บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ค่าตับสูง ลดยังไง ลดลงได้ไหม ทำอะไรก่อนไปตรวจซ้ำ

คำตอบสั้น: ค่าตับสูง ลดลงได้ในหลายกรณี แต่ขั้นแรกไม่ใช่การหาของกินมาลดค่า ขั้นแรกคือ หาสาเหตุ เพราะค่าตับเป็นแค่สัญญาณว่าเซลล์ตับบาดเจ็บ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือ งดเหล้า นำยา สมุนไพร และอาหารเสริมทุกอย่างไปให้แพทย์ทบทวน และถ้าน้ำหนักเกินให้ลดช้า ๆ ถ้าค่าตับไม่ลด แพทย์จะตรวจหาสาเหตุอื่นต่อ เช่น ไวรัสตับอักเสบ โรคภูมิต้านทานต่อตับ หรือโรคสะสมเหล็กและทองแดง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุที่พบบ่อยของค่าตับสูงคือไขมันพอกตับ แอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบ และยาหรือสมุนไพร
  • งดเหล้า และอย่าเพิ่มยาต้มหรืออาหารเสริมใหม่ แต่ยาที่แพทย์สั่งห้ามหยุดเอง
  • ลดน้ำหนักราว 1–2 กิโลกรัมต่อเดือน ไม่อดอาหาร เพราะลดเร็วเกินอาจทำให้ตับอักเสบ
  • ค่าตับกลับมาปกติไม่ได้แปลว่าตับปกติเสมอไป แพทย์อาจต้องประเมินพังผืดต่อ
  • ไม่มีน้ำสมุนไพรล้างตับที่มีหลักฐานว่าลดค่าตับ

ทำไมต้องหาสาเหตุก่อนคิดเรื่องลดค่าตับ

เพราะการลดตัวเลขโดยไม่รู้สาเหตุ อาจทำให้โรคจริงถูกมองข้าม แนวทางของวิทยาลัยแพทย์ระบบทางเดินอาหารสหรัฐ (ACG) ระบุว่าการประเมินค่าตับสูงแบบเซลล์ตับบาดเจ็บ ต้องตรวจ ไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ประเมินไขมันพอกตับและโรคตับจากแอลกอฮอล์ รวมถึงโรคที่พบน้อยกว่า เช่น ภาวะเหล็กเกิน ตับอักเสบจากภูมิต้านทาน โรควิลสัน (ทองแดงสะสม) และต้องถามประวัติยาทั้งที่แพทย์สั่งและที่ซื้อเอง

ACG ยังระบุว่า ค่า ALT ที่สูงสัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากโรคตับที่เพิ่มขึ้น ค่าตับสูงจึงไม่ควรปล่อยไว้แม้ไม่มีอาการ

คู่มืออายุรศาสตร์ของรามาธิบดีแบ่งระดับไว้ดังนี้ สูงเล็กน้อยคือไม่ถึง 2–3 เท่าของค่าสูงสุดปกติ ปานกลางคือ 2–3 ถึง 20 เท่า และสูงมากคือเกิน 20 เท่า ระดับยิ่งสูง แพทย์ยิ่งต้องหาสาเหตุเร็ว สาเหตุทั้งหมดอ่านต่อที่ ค่าตับสูงเกิดจากอะไรได้บ้าง

ค่าตับสูงต้องทำยังไง สิ่งที่ทำได้ทันที

1. งดแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่พบบ่อย สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยระบุว่าความเสี่ยงโรคตับจากสุราเพิ่มเมื่อผู้ชายดื่มเกิน 30 กรัมต่อวัน (เกิน 3 ดื่มมาตรฐาน) และผู้หญิงเกิน 20 กรัมต่อวันต่อเนื่อง การงดดื่มช่วงนี้ยังช่วยให้แพทย์อ่านผลตรวจซ้ำได้ชัดว่าแอลกอฮอล์มีส่วนหรือไม่

2. ทำรายการยา สมุนไพร อาหารเสริม ไปให้แพทย์

เขียนทุกอย่างที่กินในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รวมยาแก้ปวด ยาต้ม ยาลูกกลอน วิตามิน และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อทางออนไลน์ แล้วนำกล่องจริงไปด้วย

  • ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยกตัวอย่างยาที่เกี่ยวกับไขมันพอกตับ เช่น prednisolone, amiodarone, tamoxifen, methotrexate และยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs
  • พาราเซตามอล ขนาดสูงสุดของคนทั่วไปคือไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวันจากทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน ส่วนผู้ป่วยโรคตับต้องถามแพทย์เรื่องขนาด

ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะอยู่ในรายการข้างบน แพทย์จะตัดสินว่าจะปรับหรือไม่ เพราะยาบางตัวจำเป็นต่อโรคอื่นมากกว่า

3. ลดน้ำหนักช้า ๆ ถ้าน้ำหนักเกิน

แนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 ตั้งเป้าลดอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้น ส่วนคนที่ดัชนีมวลกายไม่ถึง 23 ลดร้อยละ 3–5 ก็มีประโยชน์ ศูนย์ศรีพัฒน์แนะนำให้ลดราว 1–2 กิโลกรัมต่อเดือน และรามาธิบดีเตือนว่าการลดน้ำหนักฮวบฮาบเสี่ยงทำให้ตับบาดเจ็บ

รายละเอียดเป้าน้ำหนักอ่านที่ ไขมันพอกตับ หายได้ไหม ต้องลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์ และการปรับอาหารอ่านที่ ค่าตับสูง ห้ามกินอะไร ควรกินอะไร

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมก่อนวันเจาะเลือด

แนวทางไทยแนะนำแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ร่วมกับฝึกแรงต้าน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ MedlinePlus ระบุว่า การออกกำลังกายหนักมีผลต่อค่า ALT ได้ ถ้าเพิ่งยกน้ำหนักหรือวิ่งหนักมาก่อนเจาะเลือด ควรบอกแพทย์

ค่าตับลดลงแล้ว แปลว่าหายหรือเปล่า

ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ มีเหตุผล 3 ข้อ

  • ค่าตับปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีโรคตับ รามาธิบดีอธิบายว่าค่าปกติคำนวณจากค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป และสมาคมโรคตับสหรัฐ (AASLD) เห็นว่าค่า ALT ปกติ “จริง” ในบริบทไขมันพอกตับคือ ชายราว 29–33 หญิงราว 19–25 หน่วยต่อลิตร ต่ำกว่าที่ห้องแล็บส่วนใหญ่ใช้ (อ่านเพิ่มที่ ไขมันพอกตับ แต่ค่าตับปกติ เป็นได้ไหม)
  • ค่าตับลดเพราะยาบางตัว ไม่ได้แปลว่าพังผืดลด รามาธิบดีระบุว่ายาบางชนิดลดค่าตับได้ระยะสั้นแต่ไม่ป้องกันพังผืด
  • สิ่งที่บอกความเสี่ยงระยะยาวคือพังผืด แนวทางไทยใช้คะแนน FIB-4 เป็นการตรวจลำดับแรก ถ้าต่ำกว่า 1.3 ตรวจซ้ำทุก 1–2 ปี ถ้า 1.3–2.67 ตรวจเพิ่ม เช่น ไฟโบรสแกน (อ่าน ไฟโบรสแกนคืออะไร)

อีกด้านหนึ่ง AASLD ระบุว่าในผู้ป่วยไขมันพอกตับ ALT ที่ลดลงตั้งแต่ 17 หน่วยต่อลิตรขึ้นไปสัมพันธ์กับภาพชิ้นเนื้อตับที่ดีขึ้น ค่าตับที่ลดลงจากการปรับพฤติกรรมจึงเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องดูร่วมกับการประเมินอื่น

ค่าตับไม่ลด ต้องตรวจอะไรเพิ่ม

ถ้าทำทุกข้อแล้วค่าตับยังสูง แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มตามแนวทาง ACG เช่น

  • ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี (คนไทยที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 มีสิทธิ์ตรวจคัดกรองฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิตทุกสิทธิ ตามข้อมูลกรมควบคุมโรค)
  • อัลตราซาวนด์ตับและทางเดินน้ำดี
  • ตรวจหาตับอักเสบจากภูมิต้านทาน ภาวะเหล็กเกิน โรควิลสัน
  • ถ้าค่า ALP สูงเด่นและมาจากตับ แพทย์จะตรวจโรคของท่อน้ำดีต่อ
  • ถ้าตรวจเลือดและภาพถ่ายแล้วยังไม่ชัด แพทย์อาจพิจารณาเจาะชิ้นเนื้อตับ

ตรวจซ้ำห่างกันเท่าไร

ระยะห่างขึ้นกับระดับค่าตับและสาเหตุ แพทย์เป็นคนกำหนด แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ให้ตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน แต่มีหลักที่ใช้ได้

  • MedlinePlus ระบุว่า ถ้าผลผิดปกติอาจเกิดจากการเจ็บป่วยช่วงสั้น ๆ แพทย์อาจนัดตรวจซ้ำ
  • ถ้าค่าสูงมาก หรือมีตัวเหลือง ตาเหลือง แพทย์มักไม่รอ แต่ตรวจเพิ่มทันที
  • ถ้าเป็นไขมันพอกตับและ FIB-4 ต่ำ แนวทางไทยให้ประเมินซ้ำทุก 1–2 ปี

ความเชื่อ: น้ำสมุนไพรล้างตับทำให้ค่าตับลด

ไม่มีหลักฐานในแหล่งที่เราตรวจ และมีหลักฐานด้านความเสี่ยงชัดกว่า NIDDK ระบุว่าสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้ และแนวทางโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่ายาและสมุนไพรเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยของตับแข็งกำเริบ ถ้าค่าตับลดหลังดื่มน้ำสมุนไพร มักเป็นเพราะหยุดเหล้าหรือปรับอาหารไปพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะน้ำนั้น

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • อาเจียนเป็นเลือด
  • สับสน ซึมลง ปลุกตื่นยาก
  • กินยาพาราเซตามอลเกินขนาดมาก ไม่ว่าจะมีอาการหรือยัง

ส่วนตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรือท้องบวมขึ้น ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอวันนัด

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ เช่น โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. (คิดเป็นโคลีนราว 49 มก. ค่าคำนวณ) แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และอีกบรรทัด 40.845 มก. สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. และสารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก. (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า)

ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ค่าตับลดลง ส่วนประกอบเดี่ยวที่มีงานวิจัยในผู้ป่วยไขมันพอกตับ ใช้ปริมาณสูงกว่าในเม็ดหลายเท่า เช่น งานอาร์ทิโชกใช้ 600 มก. ต่อวัน (เม็ดมี 20 มก.) และงานกลูตาไธโอนใช้ 300 มก. ต่อวันโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง

ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ

  • ผู้มีค่าตับสูงที่ยังไม่รู้สาเหตุ ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ไม่ควรเริ่มเอง ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน เพราะการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วงนี้ทำให้แพทย์แยกสาเหตุได้ยากขึ้น และเครือข่าย DILIN ของสหรัฐรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน งานศึกษาในอาสาสมัครพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว (ฉลากไม่ได้ระบุว่าสารสกัดขมิ้นชัน 50 มก. ในเม็ดมีเคอร์คูมินเท่าไร จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้)
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตับสูง ลดยังไง

เริ่มจากให้แพทย์หาสาเหตุ ระหว่างนั้นงดเหล้า นำยา สมุนไพร และอาหารเสริมทุกอย่างไปให้แพทย์ทบทวน และถ้าน้ำหนักเกินให้ลดช้า ๆ ราว 1–2 กิโลกรัมต่อเดือน

ค่าตับสูงลดลงได้ไหม

ลดลงได้ในหลายกรณีเมื่อจัดการสาเหตุ เช่น หยุดดื่มเหล้า ลดน้ำหนักในคนไขมันพอกตับ หรือแพทย์ปรับยาที่เป็นสาเหตุ แต่ต้องให้แพทย์ประเมินร่วมด้วย

ค่าตับลดลงแล้วแปลว่าหายไหม

ยังสรุปไม่ได้ เพราะค่าตับปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีไขมันพอกตับหรือพังผืด แพทย์อาจประเมินพังผืดต่อด้วย FIB-4 หรือไฟโบรสแกน

ค่าตับไม่ลดต้องทำอย่างไร

กลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและซี อัลตราซาวนด์ ตับอักเสบจากภูมิต้านทาน หรือภาวะเหล็กเกิน

ควรตรวจค่าตับซ้ำเมื่อไร

ระยะห่างขึ้นกับระดับค่าตับและสาเหตุ แพทย์เป็นผู้กำหนด ถ้าค่าสูงมากหรือมีตัวเหลืองตาเหลือง แพทย์มักตรวจเพิ่มทันที

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท