บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

แพ้อาหารตอนโตเกิดจากอะไร ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเพิ่งเริ่มแพ้อาหารได้ไหม

คำตอบสั้น: ผู้ใหญ่เริ่มแพ้อาหารใหม่ได้ การสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 40,443 คน (ตีพิมพ์ปี 2562) พบว่าร้อยละ 48 ของผู้ที่แพ้อาหารเริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่ ส่วนสาเหตุนั้น NHS ระบุว่ายังไม่ชัดว่าทำไมระบบภูมิคุ้มกันจึงตอบสนองต่ออาหารมากเกินไป อาหารที่ผู้ใหญ่แพ้บ่อยในการสำรวจนั้นคือสัตว์น้ำมีเปลือก นม ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง และปลา บางคนคันปากหลังกินผลไม้ดิบเพราะแพ้ข้ามกับเกสร และงานทบทวนระบุว่าการออกกำลังกาย ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด และแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้อาการแพ้อาหารบางแบบเกิดขึ้น ถ้าสงสัยว่าเริ่มแพ้อาหาร ให้พบแพทย์เพื่อตรวจ ไม่ควรลองกินซ้ำเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ผู้ใหญ่เริ่มแพ้อาหารได้ และยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดว่าทำไม (NHS)
  • คนที่มีภูมิแพ้อื่น หอบหืด หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือมีญาติใกล้ชิดเป็น มีโอกาสแพ้อาหารสูงขึ้นเล็กน้อย (NHS)
  • คันปากหลังกินผลไม้ดิบ อาจเป็นกลุ่มอาการแพ้อาหารร่วมกับแพ้เกสร มักไม่รุนแรง แต่บางครั้งรุนแรงได้
  • ออกกำลังกาย ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด แอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยร่วมของภาวะแพ้รุนแรงที่สัมพันธ์กับอาหารและการออกกำลังกาย
  • การตรวจ ได้แก่ ทดสอบสะกิดผิวหนัง ตรวจเลือด และทดลองกินภายใต้การดูแลของแพทย์

ทำไมผู้ใหญ่เริ่มแพ้อาหารใหม่ได้

แหล่งที่เราเปิดอ่านยังไม่มีคำตอบแน่ชัด NHS (หน้าแพ้อาหาร ทบทวน 20 ส.ค. 2569) ระบุว่าการแพ้อาหารเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ออาหารบางชนิดมากเกินไป แต่ยังไม่ชัดว่าทำไมจึงเกิด และระบุว่าคนที่ตัวเองหรือญาติใกล้ชิดมีภูมิแพ้อื่น หอบหืด หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มีโอกาสแพ้อาหารสูงขึ้นเล็กน้อย

ข้อมูลว่าพบได้บ่อยแค่ไหน มาจากการสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 40,443 คน (เก็บข้อมูลปี 2558–2559 ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open ปี 2562) ด้วยแบบสอบถามทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์

  • ประมาณการว่าผู้ใหญ่ร้อยละ 10.8 มีอาการที่เข้าได้กับการแพ้อาหาร แต่ร้อยละ 19 คิดว่าตัวเองแพ้อาหาร
  • ร้อยละ 48 ของผู้ที่แพ้อาหารเริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่
  • ร้อยละ 51.1 เคยมีปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรง

งานนี้อาศัยการรายงานของผู้ตอบ ไม่ได้ตรวจยืนยันทุกคน และผู้วิจัยหลายคนแจ้งว่าได้รับทุนหรือค่าที่ปรึกษาจากบริษัทยา ผู้วิจัยสรุปว่าผู้ใหญ่ที่สงสัยว่าแพ้อาหารควรได้รับการตรวจยืนยัน เพื่อไม่ต้องงดอาหารโดยไม่จำเป็น

งานวิเคราะห์ข้อมูลชุดเดียวกัน (J Allergy Clin Immunol Global ปี 2565) พบว่าผู้ใหญ่ที่เริ่มแพ้อาหารตอนโตเพียงอย่างเดียว รายงานว่ามีภูมิแพ้ต่อสิ่งแวดล้อมและแพ้ยามากกว่าผู้ที่แพ้มาตั้งแต่เด็ก ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นของคนอเมริกัน บทความวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปี 2559) ระบุว่าขณะนั้นยังไม่มีการศึกษาการแพ้อาหารในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไทยที่ตีพิมพ์

ผู้สูงอายุ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้แยกข้อมูลการเริ่มแพ้อาหารในผู้สูงอายุออกมา อ่านเรื่องภูมิแพ้ในผู้สูงอายุได้ที่ ภูมิแพ้ในผู้สูงอายุ

อาหารที่ผู้ใหญ่มักเริ่มแพ้มีอะไรบ้าง

ในการสำรวจผู้ใหญ่อเมริกันข้างต้น อาหารที่แพ้บ่อย ได้แก่ สัตว์น้ำมีเปลือก (ร้อยละ 2.9) นม (ร้อยละ 1.9) ถั่วลิสง (ร้อยละ 1.8) ถั่วเปลือกแข็ง (ร้อยละ 1.2) และปลา (ร้อยละ 0.9)

MedlinePlus (หน้าแพ้อาหาร ทบทวน 29 ต.ค. 2567) ระบุว่าการแพ้ปลามักพบในเด็กโตและผู้ใหญ่ ส่วนการแพ้นม ถั่วลิสง สัตว์น้ำมีเปลือก ถั่วเปลือกแข็ง และข้าวสาลี พบได้ทุกวัย และอาหารทุกชนิดทำให้แพ้ได้

ความเชื่อว่า "สัตว์น้ำมีเปลือกเป็นอาหารที่ผู้ใหญ่เริ่มแพ้บ่อยกว่าอาหารอื่น" ยังสรุปไม่ได้แน่นอน บทความทบทวนเชิงบรรยายในวารสาร Cureus (ปี 2568) รวบรวมงานสังเกตในผู้ใหญ่ที่ตีพิมพ์ปี 2543–2568 พบว่าสัตว์น้ำมีเปลือกถูกรายงานเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยในหลายงานจากหลายภูมิภาค แต่การออกแบบงาน กลุ่มตัวอย่าง และเกณฑ์วินิจฉัยต่างกันมาก หลายงานอาศัยการรายงานของผู้ตอบ ผู้เขียนจึงสรุปว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจน

ในไทย การทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยแพ้รุนแรงที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร (ปี 2554–2564) พบว่าอาหารเป็นสาเหตุหลัก โดยกุ้งและแมลงทอดพบมาก อ่านเรื่องแพ้กุ้งได้ที่ แพ้กุ้งเกิดจากอะไร

กินผลไม้ดิบแล้วคันปาก เกี่ยวกับแพ้เกสรไหม

อาจเป็นกลุ่มอาการแพ้อาหารร่วมกับแพ้เกสร (oral allergy syndrome หรือ pollen food syndrome) NHS ระบุว่าบางคนมีอาการคันปากและคอหลังกินผลไม้ ผัก หรือถั่วดิบ มักไม่รุนแรง และการกินผักผลไม้ที่ปรุงสุกดีช่วยได้

MedlinePlus อธิบายว่า

  • เมลอน แอปเปิล พีช สับปะรด และอาหารอื่น มีโปรตีนคล้ายโปรตีนในเกสรบางชนิด
  • ปฏิกิริยามักเกิดเมื่อกินแบบดิบ ความรุนแรงขึ้นกับปริมาณที่กิน และถ้าปรุงสุกแล้วจะไม่เกิดปฏิกิริยา
  • อาการ ได้แก่ คันริมฝีปาก ลิ้น และคอ บางครั้งริมฝีปากบวม
  • ต่างจากการแพ้อาหารจริง คนที่มีกลุ่มอาการนี้เกิดแพ้รุนแรงได้น้อยมาก แต่ก็เกิดได้ จึงควรถามแพทย์ว่าต้องพกยาอะดรีนาลีนหรือไม่

บทความทบทวนในวารสาร Allergology International (ปี 2568 คณะผู้เขียนจากญี่ปุ่น) อธิบายว่ากลุ่มอาการนี้เกิดจากโปรตีนในอาหารที่คล้ายโปรตีนในเกสรจนแพ้ข้ามกัน อาการมักจำกัดอยู่ในช่องปาก แต่บางครั้งมีอาการจมูก ทางเดินหายใจ ผิวหนัง หรือแพ้รุนแรงได้ ความชุกขึ้นกับชนิดและปริมาณเกสรในแต่ละพื้นที่ และปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ทำให้กินอาหารดิบที่แพ้ได้อย่างปลอดภัย การเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุยังเป็นหลัก

ข้อจำกัด: แหล่งเหล่านี้มาจากประเทศเขตอบอุ่น เราไม่พบข้อมูลที่เปิดอ่านได้ว่าเกสรชนิดใดในไทยสัมพันธ์กับผลไม้ไทยชนิดใด ผู้ที่คันปากหลังกินผลไม้ดิบให้เล่าให้แพทย์ฟัง อ่านเรื่องภูมิแพ้จมูกได้ที่ อาการภูมิแพ้จมูก

ออกกำลังกายหลังกิน แอลกอฮอล์ และยาแก้ปวด ทำให้แพ้รุนแรงขึ้นได้อย่างไร

บทความทบทวนในวารสาร Current Allergy and Asthma Reports (ปี 2561) อธิบายภาวะแพ้รุนแรงที่สัมพันธ์กับอาหารและการออกกำลังกาย (food-dependent, exercise-induced anaphylaxis) ว่าเป็นการแพ้อาหารผ่าน IgE ที่ถูกเสริมด้วยปัจจัยร่วม เช่น การออกกำลังกาย ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด และแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ลำไส้ดูดซึมสารก่อภูมิแพ้มากขึ้นจนเกิดอาการ อาการเกิดระหว่างหรือหลังออกกำลังกายไม่นาน ภาวะนี้พบได้น้อย และกลไกยังเข้าใจไม่ครบ

บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าอาหารทะเลเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของภาวะนี้ รายงานผู้ป่วยรายแรกเกิดหลังกินหอยนางรมก่อนออกกำลังกาย และต่อมามีรายงานจากสัตว์น้ำมีเปลือกชนิดอื่น

ห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง ผู้ที่เคยมีอาการแพ้หลังกินอาหารแล้วออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินยาแก้ปวด ให้เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้แพทย์ฟัง เพื่อวางแผนร่วมกัน

สงสัยว่าเริ่มแพ้อาหาร ไปตรวจที่ไหน อย่างไร

เริ่มจากพบแพทย์ NHS ระบุว่าให้พบแพทย์ถ้าคิดว่าตัวเองแพ้อาหาร และแพทย์อาจส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจ MedlinePlus ระบุว่าทุกคนที่เคยแพ้อาหารควรได้พบแพทย์โรคภูมิแพ้ ในไทย ให้เริ่มที่โรงพยาบาลตามสิทธิ และสอบถามว่ามีคลินิกโรคภูมิแพ้หรือต้องส่งต่อหรือไม่ เรื่องสิทธิการรักษาและค่าใช้จ่าย ให้ถามโรงพยาบาลหรือสายด่วน สปสช. 1330

การตรวจที่แหล่งระบุ

  • ทดสอบสะกิดผิวหนัง (skin prick test) หยดน้ำยาที่มีอาหารที่สงสัยลงบนผิวแล้วดูปฏิกิริยา (NHS)
  • ตรวจเลือด (NHS, MedlinePlus) บทความของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อธิบายว่าเป็นการวัดระดับภูมิคุ้มกัน IgE จำเพาะต่ออาหารในเลือด
  • งดอาหารที่สงสัยตามแผนของแพทย์ เพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ (NHS) MedlinePlus ระบุว่าวิธีนี้ใช้กับอาการไม่รุนแรง ถ้าเคยแพ้รุนแรงไม่ควรลองกินกลับ
  • ทดลองกินภายใต้การดูแลของแพทย์ (food challenge) MedlinePlus ระบุว่าอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ จึงต้องทำโดยผู้ที่ได้รับการฝึกมา

NHS แนะนำให้จดบันทึกอาหารและอาการ อ่านเรื่องการทดสอบสะกิดผิวหนังได้ที่ ตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง และอาการที่ต้องสังเกตได้ที่ แพ้อาหารอาการเป็นยังไง

ข้อควรระวังเรื่องการตรวจ บทความของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าผลบวกจากการทดสอบสะกิดผิวหนังด้วยน้ำยาสำเร็จรูปไม่ได้แปลว่าแพ้จริงเสมอ การแปลผลจึงต้องดูร่วมกับประวัติ ส่วนการตรวจ IgG ต่ออาหารที่มักขายเป็นชุดตรวจแพ้อาหารแฝง อ่านได้ที่ ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง IgG

สิ่งที่ห้ามทำ: MedlinePlus ระบุว่าห้ามพยายามทำให้เกิดอาการหรือลองกลับมากินอาหารนั้นเอง และ NHS ระบุว่าห้ามตัดอาหารออกจากมื้ออาหารเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ผู้ที่แพทย์สั่งยาแก้แพ้หรือปากกาฉีดอะดรีนาลีน ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนแผนการใช้ยาเอง

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งหลังกินอาหาร เช่น ปาก ลิ้น คอ หรือใบหน้าบวม หายใจลำบาก คอแน่น หรือเป็นลม ดูรายการเต็มท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้ที่เริ่มแพ้อาหารหรือแพ้ผลไม้ ให้นำรายการส่วนประกอบไปให้แพทย์ดูก่อน เพราะผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดผลไม้และพืชหลายชนิด

เรื่องการแพ้อาหารตอนโต: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันการเริ่มแพ้อาหาร ลดอาการแพ้ หรือทำให้กินอาหารที่แพ้ได้ และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุ การงดอาหารที่แพ้ หรือยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. และกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. ต่อแคปซูล — ฉลากระบุวิตามินซี 1.5 มก. ต่อแคปซูล หรือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (ชาย 100 มก. หญิง 85 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ แหล่งวิตามินซีหลักยังควรมาจากผักผลไม้ที่กินได้โดยไม่แพ้ เราไม่พบงานวิจัยเรื่องอะเซโรล่าหรือวิตามินซีกับการแพ้อาหาร งานทบทวน Cochrane (ปี 2556) เรื่องวิตามินซีกับหวัด รวมเฉพาะงานที่ใช้วันละ 200 มก. ขึ้นไป มากกว่าวิตามินซีที่ฉลากระบุราว 67 เท่า (คำนวณ) และพบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชากรทั่วไป

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)
  • แพ้ปลาหรือแพ้เจลาติน: ฉลากไม่ระบุว่าเจลาตินทำจากสัตว์ชนิดใด ให้สอบถามผู้ผลิตก่อน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาผิว ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการงดอาหารที่แพ้ ยาแก้แพ้ ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • ลิ้นหรือใบหน้าบวม
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลม หรือหมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) และหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) รวมกับหน้าลมพิษของ MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ที่ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อเป็นลม หายใจเหนื่อย คอแน่น ลิ้นหรือใบหน้าบวม หรือหายใจมีเสียงหวีด หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่า ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันทีถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล และหน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

แพ้อาหารตอนโตเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่าการแพ้อาหารเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ออาหารบางชนิดมากเกินไป แต่ยังไม่ชัดว่าทำไมจึงเกิด คนที่มีภูมิแพ้อื่น หอบหืด ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือมีญาติใกล้ชิดเป็น มีโอกาสสูงขึ้นเล็กน้อย

ผู้ใหญ่เพิ่งเริ่มแพ้อาหารได้ไหม

ได้ การสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 40,443 คน (ตีพิมพ์ปี 2562) พบว่าร้อยละ 48 ของผู้ที่แพ้อาหารเริ่มแพ้ตอนเป็นผู้ใหญ่ งานนี้อาศัยการรายงานของผู้ตอบและเป็นข้อมูลของคนอเมริกัน

กินผลไม้ดิบแล้วคันปากเป็นภูมิแพ้ไหม

อาจเป็นกลุ่มอาการแพ้อาหารร่วมกับแพ้เกสร NHS และ MedlinePlus ระบุว่ามักคันปาก ลิ้น และคอหลังกินผลไม้ ผัก หรือถั่วดิบ มักไม่รุนแรง และการปรุงสุกช่วยได้ แต่แพ้รุนแรงเกิดได้น้อยครั้ง ควรให้แพทย์ประเมิน

ออกกำลังกายหลังกินอาหารทำให้แพ้ได้ไหม

มีภาวะที่พบได้น้อยชื่อแพ้รุนแรงที่สัมพันธ์กับอาหารและการออกกำลังกาย งานทบทวนปี 2561 ระบุว่าการออกกำลังกาย ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด และแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยร่วมที่เสริมให้เกิดอาการ

สงสัยแพ้อาหารต้องตรวจอะไร

NHS ระบุการตรวจ ได้แก่ ทดสอบสะกิดผิวหนัง ตรวจเลือด และงดอาหารที่สงสัยตามแผนของแพทย์ ส่วนการทดลองกินต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ ห้ามลองกินซ้ำเอง เรื่องสิทธิการรักษาให้ถามโรงพยาบาลหรือสายด่วน สปสช. 1330

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท