เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
คำนวณความเสี่ยงกระดูกพรุนเองด้วยน้ำหนักและอายุ (OSTA) แปลผลอย่างไร
คำตอบสั้น: OSTA (Osteoporosis Self-Assessment Tool for Asians) คือสูตรคัดกรองความเสี่ยงกระดูกพรุนที่ใช้แค่น้ำหนักและอายุ คำนวณจาก (น้ำหนักเป็นกิโลกรัม − อายุเป็นปี) × 0.2 ถ้าได้มากกว่า −1 ถือว่าเสี่ยงต่ำ −1 ถึง −4 เสี่ยงปานกลาง และน้อยกว่า −4 เสี่ยงสูง OSTA เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินว่าใครควรไปตรวจมวลกระดูกก่อน ไม่ใช่การวินิจฉัย งานวิจัยในหญิงไทยพบว่า OSTA จับกระดูกพรุนที่สะโพกได้ดี แต่พลาดกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังได้บ่อย และผู้ที่เข้าเกณฑ์ตรวจมวลกระดูกตามแนวทางไทย เช่น หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรไปตรวจโดยไม่ต้องรอคะแนน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- สูตร OSTA: (น้ำหนัก กก. − อายุ ปี) × 0.2 ใช้ได้ด้วยเครื่องคิดเลขในโทรศัพท์
- แปลผล: มากกว่า −1 เสี่ยงต่ำ · −1 ถึง −4 เสี่ยงปานกลาง · น้อยกว่า −4 เสี่ยงสูง
- OSTA พัฒนาจากข้อมูล หญิงวัยหมดประจำเดือนใน 8 ประเทศเอเชีย (วารสาร Osteoporosis International ปี 2544)
- งานในไทยพบว่า OSTA พลาดกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังได้มาก คะแนนเสี่ยงต่ำจึงไม่ได้แปลว่ากระดูกปกติ
- คนที่เคยกระดูกหักจากแรงน้อย ใช้สเตียรอยด์ ส่วนสูงลด หรือเข้าเกณฑ์อายุตามแนวทางไทย ควรตรวจมวลกระดูกโดยไม่ต้องดูคะแนน OSTA
OSTA คืออะไร ทำไมใช้แค่น้ำหนักกับอายุ
OSTA คือดัชนีคัดกรองที่ทีมวิจัยหลายประเทศในเอเชียสร้างขึ้น เพื่อช่วยเลือกว่าใครควรไปตรวจมวลกระดูกก่อน งานต้นฉบับตีพิมพ์ในวารสาร Osteoporosis International ปี 2544 ผู้วิจัยเก็บข้อมูลปัจจัยเสี่ยงจำนวนมากจากหญิงวัยหมดประจำเดือนใน 8 ประเทศเอเชีย แล้วพบว่าเมื่อตัดปัจจัยที่ไม่จำเป็นออก เหลือเพียงอายุกับน้ำหนักตัว ก็คัดกรองได้ใกล้เคียงแบบที่ใช้ปัจจัยมากกว่า
เหตุผลง่าย ๆ คือ อายุยิ่งมาก กระดูกยิ่งบางลง และคนที่น้ำหนักตัวน้อยมักมีมวลกระดูกน้อยกว่า ดัชนีนี้จึงให้คะแนนต่ำลงเมื่ออายุมากและน้ำหนักน้อย
ผู้วิจัยสร้าง OSTA ขึ้นเพราะ เครื่องตรวจมวลกระดูก (DXA คือเครื่องเอกซเรย์พลังงานต่ำที่วัดความหนาแน่นของกระดูก) ไม่ได้มีทุกที่ การคัดกรองช่วยให้คนที่เสี่ยงสูงได้ตรวจก่อน กระดูกพรุนเองเป็นโรคที่มักไม่มีอาการจนกว่ากระดูกจะหัก อ่านพื้นฐานได้ที่ กระดูกพรุนเกิดจากอะไร ทำไมหลายคนรู้ตัวตอนกระดูกหัก
คำนวณ OSTA อย่างไร ลองทำตามตัวอย่าง
นำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ลบด้วยอายุ (ปี) แล้วคูณ 0.2 สูตรและเกณฑ์แปลผลด้านล่างใช้ตามที่ระบุในงานวิจัยในคนจีนที่ตีพิมพ์ในวารสาร Open Medicine ปี 2559 ซึ่งอธิบายดัชนี OSTA ไว้ดังนี้
- มากกว่า −1: ความเสี่ยงต่ำ
- −1 ถึง −4: ความเสี่ยงปานกลาง
- น้อยกว่า −4: ความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างการคำนวณ (คำนวณ)
- คุณแม่อายุ 60 ปี หนัก 60 กิโลกรัม → (60 − 60) × 0.2 = 0 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ
- คุณแม่อายุ 70 ปี หนัก 50 กิโลกรัม → (50 − 70) × 0.2 = −4 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงปานกลาง (ติดขอบช่วง ใกล้กลุ่มเสี่ยงสูง)
- คุณยายอายุ 78 ปี หนัก 45 กิโลกรัม → (45 − 78) × 0.2 = −6.6 อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง
สังเกตว่าคุณแม่ในตัวอย่างที่ 2 อายุ 70 ปี ซึ่ง เข้าเกณฑ์ตรวจมวลกระดูกตามแนวทางไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าคะแนนจะออกมาเท่าไร
ในงานต้นฉบับ ผู้วิจัยแบ่งผู้หญิงเป็น 3 กลุ่มตามคะแนน แล้วพบกระดูกพรุนที่คอสะโพก ร้อยละ 61 ในกลุ่มเสี่ยงสูง ร้อยละ 15 ในกลุ่มเสี่ยงปานกลาง และร้อยละ 3 ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ ตัวเลขนี้แสดงว่าคะแนนช่วยแยกกลุ่มได้ แต่กลุ่มเสี่ยงต่ำก็ยังมีคนเป็นกระดูกพรุนอยู่บ้าง
OSTA แม่นแค่ไหนในคนไทย
แม่นพอใช้สำหรับกระดูกสะโพก แต่พลาดกระดูกสันหลังได้บ่อย ค่าความไว (sensitivity คือสัดส่วนของคนที่เป็นโรคจริงแล้วเครื่องมือจับได้) เป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดสำหรับการคัดกรอง เพราะบอกว่าพลาดคนป่วยไปมากแค่ไหน ผลงานวิจัยในไทยมีดังนี้
- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ตีพิมพ์ปี 2547) หญิงวัยหมดประจำเดือน 388 คน ที่จุดตัด −1 OSTA จับกระดูกพรุนที่คอสะโพกได้ร้อยละ 93 แต่จับกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังส่วนเอวได้ร้อยละ 80 ผู้วิจัยเสนอว่าใช้จุดตัด 0 จะพลาดกระดูกสันหลังน้อยลง
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ตีพิมพ์ปี 2550) หญิงวัยหมดประจำเดือน 315 คน OSTA มีความไวต่ำในการหาคนกระดูกบางถึงกระดูกพรุน แต่ผู้วิจัยมองว่ายังมีประโยชน์ในหญิงอายุมากกว่า 65 ปี
- คลินิกวัยหมดระดู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ตีพิมพ์ปี 2555) หญิง 441 คน OSTA จับกระดูกพรุนที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งได้ร้อยละ 51.7 จับที่คอสะโพกได้ร้อยละ 80 แต่ที่กระดูกสันหลังเพียงร้อยละ 49.4 ผู้วิจัยยังแนะนำ OSTA เพราะใช้ง่ายและให้ผลใกล้เคียงแบบคะแนนที่ซับซ้อนกว่า
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ตีพิมพ์ปี 2559) หญิงวัยกลางคน 1,038 คน พบว่า OSTA และ FRAX แบบไม่ใช้ค่ามวลกระดูก เหมาะใช้ "คัดคนที่น่าจะไม่เป็น" ออก มากกว่าใช้ยืนยันว่าเป็น
สรุปคือ คะแนนเสี่ยงสูงควรรีบไปตรวจ ส่วนคะแนนเสี่ยงต่ำไม่ได้รับประกันว่ากระดูกปกติ โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หักยุบได้โดยไม่รู้ตัว
FRAX ต่างจาก OSTA อย่างไร
FRAX คือเครื่องมือประเมินโอกาสกระดูกหักใน 10 ปีข้างหน้า ส่วน OSTA ประเมินโอกาสที่มวลกระดูกจะต่ำ แนวทางเวชปฏิบัติของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF) ปี 2564 ใช้ FRAX ฉบับสำหรับคนไทย และระบุว่า
- การประเมินความเสี่ยงกระดูกหักทำได้ด้วย การซักประวัติ ตรวจร่างกาย FRAX แบบไม่ใช้ค่ามวลกระดูก และการตรวจ DXA เมื่อมีข้อบ่งชี้
- ผู้ที่ค่า T-score อยู่ระหว่าง −1.0 ถึง −2.5 (กระดูกบาง) ถ้า FRAX ไทยบอกโอกาสสะโพกหักใน 10 ปีตั้งแต่ร้อยละ 3 ขึ้นไป แนวทางให้วินิจฉัยเป็นกระดูกพรุน และจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง
- แนวทางไทยใช้เฉพาะโอกาสสะโพกหัก เพราะข้อมูลกระดูกหักตำแหน่งอื่นของคนไทยยังมีจำกัด
T-score คือค่าที่เทียบมวลกระดูกของเรากับคนหนุ่มสาว ถ้าต่ำกว่าหรือเท่ากับ −2.5 ถือเป็นกระดูกพรุน อ่านวิธีอ่านผลได้ที่ อ่านผลตรวจมวลกระดูก T-score Z-score
FRAX ต้องกรอกข้อมูลหลายข้อ เช่น ประวัติกระดูกหัก การใช้สเตียรอยด์ และประวัติพ่อแม่ ควรให้แพทย์ช่วยแปลผล เพราะตัวเลขเดียวกันอาจมีความหมายต่างกันตามประวัติของแต่ละคน
ใครควรไปตรวจมวลกระดูกเลย ไม่ต้องรอคะแนน
แนวทาง TOPF ปี 2564 กำหนดข้อบ่งชี้ตรวจมวลกระดูกด้วย DXA ไว้ชัดเจน ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่ง ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจ
- หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี รวมถึงหมดประจำเดือนจากการผ่าตัด
- หญิงอายุน้อยกว่า 65 ปีหรือชายอายุน้อยกว่า 70 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ ได้แก่
- เคยกระดูกหักจากแรงน้อย เช่น ล้มในท่ายืนแล้วข้อมือหัก
- เอกซเรย์พบกระดูกบาง หรือกระดูกสันหลังยุบ
- ส่วนสูงลดลงตั้งแต่ 4 ซม. (ถ้าไม่มีบันทึกเดิม) หรือตั้งแต่ 2 ซม. (ถ้ามีบันทึก)
- ใช้ยาที่ทำให้กระดูกบาง เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากลุ่มอะโรมาเทสอินฮิบิเตอร์ (ยาต้านฮอร์โมนที่ใช้ในมะเร็งเต้านม) หรือยาต้านฮอร์โมนเพศชาย
- ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 20
- พ่อหรือแม่เคยกระดูกสะโพกหัก
งานต้นฉบับของ OSTA ก็ระบุไว้ว่า แม้คะแนนเสี่ยงต่ำ ผู้ที่เคยกระดูกหักจากแรงที่ไม่รุนแรง หรือใช้ยาสเตียรอยด์ ยังควรได้รับการตรวจ รายละเอียดเรื่องอายุที่ควรเริ่มตรวจอยู่ใน ใครควรตรวจมวลกระดูก
ความเชื่อที่พบบ่อย: คะแนนต่ำ ไม่มีอาการ แปลว่ากระดูกไม่พรุนจริงไหม
ไม่จริง กระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกระดูกหัก และงานในไทยข้างต้นแสดงว่า OSTA พลาดกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังได้ราวหนึ่งในห้าถึงครึ่งหนึ่งของคนที่เป็น ขึ้นกับกลุ่มที่ศึกษา คะแนนจึงใช้ตัดสินลำดับการตรวจ ไม่ใช่ใช้บอกว่าไม่เป็นโรค
ความเชื่ออีกข้อคือ "เครื่องชั่งน้ำหนักที่บ้านบอกมวลกระดูกได้ ไม่ต้องตรวจ" ค่ามวลกระดูกบนเครื่องชั่งเป็นการประมาณจากสูตร ไม่ใช่การวัดความหนาแน่นแบบ DXA อ่านเพิ่มที่ มวลกระดูกบนเครื่องชั่งน้ำหนัก ใช้แทนการตรวจจริงได้ไหม
ส่วนผู้ที่แพทย์วินิจฉัยและให้ยากระดูกพรุนอยู่แล้ว การคำนวณ OSTA เองไม่ได้ใช้ติดตามผลการรักษา ห้ามใช้คะแนนนี้เป็นเหตุผลหยุดหรือลดยาเอง การติดตามผลทำด้วยการตรวจ DXA ตามที่แพทย์นัด ซึ่งแนวทาง TOPF แนะนำตรวจซ้ำ 1–2 ปีหลังเริ่มยา
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์
ถ้าคะแนนออกมาเสี่ยงปานกลางหรือสูง หรือเข้าข้อบ่งชี้ข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ให้นัดพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อพิจารณาตรวจมวลกระดูก แนวทาง TOPF ยังแนะนำให้ทุกคนที่เสี่ยงออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและต้านแรง เลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ และประเมินความเสี่ยงหกล้ม
ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้หลังล้มหรือกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามคำแนะนำของ NHS (ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติสหราชอาณาจักร) หน้ากระดูกสะโพกหัก
- ปวดสะโพกรุนแรงหลังล้ม
- เดินหรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้
- ชาหรือไม่มีความรู้สึกที่สะโพกหรือขา
NHS แนะนำว่าไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง ให้เรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้ประจำไปด้วย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล
เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับค่าแนะนำและขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- แคลเซียมที่คำนวณได้ — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณที่ผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวัน 1,000 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร ไม่พบงานทดลองที่วัดผลแคลเซียมแอล-ทรีโอเนตต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก
- วิตามินดี 3 ราว 50 IU ต่อแคปซูล (ราว 100 IU ต่อวัน คำนวณ) — น้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า งาน VITAL ในผู้ใหญ่สหรัฐ 25,871 คน ได้วิตามินดี 3 วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหักเมื่อเทียบกับยาหลอก ขนาดในงานนี้มากกว่าในแคปซูล 20 เท่า (คำนวณ) ผู้ที่แพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีควรรักษาตามที่แพทย์สั่ง
ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ใช้แทนการตรวจมวลกระดูก การประเมินความเสี่ยงกระดูกหักโดยแพทย์ หรือยาที่แพทย์สั่ง ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต หรือแคลเซียมในเลือดสูง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs): มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนขนาดยาเอง
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว หรือแพ้หอยและอาหารทะเล: มีโคลอสตรุ้มและแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
OSTA คำนวณอย่างไร
นำน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมลบด้วยอายุเป็นปี แล้วคูณ 0.2 เช่น หนัก 50 กิโลกรัม อายุ 70 ปี ได้ (50 − 70) × 0.2 = −4
คะแนน OSTA เท่าไรถึงเสี่ยงกระดูกพรุน
มากกว่า −1 ถือว่าเสี่ยงต่ำ −1 ถึง −4 เสี่ยงปานกลาง และน้อยกว่า −4 เสี่ยงสูง ผู้ที่เสี่ยงปานกลางหรือสูงควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจมวลกระดูก
OSTA เสี่ยงต่ำแล้วไม่ต้องตรวจมวลกระดูกใช่ไหม
ไม่ใช่เสมอไป งานวิจัยในไทยพบว่า OSTA พลาดกระดูกพรุนที่กระดูกสันหลังได้บ่อย และผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามแนวทางไทย เช่น หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป หรือเคยกระดูกหักจากแรงน้อย ควรตรวจโดยไม่ต้องดูคะแนน
FRAX กับ OSTA ต่างกันอย่างไร
OSTA ใช้น้ำหนักกับอายุเพื่อคัดกรองว่าใครน่าจะมีมวลกระดูกต่ำ ส่วน FRAX ประเมินโอกาสกระดูกหักใน 10 ปี แนวทางไทยปี 2564 ใช้ FRAX ฉบับคนไทยร่วมกับค่ามวลกระดูกในการตัดสินการรักษา
ผู้ชายใช้ OSTA ได้ไหม
งานต้นฉบับของ OSTA พัฒนาจากข้อมูลหญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ชายจึงควรใช้เกณฑ์ของแนวทางไทย คือตรวจมวลกระดูกเมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป หรือก่อนหน้านั้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- A simple tool to identify asian women at increased risk of osteoporosis (Osteoporos Int 2001)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Clinical value of self-assessment risk of osteoporosis in Chinese (Open Medicine 2016)PubMed Central, U.S. National Library of Medicine
- Comparison of OSTA index and KKOS scoring system for prediction of osteoporosis in postmenopausal women who attended Siriraj Menopause Clinic (J Med Assoc Thai 2012)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Validation of the OSTA index for discriminating between high and low probability of femoral neck and lumbar spine osteoporosis among Thai postmenopausal women (J Med Assoc Thai 2004)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Summary of the Thai Osteoporosis Foundation (TOPF) Clinical Practice Guideline on the Diagnosis and Management of Osteoporosis 2021PubMed, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-07
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
