บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

เบต้ากลูแคนจากยีสต์ ใครต้องระวัง แพ้ยีสต์ กินยากดภูมิ โรคภูมิต้านตนเอง

คำตอบสั้น: เบต้ากลูแคนในอาหารเสริมหลายชนิดได้มาจาก ยีสต์ (งานวิจัยหนึ่งที่เราเปิดอ่านใช้ยีสต์เบียร์) คนที่รู้ว่าแพ้ยีสต์ควรหลีกเลี่ยง (คำแนะนำของบทความ เพราะแหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลเรื่องนี้) ส่วน ผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกัน เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเอง และ ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด แหล่งที่เราเปิดอ่าน ยังไม่พบข้อมูลยาตีกันที่จำเพาะกับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ แต่การไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าอาหารเสริมอาจตีกับยาหรือมีความเสี่ยงในผู้ที่มีโรคบางอย่าง คนกลุ่มนี้จึงต้อง ถามแพทย์ที่ดูแลก่อนเสมอ ถ้ากินแล้วมีผื่นคันหรือลมพิษ ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถ้ามีปาก ลิ้น คอบวม หรือหายใจลำบาก ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนงานทดลองเบต้ากลูแคนจากยีสต์ในคนที่เราเปิดอ่าน งานหนึ่งระบุในบทคัดย่อเพียงว่า "ทนได้ดี" อีกงานไม่ได้รายงานผลข้างเคียงในบทคัดย่อ จึงไม่มีข้อมูลแจกแจงผลข้างเคียงทางเดินอาหาร

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แพ้ยีสต์: หลีกเลี่ยงเบต้ากลูแคนจากยีสต์ และบอกเภสัชกรทุกครั้งที่ซื้ออาหารเสริม (คำแนะนำของบทความ)
  • ยากดภูมิคุ้มกัน หลังปลูกถ่ายอวัยวะ โรคภูมิต้านตนเอง: ยังไม่พบข้อมูลยาตีกันที่จำเพาะ ต้องถามแพทย์ก่อน ห้ามหยุดหรือลดยากดภูมิเอง
  • ระหว่างเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา: แจ้งทีมรักษาทุกครั้งก่อนใช้อาหารเสริม
  • อาการแพ้ไม่รุนแรง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ → หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • อาการแพ้รุนแรง ปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก → ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
  • ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร: บทคัดย่อที่เราเปิดอ่านไม่ได้แจกแจง จึงไม่มีตัวเลขให้
  • เบต้ากลูแคนในงานวิจัยเรื่องหวัดเป็นยี่ห้อวัตถุดิบเฉพาะ ขนาดวันละ 250–900 มก. ผลยังไม่สอดคล้องกัน

เบต้ากลูแคนจากยีสต์คืออะไร ต่างจากเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

เบต้ากลูแคนมีได้หลายแหล่ง ทั้งจากยีสต์และจากธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต งานวิจัยในคนที่เราเปิดอ่านใช้ เบต้า-1,3/1,6-กลูแคนจากยีสต์ เช่น งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีในอังกฤษ (Nutrition ปี 2560) และงานหลายศูนย์ในคนที่ติดเชื้อซ้ำบ่อย (European Journal of Nutrition ปี 2556) ที่ใช้เบต้ากลูแคนชนิดไม่ละลายน้ำจากยีสต์เบียร์

ชนิดของเบต้ากลูแคนมีผลต่อผลการศึกษา เช่น งานในนักวิ่งมาราธอน (Journal of Medicinal Food ปี 2563) รายงานผลของชนิดไม่ละลายน้ำกับชนิดละลายน้ำต่างกัน โดยชนิดละลายน้ำไม่ต่างจากยาหลอก จึงเอาข้อมูลของชนิดหนึ่งไปใช้กับอีกชนิดตรง ๆ ไม่ได้ อ่านความต่างเพิ่มได้ที่ เบต้ากลูแคนจากยีสต์กับจากข้าวโอ๊ต

