บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ผื่นแพ้อากาศ อากาศร้อน เย็น ชื้น ทำให้ผื่นขึ้นได้อย่างไร

คำตอบสั้น: "ผื่นแพ้อากาศ" ไม่ใช่ชื่อโรคเดียว คนไทยใช้เรียกผื่นหลายแบบที่ขึ้นตามสภาพอากาศ ที่พบในแหล่งทางการ ได้แก่ ลมพิษที่เกิดจากความเย็นหรือความร้อนและเหงื่อ ผื่นร้อน (ผดร้อน) ที่เกิดจากต่อมเหงื่ออุดตัน และผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบเมื่ออากาศร้อนหรืออุณหภูมิเปลี่ยน การดูแลจึงต่างกันตามชนิดผื่น ลมพิษจากความเย็นต้องระวังเป็นพิเศษเวลาลงน้ำเย็นทั้งตัว เพราะในงานวิจัยเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยของการแพ้รุนแรง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ลมพิษจากความเย็น NHS ระบุความเย็น เช่น น้ำเย็นหรือลม เป็นตัวกระตุ้นลมพิษ งานในผู้ใหญ่ 92 คนในสโลวีเนีย (ตีพิมพ์ปี 2568) พบว่าการแช่น้ำทั้งตัวเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยของการแพ้รุนแรงในกลุ่มนี้
  • ลมพิษจากความร้อนและเหงื่อ NHS ระบุผิวร้อนมีเหงื่อจากการออกกำลังกาย ความเครียด หรืออาหารเผ็ด
  • ผื่นร้อน (ผดร้อน) NHS ระบุว่าเกิดจากเหงื่อออกมากจนต่อมเหงื่ออุดตัน ดูแลด้วยการทำให้ผิวเย็น
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง NHS ระบุว่าความร้อนหรือการเปลี่ยนอุณหภูมิทำให้กำเริบได้ และแนะนำให้ทาสารให้ความชุ่มชื้นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • ผื่นที่มีไข้ พุพอง ผิวลอก หรือขึ้นหลังเริ่มยาใหม่ ไม่ใช่ผื่นแพ้อากาศ ต้องไปพบแพทย์

ผื่นแพ้อากาศหมายถึงอะไรได้บ้าง

แหล่งทางการไม่ได้ใช้คำว่า "ผื่นแพ้อากาศ" เป็นชื่อโรค ผื่นที่สัมพันธ์กับอากาศและพบในแหล่งที่เราเปิดอ่านมีอย่างน้อย 3 กลุ่ม

  • ลมพิษที่มีตัวกระตุ้นทางกายภาพ เอกสารของภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าผู้ป่วยบางรายเป็นลมพิษจากปฏิกิริยาของผิวที่ตอบสนองผิดปกติต่อความร้อน ความเย็น น้ำหนักกดรัด แสงแดด หรือการออกกำลังกาย MedlinePlus (หน้าลมพิษ ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ระบุว่าลมพิษเกิดได้จากความเย็นจัดหรือแสงแดด เหงื่อออกมาก และการสัมผัสน้ำ
  • ผื่นร้อน (heat rash) ตุ่มเล็ก ๆ จากต่อมเหงื่ออุดตัน
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic eczema) ที่กำเริบตามอุณหภูมิ ร่วมกับผิวแห้ง

อีกกลุ่มที่คนมักเรียกว่าแพ้อากาศ คือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งเป็นอาการทางจมูก ไม่ใช่ผื่น อ่านความต่างของผื่นแพ้สัมผัสกับผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ที่ ผื่นแพ้สัมผัส กับ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ต่างกันอย่างไร

ผื่นแพ้อากาศเย็น ลมพิษจากความเย็น ต้องระวังอะไร

ลมพิษจากความเย็นคือผื่นนูนคันหรือบวมหลังโดนความเย็น NHS (หน้าลมพิษ ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ระบุความเย็น เช่น น้ำเย็นหรือลม เป็นตัวกระตุ้นลมพิษ

งานในผู้ใหญ่ที่เป็นลมพิษจากความเย็น 92 คน ในสโลวีเนีย (Frontiers in Immunology ตีพิมพ์ปี 2568) รายงานข้อมูลที่ควรรู้ ดังนี้

  • ผู้ป่วยรายงานตัวกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ การแช่น้ำทั้งตัว (ร้อยละ 72.8) อากาศเย็น (ร้อยละ 71.7) การเข้าจากที่เย็นมาที่อุ่น (ร้อยละ 51.1) การสัมผัสพื้นผิวเย็น ลม ฝนในฤดูร้อน และอาหารหรือเครื่องดื่มเย็น (ร้อยละ 27.2)
  • ร้อยละ 35.9 ได้รับการวินิจฉัยว่าเคยแพ้รุนแรงจากความเย็น และตัวกระตุ้นของการแพ้รุนแรงที่พบบ่อยในงานนี้คือการแช่น้ำทั้งตัว
  • ผู้ที่เคยแพ้รุนแรงมีผื่นทั่วตัว บวมใต้ผิวหนัง และอาการในปากหรือคอ บ่อยกว่าผู้ที่ไม่เคย
  • ผู้วิจัยทดสอบด้วยก้อนน้ำแข็งวางบนผิว แต่ผู้ป่วยร้อยละ 42.4 ผลทดสอบเป็นลบ แม้มีอาการ

งานนี้ประเมินผู้ป่วยที่ศูนย์วิชาการเฉพาะทางแห่งเดียว เป็นงานสังเกต ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ผลจึงอาจไม่ตรงกับผู้ป่วยที่อาการน้อยในชุมชน

คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่เคยมีผื่นนูนหรือบวมหลังโดนน้ำเย็น ห้องแอร์เย็น หรือเครื่องดื่มเย็น ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนลงสระ ทะเล หรือน้ำตก และไม่ลงน้ำคนเดียว ถ้าแพทย์สั่งปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ พกติดตัวและใช้ตามแผน ถ้ามีปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก หรือหน้ามืดหลังลงน้ำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผื่นแพ้อากาศร้อน ผดร้อน กับลมพิษจากเหงื่อ ต่างกันอย่างไร

ผื่นร้อน (heat rash) NHS (หน้าผื่นร้อน ทบทวน 9 พ.ค. 2567) ระบุลักษณะดังนี้

  • ตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาดราว 2–4 มม. บางตุ่มมีน้ำข้างใน
  • คันหรือรู้สึกแสบยิบ ๆ เหมือนเข็มทิ่ม
  • บวมเล็กน้อย
  • บนผิวขาวเห็นเป็นสีแดง บนผิวคล้ำอาจมองเห็นยากหรือเป็นสีเทาหรือขาว
  • ขึ้นได้ทุกที่และลามได้ แต่ไม่ติดต่อ

NHS ระบุว่าผื่นร้อนมักเกิดจากเหงื่อออกมาก ต่อมเหงื่ออุดตัน แล้วเหงื่อที่ค้างทำให้เกิดผื่นตามมาภายในไม่กี่วัน

ลมพิษจากความร้อนและเหงื่อ มีลักษณะแบบลมพิษทั่วไป คือ MedlinePlus ระบุว่าเป็นผื่นนูนขอบชัด เปลี่ยนรูป หายแล้วขึ้นใหม่ภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง NHS ระบุผิวร้อนมีเหงื่อจากการออกกำลังกาย ความเครียด หรืออาหารเผ็ด เป็นตัวกระตุ้นลมพิษ อ่านเรื่องผื่นจากเหงื่อได้ที่ ผื่นแพ้เหงื่อ

วิธีดูแลผื่นร้อนที่ NHS แนะนำ หลักคือทำให้ผิวเย็นเพื่อไม่ให้เหงื่อออกจนระคายผื่น

  • ใส่เสื้อผ้าฝ้ายหลวม ๆ และใช้เครื่องนอนบาง
  • อาบน้ำเย็นหรือแช่น้ำเย็น
  • ดื่มน้ำให้พอเพื่อไม่ให้ขาดน้ำ ยกเว้นผู้ที่แพทย์ให้จำกัดน้ำ
  • ประคบด้วยผ้าชุบน้ำหรือถุงน้ำแข็งห่อผ้า ไม่เกิน 20 นาที เพื่อลดคัน
  • ตบเบา ๆ แทนการเกา และไม่ใช้สบู่หรือครีมที่มีน้ำหอม

คำแนะนำของบทความ: ข้อแนะนำเรื่องน้ำเย็นและประคบเย็นข้างต้นเป็นของผื่นร้อน ผู้ที่เคยเป็นลมพิษจากความเย็นไม่ควรใช้วิธีนี้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นผื่นชนิดไหน ให้ถามเภสัชกรก่อน NHS ระบุว่าเภสัชกรอาจแนะนำโลชั่นคาลาไมน์ ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด หรือครีมไฮโดรคอร์ติโซน (เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีต้องให้แพทย์แนะนำก่อนใช้ครีมนี้)

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อากาศเปลี่ยนแล้วกำเริบ ดูแลอย่างไร

ความร้อนและการเปลี่ยนอุณหภูมิเป็นตัวกระตุ้น NHS (หน้าผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ทบทวน 6 ก.ย. 2567) ระบุว่าผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบได้จากความร้อนหรือการเปลี่ยนอุณหภูมิ สารก่อภูมิแพ้หรือสารระคาย เช่น สบู่ ผงซักฟอก ผ้าบางชนิด ไรฝุ่น การติดเชื้อที่ผิว และความเครียด ผิวจะคัน แห้ง แตก เป็นขุย หรือหนาขึ้น

สิ่งที่ NHS แนะนำ ได้แก่

  • ทาสารให้ความชุ่มชื้น (emollient) ให้บ่อยเท่าที่ทำได้ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และทาต่อแม้ผื่นดีขึ้น
  • ใช้สารให้ความชุ่มชื้นแทนสบู่ในการล้างตัว
  • อยู่ในที่เย็น เพราะความร้อนทำให้คันมากขึ้น
  • ไม่เกา ถ้าคันให้ใช้นิ้วถูเบา ๆ แทน
  • ไม่ใช้ครีมชนิด aqueous cream เพราะอาจระคายผิวและทำให้ผื่นแย่ลง

NHS ระบุว่าการรักษาหลักคือสารให้ความชุ่มชื้นและยาทาสเตียรอยด์ ซึ่งควรใช้ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ (ข่าว 21 ม.ค. 2568) ระบุว่าการซื้อยาทาสเตียรอยด์ควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง อ่านเรื่องผิวแห้งในวัย 40 ขึ้นไปได้ที่ ผิวแห้งขึ้นเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป

ดูแลผิวอย่างไรในแต่ละฤดู

คำแนะนำของบทความ ซึ่งสรุปจากข้อแนะนำของ NHS ข้างต้น แยกตามชนิดผื่น

  • หน้าร้อน (ผื่นร้อน ลมพิษจากเหงื่อ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง) ใส่เสื้อผ้าฝ้ายหลวม ๆ อยู่ในที่เย็น ลดการออกแรงกลางแดดจัด อาบน้ำเย็นหลังเหงื่อออก ทาสารให้ความชุ่มชื้นต่อ
  • หน้าฝนหรืออากาศชื้น เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อหรือเปียกฝน เพราะ NHS ระบุว่าเหงื่อทำให้ผื่นร้อนระคายมากขึ้น และใส่ถุงมือยางนาน ๆ ทำให้เหงื่อออกจนผื่นผิวหนังอักเสบแย่ลง
  • หน้าหนาวหรือห้องแอร์เย็น (ผิวแห้ง ลมพิษจากความเย็น) ทาสารให้ความชุ่มชื้นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ผู้ที่เป็นลมพิษจากความเย็นให้สวมเสื้อคลุมเมื่อเข้าที่เย็น เลี่ยงน้ำเย็นจัดและเครื่องดื่มเย็นจัดถ้าเคยมีอาการ
  • ทุกฤดู ไม่เกา ไม่ใช้สบู่หรือครีมที่มีน้ำหอม และจดว่าผื่นขึ้นหลังสัมผัสอะไร

ความเชื่อ: ผื่นแพ้อากาศเกิดจากภูมิคุ้มกันต่ำ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายแบบนั้น NHS (หน้าภูมิแพ้ ทบทวน 5 มี.ค. 2569) อธิบายว่าภูมิแพ้คือร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย ส่วนผื่นร้อนเกิดจากต่อมเหงื่ออุดตัน ซึ่งไม่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่ำ

ผื่นแบบไหนไม่ใช่แพ้อากาศ ต้องพบแพทย์

นัดพบแพทย์ กรณีที่ NHS แนะนำ

  • ผื่นร้อนไม่ดีขึ้นหลังไม่กี่วัน
  • มีอาการของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด กรณีที่ NHS ให้ขอนัดด่วน

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีตุ่มพอง สะเก็ด น้ำเหลืองไหล หรือตุ่มหนอง
  • ผื่นเจ็บ บวม หรือร้อน หรือแย่ลงหรือลามเร็ว
  • มีไข้หรือรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย NHS ระบุว่าอาจเป็นการติดเชื้อที่ผิว หรือภาวะที่รุนแรงกว่าที่เรียกว่า eczema herpeticum ซึ่งอาจต้องได้ยาจากแพทย์
  • ลมพิษไม่ดีขึ้นหลัง 2 วัน ผื่นลาม เป็นซ้ำบ่อย หรือมีบวมใต้ผิวหนัง

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปาก ลิ้น คอบวม หายใจหรือกลืนลำบาก หน้ามืดเป็นลม หรือผื่นลามทั่วตัว ผิวพอง ลอก หรือเจ็บ หลังเริ่มยาใหม่ ซึ่งหน้ากลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสันของ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ดูรายการเต็มท้ายบทความ อ่านเรื่องผื่นแพ้ยาได้ที่ แพ้ยา อาการออกตอนไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องผื่นแพ้อากาศ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผื่นแพ้อากาศ ลมพิษจากความเย็นหรือความร้อน ผื่นร้อน หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังดีขึ้น หรือทำให้ผิวทนอากาศได้มากขึ้น และไม่ใช้แทนสารให้ความชุ่มชื้น ยาทา ยาแก้แพ้ หรือปากกาอะดรีนาลีนที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้หรือยาทาที่แพทย์สั่งห้ามหยุดหรือลดยาเอง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. (เบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 2 มก. ต่อวัน คำนวณ) — แผ่นหลักฐานที่เราใช้ไม่มีงานวิจัยในคนเรื่องเบต้าแคโรทีนกับผื่นหรือผิวแพ้อากาศ งานในคนที่ใหญ่และเกี่ยวข้องเป็นเรื่องความปลอดภัย งาน ATBC (ตีพิมพ์ปี 2537) ในชายฟินแลนด์ที่สูบบุหรี่ 29,133 คน ให้เบต้าแคโรทีนวันละ 20 มก. (ราว 10 เท่าของแคปซูล คำนวณ) พบมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และงานทดลอง CARET (ตีพิมพ์ปี 2539) ที่ให้เบต้าแคโรทีนวันละ 30 มก. ร่วมกับเรตินอล (ราว 15 เท่า คำนวณ) ต้องหยุดก่อนกำหนด ยังไม่มีงานบอกว่าขนาดในแคปซูลปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในคนสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ซิงค์ 5.8 มก. ตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — แผ่นหลักฐานไม่มีงานเรื่องซิงค์กินกับผื่นแพ้อากาศ ถ้าเป็นสังกะสีธาตุ 11.6 มก. ต่อวันจะเกินค่าแนะนำต่อวันของผู้ใหญ่ไทยเล็กน้อย (ชายวัย 31 ปีขึ้นไปราวร้อยละ 106–113 หญิงราวร้อยละ 126–135 คำนวณ ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย ปี 2563) และต่ำกว่าค่าสูงสุดที่รับได้ต่อวัน 40 มก. แต่ฉลากไม่ระบุรูปเกลือ ปริมาณสังกะสีจริงจึงอาจน้อยกว่านี้ ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือซิงค์อยู่แล้วให้นับรวม และผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาหรือยากินสเตียรอยด์ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาทา ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลมหมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการถึงขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • ผื่นลามไปทั่วตัว หรือผื่นวงกลมที่ตรงกลางสีเข้มขอบนอกสีจาง หลังเริ่มยาใหม่หรือหลังติดเชื้อ
  • มีผื่นที่ผิวเจ็บ บวม พอง หรือลอก
  • ปาก หน้า ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือตา บวมหรือเจ็บ

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ภาวะบวมใต้ผิวหนัง (ทบทวน 25 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (ทบทวน 4 มี.ค. 2569)

ระหว่างรอรถพยาบาล หน้าแพ้รุนแรงของ NHS ให้ใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล ให้นอนราบ ยกขาได้ ถ้าหายใจลำบากให้ยกไหล่ขึ้นหรือค่อย ๆ ลุกนั่ง (หญิงตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย) ห้ามลุกยืนหรือเดินเลยแม้จะรู้สึกดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 5 นาทีให้ใช้ปากกาอันที่ 2 หน้าหอบหืด ภาวะบวมใต้ผิวหนัง และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสันของ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: ห้ามกินยาแก้แพ้แล้วรอดูอาการแทนการโทร 1669

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ผื่นแพ้อากาศคืออะไร

ไม่ใช่ชื่อโรคเดียว อาจหมายถึงลมพิษจากความเย็นหรือความร้อนและเหงื่อ ผื่นร้อนจากต่อมเหงื่ออุดตัน หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน การดูแลต่างกันตามชนิดผื่น จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผื่นแพ้อากาศร้อนดูแลอย่างไร

ถ้าเป็นผื่นร้อน NHS แนะนำให้ทำผิวให้เย็น ใส่เสื้อผ้าฝ้ายหลวม อาบน้ำเย็น ประคบผ้าชุบน้ำไม่เกิน 20 นาที ตบเบา ๆ แทนการเกา และไม่ใช้สบู่หรือครีมที่มีน้ำหอม ถ้าไม่ดีขึ้นในไม่กี่วันให้พบแพทย์

ผื่นแพ้อากาศเย็นอันตรายไหม

ลมพิษจากความเย็นส่วนใหญ่เป็นผื่นคัน แต่งานในผู้ใหญ่ 92 คนพบว่าราวหนึ่งในสามเคยแพ้รุนแรง และตัวกระตุ้นที่พบบ่อยคือการแช่น้ำเย็นทั้งตัว ผู้ที่เคยมีอาการควรปรึกษาแพทย์ก่อนลงน้ำ และไม่ลงน้ำคนเดียว

ผื่นแพ้อากาศกินยาอะไร

ให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกตามชนิดผื่น NHS ระบุว่าเภสัชกรอาจแนะนำโลชั่นคาลาไมน์ ยาแก้แพ้ หรือครีมไฮโดรคอร์ติโซนสำหรับผื่นร้อน ส่วนผื่นภูมิแพ้ผิวหนังใช้สารให้ความชุ่มชื้นและยาทาตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง

ผื่นแบบไหนไม่ใช่แพ้อากาศ

ผื่นที่มีตุ่มพอง หนอง น้ำเหลือง เจ็บ บวม ร้อน หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์วันนี้ ส่วนผื่นลามทั่วตัว ผิวพองหรือลอกหลังเริ่มยาใหม่ หรือมีปากและคอบวม หายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท