เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ขมิ้นชันกับข้อเข่าเสื่อม งานวิจัยในคนว่าอย่างไร กินคู่ยาแก้ปวดได้ไหม
คำตอบสั้น: งานในคนที่คนไทยอ้างถึงบ่อยคืองานหลายศูนย์ในไทยปี 2014 ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. เทียบกับไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. นาน 4 สัปดาห์ พบว่าปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน แต่ไม่มีกลุ่มยาหลอก และระยะสั้น งานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพหลักฐานส่วนใหญ่ว่าต่ำมาก และ NCCIH ระบุว่าหลักฐาน "เบื้องต้นเป็นบวก" แต่ต้องการงานคุณภาพสูงกว่า แนวทาง ACR 2019 NICE 2022 และแนวทางไทย 2553 ไม่ได้มีคำแนะนำเรื่องขมิ้นชัน ผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตันห้ามใช้ ผู้มีนิ่วถุงน้ำดี ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคตับต้องปรึกษาแพทย์ และการกินคู่ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรตัดสิน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- งานไทย 367 คน: สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. ไม่ด้อยกว่าไอบูโพรเฟนใน 4 สัปดาห์ ปวดหรือไม่สบายท้องน้อยกว่า ไม่มียาหลอก
- งานรวม: ผลบวกในหลายงาน แต่งานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพวิธีวิจัยว่าต่ำมาก
- แนวทางหลัก: ACR 2019 NICE 2022 และแนวทางไทย 2553 ไม่มีคำแนะนำเรื่องขมิ้นชัน
- ห้ามใช้: ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน
- ต้องปรึกษาแพทย์: นิ่วถุงน้ำดี ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือต้านเกล็ดเลือด โรคตับ ตั้งครรภ์ แนวโน้มเป็นนิ่วไต
- อาการตับที่ต้องหยุดและพบแพทย์: อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลือง (NCCIH)
งานวิจัยขมิ้นชันในคนข้อเข่าเสื่อมพบอะไร
งานไทยหลายศูนย์ เทียบกับไอบูโพรเฟน (2014)
งานนี้ตีพิมพ์ใน Clinical Interventions in Aging โดยคณะผู้วิจัยไทยจากหลายโรงพยาบาล
- ผู้เข้าร่วม: ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน
- เปรียบเทียบ: สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. กับยาไอบูโพรเฟน (ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด) วันละ 1,200 มก.
- ระยะเวลา: 4 สัปดาห์
- ผล: คะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน และกลุ่มขมิ้นชันมีอาการปวดหรือไม่สบายท้องน้อยกว่า
- ข้อจำกัด: ไม่มีกลุ่มยาหลอก จึงแยกไม่ได้ว่าผลดีขึ้นเท่าไรมาจากยาหลอกหรือการดำเนินโรคเอง และติดตามเพียง 4 สัปดาห์
งานนี้ไม่ได้แปลว่าขมิ้นชันใช้แทนยาแก้ปวดได้ และผลศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้ศึกษาปวดเข่าจากเกาต์ การบาดเจ็บ หรือข้ออักเสบชนิดอื่น
งานรวมหลายงาน
- งานรวม 11 งาน 1,258 คน (Complementary Therapies in Medicine ปี 2021): เคอร์คูมินอยด์ (สารสำคัญกลุ่มสีเหลืองในขมิ้นชัน) ลดปวดได้มากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ และผลของกลุ่มขนาดสูง (ตั้งแต่ 1,000 มก./วัน) กับขนาดต่ำ (ต่ำกว่า 1,000 มก./วัน) ไม่ต่างกัน แต่บทคัดย่อไม่ได้ระบุขนาดต่ำสุดที่ใช้ และงานนี้ศึกษาเคอร์คูมินอยด์ ไม่ใช่สารสกัดที่ไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ จึงใช้อ้างว่าขนาดเล็กมากได้ผลไม่ได้
- งานทบทวนรวมงานทบทวน (umbrella review) ปี 2025 (Frontiers in Pharmacology): รวม 7 งานทบทวนอย่างเป็นระบบ พบว่าคุณภาพวิธีวิจัยต่ำมาก และใน 48 ผลลัพธ์ที่ประเมิน มี 37 ผลลัพธ์ที่หลักฐานคุณภาพต่ำมาก
- NCCIH (ปรับปรุง เม.ย. 2568): งานรวมหลายงานในข้อเสื่อมหลักฐานเบื้องต้นเป็นบวก แต่ต้องการหลักฐานคุณภาพสูงกว่า และยังรู้ไม่พอที่จะสรุปว่าขมิ้นชันหรือเคอร์คูมินมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านใด ส่วนเคอร์คูมินชนิดทาที่เข่ายังไม่ชัดว่ามีผล
สรุปตามแหล่ง: มีงานในคนที่ให้ผลบวก แต่คุณภาพหลักฐานยังต่ำ และแนวทางเวชปฏิบัติหลักยังไม่ได้แนะนำ อ่านภาพรวมขมิ้นชันด้านอื่นที่ ขมิ้นชันช่วยเรื่องอะไร
แนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมพูดถึงขมิ้นชันไหม
- ACR 2019: ระบุว่าเน้นยาที่มีสูตรระดับยา จึงตัดอาหารเสริมส่วนใหญ่ออก เราค้นในฉบับเต็มแล้วไม่พบคำแนะนำเรื่องขมิ้นชันหรือเคอร์คูมิน
- NICE NG226 (2022): ในหน้าคำแนะนำไม่พบการกล่าวถึงขมิ้นชัน
- OARSI 2019: บทคัดย่อไม่กล่าวถึงอาหารเสริมหรือขมิ้นชัน
- แนวทางข้อเข่าเสื่อมของไทย (2553): ไม่พบการกล่าวถึงขมิ้นชัน
ไม่มีคำแนะนำ ไม่ได้แปลว่าแนวทางห้าม แต่หมายความว่ายังไม่อยู่ในรายการการรักษาที่แนวทางเลือกแนะนำ ขณะที่การออกกำลังกายและการลดน้ำหนักได้รับคำแนะนำอย่างยิ่ง อ่านต่อที่ ดูแลข้อเข่าเสื่อมด้วยตัวเอง
ยาขมิ้นชันในโรงพยาบาลรัฐ ใช้กับอาการอะไร
เราเปิดเอกสารบัญชียาหลักแห่งชาติ (ด้านยาจากสมุนไพร) ฉบับปัจจุบันตรวจไม่ได้ จึงไม่ระบุข้อบ่งใช้ตามบัญชีระดับชาติฉบับล่าสุด ถ้าต้องการทราบข้อบ่งใช้ล่าสุด ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาล
เอกสารที่เราเปิดตรวจได้คือเอกสารระดับจังหวัด "รายการยาสมุนไพรที่สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน จำนวน 31 รายการ" ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล (ไฟล์เผยแพร่บนเว็บไซต์ ธ.ค. 2562) ซึ่งระบุยาขมิ้นชันแคปซูล 450 มก. ไว้ดังนี้
- ข้อบ่งใช้: บรรเทาอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และโรคกระเพาะอาหาร
- ข้อห้ามใช้: ผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน หรือผู้ที่ไวต่อยานี้
- ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์ (ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์) เด็ก และการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
เอกสารจังหวัดฉบับนี้ไม่ได้ระบุข้อเข่าเสื่อมเป็นข้อบ่งใช้ของยาขมิ้นชัน (เป็นเอกสารปี 2562 ของจังหวัดเดียว ไม่ใช่บัญชียาระดับชาติ) ถ้าแพทย์หรือแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลสั่งยาขมิ้นชันให้ด้วยเหตุผลใด ให้ใช้ตามที่สั่งและถามเภสัชกรเรื่องขนาดและระยะเวลา
ขมิ้นชันมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
ท่อน้ำดีอุดตันและนิ่วในถุงน้ำดี งานทดลองไขว้ในคน 12 คน (1999) พบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ปริมาตรถุงน้ำดีลดลงราวร้อยละ 29 ที่ 2 ชั่วโมง คือถุงน้ำดีบีบตัว ข้อนี้อธิบายว่าทำไมผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตันจึงห้ามใช้ และผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีควรปรึกษาแพทย์ก่อน อ่านอาการนิ่วถุงน้ำดีที่ นิ่วในถุงน้ำดี อาการเริ่มแรก
ตับ เครือข่ายศึกษาตับอักเสบจากยาของสหรัฐฯ (DILIN) รายงานผู้ป่วยตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย ระหว่างปี 2011–2022 นอนโรงพยาบาล 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย NCCIH ระบุว่าสูตรที่เพิ่มการดูดซึมอาจทำร้ายตับ และ MSKCC (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าพบตับเสียหายทั้งในผลิตภัณฑ์เคอร์คูมินขนาดต่ำและสูตรดูดซึมสูง ถ้าอ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม หรือตัวเหลือง NCCIH ให้หยุดทันทีและพบแพทย์
เลือดออก MSKCC ระบุว่าผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก (หลักฐานจากงานพรีคลินิกและรายงานผู้ป่วย 1 ราย) ห้ามหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดเอง ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มขมิ้นชัน อ่านต่อที่ ขมิ้นชันกับยาประจำตัว
นิ่วไต MSKCC ระบุว่าผู้มีแนวโน้มเกิดนิ่วไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชันเสริม
ทางเดินอาหาร NCCIH ระบุว่าขมิ้นชันชนิดกินอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน กรดไหลย้อน ไม่สบายท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก อ่านเพิ่มที่ ขมิ้นชันอาการข้างเคียง
ตั้งครรภ์ NCCIH ระบุว่าการใช้ขมิ้นชันเสริมขณะตั้งครรภ์อาจไม่ปลอดภัย
กินขมิ้นชันคู่ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบได้ไหม
แหล่งที่เราเปิดตรวจไม่มีงานที่ทดสอบความปลอดภัยของการกินขมิ้นชันร่วมกับยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม งานไทยปี 2014 เป็นการเปรียบเทียบสองกลุ่มแยกกัน ไม่ได้ให้กินคู่กัน
สิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุคือ
- ยาเอ็นเสดมีข้อระวังของตัวเอง แนวทางข้อเข่าเสื่อมของไทย (2553) ให้ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับ ไตบกพร่อง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจวาย โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมอง และหลีกเลี่ยงในผู้ที่เคยมีแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร
- MSKCC (ส่วนข้อมูลสำหรับผู้ป่วย ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าไม่ควรใช้ขมิ้นชันเสริมถ้ากำลังใช้แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล เพราะขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ของยาเหล่านี้ และระบุยาอินโดเมทาซินไว้เช่นกัน (ส่วนข้อมูลสำหรับบุคลากรระบุว่าข้อมูลการตีกันกับยาเหล่านี้มาจากงานในหลอดทดลองและยังไม่ทราบความสำคัญทางคลินิก) ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าให้หยุดยาแก้ปวด แต่ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มขมิ้นชัน
- ขมิ้นชันมีข้อระวังเรื่องเลือดออก ในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (MSKCC) และรายการยาสมุนไพรของ สสจ.สตูล ให้ระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
- NCCIH ให้ผู้ที่ใช้ยาใดก็ตามคุยกับบุคลากรสุขภาพก่อนใช้สมุนไพร เพราะสมุนไพรบางชนิดตีกับยาได้
ดังนั้น ผู้ที่กินยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ หรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ ให้นำทุกอย่างไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน และห้ามลดหรือหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเพื่อหันมากินขมิ้นชันแทน อ่านเรื่องยาข้อเข่าเพิ่มที่ ยาแก้ปวดข้อ
ผงขมิ้นในอาหาร กับสารสกัดขมิ้นชัน ต่างกันอย่างไร
- ปริมาณสารสำคัญต่างกัน NCCIH ระบุว่าผลิตภัณฑ์เคอร์คูมินชนิดกินมีปริมาณเคอร์คูมินจริงต่างกันมาก และมักผสมสารจากพืชอื่น เช่น พิเพอรีนจากพริกไทยดำเพื่อเพิ่มการดูดซึม จึงเปรียบเทียบผลระหว่างงานได้ยาก
- สูตรเพิ่มการดูดซึมมีข้อกังวลเรื่องตับ NCCIH ระบุว่าขมิ้นชันหรือเคอร์คูมินสูตรธรรมดา (ไม่ได้ปรับให้ดูดซึมมากขึ้น) น่าจะปลอดภัยในปริมาณที่แนะนำนานถึง 2–3 เดือน ส่วนสูตรดูดซึมสูงมีรายงานตับเสียหาย และงาน DILIN พบว่า 3 ใน 7 ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีพริกไทยดำ
- งานวิจัยใช้สารสกัดมาตรฐานในขนาดที่กำหนด ผลจากงานจึงนำไปอ้างกับการกินแกงหรือผงขมิ้นในอาหารไม่ได้
- ให้นมบุตร NCCIH ระบุว่ายังรู้น้อยว่าขมิ้นชันในปริมาณมากกว่าที่พบในอาหารปลอดภัยหรือไม่
ใครที่ปวดเข่าแล้วอยากลองสมุนไพร ให้คุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กินยาหลายตัว และข้อบวมแดงร้อน หรือปวดข้อพร้อมไข้ หนาวสั่น NHS ระบุว่าอาจเป็นข้อติดเชื้อที่ต้องตรวจทันที ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องขมิ้นชันกับข้อเข่าเสื่อม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดเข่า ลดการอักเสบ ได้ผลเท่ายาแก้ปวด หรือใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และห้ามลดหรือหยุดยาแก้ปวดเพราะเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์นี้
เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานไทยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. นาน 4 สัปดาห์ เทียบกับไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ ส่วนงานรวมปี 2021 ที่แบ่งขนาดต่ำ (ต่ำกว่า 1,000 มก./วัน) กับขนาดสูง ก็ไม่ได้ระบุขนาดต่ำสุดในบทคัดย่อ จึงนำผลไปอ้างกับแคปซูลนี้ไม่ได้ ในด้านความปลอดภัย งานที่ใช้เคอร์คูมิน 20 มก. ก็พบว่าถุงน้ำดีบีบตัว ซึ่งเป็นที่มาของคำเตือนฉลากเรื่องท่อน้ำดีอุดตัน
- สารสกัดขิง 10 มก. (20 มก. ต่อวัน คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบขิงชนิดกินลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ายาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาด จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้
ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- บาดเจ็บที่เข่าแล้วเท้าเย็นและเขียวคล้ำ
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ขมิ้นชันช่วยข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม
งานไทยปี 2014 ในผู้ป่วย 367 คน พบว่าสารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. ไม่ด้อยกว่าไอบูโพรเฟนใน 4 สัปดาห์ แต่ไม่มีกลุ่มยาหลอก งานทบทวนรวมปี 2025 จัดคุณภาพหลักฐานว่าต่ำมาก NCCIH ระบุว่าหลักฐานเบื้องต้นเป็นบวกแต่ต้องการงานคุณภาพสูงกว่า และแนวทางหลักยังไม่ได้แนะนำ
กินขมิ้นชันคู่กับยาแก้ปวดได้ไหม
ไม่พบงานที่ทดสอบความปลอดภัยของการกินคู่ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสดในข้อเข่าเสื่อม MSKCC ระบุว่าไม่ควรใช้ขมิ้นชันเสริมถ้ากำลังใช้แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล เพราะอาจลดฤทธิ์ยา และขมิ้นชันมีข้อระวังเรื่องเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้แพทย์หรือเภสัชกรตัดสิน และห้ามลดหรือหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
ใครต้องระวังขมิ้นชัน
ผู้มีท่อน้ำดีอุดตันห้ามใช้ ผู้มีนิ่วถุงน้ำดี ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือต้านเกล็ดเลือด มีโรคตับ มีแนวโน้มเป็นนิ่วไต และหญิงตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ถ้ามีอาการอ่อนเพลีย ปัสสาวะสีเข้ม หรือตัวเหลือง ให้หยุดและพบแพทย์
ยาขมิ้นชันในโรงพยาบาลใช้รักษาข้อเข่าเสื่อมไหม
เราตรวจบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับปัจจุบันไม่ได้ เอกสารที่ตรวจได้คือรายการยาสมุนไพรของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล ปี 2562 ซึ่งระบุข้อบ่งใช้ยาขมิ้นชันว่าบรรเทาอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และโรคกระเพาะอาหาร ไม่ได้ระบุข้อเข่าเสื่อม ข้อบ่งใช้ล่าสุดให้ถามเภสัชกรโรงพยาบาล และถ้าแพทย์สั่งให้ใช้ตามแพทย์
กินขมิ้นในอาหารเหมือนกินสารสกัดไหม
ไม่เหมือน NCCIH ระบุว่าผลิตภัณฑ์มีปริมาณเคอร์คูมินต่างกันมาก และบางสูตรเพิ่มการดูดซึมด้วยพริกไทยดำซึ่งมีรายงานเรื่องตับ งานวิจัยใช้สารสกัดในขนาดกำหนด จึงนำผลไปอ้างกับขมิ้นในอาหารไม่ได้
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Efficacy and safety of Curcuma domestica extracts compared with ibuprofen in patients with knee osteoarthritis: a multicenter studyClin Interv Aging (PubMed)
- TurmericNCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health)
- TurmericMemorial Sloan Kettering Cancer Center
- รายการยาสมุนไพรที่สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบัน จำนวน 31 รายการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล
- Effect of curcumin and curcuminoids on gallbladder volumePubMed
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
