานกลาง รับประทานได้ปริมาณจำกัด
- ปลากะพง
- ปลาหมึก
- ปู
ในเอกสารเดียวกัน กะปิก็อยู่ในกลุ่มพิวรีนมาก ซึ่งเกี่ยวกับครัวไทยโดยตรง เพราะอยู่ในน้ำพริกและแกงหลายชนิด
ส่วนบทความของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (Rama Channel เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568) ยกตัวอย่างอาหารทะเลที่ผู้ป่วยเกาต์ควรหลีกเลี่ยงไว้ ได้แก่ หอย ปลาหมึก กุ้ง ปู ปลาซาร์ดีน และปลาทู
สองแหล่งนี้จัดกลุ่มไม่เหมือนกันทุกตัว เช่น ปลาหมึกและปูอยู่กลุ่มปานกลางในเอกสารศิริราช แต่รามาธิบดีจัดไว้ในรายการที่ควรเลี่ยง ข้อสรุปที่ตรงกันคืออาหารทะเลเป็นกลุ่มที่ต้องคุมปริมาณ
ปลาดุก ปลาทู ปลากระป๋อง กรดยูริกสูงไหม
- ปลาดุก อยู่ในกลุ่มพิวรีนมากของเอกสารศิริราช แม้เป็นปลาน้ำจืด จึงไม่ใช่ว่าปลาน้ำจืดทุกตัวจะกินได้ไม่จำกัด
- ปลาทู อยู่ในรายการอาหารทะเลที่ควรเลี่ยงของรามาธิบดี
- ปลาซาร์ดีน อยู่ในรายการเดียวกันของรามาธิบดี ปลากระป๋องที่เป็นปลาซาร์ดีนจึงนับรวมในกลุ่มนี้ด้วย
- ปลาเล็กปลาน้อยและปลาสายพันธุ์อื่น ไม่อยู่ในรายการของทั้งสองแหล่งที่เราตรวจ ถ้ากินเป็นประจำ ให้ถามนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาล
ถ้าเป็นโรคไตด้วย การเลือกปลามีเรื่องอื่นให้คิดเพิ่ม อ่านต่อที่ โรคไตกินปลาอะไรได้บ้าง
กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก กินได้ไหม
หอยอยู่ในรายการที่ควรเลี่ยงของทั้งสองแหล่ง ส่วนกุ้ง ปู ปลาหมึก ถูกจัดต่างกันเล็กน้อย เอกสารศิริราชระบุกุ้งชีแฮ้ในกลุ่มพิวรีนมาก และปูกับปลาหมึกในกลุ่มปานกลาง ขณะที่รามาธิบดีจัดกุ้ง ปู ปลาหมึก ไว้ในรายการที่ควรเลี่ยง
อาหารทะเลกับความเสี่ยงเกาต์ แนวทางไทย 2569 ยกงานรวมเชิงสังเกตที่พบว่าการกินอาหารทะเลสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์สูงขึ้นเล็กน้อย (OR 1.29 ช่วงความเชื่อมั่นเริ่มที่ 1) คุณภาพหลักฐานต่ำมาก ตัวเลขนี้เป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าอาหารทะเลเป็นสาเหตุ
เมนูไทยที่มีอาหารทะเลหลายอย่างรวมกัน เช่น ยำทะเล ต้มยำทะเล หอยทอด ข้าวผัดกุ้ง อาจได้อาหารทะเลหลายชนิดในมื้อเดียว
คนเป็นเกาต์กินปลาได้มื้อละเท่าไร
แนวทางที่เราตรวจไม่ได้กำหนดเป็นกรัมต่อมื้อ แนวทางไทย 2569 ใช้คำว่า "จำกัด" อาหารทะเล ACR 2020 ใช้คำว่า "จำกัด" พิวรีน และเอกสารรามาธิบดีแนะนำเนื้อปลาไขมันต่ำ "ในปริมาณพอเหมาะ"
ACR 2020 อธิบายหลักฐานไว้สองด้าน
- งานศึกษาที่เทียบช่วงเวลาในคนเดียวกันพบว่า ยิ่งกินพิวรีนมาก โอกาสกำเริบยิ่งสูงขึ้นตามปริมาณ
- แต่งานทดลองเล็ก 29 คนที่ทุกคนกินยาลดกรดยูริกจนถึงเป้าอยู่แล้ว การสอนให้กินพิวรีนต่ำไม่ได้ทำให้กรดยูริกต่ำกว่าการกินตามปกติ
ความหมายในทางปฏิบัติ ACR สรุปว่าการปรับอาหารน่าจะเปลี่ยนกรดยูริกได้เพียงเล็กน้อย แต่อาหารบางอย่างอาจเป็นตัวกระตุ้นการกำเริบ การคุมอาหารทะเลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล แต่ไม่ได้ใช้แทนยาเมื่อแพทย์บอกว่าจำเป็น ปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคนให้นักกำหนดอาหารหรือแพทย์ช่วยกำหนด
สำหรับคนทั่วไป NHS นับปลา 1 ส่วนประมาณ 140 กรัม ตัวเลขนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปของอังกฤษ ไม่ใช่ปริมาณที่ออกแบบสำหรับผู้ป่วยเกาต์
ปลาดีต่อหัวใจ คนเป็นเกาต์ต้องงดปลาทั้งหมดไหม
ไม่มีแนวทางที่เราตรวจสั่งให้งดปลาทั้งหมด NHS (ทบทวน 26 มิ.ย. 2569) แนะนำให้อาหารสุขภาพมีปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ส่วน ในนั้นเป็นปลาที่มีไขมันอย่างน้อย 1 ส่วน เพราะปลาไขมันสูงมีโอเมก้า 3 สายยาวซึ่ง NHS ระบุว่าอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ
ปัญหาคือปลาไขมันสูงบางตัวอยู่ในรายการที่รามาธิบดีให้ผู้ป่วยเกาต์เลี่ยง NHS ยกตัวอย่างปลาไขมันสูง เช่น แซลมอน ซาร์ดีน แมกเคอเรล ขณะที่รามาธิบดีจัดปลาซาร์ดีนและปลาทูไว้ในรายการที่ผู้ป่วยเกาต์ควรเลี่ยง คนที่เป็นทั้งเกาต์และโรคหัวใจจึงควรคุยกับแพทย์ว่าจะเลือกปลาอย่างไร ไม่ควรตัดสินใจงดหรือกินเพิ่มเอง
ภาพรวมของอาหารสำหรับเกาต์ เช่น ไก่ หน่อไม้ ถั่ว อ่านได้ที่ เก๊าท์ควรกินอะไร
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องปลากับเกาต์
"ปลาน้ำจืดกินได้ ปลาทะเลห้าม" ไม่ถูกทั้งหมด ปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดแต่อยู่ในกลุ่มพิวรีนมากของเอกสารศิริราช
"กินปลาแล้วเกาต์กำเริบแน่" ไม่มีแหล่งที่เราตรวจบอกเช่นนั้น ACR อธิบายว่าโอกาสกำเริบสูงขึ้นตามปริมาณพิวรีนที่กิน ซึ่งเป็นเรื่องโอกาส ไม่ได้บอกว่ากินแล้วจะกำเริบทุกครั้ง และ NHS ระบุตัวกระตุ้นอื่นด้วย เช่น ดื่มแอลกอฮอล์มากหรือกินมื้อใหญ่มาก ร่างกายขาดน้ำ ข้อบาดเจ็บ และการเจ็บป่วยที่มีไข้
"งดอาหารทะเลแล้วไม่ต้องกินยา" ไม่ใช่ ACR ระบุว่าการปรับอาหารเปลี่ยนค่ายูริกได้เพียงเล็กน้อย ถ้าแพทย์สั่งยาลดกรดยูริก ห้ามหยุดยาเอง
ลดอาหารทะเลแล้ว กินโปรตีนอะไรแทนได้บ้าง
เอกสารศิริราชจัดนม ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ ไว้ในกลุ่มพิวรีนน้อยที่ผู้ป่วยเกาต์กินได้ตามปกติ ส่วนเนื้อหมูและเนื้อวัวอยู่กลุ่มปานกลางที่กินได้จำกัด
แนวทางไทย 2569 รวบรวมงานเชิงสังเกตที่พบว่าอาหารบางกลุ่มสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ต่ำลง (คุณภาพหลักฐานต่ำถึงต่ำมาก)
- อาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลง
- ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลง
- ผลิตภัณฑ์จากนม สัมพันธ์กับความเสี่ยงกรดยูริกในเลือดสูงที่ต่ำลง
ข้อสังเกตเรื่องถั่ว เอกสารศิริราชฉบับ พ.ศ. 2555 ยังจัดถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ไว้ในกลุ่มพิวรีนมาก ขณะที่แนวทางไทย 2569 ซึ่งใหม่กว่ารายงานว่าผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ต่ำลง ถ้าสับสนให้ถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารที่ดูแล
เป็นเกาต์ร่วมกับโรคไต เลือกปลาอย่างไร
ให้แพทย์โรคไตหรือนักกำหนดอาหารกำหนดปริมาณโปรตีน NIDDK (ทบทวน พ.ค. 2560) ระบุว่าผู้ที่เป็นนิ่วกรดยูริกอาจได้รับคำแนะนำให้จำกัดโปรตีนจากสัตว์ รวมถึงปลาและหอย แต่ยังต้องได้โปรตีนพอ และให้คุยกับบุคลากรสุขภาพว่าควรกินโปรตีนรวมเท่าไร
แนวทางไทย 2569 ระบุว่าผู้ที่เกาต์กำเริบครั้งแรกและมีไตวายเรื้อรังระยะ 3 ขึ้นไป อาจพิจารณาเริ่มยาลดกรดยูริก จึงควรให้แพทย์ดูทั้งสองโรคพร้อมกัน อ่านเพิ่มได้ที่ โรคไตกินกุ้งได้ไหม หมู ไก่ ปู และ เก๊าท์ลงไตได้ไหม
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลวันนี้
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าข้อปวดและบวมขึ้นมาทันที และมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาจเป็นการติดเชื้อในข้อที่ต้องได้รับการดูแลด่วน
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- คลื่นไส้ หรือกินอะไรไม่ได้
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)
ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
เรื่องปลา อาหารทะเล และกรดยูริก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดกรดยูริก ช่วยให้กินอาหารทะเลได้มากขึ้น หรือป้องกันเกาต์กำเริบ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการคุมอาหาร ยาลดกรดยูริก หรือการตรวจเลือดตามนัด
ข้อที่เกี่ยวกับคนแพ้อาหารทะเลโดยตรง: ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. ต่อแคปซูล ไม่พบแหล่งที่ตรวจได้ว่าผงเปลือกหอยมุกก่อให้เกิดการแพ้หรือไม่ ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเลจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ส่วนประกอบที่มีงานวิจัยเรื่องเกาต์คือผงเชอร์รี่ทาร์ต เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนทางออนไลน์ 1 ปี พบว่าช่วง 2 วันที่กินเชอร์รี่ สัมพันธ์กับโอกาสกำเริบต่ำกว่าช่วงที่ไม่กินราวร้อยละ 35 แต่เป็นงานสังเกต บอกไม่ได้ว่าเชอร์รี่เป็นสาเหตุ งานนี้ไม่ได้ศึกษาผงในแคปซูล
- งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คน ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ไม่ลดกรดยูริกและจำนวนครั้งกำเริบไม่ต่างกัน เป็นรูปแบบน้ำเข้มข้น จึงเทียบน้ำหนักกับผงในแคปซูลไม่ได้
- งานนำร่องที่ใช้สารสกัดเชอร์รี่ 3,600 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 18 เท่า (คำนวณ) ไม่มียาหลอก ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่ และแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
- ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือดหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือด การตรวจของแพทย์ หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กรดยูริกสูงห้ามกินปลาอะไร
เอกสารผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราชจัดไข่ปลา ปลาอินทรีย์ ปลาดุก ปลาไส้ตัน กุ้งชีแฮ้ และหอย ไว้ในกลุ่มพิวรีนมากที่ควรเลี่ยง ส่วนรามาธิบดียกปลาซาร์ดีนและปลาทูไว้ในรายการอาหารทะเลที่ควรเลี่ยงด้วย
ปลาดุกกรดยูริกสูงไหม
เอกสารของโรงพยาบาลศิริราชจัดปลาดุกไว้ในกลุ่มพิวรีนมาก ผู้ป่วยเกาต์จึงควรเลี่ยงหรือถามนักกำหนดอาหารว่ากินได้แค่ไหน
คนเป็นเกาต์กินกุ้ง หอย ปูได้ไหม
หอยอยู่ในกลุ่มพิวรีนมาก ส่วนปูและปลาหมึกอยู่ในกลุ่มปานกลางตามเอกสารศิริราช ขณะที่รามาธิบดีจัดกุ้ง ปู ปลาหมึก ไว้ในรายการที่ควรเลี่ยง แนวทางไทย 2569 แนะนำให้จำกัดอาหารทะเล
เป็นเกาต์ต้องงดปลาทุกชนิดไหม
แนวทางที่ตรวจไม่ได้ให้งดปลาทั้งหมด แต่ให้จำกัดอาหารทะเลและพิวรีน ปลายังเป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่ NHS ระบุว่าอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ ควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารช่วยเลือกชนิดและปริมาณ
เป็นเกาต์และโรคไตกินปลาได้เท่าไร
ปริมาณโปรตีนของผู้ป่วยไตต้องให้แพทย์โรคไตหรือนักกำหนดอาหารกำหนด เพราะขึ้นกับระยะของโรคไต ไม่ควรคิดจากเรื่องพิวรีนอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- โรคเก๊าท์ (ความรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วย)ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช
- โรคเกาต์ กินอย่างไรไม่ให้กรดยูริกในเลือดสูงคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (Rama Channel)
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์และกรดยูริกในเลือดสูง พ.ศ. 2569สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
- 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of GoutAmerican College of Rheumatology (Arthritis Care & Research, PMC)
- Fish and shellfishNHS
- GoutNHS
- Eating, Diet, & Nutrition for Kidney StonesNIDDK
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
