เกี่ยวกับ Beta Vit
แมกนีเซียมมีในอาหารอะไร อาหารไทยที่มีแมกนีเซียม กินจากอาหารพอไหม
คำตอบสั้น: แมกนีเซียมมีมากใน ผักใบเขียวเข้ม ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชไม่ขัดสี สถาบัน Linus Pauling (LPI, ทบทวน ต.ค. 2568) อธิบายว่าแมกนีเซียมเป็นส่วนหนึ่งของคลอโรฟิลล์ ผักใบเขียวจึงเป็นแหล่งที่ดี ส่วนเนื้อสัตว์และนมมีปานกลาง และ อาหารที่ขัดสีแล้วมีน้อย MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) เพิ่มผลไม้อย่างกล้วยและอะโวคาโด ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอย่างเต้าหู้ และข้าวกล้อง กรมอนามัยกำหนดค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทยไว้ราว 240–320 มก. ต่อวันตามเพศและอายุ MedlinePlus ระบุว่าแม้บางคนจะได้จากอาหารไม่ถึง แต่การขาดจริงพบน้อย ผู้ป่วยโรคไตควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารวางแผนอาหารเฉพาะ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แหล่งที่ดี: ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง (LPI, MedlinePlus)
- ปานกลาง: เนื้อสัตว์และนม · น้อย: อาหารขัดสี (LPI)
- ค่าแนะนำไทย (DRI 2563): ชาย 31–50 ปี 320 · 51–70 ปี 300 · 71 ปีขึ้นไป 280 มก. · หญิง 31–70 ปี 260 · 71 ปีขึ้นไป 240 มก. ต่อวัน
- ตัวอย่างปริมาณ (LPI ข้อมูลอาหารสหรัฐฯ): อัลมอนด์ 23 เม็ด 77 มก. · ผักโขมสุกครึ่งถ้วยตวง 78 มก. · ข้าวกล้องสุกครึ่งถ้วยตวง 43 มก. · กล้วย 1 ผลกลาง 32 มก.
- อาหารไม่มีเพดาน: LPI ระบุว่าไม่พบผลเสียจากแมกนีเซียมตามธรรมชาติในอาหาร เพดาน 350 มก./วันใช้กับผลิตภัณฑ์เสริมและยา
- โรคไต: ต้องให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำเฉพาะราย
แมกนีเซียมมีในอาหารอะไรบ้าง
กลุ่มอาหารที่ LPI และ MedlinePlus ระบุตรงกัน
- ผักใบเขียวเข้ม — MedlinePlus ระบุว่าแมกนีเซียมในอาหารส่วนใหญ่มาจากกลุ่มนี้ ตัวอย่างใน LPI คือผักโขมและสวิสชาร์ด
- ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช — อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง บราซิลนัท เฮเซลนัท
- ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง — ถั่วลูกไก่ ถั่วต่าง ๆ เต้าหู้ แป้งถั่วเหลือง
- ธัญพืชไม่ขัดสี — ข้าวกล้อง ข้าวฟ่าง รำข้าวโอ๊ต ซีเรียลโฮลวีต
- ผลไม้บางชนิด — กล้วย แอปริคอตแห้ง อะโวคาโด
- ปลาบางชนิดและนม — LPI ยกตัวอย่างปลาแมกเคอเรลสุก และนม
น้ำดื่มก็มีแมกนีเซียมได้ LPI ระบุว่าน้ำเป็นแหล่งที่แตกต่างกันมาก น้ำกระด้างมักมีเกลือแมกนีเซียมสูงกว่า
อาหารแต่ละอย่างมีแมกนีเซียมเท่าไร
ตัวเลขต่อไปนี้มาจากตาราง LPI ซึ่งใช้ข้อมูลอาหารของสหรัฐฯ และหน่วยตวงแบบสหรัฐฯ (ถ้วยตวง ออนซ์)
- บราซิลนัท 6 เม็ด (1 ออนซ์): 107 มก.
- รำข้าวโอ๊ตดิบ ครึ่งถ้วยตวง: 96 มก.
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ 16 เม็ด (1 ออนซ์): 83 มก.
- ปลาแมกเคอเรลสุก 3 ออนซ์: 82 มก.
- ผักโขมแช่แข็งต้มสุก ครึ่งถ้วยตวง: 78 มก.
- อัลมอนด์ 23 เม็ด (1 ออนซ์): 77 มก.
- ถั่วลิสง 28 เม็ด (1 ออนซ์): 48 มก.
- ข้าวกล้องเมล็ดกลางสุก ครึ่งถ้วยตวง: 43 มก.
- ถั่วลูกไก่สุก ครึ่งถ้วยตวง: 39 มก.
- กล้วย 1 ผลขนาดกลาง: 32 มก.
- อะโวคาโด ครึ่งผล: 29 มก.
- นมไขมัน 1% 8 ออนซ์ของเหลว: 27 มก.
ข้อจำกัด: นี่คือข้อมูลอาหารสหรัฐฯ ค่าของอาหารไทยอาจต่างตามพันธุ์ การปลูก และวิธีปรุง LPI แนะนำให้ค้นข้อมูลเพิ่มจากฐานข้อมูล FoodData Central ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ
อาหารไทยหนึ่งวันได้แมกนีเซียมเท่าไร
รอบนี้เราไม่ได้เปิดตรวจตารางคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย จึงไม่ใส่ตัวเลขของเมนูไทย เพราะเมนูอย่างแกงหรือผัดมีส่วนผสมต่างกันมาก การเดาตัวเลขอาจทำให้เข้าใจผิด
สิ่งที่บอกได้จากแหล่งที่ตรวจ คือหลักการเลือกวัตถุดิบในอาหารไทยที่คุ้นเคย (คำแนะนำของบทความจากกลุ่มอาหารที่ LPI และ MedlinePlus ระบุ)
- ผักใบเขียวเข้ม ในแกงจืด ผัดผัก หรือผักลวกจิ้มน้ำพริก
- ถั่วและเต้าหู้ เช่น เต้าหู้ในแกงจืด ถั่วลิสงที่โรยในอาหาร ถั่วเมล็ดแห้งในขนม
- ข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสี แทนข้าวขาวบางมื้อ
- กล้วย เป็นผลไม้ที่ LPI และ MedlinePlus ยกตัวอย่างตรงกัน
ถ้าต้องการรู้ปริมาณจริงของอาหารที่กินอยู่ ให้ขอคำแนะนำจากนักกำหนดอาหารหรือโภชนากรที่โรงพยาบาล
ข้าวขาวและอาหารแปรรูปทำให้ได้แมกนีเซียมน้อยลงอย่างไร
LPI ระบุว่าธัญพืชไม่ขัดสีมีแมกนีเซียมสูง ส่วนอาหารที่ขัดสีแล้วโดยทั่วไปมีน้อย ในตาราง LPI ข้าวกล้องสุกครึ่งถ้วยตวงมี 43 มก. แต่ LPI ไม่ได้ให้ตัวเลขของข้าวขาว เราจึงไม่ใส่ตัวเลขเปรียบเทียบ
แหล่งที่ตรวจไม่ได้อธิบายกลไกละเอียดว่าแมกนีเซียมหายไปในขั้นตอนใดของการขัดสี ข้อสรุปที่ใช้ได้จึงมีแค่ "อาหารขัดสีโดยทั่วไปมีแมกนีเซียมน้อยกว่า"
LPI ยังระบุปัจจัยในอาหารที่อาจมีผล เช่น การเพิ่มใยอาหารปริมาณมากลดการใช้แมกนีเซียมในงานทดลอง แต่ยังไม่ชัดว่ามีผลแค่ไหนในคนที่กินอาหารหลากหลาย และโปรตีนที่น้อยมากอาจลดการดูดซึม (งานในเด็กชายวัยรุ่น)
ผู้ใหญ่ต้องการแมกนีเซียมวันละเท่าไร
ค่าแนะนำของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563)
- ชาย: 31–50 ปี 320 มก. · 51–70 ปี 300 มก. · 71 ปีขึ้นไป 280 มก. ต่อวัน
- หญิง: 31–70 ปี 260 มก. · 71 ปีขึ้นไป 240 มก. ต่อวัน
LPI สนับสนุนค่าแนะนำของสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าไทย (ชาย 400–420 หญิง 310–320 มก. ต่อวัน) ค่าสองชุดนี้มาจากหน่วยงานต่างประเทศกัน สำหรับคนไทย บทความนี้ใช้ค่าของกรมอนามัยเป็นหลัก
ข้อมูลการสำรวจในสหรัฐฯ (2560–2563) ที่ LPI อ้าง พบผู้ชายได้แมกนีเซียมจากอาหารเฉลี่ย 339 มก. ต่อวัน ผู้หญิง 269 มก. และราวครึ่งหนึ่งได้ต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ LPI ระบุว่า ผลระยะยาวของการได้น้อยกว่าเกณฑ์ยังไม่ชัดเจน ตัวเลขนี้เป็นของสหรัฐฯ ใช้แทนคนไทยไม่ได้
คนเป็นโรคไตกินอาหารแมกนีเซียมสูงได้ไหม
ผู้ป่วยโรคไตต้องให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารวางแผนเฉพาะราย แนวทางความดันโลหิตสูงไทย 2567 ระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังต้องได้คำแนะนำเรื่องอาหารเฉพาะ และแนวทางเดียวกันระบุว่าผักและผลไม้ให้ทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และใยอาหาร การเพิ่มอาหารกลุ่มนี้ในผู้ป่วยไตจึงต้องดูแร่ธาตุอื่นไปพร้อมกันตามคำแนะนำของทีมรักษา
เรื่องที่ต่างออกไปคือ ผลิตภัณฑ์เสริมและยา LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงผลเสียจากแมกนีเซียมเสริมสูงกว่า ผู้ป่วยไตจึงไม่ควรเริ่มแมกนีเซียมเสริมเอง อ่านเรื่องโพแทสเซียมในอาหารได้ที่ โพแทสเซียมในอาหารแต่ละกลุ่ม และเรื่องอาหารเสริมกับโรคไตที่ โรคไตกินอาหารเสริมอะไรได้บ้าง
เมื่อไรอาหารอย่างเดียวไม่พอ
LPI ระบุว่าภาวะขาดแมกนีเซียมรุนแรงพบไม่บ่อยในคนสุขภาพดีที่กินอาหารหลากหลาย และ MedlinePlus ระบุว่าแม้บางคนจะได้จากอาหารไม่ถึง แต่ "การขาดจริงพบน้อย" กลุ่มที่แหล่งระบุว่าเสี่ยงมากขึ้น ได้แก่
- ผู้มีโรคลำไส้ ท้องเสียเรื้อรัง หรือเคยผ่าตัดลำไส้ จนดูดซึมน้อยลง (LPI, MedlinePlus)
- ผู้สูงอายุ — LPI ระบุว่าการดูดซึมจากลำไส้มักลดลงและการขับทางปัสสาวะมักเพิ่มขึ้นตามอายุ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (MedlinePlus) — LPI ระบุว่าเบาหวานทำให้เสียแมกนีเซียมได้
- ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง (LPI, MedlinePlus)
- ผู้ใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดกลุ่ม PPI นาน 3 เดือนขึ้นไป หรือยาขับปัสสาวะบางตัวที่ใช้นาน (LPI)
การรู้ว่าขาดจริงหรือไม่ต้องให้แพทย์ประเมินและตรวจเลือด ไม่ควรเดาจากอาการ แนวทางเบาหวานไทย 2566 ระบุว่า "ไม่จำเป็นต้องให้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ขาดสารอาหารเหล่านั้น" อ่านเรื่องอาการขาดแมกนีเซียมได้ที่ อาการขาดแมกนีเซียม และอาหารสำหรับผู้มีปลายประสาทเสื่อมที่ ปลายประสาทอักเสบกินอะไรดี
กินอะไรแทนแมกนีเซียมเม็ดได้ไหม
แหล่งที่ตรวจเขียนไว้ต่างกัน จึงขอแสดงทั้งสองแบบ LPI (ทบทวน ต.ค. 2568) แนะนำวิตามินและแร่ธาตุรวมวันละเม็ด ซึ่งระบุว่ามักมีแมกนีเซียมไม่เกิน 100 มก. แล้วให้อาหารหลากหลายที่มีผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วทุกวันเป็นส่วนที่เหลือของความต้องการ ส่วน MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ระบุว่าการกินแมกนีเซียมเสริม "ยังไม่แนะนำในปัจจุบัน" เพื่อป้องกันหรือดูแลโรคอย่างความดันสูง โรคหัวใจ และเบาหวาน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการวิจัย และแนวทางความดันไทย 2567 "ไม่แนะนำ" แมกนีเซียมเสริมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผลลดความดัน
ถ้าแพทย์ตรวจพบว่าขาด การแก้ไขต้องทำตามแพทย์ ไม่ใช่เปลี่ยนอาหารอย่างเดียว และห้ามหยุดยาที่อาจเป็นต้นเหตุ เช่น ยาลดกรดหรือยาขับปัสสาวะเอง ดูวิธีกินแมกนีเซียมเสริมได้ที่ กินแมกนีเซียมอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความว่า "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
เรื่องแมกนีเซียมจากอาหาร: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แทนอาหารที่มีแมกนีเซียมได้ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ฉลากเองระบุให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้
- แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. และแมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก — รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) ใกล้เคียงค่าแนะนำต่อวันของกรมอนามัย (ชาย 280–320 มก. หญิง 240–260 มก. ตามอายุ) และเป็นปริมาณที่ได้เพิ่มจากอาหารที่กินอยู่แล้ว ตัวเลขนี้คือปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ร่างกายดูดซึม งานขนาดเล็กพบแมกนีเซียมออกไซด์ดูดซึมได้ราว 4%
- เพดาน — LPI ระบุว่าเพดาน 350 มก. ต่อวันใช้กับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม ไม่นับจากอาหาร แคปซูลเดียวอยู่ราว 80% ของเพดาน (คำนวณ)
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย แมกนีเซียมออกไซด์เองก็ทำให้บางคนถ่ายเหลวได้ ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำและตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
- ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด เลื่อน หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาปฏิชีวนะ ยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยานอนหลับ แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยเรื่องยาหรือเวลากินยา ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
- แขนอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือสับสน
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด หรือแสบร้อน
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ กราม ท้อง หรือหลัง
รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ อาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และเจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที
ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
แมกนีเซียมมีในอาหารอะไร
LPI และ MedlinePlus ระบุว่าแหล่งที่ดีคือผักใบเขียวเข้ม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ถั่วเมล็ดแห้ง ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองอย่างเต้าหู้ ธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้อง และผลไม้บางชนิดอย่างกล้วยและอะโวคาโด เนื้อสัตว์และนมมีปานกลาง อาหารขัดสีโดยทั่วไปมีน้อย
ผู้ใหญ่ต้องการแมกนีเซียมวันละเท่าไร
ตามค่าแนะนำของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) ชาย 31–50 ปี 320 มก. 51–70 ปี 300 มก. 71 ปีขึ้นไป 280 มก. หญิง 31–70 ปี 260 มก. 71 ปีขึ้นไป 240 มก. ต่อวัน ค่าแนะนำของสหรัฐฯ สูงกว่านี้
กินแมกนีเซียมจากอาหารพอไหม
LPI ระบุว่าภาวะขาดแมกนีเซียมรุนแรงพบไม่บ่อยในคนสุขภาพดีที่กินอาหารหลากหลาย และ MedlinePlus ระบุว่าการขาดจริงพบน้อย กลุ่มที่เสี่ยงมากขึ้นคือผู้มีโรคลำไส้หรือท้องเสียเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง และผู้ใช้ยาบางชนิด การรู้ว่าขาดจริงต้องให้แพทย์ตรวจ
คนเป็นโรคไตกินอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงได้ไหม
ผู้ป่วยโรคไตต้องให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารวางแผนเฉพาะราย แนวทางความดันไทย 2567 ระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังต้องได้คำแนะนำเรื่องอาหารเฉพาะ ส่วนแมกนีเซียมเสริม LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงผลเสียสูงกว่า จึงไม่ควรเริ่มเอง
กินแมกนีเซียมจากอาหารมากเกินได้ไหม
LPI ระบุว่าไม่พบผลเสียจากแมกนีเซียมที่มีตามธรรมชาติในอาหาร ผลเสียพบจากแมกนีเซียมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมหรือยา และเพดาน 350 มก. ต่อวันใช้กับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม ผู้ป่วยโรคไตยังต้องทำตามคำแนะนำเรื่องอาหารของทีมรักษา
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- MagnesiumLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Magnesium in dietMedlinePlus Medical Encyclopedia
- ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมการแพทย์และองค์กรวิชาชีพ
- Bioavailability of US commercial magnesium preparationsMagnesium Research (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
