เกี่ยวกับ Beta X Plus
แพ้กุ้งเกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร ทำไมกินมาทั้งชีวิตแล้วเพิ่งแพ้
คำตอบสั้น: แพ้กุ้งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในกุ้ง สารก่อภูมิแพ้หลักคือโปรตีนในกล้ามเนื้อชื่อทรอโปไมโอซิน (tropomyosin) อาการมักเป็นผื่นลมพิษ หน้าบวม อาเจียน ปวดท้อง และบางคนแพ้รุนแรงจนหายใจลำบาก โดยมักเกิดภายใน 2 ชั่วโมงหลังกิน การแพ้สัตว์น้ำมีเปลือกพบได้ทุกวัย การสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาพบว่าร้อยละ 48 ของผู้ใหญ่ที่มีอาการเข้าได้กับการแพ้อาหาร เริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่ และ MedlinePlus ระบุว่าแพ้สัตว์น้ำมีเปลือกมักเป็นไปตลอดชีวิต ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หรือเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- สารก่อภูมิแพ้หลักในกุ้ง คือทรอโปไมโอซิน ซึ่งพบในสัตว์น้ำมีเปลือกทั้งกลุ่มกุ้งปูและกลุ่มหอยหมึก
- ทำให้สุกไม่ได้ช่วย งานทบทวนระบุว่าสารก่อภูมิแพ้บางตัวทนความร้อน
- เริ่มแพ้ตอนโตได้ และ NHS ระบุว่ายังไม่ชัดว่าทำไมคนหนึ่งจึงเริ่มแพ้อาหาร
- แพ้กุ้งอาจรุนแรงถึงชีวิต ในผู้ป่วยแพ้รุนแรงที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร กุ้งเป็นสาเหตุที่พบมาก
- การตรวจยืนยัน ทำโดยแพทย์ ห้ามลองกินเองเพื่อทดสอบ
แพ้กุ้งเกิดจากสารอะไร
เกิดจากโปรตีน ไม่ได้เกิดจากไอโอดีน บทความวิชาการเรื่องการแพ้อาหารทะเลของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เชียงใหม่เวชสาร ปี 2559) ระบุว่าสารก่อภูมิแพ้หลักของสัตว์น้ำมีเปลือก (shellfish) คือทรอโปไมโอซินในกล้ามเนื้อ ส่วนของปลาคือพาร์วัลบูมิน (parvalbumin) ซึ่งเป็นคนละโปรตีนกัน
งานทบทวนในวารสาร Clinical and Experimental Allergy (ปี 2553) ระบุว่าทรอโปไมโอซินเป็นสารก่อภูมิแพ้หลักของสัตว์น้ำมีเปลือก และเป็นตัวที่ทำให้เกิดการแพ้ข้ามกันระหว่างกลุ่มกุ้งปู (crustacean) กับกลุ่มหอยและหมึก (mollusc) รวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่สูดเข้าไป เช่น ไรฝุ่นและแมลง งานทบทวนในวารสาร Clinical Reviews in Allergy and Immunology (ปี 2558) ระบุสารก่อภูมิแพ้อื่นในสัตว์น้ำมีเปลือก ได้แก่ อาร์จินีนไคเนส โปรตีนจับแคลเซียมในกล้ามเนื้อ และไมโอซินสายเบา ซึ่งล้วนเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ในการหดตัวของกล้ามเนื้อ
ในไทยมีรายงานเฉพาะ บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าในไทยมีรายงานผู้ที่แพ้เฉพาะกุ้งน้ำจืด เช่น กุ้งแม่น้ำหรือกุ้งฝอย โดยไม่แพ้กุ้งทะเล ซึ่งอาจเกิดจากทรอโปไมโอซินที่จำเพาะต่อชนิดกุ้ง หรือจากโปรตีนฮีโมไซยานิน (hemocyanin) ตามรายงานจากประเทศไทย อ่านเรื่องความเชื่อเรื่องไอโอดีนได้ที่ แพ้อาหารทะเลกับไอโอดีน
แพ้กุ้งอาการเป็นอย่างไร ออกกี่นาที
บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าการแพ้อาหารทะเลส่วนใหญ่เป็นการแพ้แบบเฉียบพลันผ่านภูมิคุ้มกันชนิด IgE มักเกิดอาการทันทีภายใน 2 ชั่วโมงหลังกิน อาการได้แก่
- ผื่นลมพิษ
- หน้าบวม (angioedema)
- อาเจียน ปวดท้อง
- แพ้รุนแรง (anaphylaxis) ที่อาจหายใจลำบาก หลอดลมตีบ และความดันโลหิตต่ำรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
งานทบทวนในวารสาร Clinical and Experimental Allergy ระบุว่าอาการแพ้สัตว์น้ำมีเปลือกมีตั้งแต่ลมพิษเล็กน้อยและอาการแพ้ในช่องปาก ไปจนถึงแพ้รุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต ส่วนเรื่องเวลา MedlinePlus (ทบทวน 29 ต.ค. 2567) ระบุว่าอาการแพ้อาหารมักเริ่มภายใน 2 ชั่วโมง และ NHS (หน้าแพ้อาหาร ทบทวน 20 ส.ค. 2569) ระบุว่าอาจเกิดทันทีหรือหลายวันต่อมา อ่านรายละเอียดอาการแพ้อาหารได้ที่ แพ้อาหารอาการเป็นยังไง
ทำไมกินกุ้งมาทั้งชีวิตแล้วเพิ่งแพ้
แหล่งข้อมูลยังไม่มีคำตอบแน่ชัด NHS ระบุว่าการแพ้อาหารเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ออาหารบางชนิดมากเกินไป แต่ยังไม่ชัดว่าทำไมจึงเกิด และคนที่ตัวเองหรือญาติใกล้ชิดเป็นภูมิแพ้อื่น หอบหืด หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีโอกาสแพ้อาหารสูงขึ้นเล็กน้อย
ข้อมูลว่าผู้ใหญ่เริ่มแพ้ได้จริง การสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 40,443 คน (ปี 2558–2559 ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open ปี 2562) ใช้แบบสอบถามทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ไม่ได้ตรวจยืนยันทุกคน พบว่าสัตว์น้ำมีเปลือกเป็นอาหารที่ผู้ใหญ่แพ้บ่อย (ราวร้อยละ 2.9) และร้อยละ 48 ของผู้ที่แพ้อาหารเริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่ ผู้วิจัยหลายคนแจ้งว่าได้รับทุนหรือค่าที่ปรึกษาจากบริษัทยาและผู้ผลิตยาฉีดอะดรีนาลีน และงานนี้เป็นข้อมูลของคนอเมริกัน ไม่ใช่คนไทย
สมมติฐานเรื่องไรฝุ่น บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อธิบายว่าทรอโปไมโอซินของสัตว์น้ำมีเปลือกคล้ายสารก่อภูมิแพ้ในแมลงสาบและไรฝุ่นได้สูงถึงร้อยละ 84 จึงมีความเห็นว่าบางคนอาจเริ่มไวต่อไรฝุ่นจากการสูดดมก่อน แล้วต่อมาเมื่อกินสัตว์น้ำมีเปลือกจึงเกิดอาการแพ้ ความเห็นนี้มีข้อมูลสนับสนุนจากการศึกษากลุ่มคนที่ไม่เคยกินสัตว์น้ำมีเปลือกเลยแต่ตรวจพบภูมิไวต่อทรอโปไมโอซินของกุ้ง ข้อนี้เป็นสมมติฐาน ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นสาเหตุของทุกคน อ่านเรื่องไรฝุ่นได้ที่ แพ้ไรฝุ่น และการเริ่มแพ้อาหารตอนโตได้ที่ แพ้อาหารตอนโต
แพ้กุ้งแล้วจะแพ้ไปตลอดไหม
ส่วนใหญ่เป็นไปตลอด MedlinePlus ระบุว่าการแพ้ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง และสัตว์น้ำมีเปลือก มักเป็นไปตลอดชีวิต บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าการแพ้อาหารทะเลในผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นตลอดชีวิต ต่างจากการแพ้นมวัวหรือไข่ การดูแลหลักจึงยังเป็นการงดอาหารนั้น
มีข้อมูลไทยว่าบางคนหายเองได้ การศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ตีพิมพ์ปี 2564) ติดตามผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้กุ้งด้วยการทดลองกินเมื่อ 10 ปีก่อน โดยไม่รวมคนที่เคยแพ้รุนแรง ได้ผู้เข้าร่วม 17 คน เมื่อทดลองกินกุ้งซ้ำในโรงพยาบาล บทคัดย่อรายงานว่าร้อยละ 46 ไม่มีอาการแล้ว และกลุ่มนี้มีขนาดรอยนูนจากการทดสอบสะกิดผิวหนังเล็กกว่า งานนี้มีขนาดเล็กมาก และการทดลองกินทำในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์ ห้ามลองกินกุ้งเองเพื่อดูว่าหายแพ้แล้วหรือยัง
แพ้หัวกุ้ง มันกุ้ง ต่างจากแพ้เนื้อกุ้งไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้แยกการแพ้หัวกุ้งหรือมันกุ้งออกจากเนื้อกุ้ง สิ่งที่แหล่งระบุคือทรอโปไมโอซินเป็นโปรตีนในกล้ามเนื้อ และมีสารก่อภูมิแพ้อื่นในกุ้งอีกหลายตัว รวมถึงฮีโมไซยานินที่มีรายงานจากไทย
ความเชื่อ: "ทำให้สุกแล้วกินได้" ไม่จริง บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่างานส่วนใหญ่แสดงว่า หลังปรุงสุก โปรตีนในปลาและสัตว์น้ำมีเปลือกเปลี่ยนไปและก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้น งานทบทวนปี 2558 ระบุว่าสารก่อภูมิแพ้บางตัวทนความร้อนและทนการย่อยในกระเพาะ
คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้กุ้ง ให้ถือว่าทุกส่วนของกุ้ง รวมทั้งน้ำซุป น้ำมันที่ใช้ทอดกุ้ง และอาหารที่มีกุ้งผสม ต้องเลี่ยงไว้ก่อน จนกว่าแพทย์จะบอกเป็นอย่างอื่น อ่านเรื่องอาหารแฝงและการอ่านฉลากได้ที่ แพ้กุ้งห้ามกินอะไร
แพ้กุ้งอันตรายไหม อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล
แพ้กุ้งรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยแพ้รุนแรงที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร (ปี 2554–2564) พบว่าอาหารเป็นสาเหตุหลัก โดยกุ้งและแมลงทอดพบมาก และพบว่ามีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 11.4 ที่ได้รับใบสั่งปากกาฉีดอะดรีนาลีนสำหรับพกติดตัว
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าแพ้อาหารและแพ้รุนแรง)
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงหวีด
- คอแน่น เสียงแหบ หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลม หรือหมดสติและปลุกไม่ตื่น
NHS ระบุว่าถ้ามีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล นอนลงและยกขาได้ ห้ามยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น อ่านขั้นตอนเต็มได้ที่ แพ้รุนแรงเฉียบพลัน
ตรวจยืนยันแพ้กุ้งกับแพทย์อย่างไร
NHS ระบุว่าแพทย์อาจส่งพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจ ได้แก่ การทดสอบสะกิดผิวหนัง (skin prick test) การตรวจเลือด และการงดอาหารที่สงสัยเพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ อ่านเรื่องการตรวจได้ที่ ตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง
บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อธิบายเพิ่ม
- การทดสอบสะกิดผิวหนังด้วยน้ำยาสำเร็จรูป ไวต่อการตรวจพบดี แต่ผลบวกไม่ได้แปลว่าแพ้จริงเสมอ
- การศึกษาขนาดใหญ่ในผู้ป่วยแพ้กุ้งแม่น้ำและกุ้งทะเลที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าการทดสอบด้วยน้ำยาสำเร็จรูปมีค่าทำนายผลลบต่ำ (ราวร้อยละ 30) แต่ผลดีขึ้นเมื่อสะกิดด้วยกุ้งต้มสุกโดยตรง (prick-to-prick)
- การตรวจที่ชัดเจนคือการทดลองกินอาหารภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งเสี่ยงต่อการแพ้รุนแรง จึงควรทำในโรงพยาบาลที่พร้อมช่วยชีวิต และผู้ที่เคยแพ้รุนแรงแล้วผลตรวจเป็นบวก ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทดลองกิน
MedlinePlus ระบุว่าห้ามพยายามทำให้เกิดอาการหรือลองกลับมากินอาหารนั้นเอง และ NHS ระบุว่าผู้ที่ถูกสั่งปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้พกติดตัว 2 อัน และจะได้แผนจัดการการแพ้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้หรือมีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนแผนการใช้ยาเอง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
สำหรับผู้ที่แพ้กุ้ง: ส่วนประกอบที่ฉลากระบุไม่มีกุ้ง ปู หรือสัตว์น้ำมีเปลือก แต่มียีสต์ ขิง กระชาย และแคปซูลเจลาตินที่ฉลากไม่ระบุว่าทำจากสัตว์ชนิดใด ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยสำหรับผู้แพ้อาหาร ผู้ที่แพ้อาหารรุนแรงหรือแพ้หลายอย่าง ควรนำรายการส่วนประกอบไปให้แพทย์ดู และสอบถามผู้ผลิตเรื่องการปนเปื้อนในสายการผลิตก่อน ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดการแพ้กุ้ง ทำให้แพ้น้อยลง หรือทำให้กินกุ้งได้ และไม่ใช้แทนการงดกุ้งหรือปากกาฉีดอะดรีนาลีนที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. ต่อแคปซูล (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เราไม่พบงานวิจัยเรื่องเบต้ากลูแคนกับการแพ้อาหารหรือแพ้กุ้ง งานในคนที่มีเป็นเรื่องหวัด ใช้วัตถุดิบยี่ห้อเฉพาะวันละ 250–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 3–11 เท่า (คำนวณ) ผลยังไม่สอดคล้องกัน บางงานไม่มีนัยสำคัญ และหลายงานผู้ผลิตวัตถุดิบเกี่ยวข้อง ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน จึงเทียบได้แค่น้ำหนัก ส่วนประกอบนี้ทำจากยีสต์ ผู้ที่แพ้ยีสต์ควรเลี่ยง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)
- แพ้ปลาหรือแพ้เจลาติน: ฉลากไม่ระบุว่าเจลาตินทำจากสัตว์ชนิดใด ให้สอบถามผู้ผลิตก่อน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาผิว ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการงดอาหารที่แพ้ ยาแก้แพ้ ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- ลิ้นหรือใบหน้าบวม
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลม หรือหมดสติและปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) และหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) รวมกับหน้าลมพิษของ MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ที่ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อเป็นลม หายใจเหนื่อย คอแน่น ลิ้นหรือใบหน้าบวม หรือหายใจมีเสียงหวีด หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่า ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันทีถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล และหน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
แพ้กุ้งเกิดจากสารอะไร
เกิดจากโปรตีนในกุ้ง สารก่อภูมิแพ้หลักคือทรอโปไมโอซิน ซึ่งเป็นโปรตีนในกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังมีโปรตีนอื่น เช่น อาร์จินีนไคเนส และในไทยมีรายงานฮีโมไซยานินในผู้ที่แพ้กุ้งแม่น้ำ ไม่ได้เกิดจากไอโอดีน
แพ้กุ้งอาการออกกี่นาที
บทความของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าการแพ้อาหารทะเลแบบเฉียบพลันมักเกิดอาการทันทีภายใน 2 ชั่วโมงหลังกิน ส่วน NHS ระบุว่าการแพ้อาหารอาจเกิดทันทีหรือหลายวันต่อมา
ทำไมโตแล้วเพิ่งแพ้กุ้ง
NHS ระบุว่ายังไม่ชัดว่าทำไมคนหนึ่งจึงเริ่มแพ้อาหาร การสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาพบว่าร้อยละ 48 ของผู้ที่แพ้อาหารเริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่ และมีสมมติฐานว่าการไวต่อไรฝุ่นอาจเกี่ยวข้อง เพราะโปรตีนคล้ายกัน
แพ้กุ้งจะหายไหม
MedlinePlus ระบุว่าแพ้สัตว์น้ำมีเปลือกมักเป็นไปตลอดชีวิต งานเล็กของศิริราชพบว่าผู้ป่วยที่ไม่เคยแพ้รุนแรงบางส่วนกินกุ้งได้เมื่อทดสอบซ้ำในโรงพยาบาลหลัง 10 ปี แต่ห้ามลองกินเองเพื่อทดสอบ
แพ้กุ้งอันตรายถึงตายไหม
แพ้กุ้งอาจรุนแรงถึงขั้นแพ้รุนแรงเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก คอแน่น หรือเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และถ้ามีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- การแพ้อาหารทะเล (Seafood Allergy)เชียงใหม่เวชสาร 2559 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- Shellfish allergyClin Exp Allergy 2010 (PubMed)
- Prevalence and Severity of Food Allergies Among US AdultsJAMA Netw Open 2019 (PubMed)
- Natural resolution of non-anaphylactic shrimp allergy in patients diagnosed 10 years earlier by oral food challengeAsian Pac J Allergy Immunol 2021 (PubMed)
- Food allergyMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Shellfish Allergy: a Comprehensive ReviewClin Rev Allergy Immunol 2015 (PubMed)
- Characteristics of anaphylaxis from tertiary-care hospital in lower northern Thailand: A ten-year retrospective cross-sectional studyAsian Pac J Allergy Immunol 2026 (PubMed)
- Food allergyNHS
- AnaphylaxisNHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
