เกี่ยวกับ Beta X Plus
คนท้องจามบ่อย คัดจมูก ใช้ยาพ่นจมูกหรือกินยาแก้แพ้ได้ไหม
คำตอบสั้น: คัดจมูกช่วงตั้งครรภ์พบได้บ่อย งานทบทวนในวารสารการแพทย์ (ปี 2546 และ 2549) ระบุว่าภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์พบราว 1 ใน 5 ของการตั้งครรภ์ และหายภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด ยาที่ใช้ได้ระหว่างตั้งครรภ์ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรเลือก NHS ระบุว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกฟลูติคาโซนใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ และยาแก้แพ้ลอราทาดีนมักเป็นตัวที่แนะนำเมื่อต้องใช้ยาแก้แพ้ช่วงตั้งครรภ์ แต่ยาลดบวมในจมูก NHS (ทบทวน 15 ต.ค. 2569) ระบุว่าห้ามใช้ถ้าตั้งครรภ์ ซึ่งระวังกว่างานทบทวนปี 2546 ที่เขียนว่ายานี้บรรเทาได้ชั่วคราวแต่มักถูกใช้นานเกิน งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการบรรเทาคัดจมูก และงานปี 2549 ระบุว่าวิธีง่าย ๆ อย่างยกหัวเตียงให้สูง ออกกำลังกาย และล้างจมูก ช่วยการหายใจทางจมูกได้ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะรู้ว่าตั้งครรภ์ และอาหารเสริมหรือสมุนไพรทุกตัวต้องถามแพทย์ก่อน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- คัดจมูกช่วงตั้งครรภ์พบได้ราว 1 ใน 5 และเกิดได้แทบทุกสัปดาห์ของการตั้งครรภ์ (งานทบทวน 2546)
- ก่อนใช้ยาทุกตัว ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อเอง ให้ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ก่อน (NHS)
- ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกฟลูติคาโซน NHS ระบุว่าใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ ยาเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก
- ยาแก้แพ้ NHS ระบุว่าลอราทาดีนมักเป็นตัวที่แนะนำช่วงตั้งครรภ์ และเซทิริซีนกินได้แม้ข้อมูลยังไม่มาก
- ยาลดบวมในจมูก NHS (15 ต.ค. 2569) ห้ามใช้ถ้าตั้งครรภ์
- ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่ง โดยไม่ถามแพทย์ก่อน NHS ระบุว่าการหยุดยาอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และทารก
- อาหารเสริมและสมุนไพร NHS ระบุว่าของจากธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยทุกตัวในช่วงตั้งครรภ์ ให้บอกแพทย์ทุกครั้ง
คนท้องคัดจมูก จามบ่อย เกิดจากอะไร
ภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ (pregnancy rhinitis) เป็นภาวะที่แพทย์รู้จัก งานทบทวนในวารสาร Am J Respir Med (ปี 2546) ให้นิยามว่าเป็นอาการคัดจมูกในช่วง 6 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์หรือนานกว่านั้น โดยไม่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจและไม่มีสาเหตุจากภูมิแพ้ แล้วหายสนิทภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด พบราว 1 ใน 5 ของการตั้งครรภ์ และเกิดได้แทบทุกสัปดาห์ของการตั้งครรภ์
- สาเหตุ งานทบทวนปี 2546 ระบุว่ากลไกยังไม่ชัด มีการเสนอว่าฮอร์โมนการเจริญเติบโตจากรกเกี่ยวข้อง ส่วนงานทบทวนปี 2568 (วารสาร Life) ระบุว่าหลักฐานสนับสนุนสาเหตุหลายปัจจัย ได้แก่ เอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และปัจจัยการเจริญเติบโตจากรก
- ปัจจัยเสี่ยง งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าการสูบบุหรี่และการแพ้ไรฝุ่นน่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยง
- ผลต่อแม่ งานทบทวนปี 2549 ระบุว่าการหายใจทางจมูกที่ติดขัดลดคุณภาพชีวิตได้ และอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ ส่วนงานปี 2568 ระบุผลต่อการนอนของแม่
- แยกจากไซนัสอักเสบ งานทบทวนปี 2546 ระบุว่ามักแยกจากไซนัสอักเสบได้ยาก แพทย์อาจต้องส่องกล้องตรวจจมูก
จามบ่อยเป็นสัญญาณว่าตั้งครรภ์ไหม แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าการจามบ่อยบอกการตั้งครรภ์ได้ ถ้าสงสัยว่าตั้งครรภ์ ให้ตรวจการตั้งครรภ์หรือพบแพทย์ และบอกแพทย์ก่อนใช้ยาใด ๆ
คนที่เป็นภูมิแพ้จมูกอยู่เดิม นิยามข้างบนตัดภาวะที่มีสาเหตุจากภูมิแพ้ออก หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นภูมิแพ้จมูกอยู่แล้วจึงอาจมีทั้งสองเรื่องปนกัน แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้บอกว่าภูมิแพ้เดิมจะดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงตั้งครรภ์ งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าสเตียรอยด์พ่นจมูกให้ในหญิงตั้งครรภ์ได้เมื่อมีข้อบ่งชี้สำหรับจมูกอักเสบชนิดอื่น การจะใช้หรือไม่ให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน อ่านอาการภูมิแพ้จมูกได้ที่ อาการภูมิแพ้จมูก
คนท้องใช้ยาพ่นจมูกได้ไหม
หลักแรกตาม NHS (หน้ายาในหญิงตั้งครรภ์ ทบทวน 5 ก.ย. 2565): ยาส่วนใหญ่ที่แม่ใช้ผ่านรกไปถึงทารก ก่อนใช้ยาใดระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อเอง รวมถึงยาแก้ปวด ให้ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ก่อน และให้แพทย์ ทันตแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนรู้ว่าตั้งครรภ์ก่อนสั่งยา
ข้อมูลยาพ่นจมูกแต่ละกลุ่มจากหน้าที่เราเปิดอ่าน
- ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (ยาพ่นลดการอักเสบในจมูก) ฟลูติคาโซน NHS (ทบทวน 24 ก.พ. 2566) ระบุว่าใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ ยาเข้าสู่กระแสเลือดของแม่น้อยมาก และแทบไม่ถึงทารก แม้จะถึงบ้างก็ไม่เป็นอันตราย หน้าเดียวกันให้บอกแพทย์ถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชื่ออื่น NHS มีหน้าแยกของแต่ละตัว ให้ถามเภสัชกร
- ยาลดบวมในจมูก (ยาหดหลอดเลือด) ทั้งชนิดพ่น หยด และกิน NHS (หน้ายาลดบวมในจมูก ทบทวน 15 ต.ค. 2569) ระบุว่าห้ามใช้ถ้าตั้งครรภ์ แพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำยาตัวอื่นแทน งานทบทวนปี 2546 ระบุว่ายาลดบวมในจมูกบรรเทาภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ได้ชั่วคราว แต่มักถูกใช้นานเกินจนเกิดจมูกอักเสบจากยา บทความนี้ใช้คำแนะนำของ NHS ซึ่งใหม่กว่าและระวังกว่า
- ยาสเตียรอยด์ชนิดกินหรือฉีด งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าควรเลี่ยงการให้สเตียรอยด์ทั้งร่างกายในช่วงตั้งครรภ์ และไม่พบว่าสเตียรอยด์ได้ผลกับภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ ถ้าแพทย์สั่งยาสเตียรอยด์ด้วยเหตุผลอื่น เช่น หอบหืด ห้ามหยุดเอง ให้ถามแพทย์
- น้ำเกลือพ่นหรือล้างจมูก งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการบรรเทาคัดจมูก
ใช้ยาพ่นจมูกที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว แล้วเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ ต้องทำอย่างไร NHS ระบุว่าอย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาสุขภาพเองโดยไม่ถามแพทย์ เพราะการหยุดยาอาจเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และทารก และให้คุยกับแพทย์ทันทีถ้าใช้ยาประจำ อ่านเรื่องยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเพิ่มได้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์
คนท้องกินยาแก้แพ้ได้ไหม
NHS (หน้ายาแก้แพ้ ทบทวน 16 พ.ค. 2566) ระบุว่าโดยทั่วไปแนะนำลอราทาดีน ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้ช่วงตั้งครรภ์ และให้คุยกับเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน เพราะยาแก้แพ้บางตัวไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์
- ลอราทาดีน NHS (ทบทวน 22 เม.ย. 2568) ระบุว่ากินได้ระหว่างตั้งครรภ์
- เซทิริซีน NHS (ทบทวน 18 ก.พ. 2568) ระบุว่ากินได้ระหว่างตั้งครรภ์ แม้ข้อมูลการใช้ในหญิงตั้งครรภ์ยังมีไม่มาก แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะเป็นอันตรายต่อทารก
- ยาแก้แพ้ตัวอื่น เราไม่ได้เปิดอ่านหน้าการตั้งครรภ์ของยาตัวอื่น จึงไม่ระบุ ให้ถามเภสัชกร
ขนาดยาและระยะเวลา ให้ทำตามฉลากยาหรือเภสัชกร หรือตามที่แพทย์สั่ง ไม่เพิ่มขนาดเอง หน้าเซทิริซีนของ NHS ให้บอกแพทย์ถ้ากำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และทั้งสองหน้าให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนถ้ากำลังพยายามมีบุตร อ่านความต่างของยาแก้แพ้แบบง่วงและไม่ง่วงได้ที่ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วง
ช่วงให้นมบุตร NHS ระบุว่าลอราทาดีนและเซทิริซีนเป็นตัวเลือกที่ดีถ้าต้องใช้ยาแก้แพ้ระหว่างให้นม เพราะผ่านน้ำนมน้อยมาก และให้สังเกตว่าทารกกินนมน้อยลงหรือง่วงผิดปกติไหม ส่วนฟลูติคาโซนพ่นจมูก NHS ระบุว่าโดยทั่วไปใช้ต่อได้ระหว่างให้นม
ไม่อยากใช้ยา มีวิธีอะไรช่วยได้บ้าง
งานทบทวนเรื่องภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ (ปี 2549) ระบุวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยการหายใจทางจมูก ได้แก่
- ยกหัวเตียงให้สูงขึ้น
- ออกกำลังกาย คำแนะนำของบทความ: ชนิดและความหนักของการออกกำลังกายช่วงตั้งครรภ์ ให้ถามแพทย์ที่ฝากครรภ์
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย วิธีทำอ่านได้ที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
- แผ่นถ่างปีกจมูก งานทบทวนทั้งสองงานระบุว่าช่วยการหายใจทางจมูก
ลดสิ่งกระตุ้น งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าการสูบบุหรี่และการแพ้ไรฝุ่นน่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยง แนวทางของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ทำความสะอาดบ้าน ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเป็นประจำ และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ช่วงฝุ่น PM2.5 สูง กรมอนามัย (21 พ.ย. 2566) จัดหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยง แนะนำให้เลี่ยงการสูดฝุ่น และไม่แนะนำหน้ากาก N95 สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ให้ใช้หน้ากากอนามัยแทน อ่านเพิ่มได้ที่ กลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5
อาหารเสริมและสมุนไพรช่วงตั้งครรภ์ ต้องถามแพทย์ไหม
ต้องถามทุกตัว NHS (หน้ายาในหญิงตั้งครรภ์) ระบุว่าของที่เรียกว่าธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยทุกตัวในช่วงตั้งครรภ์ ผลิตภัณฑ์บางตัวอาจไม่ได้คุณภาพและมีสารอื่นปน เช่น ตะกั่ว ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรถ้ากำลังพยายามมีบุตร และให้บอกพยาบาลผดุงครรภ์ แพทย์ หรือเภสัชกร ถ้าใช้สมุนไพรหรือการรักษาทางเลือกอยู่ NHS ระบุด้วยว่าการรักษาทางเลือกใช้แทนการฝากครรภ์ไม่ได้
ตัวอย่างข้อมูลสมุนไพรที่เปิดอ่านได้
- เอลเดอร์เบอร์รี่ NCCIH (ปรับปรุง พ.ย. 2567) ระบุว่าข้อมูลความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีน้อย
- กระชาย สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ากินแบบอาหารไม่ก่ออันตราย แต่ควรระวังรูปแบบเข้มข้นหรือกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน อ่านเรื่องกระชายกับการตั้งครรภ์ได้ที่ คนท้องกินกระชายได้ไหม
เบต้ากลูแคน คนท้องกินได้ไหม แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยของเบต้ากลูแคนชนิดเสริมในหญิงตั้งครรภ์ คำแนะนำของบทความ: ให้ดูคำเตือนบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ถ้าฉลากเขียนว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ให้ทำตามฉลาก และถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ก่อนใช้ทุกผลิตภัณฑ์ อ่านเพิ่มได้ที่ ใครต้องระวังเบต้ากลูแคน
วัคซีนและอาการที่ต้องรีบพบแพทย์ช่วงตั้งครรภ์
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ กรมควบคุมโรค (ข่าว 25 ก.พ. 2568) จัดหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไปเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้วัคซีน และ NHS (หน้าไอกรน) ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์ควรได้วัคซีนไอกรน เรื่องสิทธิและนัดฉีด ให้ถามโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการแพ้รุนแรงหรือหอบหืดกำเริบตามรายการท้ายบทความ NHS (หน้าภูมิแพ้) ระบุว่าระหว่างรอความช่วยเหลือจากอาการแพ้รุนแรง ถ้าตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย
พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- เคยสัมผัสผู้ป่วยไอกรนระหว่างตั้งครรภ์ (NHS จัดเป็นเรื่องที่ต้องนัดแพทย์ด่วน)
- มีไข้ (คำแนะนำของบทความ)
- ปวดหน้าหรือปวดศีรษะมาก (คำแนะนำของบทความ)
- คัดจมูกจนนอนไม่ได้ (คำแนะนำของบทความ)
เหตุผลคือให้แพทย์แยกไซนัสอักเสบ ซึ่งงานทบทวนปี 2546 ระบุว่าแยกจากภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ได้ยาก
ความเชื่อที่พบบ่อย
- "คนท้องห้ามใช้ยาพ่นจมูกทุกชนิด" NHS ระบุว่าฟลูติคาโซนพ่นจมูกใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่ยาลดบวมในจมูกห้ามใช้ ต่างกันตามชนิดยา
- "สมุนไพรธรรมชาติปลอดภัยกว่ายา" NHS ระบุว่าของจากธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยทุกตัวในช่วงตั้งครรภ์
- "รู้ว่าท้องแล้วต้องหยุดยาทุกตัวทันที" NHS ระบุว่าอย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเองโดยไม่ถามแพทย์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแม่และทารก
- "คัดจมูกตอนท้องจะเป็นตลอดไป" งานทบทวนปี 2546 ระบุว่าภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์หายสนิทภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด ถ้ายังคัดจมูกหลังคลอด ให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่น
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หญิงตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นี้ ไม่ว่าจะมีอาการคัดจมูกหรือจามมากแค่ไหน หญิงให้นมบุตร: ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ถามแพทย์ก่อน คำแนะนำของบทความ: ถ้ารับประทานอยู่แล้วเพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ตามคำเตือนบนฉลาก และแจ้งแพทย์ที่ฝากครรภ์ แต่ยาที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องคัดจมูกและจามช่วงตั้งครรภ์: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้จมูกโล่ง ลดจาม หรือแก้ภูมิแพ้จมูก และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง การล้างจมูก หรือวัคซีนช่วงตั้งครรภ์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่พบงานวิจัยของส่วนประกอบในหญิงตั้งครรภ์จากแหล่งที่เราเปิดอ่าน
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. ต่อแคปซูล (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยเรื่องหวัดใช้ขนาดวันละ 250–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 3–11 เท่า (คำนวณ) ศึกษาในผู้ใหญ่ ไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์ ผลยังไม่สอดคล้องกัน และงานส่วนใหญ่มีบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเกี่ยวข้อง แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของเบต้ากลูแคนเสริมช่วงตั้งครรภ์ ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน
- สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — NCCIH (ปรับปรุง พ.ย. 2567) ระบุว่าข้อมูลความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีน้อย งานในผู้โดยสารเครื่องบิน (ตีพิมพ์ปี 2559) ใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) จำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก
- ผงกระชาย 75 มก. ต่อแคปซูล (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าควรระวังกระชายรูปแบบเข้มข้นหรือกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน เพราะยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาว งานในคนที่มีผลใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. มากกว่าในแคปซูล 7 เท่า (คำนวณ) ในผู้ป่วยอาหารไม่ย่อย ไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- หญิงตั้งครรภ์และเด็ก: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง ทั้งของผู้ใหญ่และของเด็ก รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- เด็กหายใจลำบาก เช่น มีเสียงครางขณะหายใจ ท้องบุ๋มลงใต้ซี่โครง หรือหายใจเร็ว
- เด็กมีช่วงที่หยุดหายใจ
- เด็กซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้
- เด็กชัก
- เจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
- หอบหืดกำเริบแล้วอาการแย่ลง หรือใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หน้าหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) หน้าไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะรู้สึกดีขึ้น คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
คนท้องใช้ยาพ่นจมูกได้ไหม
ขึ้นกับชนิดยา NHS ระบุว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกฟลูติคาโซนใช้ระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่ยาลดบวมในจมูกห้ามใช้ถ้าตั้งครรภ์ ก่อนใช้ยาทุกตัวให้ถามแพทย์ พยาบาลผดุงครรภ์ หรือเภสัชกร และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
คนท้องจามบ่อยไหม คัดจมูกเกิดจากอะไร
งานทบทวนทางการแพทย์ (2546, 2549) ระบุว่าภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์พบราว 1 ใน 5 ของการตั้งครรภ์ เกิดได้แทบทุกสัปดาห์ กลไกยังไม่ชัด มีการเสนอว่าเกี่ยวกับฮอร์โมน และหายภายใน 2 สัปดาห์หลังคลอด ถ้าเป็นภูมิแพ้อยู่เดิมอาจมีอาการปนกัน ให้แพทย์ประเมิน
จามบ่อยเป็นอาการของคนท้องไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าการจามบ่อยบอกการตั้งครรภ์ได้ ถ้าสงสัยว่าตั้งครรภ์ ให้ตรวจการตั้งครรภ์หรือพบแพทย์ และบอกแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใด ๆ
คนท้องกินยาแก้แพ้ได้ไหม
NHS ระบุว่าโดยทั่วไปแนะนำลอราทาดีนถ้าจำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้ช่วงตั้งครรภ์ และเซทิริซีนกินได้แม้ข้อมูลยังไม่มาก ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และทำตามฉลากยาหรือคำแนะนำของเภสัชกร
คนท้องกินเบต้ากลูแคนหรืออาหารเสริมได้ไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของเบต้ากลูแคนเสริมช่วงตั้งครรภ์ NHS ระบุว่าของจากธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยทุกตัวในช่วงตั้งครรภ์ ให้อ่านคำเตือนบนฉลาก ถ้าเขียนว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานให้ทำตาม และถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ก่อนใช้ทุกผลิตภัณฑ์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- The etiology and management of pregnancy rhinitisAm J Respir Med 2003 (PubMed)
- Pregnancy rhinitisImmunol Allergy Clin North Am 2006 (PubMed)
- Medicines in pregnancyNHS
- DecongestantsNHS
- Pregnancy, breastfeeding and fertility while using fluticasone nasal spray and dropsNHS
- Pregnancy, breastfeeding and fertility while taking loratadineNHS
- Pregnancy, breastfeeding and fertility while taking cetirizineNHS
- AntihistaminesNHS
- Pregnancy Rhinitis: Pathophysiological Mechanisms, Diagnostic Challenges, and Management Strategies-A Narrative ReviewLife (Basel) 2025 (PubMed)
- AllergiesNHS
- Whooping coughNHS
- กรมควบคุมโรค ชี้สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สูงขึ้น แนะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พร้อมเน้นย้ำวิธีป้องกันตนเอง (25 ก.พ. 2568)กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- ElderberryNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- เรื่องน่ารู้ของกระชาย...สมุนไพรในกระแสโควิด-19สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบันศิริราชออนไลน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- กรมอนามัย เตือนอากาศเย็นค่าฝุ่นเริ่มสูง แนะหน้ากากสำหรับป้องกันฝุ่น PM2.5 (21 พ.ย. 2566)กรมอนามัย
- Elderberry Supplementation Reduces Cold Duration and Symptoms in Air-Travellers: A Randomized, Double-Blind Placebo-Controlled Clinical TrialNutrients 2016 (PubMed)
- Efficacy and Safety of Fingerroot (Boesenbergia rotunda) Extract in Patients with Functional Dyspepsia: A Randomized, Placebo-Controlled TrialDigestion 2021 (PubMed)
- Yeast (1,3)-(1,6)-beta-glucan helps to maintain the body's defence against pathogens: a double-blind, randomized, placebo-controlled, multicentric study in healthy subjectsEur J Nutr 2013 (PubMed)
- Yeast-derived β-1,3/1,6 glucan, upper respiratory tract infection and innate immunity in older adultsNutrition 2017 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