คนแพ้ยีสต์กินเบต้ากลูแคนได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่าน ไม่มีข้อมูลเฉพาะว่าผู้แพ้ยีสต์ทนเบต้ากลูแคนจากยีสต์ได้หรือไม่ และไม่ได้บอกว่าวัตถุดิบเบต้ากลูแคนแต่ละยี่ห้อเหลือโปรตีนยีสต์อยู่เท่าไร เพราะข้อมูลยังไม่มี คำแนะนำของบทความ คือ

  • ผู้ที่เคยแพ้ยีสต์ หรือเคยมีอาการหลังกินอาหารที่มียีสต์ ให้หลีกเลี่ยงเบต้ากลูแคนจากยีสต์ จนกว่าจะได้คุยกับแพทย์
  • อ่านฉลากให้รู้แหล่งที่มา คำว่า "ยีสต์ เบต้า-กลูแคน" หรือ yeast beta-glucan บอกว่ามาจากยีสต์
  • ถ้าเคยแพ้รุนแรงจากอาหารใดก็ตาม ให้ถามแพทย์ภูมิแพ้ก่อนลองผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมหลายชนิด

NHS (หน้า Food allergy) แยกการแพ้อาหาร ซึ่งเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและอาจรุนแรง ออกจากภาวะไม่ทนต่ออาหาร (food intolerance) ที่มักเป็นอาการท้องอืดหรือปวดท้องหลังกินหลายชั่วโมง ทั้งสองแบบต้องให้แพทย์ช่วยแยก อ่านเพิ่มที่ อาการแพ้อาหารเกิดเร็วแค่ไหน

กินยากดภูมิคุ้มกันอยู่ กินเบต้ากลูแคนได้ไหม

ผู้ที่ใช้ ยากดภูมิคุ้มกัน มีหลายกลุ่ม เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไตหรือตับ (ยาทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) ผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคพุ่มพวง (เอสแอลอี) และข้ออักเสบรูมาตอยด์ ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ชนิดกินระยะยาว

สิ่งที่แหล่งบอก:

  • แผ่นหลักฐานของเรา (26 ต.ค. 2569) ไม่พบแหล่งที่เปิดได้ระบุปฏิกิริยาระหว่างเบต้ากลูแคนจากยีสต์กับยากดภูมิคุ้มกันโดยตรง หน้าเบต้ากลูแคนของ MSKCC เปิดไม่ได้
  • NCCIH ระบุว่าอาหารเสริมอาจตีกับยาที่ใช้อยู่ หรือมีความเสี่ยงถ้ามีโรคบางอย่าง
  • งานทดลองเบต้ากลูแคนจากยีสต์ที่เราเปิดอ่าน ทำในคนสุขภาพดีหรือผู้ใหญ่ในชุมชน ไม่ได้ศึกษาในผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะหรือผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเอง

ทำไมต้องถามแพทย์ (คำแนะนำของบทความ): ผู้ผลิตและผู้ขายมักโฆษณาเบต้ากลูแคนว่าเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ใช้ยาเพื่อ "กด" ภูมิคุ้มกันอย่างตั้งใจ เมื่อยังไม่มีข้อมูลในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าใช้ร่วมกันได้ การตัดสินใจต้องเป็นของแพทย์ที่ดูแลการปลูกถ่ายหรือโรคภูมิต้านตนเอง

ห้ามหยุด ลด หรือเลื่อนยากดภูมิคุ้มกันเอง ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านแพทย์ที่ดูแล อ่านเพิ่มที่ กินยากดภูมิคุ้มกัน กินอาหารเสริมได้ไหม

กำลังรับเคมีบำบัด ต้องแจ้งทีมรักษาอย่างไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลเฉพาะเรื่องเบต้ากลูแคนจากยีสต์กับยาเคมีบำบัด แต่มีข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวข้อง

  • MSKCC ทุกหน้าสมุนไพรเริ่มด้วยข้อความให้ บอกผู้ดูแลสุขภาพถึงอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้ รวมทั้งสมุนไพร วิตามิน แร่ธาตุ และยาพื้นบ้าน
  • NCCIH ระบุว่าถ้าจะผ่าตัด อาหารเสริมบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือมีผลต่อการตอบสนองต่อยาระงับความรู้สึก ให้บอกทีมรักษาถึงอาหารเสริมทุกชนิดล่วงหน้าให้นานพอก่อนผ่าตัด

คำแนะนำของบทความ: ถ่ายรูปฉลากทุกผลิตภัณฑ์ไปให้แพทย์มะเร็งหรือเภสัชกรประจำหน่วยเคมีบำบัดดูก่อนเริ่ม ระหว่างรับยา และก่อนผ่าตัด และอย่าเริ่มเพราะคนรอบตัวแนะนำว่า "ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงระหว่างรับยา"

อาการแพ้เบต้ากลูแคนเป็นอย่างไร ต้องหยุดเมื่อไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีรายงานอาการแพ้ที่จำเพาะกับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ บทความจึงแบ่งเป็นสองระดับ ระดับแรกเป็นคำแนะนำของบทความ ส่วนระดับฉุกเฉินใช้ตามหน้าแพ้รุนแรงของ NHS

หยุดผลิตภัณฑ์นั้นทันที แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร (คำแนะนำของบทความ) ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง:

  • ผื่นแดงคัน หรือลมพิษขึ้นหลังเริ่มกิน
  • คันปาก คันคอ หรือปากชา
  • ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ที่เกิดหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ตามหน้าแพ้รุนแรงของ NHS (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566):

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวม
  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก หรือมีเสียงหวีด
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิวหรือริมฝีปากซีดหรือเขียว
  • สับสน เวียนศีรษะ หรือหมดสติ

NHS ระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันทีแล้วโทรเรียกรถพยาบาล อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน (คำแนะนำของบทความ) อ่านสัญญาณเตือนเพิ่มที่ อาการแพ้รุนแรงที่ต้องรู้

ผลข้างเคียงทางเดินอาหารที่พบได้

ข้อมูลยังน้อย บทคัดย่อของงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีที่ใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์วันละ 250 มก. นาน 90 วัน (Nutrition ปี 2560) ระบุเพียงว่า "ทนได้ดี" โดยไม่ได้แจกแจงชนิดผลข้างเคียง ส่วนงานที่ใช้วันละ 900 มก. นาน 16 สัปดาห์ (European Journal of Nutrition ปี 2556) บทคัดย่อไม่ได้รายงานผลข้างเคียง บทความนี้จึงไม่มีตัวเลขผลข้างเคียงทางเดินอาหารให้

คำแนะนำของบทความ: ถ้ากินแล้วท้องอืด แน่นท้อง หรือถ่ายผิดปกติ ให้หยุดและบอกเภสัชกร ผู้ที่มีโรคลำไส้เรื้อรังให้ถามแพทย์ก่อน

ผลงานวิจัยเบต้ากลูแคนกับหวัด ควรอ่านอย่างไร

  • งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีในอังกฤษ (Nutrition ปี 2560): 100 คน ใช้เบต้ากลูแคนยี่ห้อ Wellmune วันละ 250 มก. นาน 90 วัน ช่วงฤดูหนาว พบการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่แพทย์ยืนยัน 17 ครั้ง เทียบ 28 ครั้งในกลุ่มยาหลอก แต่ ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.149) ความรุนแรงไม่ต่างกัน บทคัดย่อไม่ระบุแหล่งทุน
  • งานหลายศูนย์ในคนสุขภาพดีที่ติดเชื้อซ้ำบ่อย (European Journal of Nutrition ปี 2556): 162 คน ใช้เบต้ากลูแคนชนิดไม่ละลายน้ำจากยีสต์เบียร์วันละ 900 มก. นาน 16 สัปดาห์ เมื่อวิเคราะห์เฉพาะผู้ที่ทำตามโปรโตคอล จำนวนครั้งที่เป็นหวัดลดลงร้อยละ 25 (p = 0.041) แต่คะแนนอาการไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.125) แผ่นหลักฐานของเราพบจากฉบับเต็มว่าวัตถุดิบมาจากบริษัทผู้ผลิต

ผลจึง ยังไม่สอดคล้องกัน ขึ้นกับชนิดและขนาด และทั้งสองงานไม่ได้ศึกษาผู้ป่วยภูมิแพ้ ผู้ป่วยหอบหืด หรือผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน อ่านรายละเอียดงานวิจัยได้ที่ งานวิจัยเบต้ากลูแคนจากยีสต์กับหวัด และเรื่องเวลากินที่ เบต้ากลูแคนกินตอนไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุสารสำคัญในผงกระชาย

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และหญิงให้นมบุตร ซึ่งฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

เรื่องเบต้ากลูแคนในผลิตภัณฑ์นี้: ฉลากระบุ "ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80%" ผลิตภัณฑ์นี้จึงมีส่วนผสมที่มาจากยีสต์ ฉลากไม่ระบุชนิดของยีสต์ ไม่ระบุว่าเป็นเบต้า-1,3/1,6-กลูแคนชนิดใด ละลายน้ำหรือไม่ และไม่ระบุยี่ห้อวัตถุดิบ จึงไม่ทราบว่าเหมือนวัตถุดิบในงานวิจัยหรือไม่ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือรักษาหวัด การติดเชื้อ หรือภูมิแพ้ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. ต่อแคปซูล (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ ถ้า 80% คือความบริสุทธิ์ของเบต้ากลูแคน) — งานในผู้ใหญ่ 50–70 ปีใช้ Wellmune วันละ 250 มก. ราว 3 เท่า และงานในคนติดเชื้อซ้ำบ่อยใช้วันละ 900 มก. ราว 11 เท่า (คำนวณ) ทั้งสองงานไม่ได้ศึกษาผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเอง ผู้รับเคมีบำบัด หรือผู้แพ้ยีสต์ เทียบได้เฉพาะน้ำหนัก ไม่ได้บอกเรื่องความปลอดภัยในกลุ่มเหล่านี้
  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) และสารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรรู้ว่า MSKCC (หน้า Ginger ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าขิงเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสในเลือด และลดระดับยาไซโคลสปอริน (MSKCC ระบุว่ายังไม่ทราบความสำคัญทางคลินิก) ส่วนเอลเดอร์เบอร์รี่ไม่พบข้อห้ามเฉพาะจากแหล่งที่เปิดได้ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้ถามแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หลังปลูกถ่ายอวัยวะ หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อน
  • กำลังรับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา: แจ้งทีมรักษาก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • เริ่มไอเป็นเลือด
  • ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ใครต้องเลี่ยงเบต้ากลูแคนจากยีสต์

ผู้ที่แพ้ยีสต์ควรหลีกเลี่ยง ส่วนผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หลังปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเอง และผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ยังไม่มีข้อมูลยาตีกันที่จำเพาะ จึงต้องถามแพทย์ที่ดูแลก่อน และห้ามหยุดหรือลดยาเอง

อาการแพ้เบต้ากลูแคนเป็นอย่างไร

ยังไม่พบรายงานอาการแพ้ที่จำเพาะ ถ้ากินแล้วมีผื่นคัน ลมพิษ คันปาก หรือปวดท้องอาเจียน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถ้าปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก หรือเวียนศีรษะจะเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

เบต้ากลูแคนห้ามกินกับยาอะไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่พบข้อมูลยาตีกันที่จำเพาะกับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ แต่ NCCIH ระบุว่าอาหารเสริมอาจตีกับยาได้ ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ยาเคมีบำบัด หรือยาประจำตัวอื่น ให้นำฉลากไปถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เบต้ากลูแคนอันตรายไหม

งานทดลองในคนที่เราเปิดอ่านทำในคนสุขภาพดีหรือผู้ใหญ่ในชุมชน บทคัดย่อไม่ได้แจกแจงผลข้างเคียง และไม่ได้ศึกษาผู้ใช้ยากดภูมิหรือผู้แพ้ยีสต์ จึงยังสรุปเรื่องความปลอดภัยในคนกลุ่มนี้ไม่ได้

กำลังทำเคมีบำบัด กินเบต้ากลูแคนได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลเฉพาะ ให้แจ้งแพทย์มะเร็งหรือเภสัชกรประจำหน่วยเคมีบำบัดก่อนเริ่มอาหารเสริมทุกชนิด และแจ้งทีมผ่าตัดถ้าจะผ่าตัด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท