เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
พาราไทรอยด์สูง อาการเป็นอย่างไร ทำไมกระดูกบางและเป็นนิ่ว
คำตอบสั้น: ภาวะพาราไทรอยด์สูง (hyperparathyroidism) คือต่อมพาราไทรอยด์สร้างฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) มากเกิน ทำให้กระดูกปล่อยแคลเซียมออกมาในเลือดมากขึ้น กระดูกจึงบางลง และแคลเซียมส่วนเกินถูกขับทางปัสสาวะจนเกิดนิ่วในไตได้ คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ มักพบจากผลเลือดแคลเซียมสูงโดยบังเอิญ ส่วนคนที่มีอาการอาจอ่อนเพลีย ปวดกระดูก ซึมเศร้า หลงลืม ปัสสาวะบ่อย ภาวะนี้รักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัดในคนที่เข้าเกณฑ์ ใครเป็นอยู่ต้องถามแพทย์ก่อนกินแคลเซียมหรือวิตามินดีเสริม
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ต่อมพาราไทรอยด์มี 4 ต่อมเล็ก ๆ อยู่ด้านหลังต่อมไทรอยด์ที่คอ ทำหน้าที่ควบคุมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี
- สาเหตุที่พบบ่อยคือเนื้องอกธรรมดา (ไม่ใช่มะเร็ง) ของต่อมพาราไทรอยด์ พบราว 8 ใน 10 ราย
- มักพบในอายุ 50–60 ปี และในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 3–4 เท่า (NIDDK)
- พาราไทรอยด์สูงมี 2 แบบหลัก คือแบบปฐมภูมิที่ต่อมผิดปกติเอง และแบบทุติยภูมิที่เกิดตามโรคอื่น เช่น ไตเสื่อมหรือขาดวิตามินดี
- แบบปฐมภูมิ ไม่จำเป็นต้องงดแคลเซียมจากอาหาร (NIDDK) แต่แคลเซียมหรือวิตามินดีเสริม ต้องให้แพทย์เป็นผู้กำหนด
ต่อมพาราไทรอยด์อยู่ที่ไหน ทำหน้าที่อะไร
ต่อมพาราไทรอยด์เป็นคนละต่อมกับต่อมไทรอยด์ แม้จะอยู่ติดกัน MedlinePlus (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) อธิบายว่ามี 4 ต่อมเล็ก ๆ อยู่ใกล้หรือติดด้านหลังต่อมไทรอยด์
ต่อมนี้สร้างฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) ซึ่งช่วยควบคุมระดับแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดีในเลือดและกระดูก
- เมื่อแคลเซียมในเลือดต่ำ ร่างกายจะสร้าง PTH มากขึ้น เพื่อดึงแคลเซียมให้กลับขึ้นมา
- เมื่อแคลเซียมพอแล้ว PTH ควรลดลง
ในภาวะพาราไทรอยด์สูงแบบปฐมภูมิ วงจรนี้เสีย ต่อมยังสร้าง PTH มากแม้แคลเซียมสูงแล้ว
พาราไทรอยด์สูงเกิดจากอะไร แบบปฐมภูมิกับแบบจากไตเสื่อมต่างกันอย่างไร
แบบปฐมภูมิ (primary)
ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกินเอง NIDDK (ทบทวน มี.ค. 2562) ระบุว่าราว 8 ใน 10 ราย เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (adenoma) ในต่อมเดียว ส่วนที่เหลือมักเกิดจากเนื้องอกหลายต่อม หรือต่อมโตทั้ง 4 ต่อม มะเร็งของต่อมพาราไทรอยด์พบน้อยมาก
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงตาม MedlinePlus ได้แก่ เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและคอ และโรคทางพันธุกรรมบางชนิด
ผลที่ตามมาคือ PTH มากเกินจนแคลเซียมในเลือดสูงขึ้น ซึ่งมักเป็นค่าที่ตรวจพบก่อน
แบบทุติยภูมิ (secondary)
ต่อมทำงานเกินเพราะร่างกายพยายามแก้ภาวะแคลเซียมต่ำหรือฟอสเฟตสูง MedlinePlus ยกตัวอย่างสาเหตุ เช่น
- ไตเสื่อมหรือไตวาย ทำให้ขับฟอสเฟตไม่ได้
- ได้แคลเซียมจากอาหารไม่พอ หรือเสียแคลเซียมทางปัสสาวะมาก
- ขาดวิตามินดี เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยโดนแดด หรือดูดซึมอาหารได้ไม่ดี
กรณีไตเสื่อม NIDDK อธิบายว่าไตที่เสียหายเปลี่ยนวิตามินดีให้อยู่ในรูปที่ใช้งานได้น้อยลง และขับฟอสฟอรัสได้น้อยลง ต่อมพาราไทรอยด์จึงหลั่ง PTH มากขึ้นเพื่อดึงแคลเซียมจากกระดูก อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ ไตเสื่อมกับกระดูก และ วิตามินดีกับโรคไตเรื้อรัง
สองแบบนี้ดูแลต่างกันมาก แบบปฐมภูมิแก้ที่ต่อมที่ทำงานเกิน ส่วนแบบทุติยภูมิต้องแก้ที่ต้นเหตุ เช่น โรคไตหรือการขาดวิตามินดี การตัดสินว่าเป็นแบบไหนต้องใช้ผลเลือดหลายค่าร่วมกัน
พาราไทรอยด์สูง อาการเป็นอย่างไร
คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ NIDDK และ MedlinePlus ระบุตรงกันว่ามักพบจากการตรวจเลือดด้วยเหตุผลอื่นแล้วเจอแคลเซียมสูง
เมื่อมีอาการ มักเป็นอาการไม่จำเพาะ คล้ายโรคอื่น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ซึมเศร้า หลงลืม
- ปวดกระดูกหรือปวดข้อ
- ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ
คนที่เป็นรุนแรงขึ้นอาจมี เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก และสับสน (NIDDK)
อาการเหล่านี้คล้ายภาวะแคลเซียมในเลือดสูงจากสาเหตุอื่น อ่านภาพรวมได้ที่ แคลเซียมในเลือดสูง
ทำไมพาราไทรอยด์สูงทำให้กระดูกบางและเป็นนิ่ว
กระดูกบาง: NIDDK อธิบายว่า PTH ที่สูงกระตุ้นให้กระดูกปล่อยแคลเซียมออกมาในเลือดมากกว่าปกติ การสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกต่อเนื่องทำให้กระดูกอ่อนแอลง MedlinePlus ระบุว่าถ้าคุมไม่ได้ระยะยาว กระดูกอาจอ่อนแอ ผิดรูป หรือหักง่าย แนวทาง TOPF 2021 ของไทยก็จัดพาราไทรอยด์ทำงานเกินเป็นสาเหตุทุติยภูมิของกระดูกพรุน และแนะนำให้แพทย์ตรวจแยกภาวะนี้ก่อนสรุปว่าเป็นกระดูกพรุนธรรมดา
นิ่ว: ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมากขึ้น แคลเซียมส่วนเกินถูกส่งไปที่ไตและขับออกทางปัสสาวะ แคลเซียมในปัสสาวะที่มากเกินทำให้เกิดนิ่วในไต อ่านเรื่องนิ่วชนิดที่พบบ่อยได้ที่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลต
ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวอื่นที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง
ตรวจเลือดค่าอะไรบ้าง
MedlinePlus และ NIDDK ระบุการตรวจที่แพทย์มักใช้
- แคลเซียมในเลือด และ PTH (ค่าหลัก)
- ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม
- ค่าการทำงานของไต เช่น ครีเอตินิน (creatinine) และ BUN
- วิตามินดี (25-hydroxyvitamin D) เพราะระดับต่ำพบบ่อยในผู้ป่วยกลุ่มนี้ และวิตามินดีที่ต่ำมากกระตุ้นต่อมให้สร้าง PTH มากขึ้นอีก
- แคลเซียมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ช่วยหาสาเหตุ
- ตรวจมวลกระดูก และอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ไตดูนิ่ว
- ถ้าจะผ่าตัด อาจตรวจภาพต่อมด้วยอัลตราซาวนด์คอหรือการสแกนเซสตามิบิ (sestamibi) เพื่อหาต่อมที่ผิดปกติ
พาราไทรอยด์สูงรักษาอย่างไร
NIDDK ระบุว่าการผ่าตัดเอาต่อมที่ทำงานเกินออก เป็นทางเดียวที่แน่นอนสำหรับแบบปฐมภูมิ และเมื่อทำโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ การผ่าตัดเกือบทุกรายหายจากโรค และอาจทำให้มวลกระดูกดีขึ้นและโอกาสเกิดนิ่วลดลง
NIDDK ระบุเกณฑ์ที่แพทย์ใช้พิจารณาผ่าตัด เช่น
- แคลเซียมในเลือดสูงกว่าค่าปกติเกิน 1 มก./ดล.
- ค่ามวลกระดูก (T-score) ต่ำกว่า −2.5 ที่ตำแหน่งใดก็ได้
- เคยเป็นนิ่วไต หรือตรวจพบนิ่วหรือหินปูนในไต
- เคยกระดูกหักจากแรงน้อย เช่น ล้มจากท่ายืนหรือนั่ง
- อายุน้อยกว่า 50 ปี
คนที่เป็นน้อยและไม่มีอาการ อาจติดตามได้โดยไม่ผ่าตัดทันที NIDDK แนะนำให้พบแพทย์สม่ำเสมอ ตรวจแคลเซียมและการทำงานของไตทุกปี และตรวจมวลกระดูกทุก 1–2 ปี ระหว่างนั้นให้ดื่มน้ำพอไม่ให้ขาดน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และระวังยาขับปัสสาวะบางกลุ่ม เช่น ไทอะไซด์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเปลี่ยนยา ห้ามหยุดยาความดันเอง
ในคนที่ผ่าตัดไม่ได้และแคลเซียมสูงมาก แพทย์อาจใช้ยาซินาคัลเซต (cinacalcet) ซึ่งลดการสร้าง PTH ส่วนแบบที่เกิดจากโรคไต MedlinePlus ระบุว่าการรักษาอาจรวมถึงแคลเซียมและวิตามินดีที่แพทย์สั่ง การจำกัดฟอสเฟตในอาหาร ยา การฟอกไต หรือผ่าตัดต่อมถ้า PTH สูงจนคุมไม่ได้
พาราไทรอยด์สูงห้ามกินอะไร กินแคลเซียมเสริมได้ไหม
ความเชื่อที่พบบ่อยคือ "แคลเซียมสูงต้องงดนม งดแคลเซียมทุกอย่าง" สำหรับพาราไทรอยด์สูงแบบปฐมภูมิ NIDDK ระบุว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารหรือจำกัดแคลเซียมจากอาหารและเครื่องดื่ม การงดแคลเซียมจากอาหารเองไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
แต่แคลเซียมเสริมและวิตามินดีเสริมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องถามแพทย์ก่อนเสมอ เพราะ
- คนที่แคลเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว การได้แคลเซียมเพิ่มจากเม็ดเสริมอาจทำให้แคลเซียมสูงขึ้นอีก
- คนที่เคยเป็นนิ่วต้องระวังเป็นพิเศษ
- NIDDK ระบุว่าถ้าวิตามินดีต่ำ ต้องเสริมวิตามินดีตามขนาดที่แพทย์กำหนด ไม่ใช่เลือกขนาดเอง
- หลังผ่าตัด บางรายที่เนื้อต่อมเหลือไม่พอ อาจต้องกินแคลเซียมและวิตามินดีตลอดชีวิตตามที่แพทย์สั่ง
สำหรับแบบที่เกิดจากโรคไต การกินจะต่างไปมาก มักต้องจำกัดฟอสฟอรัส และทีมรักษาจะกำหนดแคลเซียม วิตามินดี และยาจับฟอสเฟตตามผลเลือด อ่านต่อที่ ไตเสื่อมกับกระดูก
พาราไทรอยด์สูงอันตรายไหม
ส่วนใหญ่ไม่เฉียบพลัน แต่ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ติดตาม ผลระยะยาวที่ MedlinePlus ระบุคือ กระดูกอ่อนแอหรือหักง่าย นิ่วไต โรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ซึมลงจนปลุกยาก หรือหมดสติ
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการที่ MedlinePlus (ทบทวน 29 ม.ค. 2569) ระบุว่าควรติดต่อแพทย์ในผู้ที่แคลเซียมในเลือดสูง เช่น คลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นผิดจังหวะ เวียนศีรษะ สับสน กระหายน้ำหรือปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้มหรือมีเลือดปน ปวดหลังด้านใดด้านหนึ่ง ปวดท้อง หรือท้องผูกมาก
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องพาราไทรอยด์สูงและนิ่ว: ผลิตภัณฑ์นี้เป็นแคลเซียมเสริมร่วมกับวิตามินดี 3 ผู้ที่มีพาราไทรอยด์สูง แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคไตเรื้อรัง ต้องถามแพทย์ก่อน และผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่ว ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน งาน WHI ที่ให้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน พบนิ่วไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันกระดูกบางจากพาราไทรอยด์สูง หรือใช้แทนการผ่าตัดและการติดตามของแพทย์
ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ จึงบอกปริมาณแคลเซียมทั้งหมดที่ได้รับไม่ได้ วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) คนที่แพทย์ให้วิตามินดีอยู่แล้ว ต้องนับรวมทุกแหล่ง
หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในคนมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีงานในผู้ป่วยพาราไทรอยด์หรือโรคไต
- แคลเซียมเสริมโดยรวม — งานส่วนใหญ่ใช้แคลเซียม 500–1,200 มก. ต่อวัน (6–13 เท่าของส่วนที่คำนวณได้ คำนวณ) ผลต่อกระดูกหักอ่อนและไม่สอดคล้อง
- วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่า คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหักในคนที่ไม่ได้ขาดวิตามินดี
- ขมิ้นชัน — งานไทยในข้อเข่าเสื่อมใช้วันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่า คำนวณ) และแหล่งข้อมูลสมุนไพรของ MSKCC ระบุให้ผู้มีแนวโน้มเป็นนิ่วไตปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชันเสริม
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
- พาราไทรอยด์สูง แคลเซียมในเลือดสูง โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ใช้ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ หรือไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ เพราะเกี่ยวกับระดับแคลเซียมและจังหวะหัวใจ
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: ให้เภสัชกรกำหนดเวลากิน
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต วิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนหรือซึมลงจนปลุกยาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
พาราไทรอยด์สูง อาการเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ มักพบจากผลเลือดแคลเซียมสูง ถ้ามีอาการอาจอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึมเศร้า ปวดกระดูกและข้อ ส่วนคนที่เป็นมากอาจคลื่นไส้ ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรือสับสน
พาราไทรอยด์สูงเกิดจากอะไร
แบบปฐมภูมิราว 8 ใน 10 ราย เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงในต่อมพาราไทรอยด์ ส่วนแบบทุติยภูมิเกิดตามภาวะอื่น เช่น ไตเสื่อม ขาดวิตามินดี หรือได้แคลเซียมไม่พอ
พาราไทรอยด์สูงห้ามกินอะไร
แบบปฐมภูมิ NIDDK ระบุว่าไม่จำเป็นต้องจำกัดแคลเซียมจากอาหาร แต่แคลเซียมและวิตามินดีเสริมต้องถามแพทย์ก่อน ส่วนแบบที่เกิดจากโรคไต มักต้องจำกัดฟอสฟอรัสตามที่ทีมรักษากำหนด
พาราไทรอยด์สูงต้องผ่าตัดไหม
แพทย์มักแนะนำผ่าตัดในคนที่มีอาการ แคลเซียมสูงกว่าปกติเกิน 1 มก./ดล. มวลกระดูกต่ำ เคยเป็นนิ่ว เคยกระดูกหักจากแรงน้อย หรืออายุน้อยกว่า 50 ปี คนที่เป็นน้อยอาจติดตามด้วยการตรวจเลือดทุกปีและตรวจมวลกระดูกทุก 1–2 ปี
ต่อมพาราไทรอยด์กับต่อมไทรอยด์เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน ต่อมพาราไทรอยด์เป็นต่อมเล็ก 4 ต่อมที่อยู่ด้านหลังต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ส่วนต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Primary HyperparathyroidismNIDDK (National Institutes of Health)
- HyperparathyroidismMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- Hypercalcemia - dischargeMedlinePlus (U.S. National Library of Medicine)
- Mineral & Bone Disorder in Chronic Kidney DiseaseNIDDK (National Institutes of Health)
- Calcium plus vitamin D supplementation and the risk of fractures (WHI, 2006)New England Journal of Medicine (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
