บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากอะไร กินอะไรทำให้เป็น ใครเสี่ยง

คำตอบสั้น: นิ่วในถุงน้ำดีเกิดเมื่อ น้ำดีมีคอเลสเตอรอลหรือบิลิรูบินมากเกินไป หรือมีเกลือน้ำดีไม่พอ หรือเมื่อถุงน้ำดีบีบตัวไล่น้ำดีออกไม่หมด สารเหล่านี้จึงตกตะกอนเป็นก้อน คนที่เสี่ยงมากขึ้นคือ ผู้หญิง คนอายุเกิน 40 ปี คนน้ำหนักเกิน คนที่ลดน้ำหนักเร็วมาก คนเป็นเบาหวาน และคนที่มีประวัติในครอบครัว อาหารมันมักเป็นตัว "กระตุ้นอาการปวด" ในคนที่มีนิ่วอยู่แล้ว ส่วนความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วผูกกับรูปแบบการกินโดยรวมและน้ำหนักตัวมากกว่า

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • นิ่วมี 2 ชนิดหลัก คือ นิ่วคอเลสเตอรอล (พบบ่อยที่สุด) และนิ่วสารสี (pigment stone) ที่มีสีเข้มและเกิดจากบิลิรูบิน
  • MedlinePlus ระบุว่า นิ่วคอเลสเตอรอลไม่ได้สัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
  • NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไต สหรัฐ) ระบุว่าการลดน้ำหนักเร็วเกินไป และการลดแล้วกลับมาอ้วนซ้ำ ๆ เพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว
  • นิ่วส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ถ้าตรวจเจอโดยบังเอิญและไม่มีอาการ มักยังไม่ต้องรักษา แต่ต้องรู้จักอาการเตือน
  • ปวดท้องขวาบนรุนแรงไม่ทุเลา มีไข้หรือหนาวสั่น หรือตัวเหลืองตาเหลือง ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

น้ำดีและถุงน้ำดีทำหน้าที่อะไร

ตับเป็นคนผลิตน้ำดี ส่วนถุงน้ำดีเป็นแค่ที่เก็บ NIDDK อธิบายว่าถุงน้ำดีเป็นอวัยวะเล็ก ๆ รูปลูกแพร์ อยู่ใต้ตับทางด้านขวาบนของท้อง

น้ำดีประกอบด้วยคอเลสเตอรอล เกลือน้ำดี และบิลิรูบิน (สารสีเหลืองจากการสลายเม็ดเลือดแดงเก่า) เมื่อเรากินอาหาร ร่างกายส่งสัญญาณให้ถุงน้ำดีบีบตัว ปล่อยน้ำดีผ่านท่อน้ำดีลงไปที่ลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อช่วยย่อยไขมัน

ทางเดินน้ำดีจึงมี 2 ส่วนที่ต้องรู้จัก

  • ถุงน้ำดี ที่เก็บน้ำดีไว้ระหว่างมื้อ
  • ท่อน้ำดี ที่ลำเลียงน้ำดีจากตับและถุงน้ำดีลงลำไส้ รวมทั้งท่อน้ำดีใหญ่ (common bile duct) ซึ่งเป็นจุดที่นิ่วหลุดลงไปอุดได้

นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากอะไร

NIDDK ระบุว่านิ่วเกิดได้เมื่อน้ำดีมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป มีบิลิรูบินมากเกินไป หรือมีเกลือน้ำดีไม่พอ และเกิดได้เมื่อถุงน้ำดีบีบตัวไม่หมดหรือไม่บ่อยพอ น้ำดีจึงค้างนาน นักวิจัยเองก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่าทำไมน้ำดีถึงเปลี่ยนไปแบบนี้

นิ่วมีขนาดได้ตั้งแต่เม็ดทรายจนถึงลูกกอล์ฟ บางคนมีก้อนใหญ่ก้อนเดียว บางคนมีก้อนเล็กเป็นร้อยก้อน

นิ่วคอเลสเตอรอล

เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด มักมีสีเหลืองอมเขียว ทำจากคอเลสเตอรอลที่จับตัวแข็ง NIDDK ระบุว่าในบางประเทศ นิ่วชนิดนี้คิดเป็นราว 75% ของนิ่วทั้งหมด

นิ่วสารสี หรือนิ่วสีเข้ม

นิ่วชนิดนี้มีสีเข้มและทำจากบิลิรูบิน MedlinePlus อธิบายว่าเกิดเมื่อน้ำดีมีบิลิรูบินมากเกินไป ซึ่งมักมาจากการที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลายมากผิดปกติ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับนิ่วชนิดนี้ ได้แก่

  • โรคที่เม็ดเลือดแดงแตกง่าย (โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก)
  • ตับแข็ง
  • การติดเชื้อในทางเดินน้ำดี

บางคนมีนิ่วทั้งสองชนิดปนกัน ชนิดของนิ่วสำคัญเพราะมีผลต่อวิธีรักษา อ่านต่อได้ที่ นิ่วในถุงน้ำดี หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร

ใครเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ปัจจัยเสี่ยงที่ NIDDK และ MedlinePlus ระบุ

  • ผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น เช่น ตั้งครรภ์ ใช้ฮอร์โมนทดแทน หรือกินยาคุมกำเนิด
  • อายุมากขึ้น MedlinePlus ระบุว่าพบมากขึ้นในคนอายุเกิน 40 ปี
  • น้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยเฉพาะในผู้หญิง NIDDK อธิบายว่าคนอ้วนอาจมีคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูง และมีถุงน้ำดีขนาดใหญ่ที่ทำงานได้ไม่ดี
  • ลดน้ำหนักเร็วมาก เช่น อดอาหารหนัก กินอาหารพลังงานต่ำมาก หรือหลังผ่าตัดลดน้ำหนัก
  • ประวัติครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้องเป็นนิ่ว
  • เบาหวาน (MedlinePlus)
  • กลุ่มอาการเมตาบอลิก (metabolic syndrome) ซึ่ง NIDDK ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงทั้งการเกิดนิ่วและภาวะแทรกซ้อน
  • ตับแข็ง และโรคลำไส้บางชนิดที่ดูดซึมอาหารได้ไม่ดี
  • ได้อาหารทางหลอดเลือดดำเป็นเวลานาน

จะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงหลายข้อเป็นกลุ่มเดียวกับไขมันพอกตับและเบาหวาน คนที่มีปัจจัยเหล่านี้หลายข้อจึงควรดูแลน้ำหนักและผลเลือดโดยรวม อ่านเพิ่มที่ ไขมันพอกตับคืออะไร และ ไขมันในเลือดสูง อ่านผลอย่างไร

นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากกินอะไร อาหารมันเป็นต้นเหตุจริงไหม

อาหารมันเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดมากกว่าเป็นต้นเหตุเดี่ยว ๆ NIDDK ระบุว่าอาการปวดจากนิ่วมักเกิดหลังมื้อหนัก และ MedlinePlus ระบุว่าอาการปวดจากถุงน้ำดีอักเสบพบบ่อยขึ้นหลังมื้อที่มีไขมันสูง เพราะไขมันในอาหารทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ถ้ามีนิ่วขวางทางอยู่ก็จะปวด

ส่วน การเกิดนิ่ว NIDDK ผูกไว้กับรูปแบบการกินโดยรวม คือ อาหารที่ให้พลังงานสูง มีคาร์โบไฮเดรตขัดสีมาก และมีใยอาหารน้อย

แนวทางกินที่ NIDDK แนะนำเพื่อลดความเสี่ยง

  • กินใยอาหารมากขึ้น จากผัก ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
  • ลดแป้งขัดสีและน้ำตาล เช่น ขนมหวาน น้ำหวาน ข้าวขาวปริมาณมาก
  • เลือกไขมันดี เช่น น้ำมันปลา น้ำมันมะกอก NIDDK อธิบายว่าไขมันดีช่วยให้ถุงน้ำดีบีบตัวและไล่น้ำดีออกเป็นประจำ
  • เลี่ยงไขมันไม่ดี ที่พบในขนมหวานและของทอด เช่น ปาท่องโก๋ ไก่ทอด หมูกรอบ

ในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนจากข้าวมันไก่หรือข้าวขาหมูทุกวัน เป็นข้าวกล้องกับต้มจืดหรือแกงส้มผัก และลดชาเย็นหวาน ก็ตรงกับหลักนี้แล้ว NIDDK แนะนำให้คุยกับบุคลากรสุขภาพก่อนเปลี่ยนแผนการกินครั้งใหญ่

ลดน้ำหนักอย่างไรไม่ให้เกิดนิ่ว

ลดช้า ๆ ดีกว่าลดเร็ว NIDDK อธิบายว่าเวลาอดอาหารนาน ๆ หรือน้ำหนักลงเร็ว ตับจะปล่อยคอเลสเตอรอลเข้าน้ำดีมากขึ้น และถุงน้ำดีอาจบีบตัวไล่น้ำดีออกได้ไม่ดี

คำแนะนำของ NIDDK

  • คนน้ำหนักเกินหรืออ้วน เริ่มจากเป้า ลด 5–10% ของน้ำหนักตั้งต้น ภายใน 6 เดือน เช่น หนัก 80 กก. ตั้งเป้าลด 4–8 กก. ใน 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน (crash diet) และการลดแล้วเด้งกลับซ้ำ ๆ ยิ่งลดแล้วขึ้นมาก ยิ่งเสี่ยง
  • ออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ร่วมกับฝึกกล้ามเนื้อ อ่านวิธีเริ่มต้นที่ ออกกำลังกายในวัย 50+
  • ถ้าจะใช้อาหารพลังงานต่ำมากหรือผ่าตัดลดน้ำหนัก ให้คุยกับแพทย์เรื่องการป้องกันนิ่ว NIDDK ระบุว่ามียา ursodiol ที่แพทย์อาจใช้ในกลุ่มนี้

คนที่มีนิ่วอยู่แล้วแต่ยังไม่มีอาการ NIDDK ระบุว่าการลดน้ำหนักเร็วอาจทำให้เริ่มมีอาการได้ จึงยิ่งต้องลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องสาเหตุของนิ่ว

ได้ยินว่าคอเลสเตอรอลในเลือดสูงทำให้เป็นนิ่ว จริงไหม ไม่ตรงนัก MedlinePlus ระบุว่านิ่วคอเลสเตอรอลไม่ได้สัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลในเลือด คอเลสเตอรอลที่เป็นปัญหาคือคอเลสเตอรอลในน้ำดี แต่ NIDDK ก็ระบุว่ากลุ่มอาการเมตาบอลิก (ซึ่งรวมไขมันในเลือดผิดปกติด้วย) เป็นปัจจัยเสี่ยง จึงยังควรดูแลไขมันในเลือดตามแพทย์

ได้ยินว่าเป็นนิ่วเพราะกินหินปูนในน้ำหรือกินเค็ม จริงไหม นิ่วในถุงน้ำดีเป็นคนละเรื่องกับนิ่วในไต แหล่งที่เราตรวจระบุว่านิ่วในถุงน้ำดีทำจากคอเลสเตอรอลหรือบิลิรูบินในน้ำดี ไม่ได้มาจากน้ำดื่ม

ได้ยินว่าอดมื้อเย็นช่วยลดนิ่ว จริงไหม ไม่มีหลักฐานแบบนั้น ในทางตรงข้าม NIDDK อธิบายว่าการไม่กินอาหารนาน ๆ ทำให้ตับปล่อยคอเลสเตอรอลเข้าน้ำดีมากขึ้น

ตรวจเจอนิ่วโดยบังเอิญ ต้องทำอะไร

นิ่วที่ไม่มีอาการ (silent gallstones) ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องรักษา NIDDK ระบุว่านิ่วชนิดนี้ไม่ได้ทำให้ถุงน้ำดี ตับ หรือตับอ่อนทำงานผิดปกติ และ MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่ยังไม่ต้องผ่าตัดจนกว่าจะเริ่มมีอาการ ยกเว้นบางกรณี เช่น คนที่วางแผนผ่าตัดลดน้ำหนัก

สิ่งที่ควรทำ

  1. ถามแพทย์ว่านิ่วขนาดเท่าไร มีกี่ก้อน และต้องนัดตรวจซ้ำหรือไม่
  2. จำอาการเตือน เช่น ปวดท้องขวาบนหรือใต้ลิ้นปี่นานเกินครึ่งชั่วโมงหลังมื้อหนัก อ่านต่อที่ นิ่วในถุงน้ำดี อาการเริ่มแรก
  3. ดูแลน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามหัวข้อด้านบน
  4. บอกแพทย์หรือเภสัชกรเสมอว่ามีนิ่ว ก่อนเริ่มยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใหม่ เพราะบางผลิตภัณฑ์มีคำเตือนเรื่องท่อน้ำดีอุดตันบนฉลาก

อาการไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ปวดท้องขวาบนหรือใต้ลิ้นปี่รุนแรง ไม่ทุเลา หรือปวดนานหลายชั่วโมง
  • มีไข้ แม้ไข้ต่ำ ๆ หรือหนาวสั่น
  • ตัวเหลืองหรือตาขาวเป็นสีเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา หรืออุจจาระสีซีด
  • คลื่นไส้อาเจียนจนกินดื่มไม่ได้

NIDDK ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณการติดเชื้อหรือการอักเสบรุนแรงของถุงน้ำดี ตับ หรือตับอ่อน และถ้าปล่อยให้ท่อน้ำดีอุดตันโดยไม่รักษา อาจถึงแก่ชีวิตได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) ส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำดีคือ สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. และสารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก.

ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน นิ่วในถุงน้ำดีเป็นสาเหตุหนึ่งของท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือโรคถุงน้ำดี รวมถึงคนที่ตรวจเจอนิ่วโดยไม่มีอาการ ต้องถามแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง

ทำไมคำเตือนนี้สำคัญ

  • สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. — งานศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัวเล็กลงราว 29% ภายใน 2 ชั่วโมง และ 40 มก. ทำให้บีบตัวราว 50% ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลิตภัณฑ์ที่มีขมิ้นชันมีคำเตือนนี้ งานนี้ไม่ได้ทำในผู้ป่วยนิ่ว และฉลากไม่ได้ระบุว่าสารสกัด 50 มก. มีเคอร์คูมินเท่าไร จึงเทียบปริมาณกันตรง ๆ ไม่ได้
  • สารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก. — งานนำร่องในอาสาสมัคร 20 คน (ปี 1994) ให้สารสกัดอาร์ทิโชก 1.92 กรัม ครั้งเดียว ผ่านสายเข้าลำไส้เล็กส่วนต้นโดยตรง พบว่าการหลั่งน้ำดีเพิ่มขึ้น ขนาดในเม็ดคือ 20 มก. น้อยกว่างานนี้ราว 96 เท่า (คำนวณ) และให้คนละวิธี จึงเทียบผลกันไม่ได้ แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมคนที่ทางออกของน้ำดีมีปัญหาต้องถามแพทย์ก่อน

ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดนี้ที่มีงานวิจัยในคนเรื่องการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้นิ่วละลายหรือลดโอกาสเกิดนิ่ว

ข้อควรระวังอื่น

  • เครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐ (DILIN) รายงานผู้ป่วยตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
  • หากระหว่างรับประทานมีอาการปวดท้องขวาบน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์ทันที
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • รายละเอียดคำเตือนทั้งหมดอ่านที่ คำเตือนและข้อควรระวังของผลิตภัณฑ์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากอะไร

เกิดเมื่อน้ำดีมีคอเลสเตอรอลหรือบิลิรูบินมากเกินไป หรือมีเกลือน้ำดีไม่พอ หรือถุงน้ำดีบีบตัวไล่น้ำดีออกไม่หมด สารในน้ำดีจึงตกตะกอนเป็นก้อน

นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากกินอะไร

NIDDK ผูกความเสี่ยงไว้กับอาหารที่ให้พลังงานสูง แป้งขัดสีมาก และใยอาหารน้อย ส่วนอาหารมันมักเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดในคนที่มีนิ่วอยู่แล้ว

ใครเสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ผู้หญิง คนอายุเกิน 40 ปี คนน้ำหนักเกิน คนที่ลดน้ำหนักเร็วมาก คนเป็นเบาหวาน กลุ่มอาการเมตาบอลิก ตับแข็ง และคนที่มีประวัตินิ่วในครอบครัว

คอเลสเตอรอลในเลือดสูงทำให้เป็นนิ่วในถุงน้ำดีไหม

MedlinePlus ระบุว่านิ่วคอเลสเตอรอลไม่ได้สัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอลในเลือด แต่ NIDDK ระบุว่ากลุ่มอาการเมตาบอลิกเป็นปัจจัยเสี่ยง จึงยังควรดูแลไขมันในเลือดตามแพทย์

ตรวจเจอนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการ ต้องผ่าตัดไหม

ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องผ่าตัดจนกว่าจะมีอาการ แต่ควรถามแพทย์เรื่องการติดตาม จำอาการเตือน และดูแลน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท