เกี่ยวกับ Beta X Plus
เอลเดอร์เบอร์รี่ผลข้างเคียง ผลดิบเป็นพิษจริงไหม คนเป็น G6PD และโรคภูมิต้านตนเองกินได้ไหม
คำตอบสั้น: จริง ผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบหรือยังไม่สุก รวมทั้งใบและลำต้น มีสารที่สร้างไซยาไนด์ NCCIH ระบุว่าสารนี้ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียรุนแรงได้ การปรุงสุกทำลายสารพิษนี้ และถ้าได้รับสารพิษปริมาณมากอาจป่วยรุนแรง งานวิจัยเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ในคนมีน้อย ขนาดเล็ก และผลขัดกัน งานในห้องฉุกเฉินสหรัฐ (ตีพิมพ์ปี 2563) ไม่พบว่าช่วยลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ NCCIH ระบุให้อย่าพึ่งเอลเดอร์เบอร์รี่เพื่อป้องกันหรือรักษาโควิด-19 เรื่อง G6PD เราไม่พบงานวิจัยหรือแหล่งทางการที่พูดถึงเอลเดอร์เบอร์รี่โดยตรง และไม่พบแหล่งที่เปิดได้ระบุข้อห้ามเฉพาะในโรคภูมิต้านตนเองหรือผู้ใช้ยากดภูมิ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทุกชนิด
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ผลดิบ ใบ และลำต้นมีสารพิษ การปรุงสุกทำลายสารนี้ (NCCIH)
- หลักฐานเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ยังไม่แน่นอน งานบวกส่วนใหญ่เป็นงานเก่า ขนาดเล็ก หรือมีผู้ผลิตเกี่ยวข้อง งานใหม่ในห้องฉุกเฉินให้ผลลบ
- ขนาดในงานวิจัยต่างจากสูตรผสมมาก งานที่ใช้แคปซูลสารสกัดใช้วันละ 600–900 มก. ส่วนบางงานใช้น้ำเชื่อม ซึ่งเทียบน้ำหนักกับแคปซูลไม่ได้
- G6PD MedlinePlus ระบุตัวกระตุ้นเม็ดเลือดแดงแตก เช่น การติดเชื้อ ถั่วปากอ้า ยาบางชนิด และลูกเหม็น ไม่มีเอลเดอร์เบอร์รี่ในรายการ แต่การไม่อยู่ในรายการไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
- โรคภูมิต้านตนเองหรือยากดภูมิ ไม่พบข้อห้ามเฉพาะจากแหล่งที่เปิดได้ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และห้ามหยุดยาเอง
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร NCCIH ระบุว่ายังรู้น้อยว่าปลอดภัยหรือไม่
ผลดิบเป็นพิษจริงไหม ทำไมต้องใช้แบบปรุงสุกหรือสารสกัด
หน้าเอลเดอร์เบอร์รี่ของ NCCIH ระบุไว้ดังนี้
- ผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบหรือยังไม่สุก และส่วนอื่นของต้น เช่น ใบและลำต้น มีสารพิษที่สร้างไซยาไนด์
- สารนี้ทำให้ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียรุนแรง ได้
- การปรุงสุกทำลายสารพิษนี้
- ถ้าได้รับสารพิษปริมาณมาก อาจทำให้ป่วยรุนแรง
NCCIH ไม่ได้อธิบายว่าผลิตภัณฑ์สารสกัดในท้องตลาดผ่านกระบวนการกำจัดสารนี้อย่างไร ถ้าต้องการรู้ ให้ถามผู้ผลิตว่าใช้ส่วนใดของพืช และผ่านความร้อนหรือกระบวนการกำจัดสารพิษหรือไม่ (คำแนะนำของบทความ)
คำแนะนำของบทความ: ห้ามกินผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบที่เก็บเอง และห้ามใช้ใบหรือลำต้นมาต้มดื่ม ถ้ากินผลดิบ ใบ หรือลำต้นไปแล้ว มีอาเจียนหรือท้องเสียมาก ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด และนำส่วนของพืชที่กินไปให้แพทย์ดู
ชื่อพืชที่ NCCIH ใช้คือ Sambucus nigra (เอลเดอร์ยุโรป หรือเอลเดอร์ดำ) ส่วนความต่างของเอลเดอร์เบอร์รี่กับม่อน อ่านได้ที่ เอลเดอร์เบอร์รี่กับม่อน สองผลไม้บนฉลาก
งานวิจัยเรื่องหวัดและไข้หวัดใหญ่ในคน บอกอะไร
NCCIH ระบุว่ามีงานวิจัยจำนวนน้อยที่ศึกษาเอลเดอร์เบอร์รี่กับหวัด ไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน และงานเบื้องต้นบางงานชี้ว่าอาจบรรเทาอาการได้ รายละเอียดของแต่ละงานจากบทคัดย่อมีดังนี้
- อิสราเอล (ตีพิมพ์ปี 2538): ช่วงระบาดไข้หวัดใหญ่บีในชุมชนคิบบุตซ์ ปกปิดสองทาง ใช้ผลิตภัณฑ์การค้า บทคัดย่อรายงานว่ากลุ่มเอลเดอร์เบอร์รี่อาการดีขึ้นเร็วกว่า แต่ ไม่ระบุจำนวนผู้เข้าร่วมและขนาดที่ใช้
- นอร์เวย์ (ตีพิมพ์ปี 2547): ผู้ใหญ่อายุ 18–54 ปี 60 คน ที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ไม่เกิน 48 ชั่วโมง ใช้ น้ำเชื่อมเอลเดอร์เบอร์รี่ 15 มล. วันละ 4 ครั้ง นาน 5 วัน อาการหายเร็วขึ้นเฉลี่ยราว 4 วัน ผู้วิจัยเองสรุปว่าต้องยืนยันในงานที่ใหญ่กว่า
- ผู้โดยสารเครื่องบินระยะไกล (ออสเตรเลีย ตีพิมพ์ปี 2559): 312 คน ใช้สารสกัดวันละ 600 มก. ก่อนเดินทาง และ 900 มก. ระหว่างเดินทาง จำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก (12 เทียบ 17 ครั้ง) แต่จำนวนวันป่วยรวมน้อยกว่า (57 เทียบ 117 วัน) และคะแนนอาการต่ำกว่า บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบให้ทุน ให้แคปซูล และร่วมออกแบบการศึกษา
- ห้องฉุกเฉินสหรัฐ (ตีพิมพ์ปี 2563): ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันด้วยการตรวจ PCR 87 คน อายุ 5 ปีขึ้นไป ใช้สารสกัด 15 มล. วันละ 4 ครั้ง (อายุเกิน 12 ปี) นาน 5 วัน ไม่ลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของอาการ (จนอาการเหลือเล็กน้อย เฉลี่ย 4.9 วันในกลุ่มยาหลอก เทียบ 5.3 วันในกลุ่มเอลเดอร์เบอร์รี่) และในการวิเคราะห์ภายหลัง กลุ่มที่ได้เอลเดอร์เบอร์รี่อย่างเดียวโดยไม่ได้ยาต้านไวรัส ผลหลักแย่กว่ากลุ่มยาหลอกราว 2 วัน
งานรวมผลก็ไม่ตรงกัน งานรวมผลปี 2562 (ผู้เข้าร่วมรวม 180 คน ทำก่อนงานห้องฉุกเฉินสหรัฐ) สรุปว่าลดอาการได้มาก ส่วนการทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2564 (5 งานทดลองแบบสุ่ม) สรุปว่าเอลเดอร์เบอร์รี่อาจไม่ลดโอกาสเป็นหวัด และอาจลดระยะเวลาหรือความรุนแรงได้ แต่หลักฐานยังไม่แน่นอน
ข้อสรุปตามหลักฐาน: ยังบอกไม่ได้ว่าเอลเดอร์เบอร์รี่ช่วยเรื่องหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ และ NCCIH ระบุว่าหน่วยงานสหรัฐเคยดำเนินการกับบริษัทที่โฆษณาเอลเดอร์เบอร์รี่ว่าได้ผลกับโควิด-19 โดยไม่มีหลักฐาน อย่าใช้แทนวัคซีน ยาต้านไวรัสที่แพทย์สั่ง หรือการพบแพทย์ อ่านเรื่องระยะแพร่เชื้อของไข้หวัดใหญ่ได้ที่ ไข้หวัดใหญ่แพร่เชื้อได้กี่วัน และเรื่องหลักฐานของอาหารเสริมยอดนิยมได้ที่ หลักฐานของอาหารเสริมกับการป่วยบ่อย
ผลข้างเคียงของเอลเดอร์เบอร์รี่ที่ปรุงสุกหรือสารสกัด
หน้า NCCIH ไม่ได้ระบุรายการผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์ที่ปรุงสุกหรือสารสกัดแยกไว้ นอกจากเรื่องสารพิษในผลดิบ ใบ และลำต้น และระบุว่า ถ้าใช้ยาใดอยู่ ให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพก่อนใช้เอลเดอร์เบอร์รี่หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่น เพราะสมุนไพรบางชนิดกับยาบางชนิดตีกันจนเป็นอันตรายได้ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุยาที่ตีกับเอลเดอร์เบอร์รี่โดยเฉพาะ
คนเป็นโรคภูมิต้านตนเอง หรือกินยากดภูมิ กินได้ไหม
โรคภูมิต้านตนเอง เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (เอสแอลอี) หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์ และผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหลังปลูกถ่ายอวัยวะ มีคำถามนี้ คำตอบตามแหล่งที่เราตรวจคือ
- NCCIH ไม่ได้ระบุข้อห้ามเฉพาะ สำหรับโรคภูมิต้านตนเองหรือยากดภูมิ
- การทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2564 ไม่พบงานที่เชื่อมเอลเดอร์เบอร์รี่กับผลทางคลินิกด้านการอักเสบ แต่พบว่าเอลเดอร์เบอร์รี่มีผลต่อค่าสารอักเสบบางตัวที่วัดในห้องปฏิบัติการ และสรุปว่าหลักฐานทั้งด้านประโยชน์และโทษยังไม่แน่นอน งานที่รวบรวมเป็นงานในคนทั่วไปที่เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ไม่ได้ศึกษาผู้ป่วยโรคภูมิต้านตนเองหรือผู้ใช้ยากดภูมิ
- เราไม่พบแหล่งที่เปิดได้ ระบุปฏิกิริยาระหว่างเอลเดอร์เบอร์รี่กับยากดภูมิคุ้มกัน
การไม่พบข้อห้าม ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย สำหรับกลุ่มนี้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิต้านตนเองหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทุกชนิด และ ห้ามหยุดหรือลดยากดภูมิคุ้มกันเอง (คำแนะนำของบทความ) อ่านเรื่องยากดภูมิกับอาหารเสริมเพิ่มได้ที่ กินยากดภูมิอยู่ กินอาหารเสริมได้ไหม
คนเป็น G6PD กินเอลเดอร์เบอร์รี่ได้ไหม
ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD คือภาวะที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายเมื่อร่างกายเจอยาบางชนิดหรือความเครียดจากการติดเชื้อ เป็นภาวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม หน้า MedlinePlus เรื่อง G6PD (ทบทวน 29 ม.ค. 2569) ระบุตัวกระตุ้นไว้ดังนี้
- การติดเชื้อ
- อาหารบางชนิด เช่น ถั่วปากอ้า
- ยาบางชนิด เช่น ยาต้านมาลาเรียบางตัว แอสไพรินขนาดสูง ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยากลุ่มซัลฟา และยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม
- สารเคมีบางชนิด เช่น สารในลูกเหม็น
ไม่มีเอลเดอร์เบอร์รี่ในรายการนี้ และจากการค้น PubMed ของเรา (27 ต.ค. 2569) ไม่พบงานวิจัยที่ศึกษาเอลเดอร์เบอร์รี่กับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เลย จึง ตอบไม่ได้ทั้งว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย MedlinePlus ระบุให้ผู้ที่มีภาวะนี้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างเคร่งครัด และคุยกับผู้รักษาเรื่องยาที่ใช้ ผู้ที่เป็น G6PD จึงควรนำฉลากสมุนไพรหรืออาหารเสริมไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน (คำแนะนำของบทความ)
อาการที่ MedlinePlus ระบุว่าอาจเกิดเมื่อเม็ดเลือดแดงแตก ได้แก่ ปัสสาวะสีเข้ม ไข้ ปวดท้อง อ่อนเพลีย ซีด หัวใจเต้นเร็ว หายใจเหนื่อย และตัวเหลือง MedlinePlus ให้ติดต่อผู้รักษาเมื่อมีอาการเหล่านี้ ถ้าเป็น G6PD แล้วมีอาการเหล่านี้หลังกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (คำแนะนำของบทความ)
หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก
NCCIH ระบุว่ายังรู้น้อยว่าการใช้เอลเดอร์เบอร์รี่เพื่อสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรปลอดภัยหรือไม่ อ่านเรื่องสมุนไพรช่วงตั้งครรภ์ได้ที่ คนท้องกินกระชายได้ไหม งานในห้องฉุกเฉินสหรัฐรับผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 5 ปี แต่เป็นงานที่ให้ผลลบ และไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบอกความปลอดภัยในเด็ก
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุชนิด ส่วนของพืช หรือสารมาตรฐานของสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่และสารสกัดม่อน
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และผู้ที่เป็น G6PD โรคภูมิต้านตนเอง หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ให้นำฉลากไปให้แพทย์ดูก่อน
เรื่องเอลเดอร์เบอร์รี่: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือรักษาหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด และไม่ใช้แทนวัคซีนหรือยาต้านไวรัสที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คน (ตีพิมพ์ปี 2559) ใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) จำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก และบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบให้ทุนและร่วมออกแบบการศึกษา งานในนอร์เวย์และงานในห้องฉุกเฉินสหรัฐใช้น้ำเชื่อมหรือสารสกัดชนิดของเหลว 15 มล. วันละ 4 ครั้ง ซึ่งเทียบน้ำหนักกับแคปซูลไม่ได้ และงานห้องฉุกเฉินไม่พบผล การทบทวนปี 2564 สรุปว่าหลักฐานยังไม่แน่นอน NCCIH ระบุว่าผลดิบ ใบ และลำต้นมีสารที่สร้างไซยาไนด์ ฉลากไม่ระบุส่วนของพืชที่ใช้สกัด
- สารสกัดม่อน 20.650 มก. ต่อแคปซูล (41.3 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุว่าสกัดจากใบ ผล หรือเปลือกราก งานวิจัยในคนที่พบผลต่อน้ำตาลเป็นสารสกัดใบหม่อน ศึกษาขนาด 200–250 มก. ครั้งเดียวก่อนมื้อ ราว 5–6 เท่า (คำนวณ) โดยผู้เขียน 2 คนเป็นพนักงานบริษัทผู้ผลิต และงานในเกาหลีใช้วันละ 5 กรัม ราว 121 เท่า (คำนวณ) ผู้ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลินจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD: ไม่พบข้อมูลของเอลเดอร์เบอร์รี่ ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- เริ่มไอเป็นเลือด
- ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
เอลเดอร์เบอร์รี่ผลดิบเป็นพิษจริงไหม
จริง NCCIH ระบุว่าผลดิบหรือยังไม่สุก รวมทั้งใบและลำต้น มีสารที่สร้างไซยาไนด์ ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียรุนแรง การปรุงสุกทำลายสารนี้ และถ้าได้รับปริมาณมากอาจป่วยรุนแรง
เอลเดอร์เบอร์รี่ช่วยหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ได้ไหม
หลักฐานยังไม่แน่นอน งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คนพบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก และผู้ผลิตวัตถุดิบให้ทุน งานในห้องฉุกเฉินสหรัฐ 87 คนไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ NCCIH ระบุให้อย่าพึ่งเอลเดอร์เบอร์รี่เพื่อป้องกันหรือรักษาโควิด-19
คนเป็น G6PD กินเอลเดอร์เบอร์รี่ได้ไหม
เราไม่พบงานวิจัยหรือแหล่งทางการที่พูดถึงเอลเดอร์เบอร์รี่กับ G6PD โดยตรง รายการตัวกระตุ้นของ MedlinePlus ไม่มีเอลเดอร์เบอร์รี่ แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ให้นำฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน
เป็นโรคภูมิต้านตนเอง กินเอลเดอร์เบอร์รี่ได้ไหม
แหล่งที่เปิดได้ไม่ระบุข้อห้ามเฉพาะ และงานวิจัยที่มีไม่ได้ศึกษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และห้ามหยุดหรือลดยากดภูมิคุ้มกันเอง
คนท้องกินเอลเดอร์เบอร์รี่ได้ไหม
NCCIH ระบุว่ายังรู้น้อยว่าการใช้เอลเดอร์เบอร์รี่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรปลอดภัยหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และถ้าฉลากผลิตภัณฑ์เขียนว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ให้ทำตามฉลาก
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- ElderberryNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- Elderberry Extract Outpatient Influenza Treatment for Emergency Room Patients Ages 5 and Above: a Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled TrialJ Gen Intern Med (PubMed)
- Elderberry Supplementation Reduces Cold Duration and Symptoms in Air-Travellers: A Randomized, Double-Blind Placebo-Controlled Clinical TrialNutrients (PubMed)
- Elderberry for prevention and treatment of viral respiratory illnesses: a systematic reviewBMC Complement Med Ther (PubMed)
- Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiencyMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
