บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

น้ำมูกไหลเป็นน้ำใสไม่หยุด ไหลข้างเดียว เกิดจากอะไร เมื่อไรต้องรีบหาหมอ

คำตอบสั้น: น้ำมูกใสไหลเป็นน้ำพบบ่อยในโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หวัด และจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ซึ่ง NHS ระบุว่ากำเริบได้จากอากาศเปลี่ยน ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ และอาหารเผ็ด น้ำมูกไหลทันทีหลังกินอาหารโดยเฉพาะอาหารร้อนหรือเผ็ดเรียกว่าจมูกอักเสบจากการกิน (gustatory rhinitis) และงานสำรวจพบว่าผู้สูงอายุมีน้ำมูกใสหยดบ่อยกว่าคนหนุ่มสาว แต่ถ้ามีน้ำใสไหลออกจากจมูกหลังศีรษะกระแทก NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนน้ำมูกที่ไหลข้างเดียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน ควรให้แพทย์ตรวจโดยเร็ว

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุที่พบบ่อย คือภูมิแพ้จมูก หวัด และจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ (NHS)
  • น้ำมูกไหลตอนกินข้าว มักเป็นน้ำใส เกิดภายในไม่กี่นาทีหลังกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารร้อนและเผ็ด และไม่มีคัน จาม หรือคัดจมูกร่วม (บทความทบทวนในวารสาร Rhinology ปี 2553)
  • ผู้สูงอายุ งานสำรวจในสหรัฐ 158 คนพบว่าผู้สูงอายุรายงานน้ำมูกใสหยดมากกว่าและรุนแรงกว่าคนหนุ่มสาว
  • น้ำใสไหลจากจมูกหลังศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)
  • น้ำมูกข้างเดียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน ให้พบแพทย์ตรวจโดยเร็ว (MedlinePlus, NHS)

น้ำมูกไหลเป็นน้ำใสไม่หยุด เกิดจากอะไรได้บ้าง

น้ำมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกถูกระคายเคืองหรืออักเสบ NHS อธิบายว่าเมื่อเยื่อบุจมูก ไซนัส และคอบวม ร่างกายจะสร้างเมือกมากกว่าปกติ และระบุว่าน้ำมูกกับเสมหะไม่เป็นอันตราย เป็นวิธีที่ร่างกายใช้กำจัดการติดเชื้อ สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำมูกใสไหลมีดังนี้

ภูมิแพ้จมูก

NHS ระบุว่าอาการมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร รังแคสัตว์ หรือเชื้อรา มักมีจาม คันจมูก คันตา หรือน้ำตาไหลร่วมด้วย แนวทางไทยใช้ "น้ำมูกใส" เป็นหนึ่งในอาการจมูกที่ใช้วินิจฉัยภูมิแพ้จมูก อ่านเรื่องจามร่วมด้วยได้ที่ จามบ่อยเกิดจากอะไร

หวัด

NHS ระบุว่าอาการหวัดค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน มีคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ ไอ อ่อนเพลีย และมักเริ่มดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ MedlinePlus ระบุว่าหวัด ไข้หวัดใหญ่ และไซนัสอักเสบทำให้คัดจมูกหรือน้ำมูกไหลได้ และอาการคัดจมูกมักหายเองภายในราว 1 สัปดาห์

จมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้

NHS ระบุสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ อากาศเปลี่ยน การออกกำลังกาย ควัน น้ำหอม กลิ่นสี แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ และยาบางชนิด เช่น ยาความดันกลุ่ม ACE inhibitors ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ แอสไพริน และยาแก้ปวดต้านการอักเสบ รวมทั้งการใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกนานเกินฉลาก

ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองแม้สงสัยว่ายาทำให้น้ำมูกไหล NHS ระบุว่าแพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนยาให้ถ้าคิดว่ายานั้นเป็นสาเหตุ

สาเหตุอื่นที่ MedlinePlus ระบุ

MedlinePlus ระบุเพิ่มว่า อาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลยังเกิดได้จากริดสีดวงจมูก (ก้อนเนื้อนุ่มจากเยื่อบุที่อักเสบ) การตั้งครรภ์ จมูกอักเสบจากหลอดเลือดไวต่อสิ่งกระตุ้น (vasomotor rhinitis) และการใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกที่ซื้อเองติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ผู้ที่มีน้ำมูกร่วมกับคัดจมูกเรื้อรังและได้กลิ่นลดลง อ่านต่อได้ที่ ริดสีดวงจมูก

น้ำมูกไหลตอนกินข้าว กินของเผ็ด หรือในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร

จมูกอักเสบจากการกิน (gustatory rhinitis) บทความทบทวนในวารสาร Rhinology ปี 2553 อธิบายว่า เป็นน้ำมูกใสไหลข้างเดียวหรือสองข้างหลังกินอาหารหรือเครื่องดื่ม ส่วนใหญ่เป็นอาหารร้อนและเผ็ด มักเริ่มภายในไม่กี่นาทีหลังกิน และไม่มีคัน จาม คัดจมูก หรือปวดหน้าร่วมด้วย ผู้เขียนถือว่าเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ และน่าจะเกิดจากการกระตุ้นปลายประสาทรับความรู้สึกในทางเดินอาหารและทางเดินหายใจส่วนบน

บทความเดียวกันระบุว่ามีหลายแบบ เช่น แบบที่สัมพันธ์กับอายุ แบบหลังบาดเจ็บ และหลังผ่าตัด ทางเลือกแรกคือเลี่ยงอาหารที่กระตุ้น แต่ผู้เขียนระบุว่ามักไม่พอ และมียาพ่นจมูกบางชนิดที่แพทย์ใช้ได้ ข้อนี้แพทย์เป็นผู้พิจารณา

ชีวิตคนไทยคือกินต้มยำ แกงเผ็ด ส้มตำ หรือก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ แทบทุกวัน ถ้าน้ำมูกไหลเฉพาะตอนกินแล้วหยุดเองหลังกินเสร็จ และไม่มีอาการอื่น ให้เล่ารูปแบบนี้ให้แพทย์ฟังเพื่อช่วยแยกจากภูมิแพ้

น้ำมูกใสหยดในผู้สูงอายุ งานสำรวจในสหรัฐ (เก็บข้อมูลปี 2554 ตีพิมพ์ปี 2558) ให้แบบสอบถามคนหนุ่มสาว 76 คนและผู้สูงอายุในชุมชนผู้เกษียณ 82 คน พบว่าผู้สูงอายุรายงานน้ำมูกใสหยดมากกว่าและรุนแรงกว่า และรายงานว่าเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ว่าเพศใด งานนี้เป็นแบบสอบถามขนาดเล็ก ไม่ได้ตรวจหาสาเหตุ

แถลงการณ์ของ EAACI (สมาคมโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิกแห่งยุโรป) ปี 2560 จัดทั้งจมูกอักเสบจากการกินและจมูกอักเสบในผู้สูงอายุ (senile rhinitis) เป็นกลุ่มย่อยของจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มมีน้ำมูกไหลบ่อย ควรให้แพทย์ตรวจก่อนสรุปว่าเป็นเพราะอายุ อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้ในผู้สูงอายุ

น้ำใสไหลจากจมูกหลังศีรษะกระแทก ทำไมต้องรีบไปโรงพยาบาล

NHS จัด "มีน้ำใสไหลออกจากหูหรือจมูก" หลังศีรษะกระแทกเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องโทร 999 (NHS Head injury and concussion ปรับปรุง 29 พ.ค. 2568) ขณะที่ MedlinePlus (Stuffy or runny nose ปรับปรุง 3 ก.ค. 2568) จัด "น้ำมูกไหลหลังศีรษะได้รับบาดเจ็บ" ไว้ในรายการที่ให้ติดต่อแพทย์ เมื่อสองแหล่งให้ระดับความเร่งด่วนต่างกัน บทความนี้ใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า คือ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

บทความทบทวนในวารสาร Asian Journal of Neurosurgery ปี 2559 อธิบายว่า น้ำไขสันหลังรั่วออกทางจมูก (CSF rhinorrhea) เกิดจากมีช่องเชื่อมระหว่างช่องรอบสมองกับเยื่อบุจมูกและไซนัส สาเหตุมีทั้งการบาดเจ็บ ความดันในกะโหลกสูง เนื้องอก และบางรายเกิดขึ้นเองโดยไม่พบสาเหตุ และการรักษามีเป้าหมายลดความเสี่ยงเยื่อหุ้มสมองอักเสบ งานติดตามผู้ป่วยน้ำไขสันหลังรั่ว 111 คนในศูนย์เฉพาะทางที่อังกฤษ (ปี 2550) พบว่าตลอดช่วงที่ยังรั่ว ผู้ป่วยเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 19%

ข้อควรรู้: NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเองหลังศีรษะกระแทก และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดแล้วศีรษะกระแทก NHS ให้ขอคำแนะนำทางการแพทย์ด่วนแม้ยังไม่มีอาการ

น้ำมูกไหลข้างเดียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน หมายถึงอะไร

น้ำมูกข้างเดียวที่ไม่หายเป็นสัญญาณที่แพทย์อยากตรวจ MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์เมื่อน้ำมูกมีกลิ่นเหม็น ออกข้างเดียว หรือมีสีอื่นที่ไม่ใช่ขาวหรือเหลือง และแนวทางโรคหืดไทย 2568 (ดัดแปลงจาก EPOS 2020) จัด "อาการจมูกข้างเดียว มีเลือดออก มีสะเก็ดแห้งในจมูก" เป็นสัญญาณเตือน (alarm symptoms) ที่ต้องส่งต่อแพทย์

NHS ระบุว่ามะเร็งโพรงจมูกและไซนัสเป็นมะเร็งที่พบน้อย อาการระยะแรกได้แก่ คัดจมูกข้างเดียวที่ไม่หาย เลือดกำเดาไหล ได้กลิ่นลดลง และน้ำมูกไหลออกทางจมูกหรือลงคอซึ่งอาจมีเลือดปน NHS ย้ำว่าอาการเหล่านี้พบบ่อยและเกิดจากโรคอื่นได้มาก ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะถ้าเป็นมะเร็ง การพบเร็วอาจรักษาได้ง่ายกว่า

แพทย์อาจส่องดูในจมูก ตรวจคอ และต่อมน้ำเหลืองที่คอ แล้วส่งตรวจเพิ่มตามความเหมาะสม

ดูแลน้ำมูกไหลอย่างไร ยาอะไรที่ควรถามเภสัชกร

ดูแลตามสาเหตุ แหล่งที่เราเปิดอ่านแนะนำดังนี้

  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ NHS และ MedlinePlus แนะนำในภูมิแพ้จมูก จมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ และน้ำมูกค้าง อ่านวิธีทำให้ถูกได้ที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
  • ดื่มน้ำเปล่าให้พอ NHS แนะนำสำหรับน้ำมูกค้าง และ MedlinePlus แนะนำให้ดื่มน้ำใสให้พอเพื่อให้น้ำมูกไม่ข้น ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ควันบุหรี่ น้ำหอม และสิ่งที่แพ้
  • ยาต้านฮิสทามีนและยาสเตียรอยด์พ่นจมูก NHS ระบุว่าเภสัชกรให้คำแนะนำได้ และแพทย์อาจสั่งยาพ่นที่แรงกว่าถ้าจำเป็น
  • ยาพ่นแก้คัดจมูก NHS หน้าภูมิแพ้จมูกระบุว่าไม่ควรใช้เกิน 5 วัน และ MedlinePlus ระบุว่าการใช้เกิน 3 วันอาจทำให้คัดจมูกแย่ลง เมื่อฉลากยาไม่ได้บอกไว้ ให้ยึดระยะที่สั้นกว่าและถามเภสัชกร อ่านเพิ่มได้ที่ ยาพ่นแก้คัดจมูกกับอาการติดยาพ่น

MedlinePlus เตือนว่ายาแก้หวัด แก้แพ้ แก้ไอหลายตัวมีตัวยามากกว่าหนึ่งชนิด ให้อ่านฉลากเพื่อไม่ให้ได้ยาตัวเดียวกันซ้ำ และถามแพทย์ว่ายาแก้หวัดตัวไหนปลอดภัยสำหรับตัวเอง ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงอ่านเรื่องยาลดน้ำมูกได้ที่ ยาลดน้ำมูกกับความดัน ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้หรือยาพ่นจมูกตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องน้ำมูกใส

ความเชื่อ: น้ำมูกใสแปลว่าไม่ติดเชื้อ น้ำมูกเขียวแปลว่าติดเชื้อแบคทีเรีย — MedlinePlus ระบุว่าน้ำมูกเขียวหรือเหลืองไม่ได้แปลว่าเป็นไซนัสอักเสบหรือต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอไป อ่านต่อได้ที่ น้ำมูกเขียวต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม

ความเชื่อ: น้ำมูกไหลต้องรีบกินยาปฏิชีวนะ — NHS ระบุว่าแพทย์ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะสำหรับหวัด เพราะหวัดเกิดจากไวรัส และยาปฏิชีวนะไม่ช่วยบรรเทาอาการหรือทำให้หายเร็วขึ้น

ความเชื่อ: แก่แล้วน้ำมูกไหลเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องตรวจ — แม้งานสำรวจพบว่าผู้สูงอายุมีน้ำมูกใสหยดบ่อยกว่า แต่ถ้าไหลข้างเดียว มีเลือด มีกลิ่น หรือเกิดหลังศีรษะกระแทก ต้องให้แพทย์ตรวจ

น้ำมูกไหลแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • มีน้ำใสไหลออกจากจมูกหรือหูหลังศีรษะกระแทก
  • หลังศีรษะกระแทก แล้วหมดสติและยังไม่ฟื้น
  • หลังศีรษะกระแทก แล้วชัก หรือง่วงจนลืมตาไม่ไหว
  • หลังศีรษะกระแทก แล้วมองเห็นหรือได้ยินผิดปกติ
  • หลังศีรษะกระแทก แล้วแขนขาชาหรืออ่อนแรง หรือพูด เดิน ทรงตัวลำบาก
  • ริมฝีปาก ปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจลำบาก หรือหายใจเร็วมาก
  • ตาบวมแดงรอบตา ลูกตาถูกเบียด เห็นภาพซ้อน กลอกตาไม่ได้ หรือตามัวลง
  • ปวดหน้าผากรุนแรง หรือหน้าผากบวม
  • มีอาการคล้ายเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท

ห้ารายการแรกเป็นรายการที่ NHS Head injury จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน รายการที่ 6–7 มาจาก NHS Anaphylaxis ส่วนสามรายการสุดท้ายมาจากสัญญาณเตือนของไซนัสอักเสบในแนวทางโรคหืดไทย 2568 ซึ่งแผนภูมิภาษาไทย (หน้า 23) เขียนว่า "ให้การรักษาเบื้องต้นและส่งต่อ" แต่แผนภูมิภาษาอังกฤษ (หน้า 24) เขียนว่า "Emergency Refer" บทความนี้ใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า คือระดับฉุกเฉิน

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • น้ำมูกออกข้างเดียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน (MedlinePlus, TAC 2568)
  • คัดจมูกข้างเดียวที่ไม่หาย หรือเลือดกำเดาไหลซ้ำ (NHS)
  • มีน้ำมูกและมีไข้ (MedlinePlus)
  • อาการเป็นนานเกิน 3 สัปดาห์ (MedlinePlus)

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องน้ำมูกไหล: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดน้ำมูก ทำให้น้ำมูกหยุดไหล หรือใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก และการล้างจมูกได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลน้ำใสไหลหลังศีรษะกระแทก ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลทันที

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ขิงเป็นสมุนไพรไทยที่มีงานวิจัยในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. (ราว 5 เท่า คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก จึงแยกไม่ได้ว่าผลเกิดจากขิงหรือจากธรรมชาติของโรค และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ ฉลากเราไม่ระบุปริมาณสารสำคัญในสารสกัดขิง MSKCC (ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเลี่ยงขิงเสริม เพราะอาจเลือดออกง่าย แม้หลักฐานยังไม่ชัด
  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในคนเป็นเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่น้ำมูกจากภูมิแพ้ งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คนใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. (ราว 15–22.5 เท่า คำนวณ) ได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต และจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก ส่วนงานในห้องฉุกเฉินสหรัฐปี 2563 ไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ NCCIH ระบุว่าหลักฐานยังเป็นเบื้องต้น

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: มีกรดอะมิโนเสริมและกระชาย ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ ระหว่างรอ NHS ให้นอนราบ (ถ้าหายใจลำบากให้ค่อย ๆ ลุกนั่ง) และห้ามลุกยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น ส่วน NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

น้ำมูกไหลเป็นน้ำใสไม่หยุดเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หวัด และจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ที่กำเริบจากอากาศเปลี่ยน ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด หรือยาบางชนิด ตามข้อมูลของ NHS

กินข้าวแล้วน้ำมูกไหลเกิดจากอะไร

อาจเป็นจมูกอักเสบจากการกิน (gustatory rhinitis) ซึ่งเป็นน้ำมูกใสที่ไหลภายในไม่กี่นาทีหลังกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารร้อนและเผ็ด โดยไม่มีคัน จาม หรือคัดจมูกร่วม ถ้าเป็นบ่อยจนรบกวนให้ปรึกษาแพทย์

น้ำมูกไหลข้างเดียวอันตรายไหม

NHS ระบุว่าอาการจมูกข้างเดียวพบบ่อยและเกิดจากโรคอื่นได้หลายอย่าง แต่น้ำมูกข้างเดียวที่มีกลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือคัดข้างเดียวไม่หาย ควรให้แพทย์ตรวจโดยเร็ว ส่วนน้ำใสไหลจากจมูกหลังศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

น้ำมูกไหลตลอดเวลาในผู้สูงอายุเป็นเพราะอะไร

งานสำรวจพบว่าผู้สูงอายุมีน้ำมูกใสหยดบ่อยกว่าคนหนุ่มสาว และแนวทางยุโรปจัดจมูกอักเสบในผู้สูงอายุเป็นจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้แบบหนึ่ง แต่ควรให้แพทย์ตรวจก่อนสรุปว่าเป็นเพราะอายุ

น้ำมูกไหลกินยาอะไร

ขึ้นกับสาเหตุ ภูมิแพ้อาจใช้ยาต้านฮิสทามีนหรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือได้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกยา หวัดไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และผู้ที่ได้ยาจากแพทย์อยู่แล้วห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท