เกี่ยวกับ Beta X Plus
คนท้องกินกระชายได้ไหม สมุนไพรที่หญิงตั้งครรภ์ต้องระวังช่วงเป็นหวัด
คำตอบสั้น: จากแหล่งที่เราเปิดอ่าน ยังไม่พบข้อมูลความปลอดภัยของกระชายแบบเข้มข้น (ผง แคปซูล หรือสารสกัด) ในหญิงตั้งครรภ์ เอกสารของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ข้อมูล ณ ธ.ค. 2564) แยกการกินกระชายแบบอาหารออกจากรูปแบบเข้มข้น และให้ระมัดระวังรูปแบบเข้มข้นหรือการกินปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย ขนาดที่เหมาะสม และการใช้ระยะยาว เอกสารนี้ไม่ได้พูดถึงหญิงตั้งครรภ์ NHS แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิด และระบุว่าวิธีธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยทุกอย่างในช่วงตั้งครรภ์ ถ้าฉลากผลิตภัณฑ์เขียนว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ให้ทำตามคำเตือนนั้น
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กระชายในกับข้าว กับกระชายแบบเข้มข้น ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เอกสารมหิดลให้ระวังรูปแบบเข้มข้นและการกินปริมาณสูงต่อเนื่องนาน
- ยังไม่พบข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์ ทั้งในเอกสารมหิดล 2 เรื่อง และในงานวิจัยในคนที่เราตรวจ
- ก่อนใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริม ให้ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ ตามคำแนะนำของ NHS
- ไม่มีหลักฐานในคนว่ากระชายป้องกันหรือรักษาหวัดหรือโควิด ข่าวช่วงโควิดมาจากการทดลองในหลอดทดลอง
- คนท้องเป็นหวัด พักผ่อน ดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) และถามเภสัชกรก่อนซื้อยาแก้หวัด เพราะ NHS ระบุว่ายาแก้ไอแก้หวัดบางชนิดไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์
- ตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอด แล้วมีอาการไข้หวัดใหญ่ NHS ให้ติดต่อแพทย์ด่วน ไม่ต้องรอนัด
คนท้องกินกระชายได้ไหม
คำถามนี้มีสองแบบที่คำตอบไม่เหมือนกัน แบบแรกคือกระชายที่ใส่ในกับข้าว เช่น แกงป่า ผัดฉ่า หรือน้ำยาขนมจีน แบบที่สองคือกระชายแบบเข้มข้น เช่น ผงกระชายในแคปซูล น้ำกระชายสกัด หรือสารสกัดกระชาย
เอกสารของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แยกสองแบบนี้ออกจากกัน ข้อควรระวังที่เอกสารเขียนไว้มุ่งไปที่รูปแบบเข้มข้น และการกินปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน เหตุผลที่เอกสารให้ไว้คือ ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย ขนาดที่เหมาะสม และการบริโภคติดต่อกันในระยะยาว
เอกสารนี้ไม่ได้กล่าวถึงหญิงตั้งครรภ์เลย จึงไม่ควรตีความว่าเอกสารรับรองหรือห้ามการกินกระชายระหว่างตั้งครรภ์ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องกระชายในอาหารที่กินอยู่ ให้ถามแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลการฝากครรภ์ (คำแนะนำของบทความ)
กระชายในอาหาร ผงกระชาย และสารสกัด ต่างกันอย่างไร
- กระชายในกับข้าว ใช้เหง้าสดปรุงร่วมกับวัตถุดิบอื่น ปริมาณต่อมื้อไม่แน่นอน
- ผงกระชาย คือเหง้าแห้งบดเป็นผง อ่านความต่างของผงกับสารสกัดได้ที่ กระชายคือพืชอะไร ต่างจากขิงและข่าอย่างไร
- สารสกัดกระชาย สกัดสารจากเหง้าด้วยตัวทำละลาย เช่น งานวิจัยในผู้ป่วยอาหารไม่ย่อยที่เอกสารมหิดลสรุปไว้ ใช้สารสกัด 70% เอทานอล แคปซูลละ 350 มก. วันละ 3 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้เทียบปริมาณสารสำคัญในกับข้าวกับในสารสกัด เราจึงบอกไม่ได้ว่ากระชายหนึ่งจานเท่ากับสารสกัดกี่มิลลิกรัม เอกสารมหิดลอีกเรื่องระบุด้วยว่า ปัจจุบันยังไม่พบขนาดที่แนะนำให้รับประทานของสารสกัดกระชายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการโควิด-19
ทำไมข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์จึงมีจำกัด
งานวิจัยกระชายในคนที่เราตรวจมี 2 งานหลัก และกลุ่มที่ศึกษาไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์
- งานของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ตีพิมพ์ปี 2564) ศึกษาผู้ป่วยอาหารไม่ย่อยชนิดไม่ทราบสาเหตุ 160 คน อายุเฉลี่ย 56.9 ปี แบบสุ่มเทียบยาหลอก นาน 4 สัปดาห์ บทคัดย่อไม่ได้ระบุแหล่งทุน
- งานจากเกาหลีใต้ (ตีพิมพ์ปี 2560) ศึกษาอาสาสมัครสุขภาพดี 92 คน เรื่องความชุ่มชื้นของผิว นาน 12 สัปดาห์ ผู้วิจัย 2 คนสังกัดบริษัทเอกชนตามบทคัดย่อ
ส่วนข้อมูลพิษวิทยาที่เอกสารมหิดลสรุปไว้เป็นการทดลองในหนู ผลในสัตว์ทดลองนำมาใช้แทนข้อมูลในคนท้องไม่ได้ และหน้า NHS เรื่องยาในหญิงตั้งครรภ์ (ทบทวน 5 ก.ย. 2565) ระบุว่ายาส่วนใหญ่ที่กินระหว่างตั้งครรภ์ผ่านรกไปถึงทารก ข้อความนี้พูดถึงยา ไม่ได้พูดถึงกระชายโดยตรง แต่เป็นเหตุผลที่ NHS ให้ถามบุคลากรสุขภาพก่อนใช้ยา
สมุนไพรอื่นที่หญิงตั้งครรภ์ต้องระวัง แหล่งทางการว่าอย่างไร
NHS (หน้ายาในหญิงตั้งครรภ์ ทบทวน 5 ก.ย. 2565) เขียนถึงสมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกไว้ดังนี้
- วิธีรักษาแบบ "ธรรมชาติ" หรือการแพทย์ทางเลือก ไม่ได้ปลอดภัยทุกอย่างในช่วงตั้งครรภ์
- ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจไม่ได้คุณภาพ และอาจมีสารอื่นปนที่เป็นอันตราย เช่น ตะกั่ว
- ไม่แนะนำให้ใช้ยาสมุนไพรถ้ากำลังพยายามมีบุตร
- ให้บอกพยาบาลผดุงครรภ์ แพทย์ หรือเภสัชกร ว่าใช้สมุนไพรอะไรอยู่
- การแพทย์ทางเลือกใช้แทนการฝากครรภ์ไม่ได้ ให้ไปตามนัดฝากครรภ์ทุกครั้ง
NCCIH (หน้าขิง ปรับปรุง ก.พ. 2568) ระบุว่าการใช้ขิงชนิดอาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์อาจปลอดภัย แต่ถ้ากำลังพิจารณาใช้ขิงระหว่างตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพ เช่นเดียวกับสมุนไพรเสริมทุกชนิด และยังรู้น้อยว่าการใช้ขิงขณะให้นมบุตรปลอดภัยหรือไม่
MSKCC (หน้าขิง ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) เขียนต่างออกไป โดยระบุว่าควรหลีกเลี่ยงขิงชนิดอาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่แนะนำให้ใช้ระหว่างตั้งครรภ์เพราะความเสี่ยงต่อตัวอ่อน สองแหล่งนี้ไม่ตรงกัน บทความนี้ใช้ข้อที่ระวังกว่า คือไม่เริ่มขิงชนิดอาหารเสริมเองระหว่างตั้งครรภ์ และปรึกษาแพทย์ก่อน
NCCIH (หน้าเอลเดอร์เบอร์รี่) ระบุว่ายังรู้น้อยว่าการใช้เอลเดอร์เบอร์รี่เพื่อสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรปลอดภัยหรือไม่ และผลดิบหรือยังไม่สุก รวมทั้งใบและลำต้น มีสารที่สร้างไซยาไนด์ อ่านต่อได้ที่ เอลเดอร์เบอร์รี่ผลข้างเคียง
เราไม่ได้เปิดอ่านบัญชีรายชื่อสมุนไพรที่หน่วยงานไทยห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าต้องการรายชื่อ ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ที่ดูแลการฝากครรภ์ แทนการเชื่อรายชื่อที่ส่งต่อกันทางออนไลน์ (คำแนะนำของบทความ)
คนท้องเป็นหวัด ดูแลตัวเองอย่างไร
หน้า NHS เรื่องหวัด (ทบทวน 22 มี.ค. 2567) ระบุว่าหวัดมักดูแลเองที่บ้านได้ และจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์ สิ่งที่หน้านี้แนะนำมีดังนี้
- พักผ่อนให้มาก
- ดื่มน้ำให้มากพอเพื่อไม่ให้ขาดน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- กินอาหารที่มีประโยชน์
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือเพื่อบรรเทาเจ็บคอ (ไม่เหมาะกับเด็ก)
- ดื่มน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาเจ็บคอ
- สูดไอน้ำเพื่อบรรเทาคัดจมูก เช่น นั่งในห้องน้ำขณะเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัว
- ไม่สูบบุหรี่ เพราะทำให้อาการแย่ลงได้
อย. (ข่าว 13 มิ.ย. 2567) ระบุว่าหวัดเกิดจากไวรัส หายเองได้ใน 7–10 วัน และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง เรื่องอาหารช่วงเป็นหวัดอ่านได้ที่ เป็นหวัดห้ามกินอะไร ส่วนคนท้องที่จามและคัดจมูกบ่อย อ่านเรื่องยาพ่นจมูกระหว่างตั้งครรภ์ได้ที่ คนท้องจามบ่อย ใช้ยาพ่นจมูกได้ไหม
ยาแก้หวัดตัวไหนต้องถามแพทย์ก่อน
คำตอบที่ตรงกับแหล่งคือ ทุกตัว NHS ระบุว่าก่อนใช้ยาใดก็ตามระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งยาแก้ปวด ให้ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ก่อนว่าเหมาะหรือไม่ ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่ซื้อเองจากร้านขายยาหรือร้านค้า
- หน้าหวัดของ NHS ระบุว่ายาแก้ไอและยาแก้หวัดบางชนิดไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์
- หน้าไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) ระบุว่ายาและสมุนไพรบางชนิดไม่ปลอดภัยกับทุกคน เช่น คนที่ตั้งครรภ์ ให้อ่านเอกสารกำกับยาหรือถามเภสัชกรก่อนเสมอ
- ให้บอกแพทย์ ทันตแพทย์ และบุคลากรสุขภาพทุกคนว่ากำลังตั้งครรภ์ ก่อนได้รับยาหรือการรักษา
ถ้ามียาประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ยาพ่นหอบหืด ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นจมูก ห้ามหยุดเอง NHS ระบุว่าไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาสุขภาพโดยไม่ถามแพทย์ก่อน เพราะการหยุดยาอาจเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และทารก และให้คุยกับแพทย์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์
คนท้องป่วยบ่อยไหม ทำไมต้องระวังไข้หวัดใหญ่
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นหวัดบ่อยกว่าคนทั่วไปเท่าไร แต่หลายหน่วยงานจัดหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่ต้องระวังไข้หวัดใหญ่
- กรมควบคุมโรค (ข่าว 25 ก.พ. 2568) จัดหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เป็นหนึ่งใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต
- NHS (หน้าไข้หวัดใหญ่ ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ให้ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอด และมีอาการไข้หวัดใหญ่ ขอนัดพบแพทย์ด่วนหรือขอคำปรึกษาด่วน
สิทธิฉีดวัคซีนฟรีและช่วงเวลาให้บริการเปลี่ยนได้ทุกปี ให้สอบถามโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ สายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
อาการแบบไหนต้องพบแพทย์
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ จัดเป็นการขอพบแพทย์ด่วน)
- ตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอด แล้วมีอาการไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ขึ้นเร็ว ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลียมาก
- รู้สึกป่วยมาก
- หายใจเหนื่อยหรือหายใจสั้น
- อาการไม่ดีขึ้นหลัง 7 วัน
นัดพบแพทย์ (NHS หน้าหวัด จัดเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน)
- ไข้สูงนานกว่า 3 วัน หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- อาการหวัดแย่ลง หรือไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน
- ไอนานกว่า 3 สัปดาห์
- มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคไต
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน)
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- หายใจลำบากรุนแรง หอบ สำลัก หรือพูดเป็นคำไม่ได้
- เริ่มไอเป็นเลือด
ถ้ากังวลเรื่องครรภ์ไม่ว่าอาการใด ให้ติดต่อห้องคลอดหรือโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ทันที (คำแนะนำของบทความ)
อ่านคำเตือนบนฉลากอาหารเสริมอย่างไร
- ดูช่องคำเตือนก่อน หาคำว่า "สตรีมีครรภ์" "หญิงให้นมบุตร" และ "เด็ก" ถ้าฉลากเขียนว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ให้ทำตามนั้น
- อ่านส่วนประกอบทุกตัว แคปซูลเดียวอาจมีสมุนไพรหลายชนิด เช่น กระชาย ขิง และเอลเดอร์เบอร์รี่ แต่ละชนิดมีข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์ไม่เท่ากัน
- เลข อย. ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ เลข อย. บนอาหารเสริมคือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร
- ฉลากที่ไม่ได้เขียนถึงหญิงตั้งครรภ์ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยสำหรับคนท้อง (คำแนะนำของบทความ)
- ถ่ายรูปฉลากไปให้เภสัชกรหรือแพทย์ฝากครรภ์ดู จะตอบได้ตรงกว่าการถามแค่ชื่อสินค้า (คำแนะนำของบทความ)
อ่านข้อควรระวังของกระชายสำหรับคนทั่วไปเพิ่มเติมได้ที่ กินกระชายขาวทุกวันได้ไหม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุสารสำคัญในผงกระชาย
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และหญิงให้นมบุตร ซึ่งฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
เรื่องการตั้งครรภ์และหวัด: ฉลากระบุชัดว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หญิงตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นี้ตามคำเตือนบนฉลาก ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือรักษาหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด และไม่ใช้แทนวัคซีนหรือยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ผงกระชาย 75 มก. ต่อแคปซูล (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้ป่วยอาหารไม่ย่อย 160 คนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ตีพิมพ์ปี 2564) ใช้สารสกัดกระชายวันละ 1,050 มก. นาน 4 สัปดาห์ มากกว่าผงในแคปซูลราว 7 เท่า (คำนวณ) และงานผิวในอาสาสมัคร 92 คนใช้สารสกัดวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ ราว 2 เท่า (คำนวณ) แต่ทั้งสองงานใช้สารสกัด ฉลากเป็นผง จึงเทียบตรงไม่ได้ และไม่มีงานใดศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ ข่าวกระชายกับโควิดมาจากงานในหลอดทดลองของมหาวิทยาลัยมหิดล (ปี 2563) งานในหนูแฮมสเตอร์ (ตีพิมพ์ปี 2567) ไม่พบว่าสารสกัดกระชายลดปริมาณไวรัสในปอด และยังไม่มีผลการศึกษาในคน
- สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวัน คำนวณ) — NCCIH (ก.พ. 2568) ระบุว่าถ้าพิจารณาใช้ขิงระหว่างตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพ ส่วน MSKCC (2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าควรหลีกเลี่ยงขิงชนิดอาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — NCCIH ระบุว่ายังรู้น้อยว่าการใช้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรปลอดภัยหรือไม่ ฉลากไม่ระบุชนิดและส่วนของพืชที่ใช้สกัด
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- เริ่มไอเป็นเลือด
- ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
คนท้องกินกระชายได้ไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยของกระชายแบบเข้มข้นในหญิงตั้งครรภ์ เอกสารของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ระวังรูปแบบเข้มข้นหรือการกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน และไม่ได้พูดถึงหญิงตั้งครรภ์ ก่อนใช้กระชายแบบผง แคปซูล หรือสารสกัด ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร
คนท้องกินกระชายขาวในกับข้าวได้ไหม
เอกสารมหิดลแยกการกินแบบอาหารออกจากรูปแบบเข้มข้น โดยข้อควรระวังมุ่งไปที่รูปแบบเข้มข้น แต่เอกสารไม่ได้พูดถึงหญิงตั้งครรภ์ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลการฝากครรภ์
กระชายห้ามกินกับอะไร
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุรายการยาที่ห้ามกินร่วมกับกระชาย ข้อมูลยาตีกันที่มีเป็นงานในหลอดทดลอง ยังไม่ใช่การศึกษาในคนที่กินยาจริง ผู้ที่ใช้ยาประจำตัว เป็นโรคตับ หรือตั้งครรภ์ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้กระชายแบบเข้มข้น
คนท้องเป็นหวัดกินยาอะไรได้บ้าง
NHS แนะนำให้ถามเภสัชกร พยาบาลผดุงครรภ์ หรือแพทย์ก่อนใช้ยาทุกชนิดระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งยาแก้ปวดและยาที่ซื้อเอง และระบุว่ายาแก้ไอแก้หวัดบางชนิดไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ ถ้ามียาประจำตัวอยู่แล้ว ห้ามหยุดเอง
คนท้องเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องไปหาหมอไหม
NHS ให้ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือเพิ่งคลอดและมีอาการไข้หวัดใหญ่ ขอพบแพทย์ด่วน ถ้าเจ็บหน้าอกทันที หายใจลำบากรุนแรงจนพูดเป็นคำไม่ได้ หรือเริ่มไอเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- เรื่องน่ารู้ของกระชาย...สมุนไพรในกระแสโควิด-19สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- กระชายกับฤทธิ์บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- Medicines in pregnancyNHS
- Common coldNHS
- FluNHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
