บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ภูมิแพ้ในผู้สูงอายุ เพิ่งมาเป็นตอนอายุมากได้ไหม และเรื่องยาที่ต้องระวัง

คำตอบสั้น: อาการทางจมูกพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ งานทบทวนปี 2016 ระบุว่าราวร้อยละ 32 ของผู้สูงอายุมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก จาม หรือน้ำมูกไหลลงคอ แต่จมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ดูเหมือนเพิ่มขึ้นตามอายุ และมีแบบที่ผู้สูงอายุมาปรึกษาบ่อย เช่น น้ำมูกไหลตอนกินอาหาร หรือจมูกแห้งมีสะเก็ด ยาโรคประจำตัวบางกลุ่มก็ทำให้คัดจมูกได้ ส่วนยาแก้แพ้รุ่นเก่าชนิดง่วง งานทบทวนเดียวกันแนะนำให้เลี่ยงในผู้สูงอายุเมื่อทำได้ จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือกยาให้ และห้ามหยุดยาเดิมเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งานสำรวจในสหรัฐ (NHANES 2005–2006 รายงานด้วยตนเอง) พบอาการจมูกอักเสบราวร้อยละ 32 ในคนอายุ 54–89 ปี ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า
  • จมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ดูเหมือนเพิ่มขึ้นตามอายุ ผู้สูงอายุมักมาปรึกษาเรื่องน้ำมูกไหลตอนกินอาหาร และจมูกฝ่อแห้งมีสะเก็ดพบมากในผู้สูงอายุ
  • ยาลดความดันหลายกลุ่ม ยาจิตเวชบางตัว ยากลุ่มอัลฟาบล็อกเกอร์ และยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เกิดจมูกอักเสบจากยาได้
  • NHS ระบุผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ชนิดง่วง เช่น ง่วงซึม การประสานงานของร่างกายช้าลง ปากแห้ง ตาพร่า และปัสสาวะลำบาก
  • ยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 และยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เป็นยาหลักในผู้สูงอายุเช่นเดียวกับคนอายุน้อย ตามงานทบทวนปี 2017

ผู้สูงอายุเริ่มเป็นภูมิแพ้ใหม่ได้ไหม

อาการจมูกเริ่มใหม่ตอนอายุมากเกิดได้ แต่ไม่ได้เป็นภูมิแพ้แท้ทุกราย งานทบทวนเรื่องจมูกอักเสบในผู้สูงอายุ ในวารสาร Immunology and Allergy Clinics of North America (2016) ซึ่งเขียนโดยคณะแพทย์ภูมิแพ้ในสหรัฐ สรุปข้อมูลไว้ดังนี้

  • งานวิจัยใหญ่หลายงานไม่ได้รวมผู้สูงอายุ ข้อมูลในวัยนี้จึงยังมีช่องว่าง
  • ภูมิแพ้จมูกดูเหมือนลดลงเมื่ออายุมากขึ้น งานเก่าประมาณไว้ราวร้อยละ 12 แต่ผู้เขียนระบุว่าอาจต่ำกว่าความจริง
  • ในงานสำรวจ NHANES 2005–2006 คนอายุ 54–89 ปีรายงานอาการจมูกอักเสบราวร้อยละ 32 ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า แต่ผลการแพ้จากการตรวจต่ำกว่า ถึงอย่างนั้น ราวร้อยละ 33 ของผู้สูงอายุยังทดสอบผิวหนังเป็นบวกต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
  • จมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ดูเหมือนเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบมากในผู้สูงอายุ

ผู้เขียนยังระบุว่าการทำงานของภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไปตามวัย อาจ อธิบายจมูกอักเสบที่เริ่มเป็นตอนอายุมากได้ ซึ่งเป็นสมมติฐาน ยังไม่ใช่ข้อสรุป

งานทบทวนอีกงานในวารสาร Drugs and Aging (2017) ระบุว่าภูมิแพ้จมูกพบมากในผู้สูงอายุ แต่มักไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาเท่าที่ควร

อาการภูมิแพ้ที่มักเป็นในผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง

สองแบบที่งานทบทวนปี 2016 ยกไว้สำหรับผู้สูงอายุ คือ น้ำมูกไหลตอนกินอาหาร (ผู้สูงอายุมาปรึกษาบ่อย) และจมูกฝ่อ (พบมากในผู้สูงอายุ)

น้ำมูกไหลตอนกินข้าว

ผู้เขียนเรียกว่า "จมูกอักเสบจากการรับประทาน" (gustatory rhinitis) เป็นจมูกอักเสบชนิดที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ ถูกกระตุ้นจากการกินอาหาร และเป็นอาการที่ผู้สูงอายุมาปรึกษาบ่อย NHS ระบุว่าแอลกอฮอล์และอาหารเผ็ดเป็นสิ่งกระตุ้นของจมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ เพราะจัดเป็นชนิดที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ จึงเป็นคนละเรื่องกับการแพ้อาหาร ถ้ากินอาหารบางอย่างแล้วมีผื่น ปากบวม หรือหายใจลำบาก นั่นเป็นอาการแพ้ที่ต้องรีบรักษา (ดูกล่องท้ายบทความ)

จมูกแห้ง มีสะเก็ด มีกลิ่น

งานทบทวนเดียวกันอธิบายว่าเมื่ออายุมากขึ้น เยื่อบุจมูกบางและแห้งลง เลือดไปเลี้ยงน้อยลง จมูกจึงทำความชื้นให้ลมหายใจได้น้อยลง ทำให้แห้ง มีสะเก็ด และระคายเคือง ชนิดที่ชัดเจนเรียกว่าจมูกฝ่อ (atrophic rhinitis) มีอาการคัดจมูก สะเก็ดในจมูก และมีกลิ่นเหม็น ผู้เขียนระบุว่าจมูกที่ฝ่อทำให้โพรงจมูกกว้างขึ้น แต่ผู้ป่วยกลับรู้สึกคัดจมูก

โครงสร้างจมูกที่เปลี่ยนตามวัย

ผู้เขียนระบุว่ากระดูกอ่อนที่ปลายจมูกและผนังกั้นจมูกอ่อนตัวลงตามอายุ ปลายจมูกตก ซึ่งอาจทำให้ลมผ่านจมูกน้อยลงและรู้สึกคัดจมูก

จมูกอักเสบจากอายุ จากยา และจากภูมิแพ้ แยกกันอย่างไร

แยกด้วยตัวเองได้ยาก เพราะอาการคล้ายกัน แพทย์ใช้ประวัติ สิ่งกระตุ้น ยาที่ใช้อยู่ และผลตรวจร่วมกัน งานทบทวนปี 2016 แบ่งจมูกอักเสบไว้หลายกลุ่ม ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ได้แก่

  • ภูมิแพ้จมูก: อาการสัมพันธ์กับสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ และตรวจพบการแพ้
  • ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้: ถูกกระตุ้นด้วยลมเย็น อากาศเปลี่ยน กลิ่นแรง มลพิษ สารเคมี การออกกำลังกาย หรือการกินอาหาร
  • แบบผสม: เป็นทั้งสองแบบ ผู้เขียนระบุว่าพบร่วมกันร้อยละ 44–87 ของผู้ที่เป็นภูมิแพ้จมูก
  • จมูกอักเสบจากยา: ดูรายการยาในหัวข้อถัดไป
  • จมูกฝ่อ: แห้ง สะเก็ด มีกลิ่น

ผู้เขียนเน้นว่าในผู้สูงอายุ แพทย์ต้องมองหาโรคอื่นที่ทำให้มีอาการทางจมูกด้วย เช่น ริดสีดวงจมูก ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคกลุ่มแกรนูโลมา น้ำไขสันหลังรั่ว และเนื้องอก จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นภูมิแพ้ อ่านเรื่องภูมิแพ้จมูกในผู้ใหญ่ทั่วไปได้ที่ ภูมิแพ้อากาศอาการเป็นยังไง

ยาโรคประจำตัวที่ทำให้คัดจมูกได้

ยาที่ผู้สูงอายุใช้บ่อยหลายกลุ่มทำให้เกิดจมูกอักเสบจากยาได้ งานทบทวนปี 2016 ระบุยาที่อาจทำให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดจมูกอักเสบ ได้แก่

  • แอสไพรินและยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่มเอ็นเสด
  • ยากลุ่มอัลฟาบล็อกเกอร์ เช่น ดอกซาโซซิน เทราโซซิน
  • ยาลดความดันกลุ่ม ACE inhibitors
  • ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์บางตัว เช่น คาร์วีดิลอล ลาเบทาลอล นาโดลอล
  • ยาลดความดันกลุ่มแคลเซียมแชนเนลบล็อกเกอร์
  • ยาขับปัสสาวะ
  • ยาเม็ดคุมกำเนิด
  • ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่น ซิลเดนาฟิล ทาดาลาฟิล
  • ยาจิตเวชบางตัว เช่น ริสเพอริโดน คลอร์โพรมาซีน อะมิทริปไทลีน

NHS (ทบทวน 4 มี.ค. 2026) ระบุยาในกลุ่มเดียวกันหลายตัว และระบุว่าแพทย์อาจเปลี่ยนยาให้ ถ้าคิดว่ายานั้นเป็นสาเหตุ

ห้ามหยุดยาความดัน ยาหัวใจ หรือยาจิตเวชเอง เพราะสงสัยว่าทำให้คัดจมูก ให้นำยาทุกตัวไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู และให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ ผู้ที่ใช้ยาหลายตัวพร้อมกันอ่านต่อได้ที่ ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ดูแลอย่างไร

ยาแก้แพ้รุ่นเก่าเสี่ยงอะไรในผู้สูงอายุ

ยาแก้แพ้แบ่งเป็นชนิดที่ทำให้ง่วง กับชนิดที่ง่วงน้อย NHS (ทบทวน 16 พ.ค. 2023) ยกตัวอย่างยาชนิดง่วง เช่น คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน ไฮดรอกซีซีน และโพรเมทาซีน ส่วนชนิดง่วงน้อย เช่น เซทิริซีน เฟกโซเฟนาดีน และลอราทาดีน

ผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ชนิดง่วงที่ NHS ระบุ ได้แก่

  • ง่วงซึม การประสานงานของร่างกาย ความเร็วในการตอบสนอง และการตัดสินใจลดลง NHS ห้ามขับรถหรือใช้เครื่องจักรหลังกินยากลุ่มนี้
  • ปากแห้ง
  • ตาพร่ามัว
  • ปัสสาวะลำบาก

NHS ระบุให้ผู้สูงอายุปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ยาแก้แพ้ เช่นเดียวกับผู้ที่ใช้ยาอื่นอยู่ หรือมีโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต หรือโรคลมชัก และให้เลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยา โดยเฉพาะชนิดที่ทำให้ง่วง

งานทบทวนปี 2016 ระบุว่าควรเลี่ยงยาแก้แพ้รุ่นแรกในผู้สูงอายุเมื่อทำได้ เพราะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางและตีกับยาอื่น ผู้เขียนยังอ้างงานที่พบว่ายากลุ่มนี้กระทบการขับรถ รบกวนวงจรการนอน และกระทบความคิดความจำ ผลข้างเคียงอื่นที่ผู้เขียนระบุ ได้แก่ ปัสสาวะคั่ง ปากแห้ง ท้องผูก และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่วนยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 ผู้เขียนระบุว่าโดยทั่วไปปลอดภัยในผู้สูงอายุที่เป็นจมูกอักเสบ

เรื่องหกล้ม แหล่งที่เปิดตรวจในบทความนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลโดยตรง ระบุเพียงเรื่องการประสานงานของร่างกายและความเร็วในการตอบสนองที่ลดลง อ่านเรื่องยาที่กระทบความจำได้ที่ ยาที่ทำให้ผู้สูงอายุความจำแย่ลง และความต่างของยาแก้แพ้สองแบบได้ที่ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วง

ห้ามเลิกยาแก้แพ้ที่แพทย์สั่ง หรือเปลี่ยนเป็นอีกตัวเอง ถ้ากังวลเรื่องง่วงหรือปัสสาวะลำบาก ให้นำยาไปถามเภสัชกร

ยาอื่นที่ผู้สูงอายุต้องระวัง

งานทบทวนปี 2016 ระบุเพิ่มเติมว่า

  • ยาแก้คัดจมูกชนิดกิน มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งน่ากังวลในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ
  • ยาพ่นจมูกกลุ่มต้านโคลิเนอร์จิก อาจทำให้จมูกแห้งมาก และต้องระวังในผู้ที่มีต่อมลูกหมากโตหรือต้อหินชนิดมุมปิด
  • ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ โดยทั่วไปทนได้ดี ผลข้างเคียงคือเลือดกำเดาไหล จมูกแห้ง และมีสะเก็ด แพทย์ควรติดตามเรื่องต้อหิน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สเตียรอยด์สูดหรือสเตียรอยด์ชนิดกินร่วมด้วย ผู้เขียนระบุว่างานที่มีไม่พบว่ากระดูกหักเพิ่มขึ้น

งานทบทวนในวารสาร Drugs and Aging (2017) ระบุว่าการรักษาภูมิแพ้จมูกในผู้สูงอายุคล้ายกับในคนอายุน้อย โดยยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 และยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เป็นยาหลัก ผู้เขียนระบุว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและไม่มีแหล่งทุน

ผู้สูงอายุใช้ยาพ่นจมูกยากกว่าที่คิด

งานทบทวนปี 2016 ระบุว่ามือไม่มีแรง ข้ออักเสบ หรือการประสานงานของมือไม่ดี ทำให้ใช้ยาพ่นจมูกได้ยาก ผู้เขียนแนะนำให้บุคลากรสุขภาพทบทวนวิธีพ่นยาทุกครั้งที่มาตรวจ และในผู้ที่ความจำไม่ดี อาจต้องให้สมาชิกครอบครัวช่วยดูเรื่องยา

ลูกหลานช่วยได้ด้วยการพาไปพบแพทย์ตามนัด ช่วยจัดยา และพกยาทุกตัวรวมถึงอาหารเสริมไปให้แพทย์ดู งานทบทวนเดียวกันระบุว่าผู้สูงอายุที่มีโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด น้อยครั้งที่จะบอกแพทย์ว่าใช้การแพทย์ทางเลือก ซึ่งรวมถึงสมุนไพร และแพทย์ก็มักไม่ได้ถาม ผู้เขียนระบุว่าการติดตามผลข้างเคียงของสิ่งเหล่านี้มักทำได้ไม่ดี และอาจตีกับยาแผนปัจจุบันได้

ความเชื่อที่พบบ่อย

แก่แล้วจะเป็นภูมิแพ้ได้อย่างไร คงเป็นหวัดเรื้อรังมากกว่า

ทั้งสองแบบเป็นไปได้ ข้อมูลข้างต้นชี้ว่าผู้สูงอายุราวหนึ่งในสามที่ถูกตรวจยังทดสอบผิวหนังเป็นบวก และอาการจมูกอักเสบพบได้บ่อยในวัยนี้ ส่วนหวัด NHS ระบุว่ามักหายใน 1–2 สัปดาห์ ถ้าน้ำมูกหรือคัดจมูกเป็นเรื้อรังเป็นเดือน ควรให้แพทย์หาสาเหตุ

ยาแก้แพ้เม็ดเล็กที่กินแล้วหลับสบาย ใช้ช่วยนอนได้ไหม

NHS ระบุว่ายาแก้แพ้บางตัวใช้ช่วยนอนระยะสั้นได้ แต่ยาชนิดง่วงมีผลข้างเคียงตามที่กล่าวไว้ และงานทบทวนปี 2016 แนะนำให้เลี่ยงยารุ่นแรกในผู้สูงอายุเมื่อทำได้ การใช้ยาเพื่อช่วยนอนควรคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เมื่อไรควรพบแพทย์หู คอ จมูก

NHS ระบุว่าแพทย์อาจส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ ถ้าไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุ หรืออาการรุนแรง สำหรับผู้สูงอายุ งานทบทวนปี 2016 ย้ำว่าต้องตรวจหาโรคอื่นด้วย

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (แนวทางโรคหืดไทย 2568 จัดเป็นอาการเตือนของโรคจมูกและไซนัสที่ต้องตรวจเพิ่ม)

  • อาการจมูกเป็นข้างเดียว
  • มีเลือดออกจากจมูก หรือมีสะเก็ดในจมูก

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (แผนภูมิไซนัสอักเสบเรื้อรังในแนวทางเดียวกัน ซึ่งดัดแปลงจาก EPOS 2020 ให้ส่งต่อแบบฉุกเฉิน)

  • ตาบวมแดงรอบตา ลูกตาถูกดัน เห็นภาพซ้อน หรือกลอกตาไม่ได้
  • ปวดหน้าผากรุนแรง หรือหน้าผากบวม
  • มีอาการทางระบบประสาท

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS จัดเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน)

  • ใช้ยาจากเภสัชกรแล้วไม่ได้ผล
  • อาการรบกวนการนอนและชีวิตประจำวัน
  • มีหอบหืดร่วมด้วยแล้วหอบแย่ลง
  • ไม่แน่ใจว่าอาการเกิดจากอะไร

ถ้าสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่ทำให้คัดจมูก ให้แจ้งแพทย์ในวันนัด และใช้ยาต่อไปตามเดิมจนกว่าแพทย์จะสั่งเปลี่ยน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (หลักสี่ กรุงเทพฯ) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม · เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น

เรื่องยากับผู้สูงอายุ: ฉลากไม่มีข้อความเรื่องผู้ใช้ยาประจำตัว แต่บทความนี้แนะนำว่า ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะผู้สูงอายุมักใช้ยาหลายตัว และผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบที่มีข้อควรระวังกับยาหลายกลุ่ม (ดูรายการด้านล่าง) ให้นำผลิตภัณฑ์ไปพร้อมยาทุกตัวเมื่อไปพบแพทย์

เรื่องภูมิแพ้ในผู้สูงอายุ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการทางจมูก น้ำมูกไหลตอนกินอาหาร หรือจมูกแห้งในผู้สูงอายุ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องภูมิแพ้ หวัด หรือไอ งานที่มักถูกยกมาเป็นของ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ เช่น งานในผู้สูงอายุชาวอิตาลี 262 คน (ร้อยละ 78 อายุ 65 ปีขึ้นไป) ที่ใช้ NAC 1,200 มก. ต่อวัน นาน 6 เดือน NAC เป็นคนละสารกับแอล-ซิสเทอีน จึงนำผลมาใช้กับแคปซูลนี้ไม่ได้ และงานนั้นไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ
  • กรดอะมิโนเสริมกับโรคไต — ผลิตภัณฑ์นี้มีกรดอะมิโน 4 ตัว (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) รวมราว 584.4 มก. ต่อวัน (คำนวณ) ไม่พบแหล่งที่กำหนดเพดานสำหรับผู้ป่วยไต ผู้ที่แพทย์จำกัดโปรตีนควรให้แพทย์ตัดสินก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่า "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
  • ใช้ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ (ไนเตรต) ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีอาร์จินีน MSKCC (ปรับปรุง 10 ก.พ. 2022) ระบุว่าอาร์จินีนอาจเสริมฤทธิ์ลดความดันของยา และงานทดลอง VINTAGE MI (JAMA 2006) ที่ให้อาร์จินีน 9 กรัมต่อวันหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มากกว่าในแคปซูลราว 49 เท่า (คำนวณ) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่ากลุ่มยาหลอก
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิง
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิงและสารสกัดม่อน
  • ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เป็นโรคภูมิต้านตนเอง หรือได้ยาเคมีบำบัด: ปรึกษาแพทย์ก่อน MSKCC ระบุว่าขิงอาจเปลี่ยนระดับยาทาโครลิมัส
  • ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: สังกะสีลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือสังกะสีเสริมอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีเบต้าแคโรทีน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีกรดอะมิโนเสริมและผงกระชาย
  • แพ้ขิง กระชาย หรือยีสต์: ควรเลี่ยง (ข้อสังเกตจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก หรือยาโรคประจำตัวที่แพทย์สั่ง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาหยอดตา ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหอบหาอากาศ
  • รู้สึกคอตีบแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
  • เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว

อาการเหล่านี้มาจากรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที NHS ระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถฉุกเฉินแม้จะรู้สึกดีขึ้น และห้ามลุกยืนหรือเดิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุเพิ่งมาเป็นภูมิแพ้ตอนแก่ได้ไหม

อาการจมูกอักเสบพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ งานทบทวนปี 2016 ระบุว่าราวร้อยละ 32 ของคนอายุ 54–89 ปีในงานสำรวจสหรัฐรายงานว่ามีอาการ และราวร้อยละ 33 ทดสอบผิวหนังเป็นบวก แต่ในวัยนี้จมูกอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้พบมากขึ้น จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ

กินข้าวแล้วน้ำมูกไหล เป็นภูมิแพ้ไหม

งานทบทวนปี 2016 เรียกว่าจมูกอักเสบจากการรับประทาน เป็นชนิดที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ และผู้สูงอายุมาปรึกษาบ่อย NHS ระบุว่าแอลกอฮอล์และอาหารเผ็ดเป็นสิ่งกระตุ้นจมูกอักเสบชนิดนี้

ผู้สูงอายุกินยาแก้แพ้ชนิดง่วงได้ไหม

งานทบทวนปี 2016 แนะนำให้เลี่ยงยาแก้แพ้รุ่นแรกในผู้สูงอายุเมื่อทำได้ NHS ระบุผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึม การประสานงานลดลง ปากแห้ง ตาพร่า และปัสสาวะลำบาก และให้ผู้สูงอายุปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้

ยาความดันทำให้คัดจมูกได้ไหม

ได้ งานทบทวนปี 2016 และ NHS ระบุยาลดความดันหลายกลุ่ม เช่น ACE inhibitors เบต้าบล็อกเกอร์บางตัว และยาอื่นอีกหลายกลุ่มว่าทำให้เกิดจมูกอักเสบจากยาได้ ห้ามหยุดยาเอง ให้แจ้งแพทย์เพื่อพิจารณา

ผู้สูงอายุคัดจมูกเรื้อรังควรพบแพทย์เมื่อไร

ถ้าอาการเป็นข้างเดียว มีเลือดออก หรือมีสะเก็ดในจมูก ควรไปโรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง คือ ตาบวมแดงรอบตา เห็นภาพซ้อน หรืออาการทางระบบประสาท ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้นหรืออาการรบกวนการนอน ให้นัดพบแพทย์ ซึ่งอาจส่งต่อแพทย์หู คอ จมูก

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท