บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

เควอซิทินช่วยอะไร กินตอนไหน งานวิจัยเรื่องภูมิแพ้และหวัดว่าอย่างไร

คำตอบสั้น: เควอซิทินเป็นสารฟลาโวนอยด์ที่พบในหัวหอม แอปเปิล และชา ถูกศึกษาในคนเรื่องหวัด ค่าภูมิคุ้มกัน การออกกำลังกาย และความดันเลือด แต่ผลส่วนใหญ่เล็กหรือไม่ชัด งานใหญ่ 1,002 คนที่ใช้วันละ 500–1,000 มก. ไม่พบความต่างของการเป็นหวัดเมื่อดูทุกคนรวมกัน ส่วนเรื่องภูมิแพ้ ศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering (MSKCC) ระบุว่า ผลต้านการหลั่งฮีสตามีนมาจากงานในห้องแล็บ ยังไม่มีงานทดลองทางคลินิก เวลาที่กินยังไม่มีงานเปรียบเทียบ และผู้ใช้ยาบางกลุ่มต้องระวังปฏิกิริยากับยา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • หวัด: งาน 1,002 คน ไม่พบผลในภาพรวม มีผลเฉพาะในกลุ่มย่อยที่วิเคราะห์ภายหลัง
  • ค่าภูมิคุ้มกัน: งานในผู้หญิง 120 คน ระดับเควอซิทินในเลือดสูงขึ้น แต่การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่วัดไม่เปลี่ยน
  • ภูมิแพ้: มีแค่งานในห้องแล็บ ยังไม่มีงานทดลองในคน
  • ร่างกายดูดซึมฟลาโวนอยด์ได้น้อยและเปลี่ยนรูปเร็ว ผลในหลอดทดลองจึงใช้กับคนไม่ได้ตรง ๆ
  • ขนาดในงานวิจัยส่วนใหญ่อยู่ที่วันละหลักร้อยถึง 1,000 มก.
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน ยาที่ถูกเปลี่ยนรูปด้วยเอนไซม์ CYP3A4 หรือ CYP2C19 ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ป่วยโรคไต ควรถามแพทย์ก่อน

เควอซิทินคืออะไร พบในอาหารอะไร

เควอซิทินเป็นฟลาโวนอยด์กลุ่มฟลาโวนอล MSKCC ระบุว่าพบในหัวหอม แอปเปิล ชาดำ ชาเขียว องุ่นแดง เชอร์รี ราสเบอร์รี และผลไม้ตระกูลส้ม

คนที่กินผักผลไม้และดื่มชาเป็นประจำจึงได้เควอซิทินจากอาหารอยู่แล้วทุกวัน ความรู้พื้นฐานเรื่องรูปแบบของเควอซิทินและวิธีอ่านตัวเลขบนฉลากอยู่ที่ เควอซิทินคือสารอะไร บทความนี้จะเน้นว่างานวิจัยในคนพบอะไร

เควอซิทินถูกศึกษาในเรื่องอะไรบ้าง

หวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

งานทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในชุมชน (Heinz 2010) ผู้ใหญ่ 1,002 คน อายุ 18–85 ปี ให้วันละ 500 หรือ 1,000 มก. นาน 12 สัปดาห์

  • ไม่พบความต่างของการเป็นหวัดเมื่อดูทุกคนรวมกัน
  • ไม่ต่างเมื่อแยกตามเพศ น้ำหนัก หรืออายุ
  • พบผลเฉพาะในกลุ่มย่อยอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ประเมินตัวเองว่าร่างกายฟิตในครึ่งบน 325 คน ที่ใช้ 1,000 มก. ความรุนแรงลดลง 36% และวันป่วยลดลง 31%

ผลในกลุ่มย่อยนี้มาจากการวิเคราะห์ภายหลัง ไม่ใช่คำถามหลักของงาน จึงใช้เป็นสมมติฐานให้ศึกษาต่อ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าคนอายุ 40 ขึ้นไปกินแล้วจะป่วยน้อยลง

ค่าภูมิคุ้มกันในเลือด

งานในผู้หญิงอายุ 30–79 ปี 120 คน (Heinz 2010) ใช้วันละ 500 หรือ 1,000 มก. นาน 12 สัปดาห์ ระดับเควอซิทินในเลือดสูงขึ้นจริง แต่การทำงานของเซลล์ NK และเม็ดเลือดขาวที่วัด รวมถึงสารสื่อการอักเสบบางตัว ไม่เปลี่ยน

นักกีฬาหลังออกกำลังหนัก

งานในนักปั่นจักรยานชาย 40 คน (Nieman 2007) ใช้วันละ 1,000 มก. นาน 3 สัปดาห์ ช่วง 2 สัปดาห์หลังปั่นหนัก กลุ่มเควอซิทินเป็นหวัด 1 ใน 20 คน เทียบ 9 ใน 20 คนในกลุ่มยาหลอก แต่ค่าภูมิคุ้มกันไม่ต่าง งานเล็กและเป็นนักกีฬา ใช้กับคนทั่วไปหรือผู้สูงอายุไม่ได้

ความดันเลือด

Linus Pauling Institute (LPI) สรุปงานทดลองขนาดเล็กหลายงาน เช่น งาน 96 คนที่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิกใช้วันละ 150 มก. พบความดันตัวบนลดลง 2.6 มม.ปรอท โดยความดันตัวล่างไม่เปลี่ยน เป็นผลขนาดเล็กจากงานขนาดเล็ก และไม่ได้ใช้แทนยาลดความดัน ผู้ที่ใช้ยาความดันห้ามหยุดหรือลดยาเอง หลักการที่ยากับสารอาหารตีกันอ่านได้ที่ ยากับสารอาหารตีกันได้อย่างไร

เควอซิทินช่วยภูมิแพ้ได้ไหม

ยังไม่มีหลักฐานในคน MSKCC ระบุว่างานในห้องแล็บพบฤทธิ์ต้านการอักเสบ รวมถึงการยับยั้งการหลั่งฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการจาม คัน น้ำมูกไหล แต่ ยังไม่มีการทดลองทางคลินิก ที่ทดสอบในผู้ป่วยภูมิแพ้

ข้อความที่บอกว่าเควอซิทินเป็นยาแก้แพ้จากธรรมชาติ จึงพูดเกินข้อมูลที่มี

ภูมิแพ้อากาศมีการรักษาที่ได้ผลชัดเจน เช่น การเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและยาที่แพทย์สั่ง สารานุกรม MedlinePlus ระบุว่าสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยคือ ฝุ่น รังแคสัตว์ เกสร และเชื้อรา และแพทย์อาจตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังเพื่อหาสาเหตุ อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้อากาศกินอะไรดี เควอซิทินช่วยได้แค่ไหน และถ้ายังแยกไม่ออกว่าเป็นภูมิแพ้หรือหวัด อ่านที่ ภูมิแพ้กับหวัดต่างกันอย่างไร

ผลในหลอดทดลองกับผลในคน ต่างกันอย่างไร

เควอซิทินมีงานในห้องแล็บจำนวนมากที่แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ แต่ผลในคนมักเล็กหรือไม่พบ สาเหตุสำคัญคือ

  1. ในห้องแล็บ ผู้วิจัยใส่สารบริสุทธิ์ลงบนเซลล์โดยตรง
  2. เมื่อกินเข้าไป LPI อธิบายว่า ฟลาโวนอยด์ถูกเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็วและมากที่ผนังลำไส้และตับ สิ่งที่อยู่ในเลือดจึงเป็นสารที่เปลี่ยนรูปแล้ว ไม่ใช่สารตั้งต้น
  3. เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ก็ย่อยสลายฟลาโวนอยด์บางส่วนก่อนดูดซึม

MSKCC สรุปไว้ตรง ๆ ว่า เควอซิทินยังไม่ได้แสดงว่ารักษามะเร็งหรือโรคอื่นได้

ทำไมร่างกายดูดซึมได้น้อย และสูตรที่พยายามแก้

LPI ระบุว่าการดูดซึมฟลาโวนอยด์ขึ้นกับโครงสร้างทางเคมี ชนิดของอาหารที่กินร่วม และเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ของแต่ละคน และมองว่า การที่ฟลาโวนอยด์ดูดซึมได้น้อย เป็นเหตุผลหนึ่งที่การกินจากอาหารในปริมาณสูงถือว่าปลอดภัย

ผู้ผลิตบางรายจึงพัฒนาสูตรหรือรูปแบบที่อ้างว่าดูดซึมดีขึ้น แต่การที่ระดับในเลือดสูงขึ้นไม่ได้แปลว่าผลต่อสุขภาพดีขึ้นเสมอ ตัวอย่างชัดคืองานในผู้หญิง 120 คนข้างต้น ที่ระดับในเลือดสูงขึ้นแต่การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันไม่เปลี่ยน

ความต่างของรูปแบบอะกลัยโคนกับไกลโคไซด์ และเหตุผลที่บางสูตรใส่พริกไทยดำ อธิบายไว้ที่ เควอซิทินคือสารอะไร

ขนาดในงานวิจัย เทียบกับอาหารและฉลาก

  • งานเรื่องหวัดและค่าภูมิคุ้มกัน: วันละ 500–1,000 มก. นาน 3–12 สัปดาห์
  • งานเรื่องความดันที่ LPI สรุป: วันละ 150–730 มก.
  • ขนาดที่ LPI ระบุว่าไม่พบผลข้างเคียงสำคัญในงานคลินิก: วันละ 3–1,000 มก. นานถึง 3 เดือน
  • อาหาร: ได้จากผักผลไม้และชาทุกวัน ปริมาณขึ้นกับชนิดและปริมาณที่กิน

เวลาเห็นฉลากที่มีเควอซิทิน ให้เทียบตัวเลขบนฉลากกับขนาดในงานวิจัยก่อน ถ้าน้อยกว่างานวิจัยหลายเท่า ก็ไม่ควรคาดหวังผลแบบในงานวิจัย

เควอซิทินกินตอนไหน

ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เปรียบเทียบเวลากิน LPI ระบุว่าสารอาหารในมื้อที่กินร่วมมีผลต่อการดูดซึมฟลาโวนอยด์ แต่ข้อมูลยังไม่พอจะบอกว่าก่อนหรือหลังอาหารดีกว่าสำหรับผลต่อสุขภาพ

หลักที่ใช้ได้คือ กินตามวิธีบนฉลาก และถ้ากินยาที่ต้องระวังตามหัวข้อถัดไป ให้ถามเภสัชกรเรื่องเวลาและความเหมาะสมก่อน หลักทั่วไปเรื่องเวลากินอาหารเสริมอยู่ที่ วิตามินและอาหารเสริม กินตอนไหนดี

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับเควอซิทิน

ข้อมูลจาก MSKCC และงานทบทวนความปลอดภัยของสถาบันประเมินความเสี่ยงเยอรมนี (BfR)

  • วาร์ฟาริน: มีรายงานชายอายุ 79 ปีที่ใช้วาร์ฟารินในขนาดคงที่ ค่า INR สูงขึ้นหลังกินเควอซิทิน และกลับปกติเมื่อหยุด (รายงาน 1 ราย)
  • ยาที่ถูกเปลี่ยนรูปด้วยเอนไซม์ CYP3A4 หรือ CYP2C19: เควอซิทินยับยั้งเอนไซม์เหล่านี้ในหลอดทดลอง อาจเพิ่มผลข้างเคียงของยา แต่ความสำคัญทางคลินิกยังไม่ทราบ
  • ยาความดันโลซาร์แทน: งานในหนูพบระดับยาสูงขึ้น
  • ทาม็อกซิเฟน: งานก่อนคลินิกพบระดับยาสูงขึ้น
  • ยาเคมีบำบัด: MSKCC ระบุว่าด้วยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ อาจรบกวนการทำงานของยาเคมีบำบัดบางชนิด
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎี ฟลาโวนอยด์ขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

ผู้ใช้ยาหลายตัวควรนำยาและอาหารเสริมทุกตัวไปให้เภสัชกรตรวจ วิธีเช็คด้วยตัวเองเบื้องต้นอยู่ที่ อาหารเสริมตัวไหนห้ามกินคู่กัน

ใครควรเลี่ยง หรือถามแพทย์ก่อน

  • ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ต้องปรึกษาแพทย์ และอาจต้องตรวจ INR ตามที่แพทย์สั่ง
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: งานทบทวนของ BfR ระบุข้อกังวลจากงานในสัตว์ว่าอาจเพิ่มพิษต่อไตที่เสียหายอยู่แล้ว และพบพิษต่อไตเมื่อฉีดเข้าหลอดเลือดในขนาดสูงมาก ซึ่งต่างจากการกิน แต่ผู้ป่วยไตเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์โรคไตก่อน
  • ผู้มีประวัติเนื้องอกที่ขึ้นกับฮอร์โมนเอสโตรเจน: BfR ระบุข้อกังวลจากงานในสัตว์ ควรถามแพทย์ผู้รักษา
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: LPI ระบุว่ายังไม่ทราบความปลอดภัย
  • ผู้ที่จะกินนานเกิน 12 สัปดาห์ในขนาดสูง: BfR ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวที่ขนาด 1,000 มก. ขึ้นไป

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • เควอซิทิน 50 มก. — งานทดลอง 1,002 คนที่ใช้วันละ 500 หรือ 1,000 มก. นาน 12 สัปดาห์ ไม่พบความต่างของการเป็นหวัดเมื่อดูทุกคนรวมกัน และงานในผู้หญิง 120 คนที่ใช้ขนาดเดียวกันไม่พบการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่วัด ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่างานเหล่านี้ 10–20 เท่า เรื่องภูมิแพ้มีเพียงงานในห้องแล็บ ยังไม่มีงานทดลองในคน
  • สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. — ไม่ใช่สารที่ใส่เพื่อผลต่อภูมิคุ้มกันตามหลักฐานที่มี ประเด็นสำคัญคือความปลอดภัย งานในคนพบว่าไพเพอรีน 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีไพเพอรีนเท่าไร

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาอาการภูมิแพ้ ทำให้ป่วยน้อยลง หรือใช้แทนยาแก้แพ้ที่แพทย์สั่งได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำ และเควอซิทินซึ่งยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ในหลอดทดลอง อาจเปลี่ยนระดับยา
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: ควรปรึกษาแพทย์โรคไตก่อน
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

เควอซิทินช่วยอะไร

เควอซิทินถูกศึกษาในคนเรื่องหวัด ค่าภูมิคุ้มกัน การออกกำลังกาย และความดันเลือด ผลส่วนใหญ่เล็กหรือไม่ชัด งาน 1,002 คนที่ใช้วันละ 500–1,000 มก. ไม่พบความต่างของการเป็นหวัดเมื่อดูทุกคนรวมกัน และ MSKCC ระบุว่าเควอซิทินยังไม่ได้แสดงว่ารักษาโรคใดได้

เควอซิทินช่วยภูมิแพ้ได้ไหม

ยังไม่มีหลักฐานในคน MSKCC ระบุว่าฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนมาจากงานในห้องแล็บ และยังไม่มีการทดลองทางคลินิก ผู้ที่เป็นภูมิแพ้อากาศควรหาสิ่งกระตุ้นและรักษากับแพทย์ ไม่ควรหยุดยาแก้แพ้ที่แพทย์สั่งเอง

เควอซิทินกินตอนไหนดี

ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เปรียบเทียบเวลากิน Linus Pauling Institute ระบุว่าอาหารที่กินร่วมมีผลต่อการดูดซึมฟลาโวนอยด์ แต่ข้อมูลยังไม่พอบอกว่าเวลาไหนดีกว่า ให้กินตามฉลาก และถามเภสัชกรถ้ากินยาประจำ

เควอซิทินห้ามกินกับยาอะไร

ผู้ใช้วาร์ฟารินต้องระวัง เพราะมีรายงานค่า INR สูงขึ้นหลังกินเควอซิทิน 1 ราย เควอซิทินยังยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 และ CYP2C19 ในหลอดทดลอง และ MSKCC ระบุว่าอาจรบกวนยาเคมีบำบัดบางชนิด ผู้ใช้ยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

กินเควอซิทินทุกวันปลอดภัยไหม

Linus Pauling Institute ระบุว่าในงานคลินิกที่ใช้วันละ 3–1,000 มก. นานถึง 3 เดือน ไม่พบผลข้างเคียงสำคัญ แต่ BfR ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลระยะยาวเกิน 12 สัปดาห์ที่ขนาด 1,000 มก. ขึ้นไป ผู้ป่วยโรคไต หญิงตั้งครรภ์ และผู้ให้นมบุตรควรถามแพทย์ก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท