บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีผู้สูงอายุ ปี 2569 ใครมีสิทธิ์ ฉีดที่ไหน ต้องเตรียมอะไร

คำตอบสั้น: แนวทางการให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ปี 2569 ของกรมควบคุมโรค (มี.ค. 2569) จัดวัคซีนให้ประชาชนคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยง โดยมีผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคเรื้อรังบางโรค เช่น หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ เบาหวาน อยู่ในกลุ่มนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นหน่วยงานสนับสนุนวัคซีน ช่วงรณรงค์ปี 2569 คือ 1 พ.ค.–31 ส.ค. 2569 ใครมาก่อนได้ก่อนจนวัคซีนที่จัดสรรหมด บทความนี้เขียนหลังช่วงรณรงค์แล้ว ถ้ายังไม่ได้ฉีด ให้โทรถามโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการใกล้บ้าน หรือสายด่วน สปสช. 1330 ว่ายังมีวัคซีนและสิทธิสำหรับตัวเองหรือไม่

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ใครมีสิทธิ (ปี 2569): 7 กลุ่มเสี่ยงตามแนวทางกรมควบคุมโรค รวมถึงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ช่วงรณรงค์: 1 พ.ค.–31 ส.ค. 2569 (3 เดือนแรกเข้มข้น เดือนสุดท้ายเก็บตก) ส่วนหญิงตั้งครรภ์ให้บริการตลอดปี
  • ฉีดที่ไหน: หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น โรงพยาบาลและ รพ.สต. ตามแผนของพื้นที่ บางพื้นที่มีหน่วยเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยติดเตียง
  • จองไหม: เอกสารไม่ได้อธิบายขั้นตอนจองสำหรับประชาชน ระบุว่าการบริหารวัคซีนปี 2569 ใช้แอปเป๋าตัง (Health Wallet) และใครมาก่อนได้ก่อน ควรโทรถามหน่วยบริการก่อนไป
  • ไม่อยู่ในกลุ่มสิทธิ: ให้ถามราคาและวัคซีนที่มีกับโรงพยาบาลโดยตรง
  • หลังฉีด: นั่งรอสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที อาการเล็กน้อยมักหายใน 1–3 วัน

ใครมีสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีในปี 2569

ตามแนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน (สปสช. เป็นหน่วยงานสนับสนุนวัคซีน) มี 7 กลุ่ม

  1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ที่แนะนำ 12–20 สัปดาห์ ให้ได้ตลอดการตั้งครรภ์ และให้บริการตลอดทั้งปี
  2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึงต่ำกว่า 5 ปี
  3. ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
  4. ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  5. โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ)
  6. โรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)
  7. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

แนวทางระบุว่ากลุ่มเสี่ยงอ้างอิงตามบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2567 และระบุว่าสิทธิการเข้ารับบริการเป็นไปตามที่ สปสช. กำหนด ถ้าไม่แน่ใจว่าสิทธิรักษาของตัวเองครอบคลุมหรือไม่ ให้ถามสายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

อายุ 60–64 ปีล่ะ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (คำแนะนำ พ.ศ. 2566) จัดผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่ควรฉีดเป็นลำดับแรก ๆ แต่เกณฑ์สิทธิฉีดฟรีของปี 2569 ใช้อายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่อายุ 60–64 ปีจึงควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน และถามว่าตัวเองเข้ากลุ่มโรคเรื้อรังที่มีสิทธิหรือไม่

ผู้ประกันตน คำถามที่พบบ่อยในแนวทางปี 2569 ระบุว่าสำนักงานประกันสังคมจัดบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ผู้ประกันตนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ทั้งที่มีและไม่มีโรคประจำตัว โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้รับผิดชอบค่าบริการ เอกสารไม่ได้ระบุช่วงเวลาและขั้นตอน ผู้ประกันตนจึงควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมหรือโรงพยาบาลตามสิทธิโดยตรง

อ่านเหตุผลที่ผู้สูงอายุควรได้วัคซีนเพิ่มได้ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ และสำหรับคนมีโรคประจำตัวที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับคนมีโรคเรื้อรัง

ฉีดที่ไหน ต้องจองไหม

แนวทางปี 2569 ให้หน่วยบริการในพื้นที่เป็นผู้วางแผนวัน เวลา และสถานที่ฉีดเอง สิ่งที่เอกสารระบุมีดังนี้

  • หน่วยบริการ หน่วยบริการประจำ หน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่าย เช่น รพ.สต. กำหนดแผนการฉีดตามวันรณรงค์ ส่วนการรายงานผลในเอกสารกล่าวถึงหน่วยบริการทั้งภาครัฐ หน่วยบริการในสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยบริการเอกชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • ระบบที่ใช้ การบริหารวัคซีนปีงบประมาณ 2569 ใช้แพลตฟอร์มสุขภาพของธนาคารกรุงไทย ผ่านแอปเป๋าตัง (Health Wallet) และระบบของโรงพยาบาล (Hospital Portal) เอกสารไม่ได้อธิบายขั้นตอนการจองสำหรับประชาชน
  • ลำดับการรับบริการ ผู้ที่มาขอรับบริการก่อนจะได้สิทธิฉีดก่อน จนกว่าวัคซีนที่ได้รับจัดสรรหมด และประชาชนอาจประสานกับหน่วยบริการก่อนไป
  • ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและผู้สูงอายุ แนวทางให้หน่วยบริการจัดหน่วยเคลื่อนที่หรือทีมเคลื่อนที่เร็วได้ในบางกรณี ญาติจึงลองถาม รพ.สต. หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านได้
  • ความสมัครใจ แนวทางระบุว่าการรับวัคซีนเป็นไปตามความสมัครใจ และเจ้าหน้าที่ต้องชี้แจงประโยชน์และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดก่อนให้ตัดสินใจ

ปัญหาการใช้แอปเป๋าตัง แนวทางให้ติดต่อ Krungthai Contact Center 0-2111-1111 (24 ชั่วโมงทุกวัน)

ช่วงเวลาที่รัฐเปิดให้ฉีดแต่ละปี

ปี 2569 กำหนดช่วงรณรงค์ 1 พ.ค.–31 ส.ค. 2569 โดย 1 พ.ค.–31 ก.ค. เป็นช่วงรณรงค์เข้มข้น และ 1–31 ส.ค. เป็นช่วงเก็บตก แต่ละพื้นที่ปรับวันเวลาได้ตามบริบท ส่วนหญิงตั้งครรภ์ให้บริการตลอดปี

ทำไมช่วงนี้ สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) ระบุว่าช่วงที่เหมาะคือก่อนการระบาดในฤดูฝน (เมษายน–พฤษภาคม) และแนะนำวัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้ ฉีดปีละ 1 เข็ม ฉีดได้ตลอดปีโดยไม่ต้องรอครบ 1 ปี แต่ให้ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 6 เดือน คำถามที่พบบ่อยในแนวทางกรมควบคุมโรคระบุว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนลดลงตามธรรมชาติหลัง 6 เดือนถึง 1 ปี จึงต้องฉีดซ้ำทุกปี

ปีถัดไป วันรณรงค์และกลุ่มสิทธิอาจเปลี่ยน ให้ติดตามประกาศของกรมควบคุมโรคและ สปสช. ปีนั้น ๆ เราไม่ใส่วันที่ของปีหน้าเพราะยังไม่มีเอกสารที่เปิดตรวจได้

ถ้าไม่มีสิทธิฉีดฟรี ทำอย่างไร

เราไม่พบราคาวัคซีนจากแหล่งทางการที่เปิดตรวจได้ จึงไม่ใส่ตัวเลขราคา ราคาแตกต่างกันตามโรงพยาบาลและชนิดวัคซีน ให้โทรถามแผนกวัคซีนหรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลโดยตรง

คำถามที่ควรถามโรงพยาบาล (คำแนะนำของบทความ)

  • สิทธิรักษาของเราครอบคลุมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีนี้หรือไม่
  • มีวัคซีนเหลือหรือไม่ และเป็นวัคซีนชนิดใด
  • ค่าวัคซีนและค่าบริการรวมเท่าไร
  • ต้องนัดล่วงหน้าหรือไปได้เลย

ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปและสนใจวัคซีนชนิดขนาดสูง สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) ระบุว่าอาจพิจารณาวัคซีนขนาดสูงในกลุ่มอายุนี้ แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ที่เราอ่านไม่ได้กล่าวถึงวัคซีนขนาดสูง จึงต้องถามโรงพยาบาลเรื่องวัคซีนที่มีและค่าใช้จ่าย อ่านได้ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดขนาดสูง

ต้องเตรียมอะไรก่อนไปฉีด

แนวทางกรมควบคุมโรคให้ผู้รับบริการกรอกแบบสอบถามคัดกรองให้ครบ แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจซ้ำ เอกสารไม่ได้ระบุรายการเอกสารที่ประชาชนต้องนำไป ให้ถามหน่วยบริการก่อน

คำแนะนำของบทความ: เตรียมบัตรประชาชน รายชื่อยาที่ใช้อยู่ สมุดหรือบันทึกวัคซีนเดิม และประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้วัคซีน

กรณีที่ต้องเลื่อนหรือปรึกษาแพทย์ก่อน (รายการข้อห้ามในงานรณรงค์ของกรมควบคุมโรค 2569)

  • มีประวัติแพ้ไข่อย่างรุนแรง
  • เคยแพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่รุนแรง หรือแพ้ส่วนประกอบในวัคซีนอย่างรุนแรง
  • กำลังมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน
  • เพิ่งหายจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันไม่เกิน 7 วัน
  • เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน
  • โรคเรื้อรังกำเริบ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หอบเหนื่อย หรือยังควบคุมอาการไม่ได้

เรื่องแพ้ไข่ แหล่งอื่นเขียนต่างออกไป อ่านรายละเอียดได้ที่ ภูมิแพ้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม ยาประจำตัวให้ใช้ตามแพทย์สั่งต่อไป ห้ามหยุดเองเพื่อไปฉีดวัคซีน

หลังฉีดสังเกตอาการอะไร

นั่งรอที่หน่วยบริการอย่างน้อย 30 นาที แนวทางกรมควบคุมโรค (2569) ให้พักสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาทีหลังฉีด เพราะแพ้รุนแรงส่วนใหญ่เกิดอย่างฉับพลันภายใน 30 นาที และให้เจ้าหน้าที่แจ้งอาการที่ต้องเฝ้าระวังพร้อมช่องทางติดต่อ ถ้าเกิดอาการไม่พึงประสงค์ภายใน 30 วัน

อาการที่พบบ่อยและไม่รุนแรง (กรมควบคุมโรค 2569) พบประมาณร้อยละ 1–10

  • ปวด บวม แดง หรือเจ็บตรงที่ฉีด
  • ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
  • มีไข้ต่ำ ๆ คลื่นไส้

แนวทางระบุว่าส่วนใหญ่หายเองใน 1–3 วัน บรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นตรงที่ฉีด หรือกินยาแก้ปวดลดไข้ คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่มีโรคตับ โรคไต หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้ถามเภสัชกรก่อนเลือกยาแก้ปวดลดไข้ อ่านเพิ่มได้ที่ ผลข้างเคียงวัคซีนไข้หวัดใหญ่

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือชาตามแขนขา ในช่วงหลายสัปดาห์หลังฉีด (ถ้าอ่อนแรงขึ้นมาทันทีให้ใช้รายการ 1669 ด้านล่าง) แนวทางกรมควบคุมโรคระบุว่าอาการทางระบบประสาทพบน้อยมาก ราว 1–2 รายต่อวัคซีน 1 ล้านโดส มักเกิดภายใน 2–4 สัปดาห์ และให้รีบส่งพบแพทย์
  • อาการข้างเคียงไม่ดีขึ้น สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง (อาการแพ้รุนแรงตามนิยามของกรมควบคุมโรค 2569 และหน้าแพ้รุนแรงของ NHS และสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้)

  • หายใจไม่สะดวก หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงดัง
  • เสียงแหบ คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือรอบดวงตาบวม
  • ลมพิษขึ้นตามตัวภายใน 1 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ซีดขาว เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะมาก
  • เป็นลม หรือหมดสติ
  • ใบหน้าหรือปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที

ความเชื่อที่พบบ่อย

  • "เคยฉีดแล้วมีไข้ ปีนี้ฉีดอีกจะหนักกว่าเดิม" คำถามที่พบบ่อยในแนวทางกรมควบคุมโรคระบุว่าไข้และปวดบวมตรงที่ฉีดไม่ใช่ข้อห้าม และการฉีดซ้ำปีต่อมาไม่ได้ทำให้ผลข้างเคียงมากขึ้น
  • "ฉีดปีที่แล้ว ปีนี้ไม่ต้องฉีด" แนวทางเดียวกันระบุว่าภูมิคุ้มกันลดลงหลัง 6 เดือนถึง 1 ปี กลุ่มเสี่ยงจึงควรฉีดซ้ำ
  • "ฉีดวัคซีนแล้วไม่ต้องกินยาประจำตัว" วัคซีนไม่ใช่ยาควบคุมโรคประจำตัว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง อ่านเรื่องไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุได้ที่ ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายตัว ให้นำยาทั้งหมดรวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปให้เภสัชกรดูพร้อมกัน

เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ลดความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ หรือใช้แทนวัคซีนได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานเรื่องไข้หวัดใหญ่ในคนยังมีน้อยและผลขัดกัน งานในนอร์เวย์ (ตีพิมพ์ปี 2547) ในผู้ป่วยอายุ 18–54 ปี 60 คน ใช้น้ำเชื่อมเอลเดอร์เบอร์รี่วันละ 60 มล. นาน 5 วัน ซึ่งเทียบน้ำหนักกับแคปซูลไม่ได้ และผู้วิจัยเองระบุว่าต้องยืนยันในงานที่ใหญ่กว่า ส่วนงานในห้องฉุกเฉินสหรัฐฯ (ตีพิมพ์ปี 2563) ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันผลตรวจ 87 คน ไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรง งานทบทวน 5 งานวิจัย (ตีพิมพ์ปี 2564) สรุปว่าหลักฐานยังไม่แน่นอน และเราไม่พบงานที่ศึกษาในผู้สูงอายุไทย ฉลากไม่ระบุชนิดและส่วนของพืชที่ใช้สกัด NCCIH ระบุว่าผลดิบหรือยังไม่สุก ใบ และลำต้นมีสารที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรงได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น ฉีดวัคซีนแล้ว หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน การตรวจหาเชื้อ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • หอบเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ไม่ได้ขณะนั่งพัก หรือการหายใจแย่ลงทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด
  • ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
  • ชักเป็นครั้งแรก
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าอาการโควิด-19 (ทบทวน 21 มี.ค. 2566) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีไหม ปี 2569

แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 จัดผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเป็นหนึ่งใน 7 กลุ่มเสี่ยงที่ สปสช. สนับสนุนวัคซีน สิทธิการเข้ารับบริการเป็นไปตามที่ สปสช. กำหนด ถ้าไม่แน่ใจให้ถามสายด่วน สปสช. 1330

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีปี 2569 ฉีดได้ถึงเมื่อไร

แนวทางกำหนดช่วงรณรงค์ 1 พ.ค.–31 ส.ค. 2569 ใครมาก่อนได้ก่อนจนวัคซีนที่จัดสรรหมด หลังช่วงนี้ให้โทรถามโรงพยาบาลหรือ รพ.สต. ว่ายังมีวัคซีนหรือไม่

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีได้ที่ไหน

หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น โรงพยาบาลและ รพ.สต. เป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ บางพื้นที่มีหน่วยเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยติดเตียง การบริหารวัคซีนปี 2569 ใช้แอปเป๋าตัง ควรโทรถามหน่วยบริการก่อนไป

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุราคาเท่าไร

เราไม่พบราคาจากแหล่งทางการที่เปิดตรวจได้ ราคาต่างกันตามโรงพยาบาลและชนิดวัคซีน ให้โทรถามโรงพยาบาลโดยตรง และถามด้วยว่าสิทธิรักษาของตัวเองครอบคลุมหรือไม่

หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องรอดูอาการกี่นาที

แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ให้พักสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที เพราะแพ้รุนแรงส่วนใหญ่เกิดภายใน 30 นาที ถ้าหายใจลำบาก ปากหรือคอบวม หรือเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท