เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
อาหารเสริมข้อและกระดูกสูตรรวม อ่านฉลากอย่างไรว่าแต่ละสารมีพอไหม
คำตอบสั้น: การอ่านฉลากอาหารเสริมข้อและกระดูกสูตรรวม ให้ดู ปริมาณของแต่ละสารเป็นมิลลิกรัมต่อหน่วย คูณจำนวนที่ฉลากให้กินต่อวัน แล้วเทียบกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัยในคน พร้อมดูว่าเป็นรูปแบบเดียวกับในงานวิจัยหรือไม่ เช่น ผงหรือสารสกัด และคอลลาเจนชนิดใด สำหรับแคลเซียมต้องดู "แคลเซียมธาตุ" ไม่ใช่น้ำหนักสารประกอบ ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติของสหรัฐ (NCCIH) เตือนว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายทั่วไปอาจต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานวิจัยในสาระสำคัญ จำนวนสารบนฉลากที่มากจึงไม่ได้บอกว่าได้ผลมากขึ้น แต่บอกว่าต้องเช็กยาตีกันหลายเรื่องขึ้น
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ขั้นแรก คูณปริมาณต่อหน่วยด้วยจำนวนหน่วยต่อวันตามฉลาก เพื่อได้ปริมาณต่อวันของแต่ละสาร
- ขั้นต่อมา เทียบกับขนาดในงานวิจัยในคน เช่น งานในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทยใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. งานคอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพใช้วันละ 40 มก. งานโรสฮิปใช้ผงวันละ 5 กรัม
- รูปแบบต้องตรงกัน ผงกับสารสกัดเทียบน้ำหนักตรง ๆ ไม่ได้ และคอลลาเจนไทป์ทูมีหลายชนิด
- แคลเซียม: ดูแคลเซียมธาตุ สถาบัน Linus Pauling แนะนำไม่เกินครั้งละ 500 มก. แคลเซียมธาตุ
- ดูผู้สนับสนุนงานวิจัย และบอกแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ากินอาหารเสริมอะไรอยู่
ทำไมสารบนฉลากเยอะ ไม่ได้แปลว่าได้ผลมากกว่า
เพราะสิ่งที่บอกผลคือปริมาณและรูปแบบของแต่ละสาร ไม่ใช่จำนวนชนิดสาร แคปซูลหนึ่งเม็ดมีน้ำหนักจำกัด เมื่อแบ่งพื้นที่ให้สารหลายชนิด แต่ละชนิดจึงมักได้ปริมาณน้อยลง
ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าแคปซูลหนักไม่ถึง 1 กรัม ก็ใส่สารสกัดชนิดหนึ่งถึงวันละ 1,500 มก. ไม่ได้ ถ้าจะได้เท่างานวิจัยต้องกินหลายเม็ด ซึ่งต้องเป็นไปตามที่ฉลากกำหนดเท่านั้น ห้ามกินเกินฉลากเอง
NCCIH ระบุในหน้า "Using Dietary Supplements Wisely" ว่า อาหารเสริมที่ซื้อจากร้านหรือออนไลน์อาจต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานวิจัยในจุดสำคัญ และหลักฐานที่หนักแน่นมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของอาหารเสริมมักยังขาดอยู่
ขั้นที่ 1: หาปริมาณต่อหน่วยและจำนวนหน่วยต่อวัน
อ่านตารางส่วนประกอบบนฉลาก แล้วจดปริมาณของแต่ละสารเป็นมิลลิกรัม (มก.) ต่อแคปซูลหรือต่อเม็ด จากนั้นดูวิธีรับประทานบนฉลากว่าให้กินวันละกี่หน่วย
- ปริมาณต่อวัน = ปริมาณต่อหน่วย × จำนวนหน่วยต่อวันตามฉลาก
- ถ้าฉลากเขียนวงเล็บ เช่น (98%) หรือ (40%) แปลว่ามีความหมายเฉพาะ อาจเป็นความบริสุทธิ์หรือสัดส่วนอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามผู้ผลิตหรือเภสัชกร อย่าเดาเอง
- วิตามินบางตัวเขียนเป็นน้ำหนักวัตถุดิบเข้มข้น เช่น "วิตามินดี 3 (100,000 IU/g)" ต้องแปลงหน่วยก่อนจึงจะรู้ว่าได้กี่ IU
พื้นฐานการอ่านฉลากอาหารเสริมทั่วไป ทั้งเลข อย. วันหมดอายุ และคำเตือน อ่านได้ที่ อ่านฉลากอาหารเสริมอย่างไร ดูตรงไหนก่อนซื้อ
ขั้นที่ 2: เทียบกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัยในคน
ขนาดที่ใช้ในงานวิจัยคือจุดอ้างอิงสำคัญ ว่าปริมาณบนฉลากใกล้หรือไกลจากที่เคยมีการทดลองแค่ไหน ตัวอย่างงานวิจัยในคนที่มักถูกยกมาพูดถึงในกลุ่มอาหารเสริมข้อ
- สารสกัดขมิ้นชัน: งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน วันละ 1,500 มก. เทียบกับยาไอบูโพรเฟนวันละ 1,200 มก. นาน 4 สัปดาห์ พบว่าคะแนนอาการดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน และกลุ่มขมิ้นชันมีอาการปวดหรือไม่สบายท้องน้อยกว่า งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก
- คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II): งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ใช้ วันละ 40 มก. นาน 180 วัน เทียบกับยาหลอก และกลูโคซามีน 1,500 มก. ร่วมคอนดรอยติน 1,200 มก.
- ผงโรสฮิป: งานทดลองแบบไขว้ในผู้ป่วยข้อสะโพกและข้อเข่าเสื่อม 94 คน ใช้ ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัม นาน 3 เดือน
ถ้าฉลากมีสารเดียวกันแต่ปริมาณต่อวันน้อยกว่าในงานวิจัยหลายสิบเท่า ผลของงานวิจัยนั้นก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง อ่านรายละเอียดงานขมิ้นชันเพิ่มได้ที่ ขมิ้นชันกับข้อเข่าเสื่อม งานวิจัยในคนว่าอย่างไร
ขั้นที่ 3: ดูรูปแบบของสาร ผง สารสกัด หรือชนิดย่อย
สารชื่อเดียวกันแต่คนละรูปแบบ อาจเทียบกันไม่ได้เลย จุดที่ต้องดูมีดังนี้
- ผงกับสารสกัด: งานโรสฮิปข้างต้นใช้ "ผง" ถ้าฉลากเขียน "สารสกัด" โดยไม่บอกอัตราสกัด จะเทียบน้ำหนักตรง ๆ ไม่ได้
- คอลลาเจนไทป์ทู: งานที่ใช้วันละ 40 มก. เป็นชนิด "ไม่เสียสภาพ" (undenatured) ส่วนคอลลาเจนที่ย่อยแล้ว (hydrolyzed) เป็นคนละแบบ ถ้าฉลากเขียนแค่ "คอลลาเจน ไทป์ ทู" จะรู้ไม่ได้ว่าเป็นชนิดเดียวกับในงานวิจัย ดูความต่างได้ที่ คอลลาเจนไทป์ทูคืออะไร
- สารมาตรฐาน: สมุนไพรบางชนิดควรบอกปริมาณสารสำคัญ เช่น ขมิ้นชันควรบอกปริมาณเคอร์คูมินอยด์ ถ้าฉลากไม่บอก ให้ถือว่าไม่รู้ว่าได้สารสำคัญเท่าไร
- คำโฆษณา: NCCIH ระบุว่าคำว่า "standardized" "verified" หรือ "certified" ที่ผู้ผลิตใช้ ไม่ได้รับประกันคุณภาพหรือความสม่ำเสมอเสมอไป
ขั้นที่ 4: แคลเซียมต้องดู "แคลเซียมธาตุ" ไม่ใช่น้ำหนักสารประกอบ
ตัวเลขข้างชื่อสารแคลเซียมบนฉลากมักเป็นน้ำหนักสารประกอบทั้งก้อน ไม่ใช่ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายได้ แคลเซียมธาตุคือส่วนของแคลเซียมจริง ๆ ในสารประกอบนั้น
สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต อธิบายว่าในสหรัฐ ฉลาก "Supplement Facts" ต้องแสดงแคลเซียมเป็นแคลเซียมธาตุ และบางครั้งต้องดูรายชื่อส่วนประกอบจึงจะรู้ว่าเป็นแคลเซียมชนิดใด ฉลากในไทยบางผลิตภัณฑ์ไม่ได้แสดงแคลเซียมธาตุรวมไว้ จึงต้องคำนวณจากสัดส่วนแคลเซียมของแต่ละสาร ซึ่งทำได้เฉพาะสารที่มีสูตรเคมีชัดเจน
ข้อแนะนำเพิ่มจากสถาบันเดียวกัน
- กินแคลเซียมไม่เกิน ครั้งละ 500 มก. แคลเซียมธาตุ เพื่อให้ดูดซึมได้ดี
- แคลเซียมเสริมส่วนใหญ่ควรกินพร้อมอาหาร
วิธีดูชนิดแคลเซียมแบบละเอียดอยู่ใน เลือกแคลเซียมเสริมอย่างไร ดูชนิดและแคลเซียมธาตุบนฉลาก
ขั้นที่ 5: ดูว่าใครทำและใครสนับสนุนงานวิจัย
งานวิจัยที่ทำหรือสนับสนุนโดยบริษัทเจ้าของวัตถุดิบยังใช้ได้ แต่ควรรอให้มีงานอิสระยืนยัน ตัวอย่างเช่น งานคอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ 191 คนข้างต้น ผู้วิจัยสองคนแรกสังกัดบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบนั้น
สิ่งที่ควรดูเพิ่มในงานวิจัยที่ถูกอ้าง
- ศึกษาในคนหรือในสัตว์และหลอดทดลอง ผลในเซลล์หรือสัตว์ยังใช้บอกผลในคนไม่ได้
- มีกลุ่มยาหลอกหรือไม่ งานขมิ้นชันไทยข้างต้นเทียบกับยาไอบูโพรเฟน ไม่มีกลุ่มยาหลอก
- ระยะเวลาศึกษา เช่น 4 สัปดาห์ หรือ 6 เดือน
- เป็นงานของสูตรผสมนั้นจริง หรือเป็นงานของสารเดี่ยวที่ถูกนำมารวมกัน
ความเชื่อที่พบบ่อย: สารธรรมชาติหลายตัวรวมกัน ยิ่งครอบคลุมและปลอดภัย จริงไหม
ไม่จริงเสมอไป NCCIH ระบุว่า สารจากธรรมชาติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอ อาหารเสริมบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยา หรือเสี่ยงสำหรับคนที่มีโรคบางอย่าง และบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือมีผลต่อยาระงับความรู้สึกเมื่อต้องผ่าตัด
ยิ่งมีหลายสาร ก็ยิ่งต้องเช็กหลายเรื่อง ตัวอย่างที่ควรรู้
- แคลเซียม: สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าแคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและควิโนโลน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์เลโวไทรอกซีน และการใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์เพิ่มโอกาสแคลเซียมในเลือดสูง
- ขมิ้นชันและขิง: เป็นสมุนไพรที่ต้องระวังในคนที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ดูรายละเอียดที่ ใช้ยาละลายลิ่มเลือดอยู่ อาหารเสริมตัวไหนที่ฉลากเตือนไว้บ้าง
NCCIH แนะนำให้ ทำตามวิธีใช้บนฉลาก ถ้ามีผลข้างเคียงให้หยุดและติดต่อบุคลากรสุขภาพ และบอกแพทย์ทุกครั้งว่าใช้อาหารเสริมอะไรอยู่ โดยเฉพาะก่อนผ่าตัด
ก่อนตัดสินใจ ถามตัวเองและเภสัชกร 5 ข้อนี้
ถ้าตอบไม่ได้ครบ ให้นำกล่องหรือรูปฉลากไปให้เภสัชกรที่ร้านยาหรือโรงพยาบาลช่วยดู
- ฉลากให้กินวันละกี่หน่วย และแต่ละสารได้วันละเท่าไร
- สารที่สนใจมีงานวิจัยในคนที่ขนาดใกล้เคียงกันหรือไม่ เป็นรูปแบบเดียวกันหรือไม่
- ถ้ามีแคลเซียม ได้แคลเซียมธาตุเท่าไร รวมกับที่ได้จากอาหารและยาที่แพทย์สั่งแล้วเกินหรือไม่
- คำเตือนบนฉลากตรงกับโรคหรือยาที่ใช้อยู่หรือไม่ เช่น นิ่ว ท่อน้ำดีอุดตัน การตั้งครรภ์
- ยาประจำตัวที่ต้องเว้นระยะมีตัวไหนบ้าง
ผู้ที่ปวดข้อเรื้อรัง ข้อบวมแดงร้อน หรือกังวลเรื่องกระดูกพรุน ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อน อาหารเสริมไม่ใช่ทางลัดแทนการตรวจและการรักษา และผู้ที่ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล
เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ถ้าใช้ 5 ขั้นข้างต้นกับฉลากนี้ จะได้ข้อมูลดังนี้ (ต่อวันละ 2 แคปซูลตามฉลาก ทุกตัวเลข "เท่า" เป็นค่าคำนวณ)
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทยใช้วันละ 1,500 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ตัวเลขต่อวันเท่ากับงาน UC-II ที่ใช้วันละ 40 มก. แต่ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นชนิดไม่เสียสภาพ จึงยังบอกไม่ได้ว่าเป็นขนาดเดียวกับในงานวิจัย และงานนั้นมีผู้วิจัยจากบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบ
- สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. ต่อแคปซูล (48.44 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานที่อ้างบ่อยใช้ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัม มากกว่าราว 103 เท่า และผงกับสารสกัดเทียบตรงไม่ได้ ฉลากไม่ระบุอัตราสกัด
- แคลเซียม — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวัน (คำนวณ) ส่วนคีเลต "(40%)" และแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ยืนยันปริมาณแคลเซียมไม่ได้
- วิตามินดี 3 — ราว 50 IU ต่อแคปซูล หรือราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ)
ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และ ยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ใช้แทนยารักษากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือการรักษาข้อเสื่อมที่แพทย์ให้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว หรือแพ้หอยและอาหารทะเล: มีโคลอสตรุ้มและแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
อาหารเสริมข้อที่มีหลายสาร ดีกว่าสารเดียวไหม
ไม่จำเป็น สิ่งที่บอกผลคือปริมาณและรูปแบบของแต่ละสารเทียบกับงานวิจัยในคน และงานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานของสารเดี่ยว ไม่ใช่สูตรผสม
งานวิจัยขมิ้นชันกับข้อเข่าเสื่อมใช้ขนาดวันละเท่าไร
งานในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทยใช้สารสกัดขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. นาน 4 สัปดาห์ แต่ห้ามกินเกินขนาดที่ฉลากผลิตภัณฑ์กำหนด และควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ดูปริมาณแคลเซียมบนฉลากอย่างไร
ให้ดูแคลเซียมธาตุ ไม่ใช่น้ำหนักสารประกอบ เช่น แคลเซียมคาร์บอเนตหรือแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต ถ้าฉลากไม่บอกแคลเซียมธาตุ ให้ถามผู้ผลิตหรือเภสัชกร
คอลลาเจนไทป์ทูบนฉลากเหมือนในงานวิจัยไหม
งานที่ใช้วันละ 40 มก. เป็นชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) ถ้าฉลากไม่ระบุชนิด จะบอกไม่ได้ว่าเป็นแบบเดียวกับในงานวิจัย
กินอาหารเสริมสูตรรวมพร้อมยาประจำตัวได้ไหม
ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจก่อน เพราะแคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาบางชนิด และสมุนไพรบางตัวต้องระวังกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Using Dietary Supplements WiselyNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH), NIH
- Efficacy and safety of Curcuma domestica extracts compared with ibuprofen in patients with knee osteoarthritis: a multicenter study (Clin Interv Aging 2014)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Efficacy and tolerability of an undenatured type II collagen supplement in modulating knee osteoarthritis symptoms (Nutr J 2016)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- A powder made from seeds and shells of a rose-hip subspecies (Rosa canina) reduces symptoms of knee and hip osteoarthritis (Scand J Rheumatol 2005)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- Calcium — Micronutrient Information CenterLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-06
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
