บทความความรู้สุขภาพ

วิธีอ่านฉลากอาหารเสริม 7 จุดที่ต้องดูก่อนจ่ายเงิน

ภาพประกอบบทความ วิธีอ่านฉลากอาหารเสริม 7 จุดที่ต้องดูก่อนจ่ายเงิน

ฉลากอาหารเสริมที่ขายถูกกฎหมายในไทยต้องมีข้อมูลบังคับอยู่จำนวนหนึ่ง ถ้าคุณรู้ว่าต้องมองตรงไหน คุณจะใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็บอกได้แล้วว่ากล่องนี้ให้ข้อมูลครบหรือกำลังปิดบังอะไรอยู่

บทความนี้ไล่ให้ดูทีละจุด เรียงตามลำดับที่ควรมองจริง ๆ

1. เลขสารบบอาหาร หรือที่เรียกกันว่าเลข อย.

เป็นเลข 13 หลักในกรอบเครื่องหมาย อย. ปกติพิมพ์อยู่ด้านข้างหรือด้านหลังกล่อง ใกล้กับบาร์โค้ด

จุดสำคัญคือเลขนี้ไม่ได้มีไว้ให้ดูเฉย ๆ แต่มีไว้ให้ตรวจ พิมพ์เลขนี้ลงเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ฟรี ระบบจะบอกชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้รับอนุญาต และสถานะว่าทะเบียนยังคงอยู่หรือถูกยกเลิกไปแล้ว

ถ้าบนกล่องไม่มีเลขนี้เลย ให้วางกล่องลงแล้วเดินออกมา

2. ชื่อผลิตภัณฑ์ตามทะเบียน ไม่ใช่ชื่อที่ตัวใหญ่ที่สุด

ชื่อที่พิมพ์ตัวใหญ่กลางกล่องคือชื่อทางการค้า ส่วนชื่อที่จดทะเบียนไว้กับ อย. มักพิมพ์ตัวเล็กกว่ามาก ในรูปแบบเช่น "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา ...)"

ชื่อที่ต้องเอาไปเทียบกับผลการค้นในระบบ อย. คือชื่อตัวเล็กนี้ ไม่ใช่ชื่อตัวใหญ่

3. ตารางส่วนประกอบสำคัญ ต้องมีปริมาณกำกับ

นี่คือจุดที่แยกฉลากที่ตรงไปตรงมาออกจากฉลากที่เล่นคำ

ฉลากที่ดีจะเขียนว่า "สารสกัดจากขิง 20 มิลลิกรัม" ฉลากที่กำลังปิดบังจะเขียนแค่ "มีส่วนผสมของขิง" โดยไม่บอกปริมาณ ซึ่งอาจหมายถึงหนึ่งมิลลิกรัมก็ได้

ถ้าไม่มีปริมาณกำกับ คุณเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นไม่ได้เลย

4. ขนาดบรรจุและน้ำหนักต่อแคปซูล

ดูสองตัวคู่กันเสมอ เช่น "10 แคปซูล x 500 มิลลิกรัม" กล่องที่มี 30 แคปซูลราคาสามพันบาท กับกล่องที่มี 10 แคปซูลราคาหนึ่งพันบาท ต้องคิดเป็นราคาต่อแคปซูลก่อนถึงจะเทียบกันได้

5. คำเตือนตามกฎหมาย

ฉลากอาหารเสริมที่ถูกต้องต้องมีข้อความว่า "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" และมักมีคำเตือนเฉพาะเพิ่ม เช่น เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน หรือคำเตือนสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ถ้าคุณมียาประจำตัวอยู่ คำเตือนบรรทัดนี้สำคัญกว่าคำโฆษณาทั้งกล่องรวมกัน

6. ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย

ต้องมีชื่อนิติบุคคลและที่อยู่จริง ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์ กล่องที่บอกแค่ว่า "จัดจำหน่ายโดยทีมงานคุณภาพ" ไม่ถือว่าครบ

ที่อยู่ผู้ผลิตยังใช้เทียบกับสิ่งที่ระบบ อย. แสดงได้ด้วย ถ้าสองที่ไม่ตรงกันควรถามผู้ขายว่าเพราะอะไร

7. วันผลิตและวันหมดอายุ

ต้องอ่านออกและยังไม่หมดอายุ ถ้าตัวเลขเลือนหรือถูกลบออก อย่ารับสินค้าชิ้นนั้น

สิ่งที่ฉลากไม่มีวันบอกคุณ

ฉลากบอกได้ว่ามีอะไรอยู่ในกล่องเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่ามันจะเหมาะกับร่างกายของคุณหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าคุณมีโรคประจำตัว กำลังใช้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์

เรื่องนั้นต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณเท่านั้น ไม่มีฉลากไหนและไม่มีคนขายคนไหนตอบแทนได้

สรุปเป็นเช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงิน

  1. มีเลข อย. 13 หลัก และค้นในระบบ อย. แล้วเจอ สถานะคงอยู่
  2. ชื่อตามทะเบียนตรงกับที่ระบบแสดง
  3. มีตารางส่วนประกอบพร้อมปริมาณเป็นมิลลิกรัม
  4. รู้ขนาดบรรจุและคิดราคาต่อแคปซูลได้
  5. มีคำเตือนตามกฎหมายครบ
  6. มีชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตกับผู้จัดจำหน่าย
  7. วันหมดอายุอ่านออกและยังไม่ถึงกำหนด

หน้าสินค้าทุกหน้าบนเว็บนี้ลอกข้อมูลทั้ง 7 จุดนี้มาจากฉลากจริง เปิดเทียบกับกล่องที่คุณถืออยู่ได้เลย

ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าฉลากบอกส่วนประกอบแต่ไม่บอกปริมาณ ผิดกฎหมายไหม

การแสดงปริมาณของส่วนประกอบสำคัญเป็นสิ่งที่ฉลากอาหารเสริมควรระบุ และในทางปฏิบัติ ฉลากที่ไม่ระบุปริมาณทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบสินค้าไม่ได้เลย ถ้าเจอกรณีแบบนี้ควรสอบถามผู้ขายให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ

ชื่อบนกล่องกับชื่อในระบบ อย. ไม่ตรงกัน ผิดปกติไหม

ชื่อทางการค้าที่พิมพ์ตัวใหญ่กับชื่อตามทะเบียนมักไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องตรงกันคือชื่อตามทะเบียนที่พิมพ์ตัวเล็ก เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา ...) กับชื่อที่ระบบ อย. แสดงเมื่อค้นด้วยเลขบนกล่อง

ทำไมต้องคิดราคาต่อแคปซูล

เพราะแต่ละยี่ห้อบรรจุจำนวนไม่เท่ากันและน้ำหนักต่อแคปซูลไม่เท่ากัน การเทียบราคาต่อกล่องอย่างเดียวจึงทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เอาราคาหารด้วยจำนวนแคปซูลก่อนแล้วค่อยเทียบ

กล่องที่ไม่มีคำว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรซื้อไหม

ข้อความนี้เป็นข้อความที่ฉลากอาหารเสริมต้องมี ถ้าไม่มีถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวัง และควรตรวจเลข อย. กับระบบของ อย. ก่อนตัดสินใจ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-11

อ่านต่อ

ซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรบอกอะไรและควรถามอะไรก่อน

ก่อนซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรพาไปถามเภสัชกรพร้อมกล่องและรายการยาที่ท่านใช้อยู่ พร้อมคำเตือน 4 ข้อบนฉลากที่ต้องอ่านให้ครบก่อน

ซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ต่างจากแพลตฟอร์มอย่างไร

ความต่างระหว่างซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งกับซื้อในแพลตฟอร์ม และวิธีตรวจผู้ขายรายใดก็ได้ด้วยเลข อย. 13-1-01566-5-0066

คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์

รวมคำถามเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์ ราคาชุด 890 2,490 4,590 7,890 12,990 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ พร้อมย้ำว่าราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลา

ซื้อเบต้าแคร์ชุด 4 8 15 และ 25 กล่อง ตกกล่องละและวันละเท่าไร

ชุด 4 กล่อง 2,490 ตกกล่องละ 622.50 บาท ชุด 8 กล่อง 4,590 ตกกล่องละ 573.75 บาท ชุด 15 และ 25 กล่องพร้อมราคาต่อวันและวิธีคิดเลขให้ตรวจเองได้

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 425 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท