เกี่ยวกับ Lab Farm
ลองโควิด (Long COVID) อาการอย่างไร เป็นนานแค่ไหน เมื่อไรควรพบแพทย์
คำตอบสั้น: ลองโควิด (Long COVID) คือภาวะที่มีอาการผิดปกติต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นใหม่หลังป่วยโควิด-19 องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในเอกสารเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ว่า ราว 6 ใน 100 คนที่ติดโควิดจะเกิดภาวะนี้ อาการที่พบบ่อยคืออ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ ปวดศีรษะ คิดช้า และนอนไม่หลับ โดย อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นในราว 4–9 เดือน แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่าถ้ามีอาการต่อเนื่องเกิน 2 เดือนและกระทบชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์ ส่วนอาการรุนแรง เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ไม่ต้องรอ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- WHO นิยามว่าอาการของลองโควิด มักเริ่มภายใน 3 เดือนหลังป่วย และอยู่นานอย่างน้อย 2 เดือน มีรายงานอาการมากกว่า 200 แบบ
- WHO ประเมินว่าราว 15 ใน 100 คนที่เป็นลองโควิดยังมีอาการที่ 12 เดือน (ตัวเลขประมาณการทั่วโลกปี 2565)
- ผู้ที่เสี่ยงกว่า ได้แก่ ผู้หญิง ผู้สูงอายุ คนสูบบุหรี่ คนน้ำหนักเกินหรืออ้วน คนมีโรคประจำตัว คนที่ติดเชื้อซ้ำ และคนที่ป่วยหนักจนนอนโรงพยาบาล
- การติดเชื้อซ้ำแต่ละครั้งมีความเสี่ยงเกิดลองโควิดใหม่ WHO ระบุว่า การได้วัคซีน 2 เข็มดูเหมือนลดโอกาสเกิดภาวะนี้
- อาการเหนื่อยที่เกิดจากลองโควิดต้องแยกจากสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์ เบาหวาน ซึ่งแพทย์ตรวจเลือดหาได้
ลองโควิดคืออะไร นับจากตอนไหน
ลองโควิดคืออาการผิดปกติที่หลงเหลือหรือเกิดขึ้นใหม่หลังหายจากโควิด-19 WHO เรียกว่า post COVID-19 condition และนิยามว่าอาการมักเริ่มภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ป่วย และอยู่นานอย่างน้อย 2 เดือน อาการอาจต่อมาจากตอนป่วย หรือเพิ่งเกิดหลังหายแล้วก็ได้
ฝั่งไทย วารสารกรมการแพทย์ ปีที่ 47 ฉบับที่ 2 (เมษายน–มิถุนายน 2565) ใช้ชื่อว่า "อาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อนภายหลังการป่วยเป็นโควิด-19" และอธิบายว่ามักพบอาการในช่วง 4–12 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ
ตัวเลขช่วงเวลาของสองแหล่งไม่เท่ากัน เพราะเอกสารไทยเขียนตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด ส่วน WHO ปรับนิยามภายหลัง สิ่งที่ตรงกันคือ ถ้าหายจากโควิดแล้วแต่ยังไม่กลับมาเป็นตัวเองนานหลายสัปดาห์ ควรนึกถึงภาวะนี้และสังเกตอาการให้ละเอียด
WHO ระบุว่าแทบทุกอวัยวะได้รับผลกระทบได้ ทั้งหัวใจและหลอดเลือด ปอด ระบบประสาท ลำไส้ และระบบฮอร์โมน
ลองโควิดมีอาการอะไรบ้าง
อาการที่ WHO ระบุว่าพบบ่อย ได้แก่
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
- ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
- หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยง่าย
- ปวดศีรษะ
- คิดช้า สมาธิไม่ดี หรือที่หลายคนเรียกว่า "สมองตื้อ"
- การรับรสเปลี่ยน
- นอนไม่หลับ ซึมเศร้า วิตกกังวล
WHO ยังพบว่าบางอาการมักมาด้วยกัน เช่น เวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืดเวลาลุกยืน และออกแรงไม่ได้เหมือนเดิม บางคนมีอาการทรุดหลังออกแรง (post-exertional malaise คือ อาการแย่ลงชัดเจนหลังใช้แรงกายหรือแรงสมองมากกว่าปกติ)
ข้อมูลจากคนไทย: กรมการแพทย์สำรวจผ่านเว็บไซต์ระหว่าง 12 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2564 มีผู้เคยป่วยโควิดตอบ 1,300 ราย อาการที่พบมากเรียงตามลำดับคือ เหนื่อยหรืออ่อนเพลีย หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย นอนไม่หลับ ไอ ปวดศีรษะ ผมร่วง และปวดกล้ามเนื้อ เมื่อแยกตามระบบ พบอาการระบบหายใจร้อยละ 44.38 อาการทางจิตใจร้อยละ 32.1 และระบบประสาทร้อยละ 27.33
ต้องอ่านตัวเลขนี้อย่างระวัง เพราะเป็นแบบสำรวจออนไลน์ที่ผู้ตอบสมัครใจเอง ผู้ตอบส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (ร้อยละ 74.66) และอายุเฉลี่ยราว 35 ปี จึงไม่ใช่อัตราการเกิดลองโควิดในคนไทยทั้งประเทศ
ลองโควิดเป็นนานแค่ไหน หายเองได้ไหม
ส่วนใหญ่อาการค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา WHO ระบุว่าโดยทั่วไปอาการดีขึ้นภายในราว 4–9 เดือน แต่มีประมาณ 15 ใน 100 คนที่ยังมีอาการเมื่อครบ 12 เดือน ตามตัวเลขประมาณการทั่วโลกปี 2565
เอกสารของกรมการแพทย์ก็เขียนว่าอาการผิดปกติส่วนใหญ่หายได้เอง แต่ในแบบสำรวจคนไทย ผู้ตอบร้อยละ 72.09 บอกว่าคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพทั่วไปลดลงจากก่อนป่วย และอาการหายใจลำบาก ผมร่วง และวิตกกังวลมีแนวโน้มพบมากขึ้นหลังสัปดาห์ที่ 12
WHO ระบุด้วยว่า ช่วงหลังของการระบาด โอกาสเกิดลองโควิดดูเหมือนลดลงกว่าช่วงแรก แต่ข้อมูลยังจำกัด และเชื้อยังระบาดอยู่ การติดเชื้อใหม่ทุกครั้งจึงยังมีความเสี่ยง
ใครเสี่ยงเป็นลองโควิดมากกว่าคนอื่น
ทุกคนที่เคยติดโควิดมีโอกาสเป็นได้ แต่ WHO ระบุกลุ่มที่เสี่ยงกว่า ได้แก่
- ผู้หญิง
- ผู้สูงอายุ
- คนสูบบุหรี่
- คนน้ำหนักเกินหรืออ้วน
- คนมีโรคเรื้อรังอยู่เดิม
- คนที่ติดเชื้อซ้ำหลายครั้ง
- คนที่ป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลหรือห้องไอซียู
นอกจากนี้ WHO พบว่าหลังป่วยโควิด บางโรคเกิดบ่อยกว่าปกติ เช่น ไตทำงานลดลง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน และปัญหาสุขภาพจิต ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วจึงไม่ควรเหมาว่าอาการใหม่ทั้งหมดเป็นแค่ลองโควิด ควรไปตามนัดและบอกแพทย์ว่าเพิ่งป่วยโควิด
ความเชื่อที่ได้ยินบ่อยเรื่องลองโควิด
"ลองโควิดคือคิดไปเอง" ไม่จริง WHO ระบุว่านักวิจัยพบหลักฐานหลายอย่างในผู้ที่มีภาวะนี้ เช่น เชื้อไวรัสยังคงอยู่ในร่างกาย การตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ และลิ่มเลือดขนาดเล็กมาก แม้สาเหตุทั้งหมดยังอยู่ระหว่างศึกษา
"เหนื่อยก็ต้องฝืนออกกำลังหนัก ๆ ให้ร่างกายชิน" ไม่ควรทำแบบนั้น WHO แนะนำให้เรียนรู้การพักและนอนให้มีคุณภาพ และการแบ่งใช้แรงให้พอดี ช่วงที่อาการกำเริบให้ลดกิจกรรมลงชั่วคราว และยังไม่กลับไปทำกิจกรรมเท่าเดิมจนกว่าอาการกำเริบจะสงบ
"เคยติดแล้ว ติดซ้ำก็ไม่เป็นไร" ไม่จริง WHO ระบุว่าคนเราติดเชื้อซ้ำได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งมีความเสี่ยงเกิดลองโควิด การใส่หน้ากาก ล้างมือ และระบายอากาศในที่เสี่ยงจึงยังสำคัญ
"มีวิตามินหรืออาหารเสริมที่แก้ลองโควิดได้" ยังไม่มีหลักฐาน WHO ระบุว่างานวิจัยเรื่องการรักษาลองโควิดยังมีจำกัดและขาดงานขนาดใหญ่ แพทย์จึงดูแลตามอาการเป็นรายคน เช่น ให้ยาบรรเทาอาการ หรือส่งฟื้นฟูสมรรถภาพตามความเหมาะสม
"ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังแก้เพลียได้" MedlinePlus ระบุว่าสารกระตุ้นรวมถึงคาเฟอีนไม่ใช่วิธีรักษาอาการอ่อนเพลีย และอาจทำให้แย่ลงตอนหยุด
ดูแลตัวเองอย่างไรระหว่างรอให้อาการดีขึ้น
หลักคือพักให้พอ ใช้แรงให้พอดี และจดอาการไว้คุยกับแพทย์
- นอนให้พอทุกคืน และพักระหว่างวันเมื่อรู้สึกล้า
- แบ่งงานเป็นช่วงสั้น ๆ เช่น กวาดบ้านทีละห้อง แทนการทำทั้งบ้านรวดเดียว ตามหลักการประหยัดแรงที่ WHO แนะนำ
- จดว่ากิจกรรมไหนทำให้อาการทรุด เพื่อเลี่ยงตัวกระตุ้น และนำบันทึกไปให้แพทย์ดู
- กินอาหารให้หลากหลายและดื่มน้ำให้พอ ตามที่ MedlinePlus แนะนำสำหรับอาการอ่อนเพลีย (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจล้มเหลวบางราย)
- งดเหล้า บุหรี่ และอย่าใช้ยานอนหลับเอง เพราะ MedlinePlus ระบุว่ายากล่อมประสาทมักทำให้อ่อนเพลียมากขึ้น
- ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ ดูวัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรได้รับที่ วัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เช็คลิสต์ตามอายุ
ถ้าเพลียเป็นเดือนจนสงสัยสาเหตุอื่น อ่านต่อได้ที่ อ่อนเพลียเรื้อรังเป็นเดือนไม่หาย ต้องตรวจอะไร และ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เช็คสาเหตุที่พบบ่อย
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ และอาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขที่กรมการแพทย์เผยแพร่ปี 2565: ถ้ามีอาการเกิน 3 เดือนนับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ เข้ารับการดูแลได้ตั้งแต่หน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกล และถ้ายังมีอาการต่อเนื่องมากกว่า 2 เดือนและกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลที่เคยรักษาโควิด เพื่อพิจารณาส่งต่อแพทย์เฉพาะทางตามระบบที่มีอาการ
นัดพบแพทย์เร็วขึ้นถ้ามีอาการเหล่านี้ (อ้างอิง MedlinePlus เรื่องอ่อนเพลีย)
- อ่อนเพลียไม่ทราบสาเหตุร่วมกับมีไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือเหงื่อออกกลางคืนเป็นประจำ
- นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกบ่อย หรือรู้สึกเศร้าหดหู่ (ดูเพิ่มที่ ซึมเศร้าอาการทางกาย)
- ปวดศีรษะบ่อย
- กินยาที่อาจทำให้ง่วงหรือเพลีย
แพทย์มักตรวจเลือดดูโลหิตจาง เบาหวาน การอักเสบ การติดเชื้อ ค่าไต ค่าตับ ไทรอยด์ และตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุที่รักษาได้
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก หรือหอบเหนื่อยมากขณะพัก
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- สับสน หรือเวียนศีรษะมากผิดปกติ
ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ก่อน แล้วโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบผลิตภัณฑ์นี้ในผู้ที่มีภาวะลองโควิด และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้อาการลองโควิดดีขึ้นหรือสั้นลง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการพบแพทย์ การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือวัคซีน
- สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของโสมคือนอนไม่หลับ ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับหลังป่วยโควิดอยู่แล้วควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- วิตามินบีรวม (บี 1 1.5 มก. · บี 2 1.5 มก. · บี 6 1 มก. · บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) — อยู่ในระดับใกล้ค่าแนะนำรายวัน ไม่ใช่ขนาดที่ใช้แก้ภาวะขาดวิตามิน ถ้าสงสัยว่าขาดวิตามิน ต้องให้แพทย์ตรวจและรักษา
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้นในงานวิจัยในคน
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ผู้ที่นอนไม่หลับอยู่แล้ว: โสมอาจทำให้นอนไม่หลับมากขึ้น
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
ลองโควิดคืออะไร
ลองโควิดคืออาการผิดปกติที่หลงเหลือหรือเกิดขึ้นใหม่หลังป่วยโควิด-19 องค์การอนามัยโลกนิยามว่าอาการมักเริ่มภายใน 3 เดือนหลังป่วยและอยู่นานอย่างน้อย 2 เดือน
ลองโควิดมีอาการอะไรบ้าง
อาการที่พบบ่อยคืออ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ หายใจไม่อิ่ม ปวดศีรษะ คิดช้า สมาธิไม่ดี การรับรสเปลี่ยน นอนไม่หลับ ซึมเศร้าและวิตกกังวล มีรายงานอาการมากกว่า 200 แบบ
ลองโควิดกี่เดือนหาย
องค์การอนามัยโลกระบุว่าอาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นในราว 4–9 เดือน แต่ประมาณ 15 ใน 100 คนยังมีอาการเมื่อครบ 12 เดือน ตามตัวเลขประมาณการทั่วโลกปี 2565
ลองโควิดต้องไปหาหมอเมื่อไร
แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่า ถ้ามีอาการต่อเนื่องมากกว่า 2 เดือนและกระทบชีวิตประจำวัน ให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรง หรือสับสน ข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร 1669 ทันที
ฉีดวัคซีนโควิดช่วยลดโอกาสเป็นลองโควิดไหม
องค์การอนามัยโลกระบุว่าการได้วัคซีน 2 เข็มดูเหมือนลดโอกาสเกิดลองโควิด และการติดเชื้อซ้ำแต่ละครั้งมีความเสี่ยงใหม่ทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Post COVID-19 condition (long COVID) — Fact sheet (26 February 2025)World Health Organization
- ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของผู้ที่เคยป่วยเป็นโควิด-19 และแนวทางการจัดบริการสุขภาพ (วารสารกรมการแพทย์ ปีที่ 47 ฉบับที่ 2 เม.ย.–มิ.ย. 2565)สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์
- Fatigue — Medical EncyclopediaMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Asian GinsengNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-06
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
