เกี่ยวกับ Beta X Plus
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดขนาดสูง (High dose) สำหรับผู้สูงอายุ ต่างจากแบบปกติอย่างไร
คำตอบสั้น: วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดขนาดสูง (high dose) มีปริมาณแอนติเจนต่อสายพันธุ์มากกว่าแบบมาตรฐาน ในงานวิจัยหลักคือ 60 ไมโครกรัม เทียบกับ 15 ไมโครกรัม (4 เท่า) CDC สหรัฐฯ (ปรับปรุง 4 ก.ย. 2569) แนะนำให้ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเลือกวัคซีนขนาดสูง วัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ หรือวัคซีนชนิดมีสารเสริมฤทธิ์ มากกว่าแบบมาตรฐาน แต่ถ้าหาไม่ได้ในวันที่ไปฉีด ให้ฉีดแบบมาตรฐานแทน ในไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (2566) เขียนว่า "อาจพิจารณา" วัคซีนขนาดสูงในอายุ 65 ปีขึ้นไป อาการปวดบวมตรงที่ฉีดพบบ่อยกว่าแบบมาตรฐาน แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ต่างกันที่ปริมาณ วัคซีนขนาดสูงในงานวิจัยหลักมีแอนติเจน 60 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์ แบบมาตรฐาน 15 ไมโครกรัม
- CDC (2569) แนะนำวัคซีนขนาดสูง รีคอมบิแนนท์ หรือชนิดมีสารเสริมฤทธิ์ มากกว่าแบบมาตรฐาน สำหรับอายุ 65 ปีขึ้นไป
- สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) "อาจพิจารณา" วัคซีนขนาดสูงในอายุ 65 ปีขึ้นไป
- งานวิจัยใหญ่ (2557) ในผู้สูงอายุราว 32,000 คน ไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันผลตรวจพบ 1.4% เทียบกับ 1.9% (บริษัทผู้ผลิตวัคซีนเป็นผู้ให้ทุน)
- ผลข้างเคียง ปฏิกิริยาตรงที่ฉีดพบบ่อยกว่า แต่ส่วนใหญ่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- หาแบบขนาดสูงไม่ได้ CDC ให้ฉีดแบบมาตรฐานแทน ไม่ต้องรอ
ทำไมผู้สูงอายุตอบสนองต่อวัคซีนน้อยลง
CDC ระบุว่าผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเสี่ยงป่วยรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่มากกว่า ส่วนหนึ่งเพราะการป้องกันของภูมิคุ้มกันเปลี่ยนไปตามอายุ CDC ระบุด้วยว่าการตอบสนองต่อวัคซีนอาจต่ำลงในผู้สูงอายุ แต่งานศึกษาพบสม่ำเสมอว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังลดความเสี่ยงการไปพบแพทย์และการนอนโรงพยาบาลในผู้สูงอายุได้
แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ระบุว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและมีอัตราตายสูง และในปี 2568 ไทยมีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 1,158,651 ราย เสียชีวิต 125 ราย อ่านเรื่องไข้หวัดใหญ่ในวัยนี้ได้ที่ ไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุ
วัคซีนที่ CDC แนะนำเป็นทางเลือกแรกสำหรับอายุ 65 ปีขึ้นไป มี 3 แบบ
- ชนิดขนาดสูง (high dose) งานวิจัยที่ใช้อ้างอิงระบุว่ามีแอนติเจนต่อสายพันธุ์ 4 เท่าของแบบมาตรฐาน และให้ระดับภูมิคุ้มกันในเลือดสูงกว่า
- ชนิดมีสารเสริมฤทธิ์ (adjuvanted)
- ชนิดรีคอมบิแนนท์ (recombinant) ซึ่ง CDC จัดอยู่ในกลุ่มวัคซีนขนาดสูงกว่าแบบมาตรฐาน
หน้าของ CDC ที่เราอ่านไม่ได้อธิบายกลไกของวัคซีนแต่ละแบบ เราจึงไม่อธิบายเกินแหล่ง
NHS (ทบทวน 29 ก.ย. 2569) ระบุวัคซีนสำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปในอังกฤษว่ามีทั้งชนิดมีสารเสริมฤทธิ์ ชนิดขนาดสูง ชนิดรีคอมบิแนนท์ และชนิดเพาะเลี้ยงเซลล์ และผู้มีสิทธิจะได้รับชนิดที่เหมาะกับตัวเอง
วัคซีนขนาดสูงป้องกันได้ดีกว่าแบบมาตรฐานแค่ไหน
งานหลักเป็นการทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทาง ตีพิมพ์ใน NEJM ปี 2557 ในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป 31,989 คน จาก 126 ศูนย์ในสหรัฐฯ และแคนาดา ช่วงฤดูไข้หวัดใหญ่ 2554–2556
- วัคซีนขนาดสูงชนิด 3 สายพันธุ์ (60 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์) เทียบกับขนาดมาตรฐาน (15 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์)
- ไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันด้วยผลตรวจ พบ 1.4% ในกลุ่มขนาดสูง และ 1.9% ในกลุ่มขนาดมาตรฐาน
- ผู้วิจัยรายงานประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 24.2% (ช่วงความเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ 9.7–36.5%) หมายถึงเทียบกับวัคซีนขนาดมาตรฐาน ไม่ใช่เทียบกับการไม่ฉีด
- ระดับภูมิคุ้มกันในเลือดสูงกว่าในกลุ่มขนาดสูง
- งานนี้ได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีน และผู้วิจัยหลายคนเป็นพนักงานบริษัท
ในไทย สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) ระบุว่าอาจพิจารณาวัคซีนขนาดสูงในอายุ 65 ปีขึ้นไป เพราะลดการติดเชื้อแบบมีอาการและการนอนโรงพยาบาลได้มากกว่าวัคซีนขนาดมาตรฐาน คำว่า "อาจพิจารณา" ต่างจาก "แนะนำ" จึงควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ส่วน CDC ใช้คำว่าแนะนำเป็นทางเลือกแรกมากกว่าแบบมาตรฐาน และระบุว่าวัคซีนกลุ่มนี้ "อาจได้ผลดีกว่า" แบบมาตรฐาน โดยไม่ได้ให้ตัวเลขในหน้านั้น
ผลข้างเคียงของวัคซีนขนาดสูงมากกว่าไหม
ปฏิกิริยาตรงที่ฉีดพบบ่อยกว่า แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง งานทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป (ตีพิมพ์ปี 2552 ฉีดวัคซีนขนาดสูง 2,575 คน และขนาดมาตรฐาน 1,262 คน) รายงานว่าปฏิกิริยาเฉพาะที่พบบ่อยกว่าในกลุ่มขนาดสูง แต่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และผู้วิจัยสรุปว่าไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความสำคัญทางคลินิกเพิ่มขึ้นทั้งด้านจำนวนและความรุนแรง บทคัดย่อไม่ระบุแหล่งทุน
อาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ในงานปี 2557 พบอย่างน้อย 1 เหตุการณ์ใน 8.3% ของกลุ่มขนาดสูง และ 9.0% ของกลุ่มขนาดมาตรฐาน (งานนี้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ให้ทุน)
อาการที่พบได้หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ระบุว่าพบประมาณร้อยละ 1–10 เช่น ปวด บวม แดง เจ็บตรงที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย มีไข้ต่ำ ๆ คลื่นไส้ ส่วนใหญ่หายเองใน 1–3 วัน บรรเทาได้ด้วยการประคบเย็นตรงที่ฉีดหรือยาแก้ปวดลดไข้ อ่านเพิ่มได้ที่ ผลข้างเคียงวัคซีนไข้หวัดใหญ่
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งหลังฉีด (อาการแพ้รุนแรงตามนิยามของกรมควบคุมโรค 2569 และหน้าแพ้รุนแรงของ NHS)
- หายใจไม่สะดวก หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงดัง
- เสียงแหบ คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือรอบดวงตาบวม
- ลมพิษขึ้นตามตัวภายใน 1 ชั่วโมงหลังฉีด
- ซีดขาว เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะมาก
- เป็นลม หรือหมดสติ
ถ้าหาแบบขนาดสูงไม่ได้ ฉีดแบบปกติดีกว่าไม่ฉีดไหม
CDC ระบุชัดว่า ถ้าไม่มีวัคซีนกลุ่มที่แนะนำในวันที่ไปฉีด ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปควรฉีดวัคซีนขนาดมาตรฐานชนิดไม่มีสารเสริมฤทธิ์แทน แหล่งนี้ไม่ได้ให้รอวัคซีนขนาดสูง
- วัคซีนที่รัฐจัดให้กลุ่มเสี่ยงในปี 2569 ตามแนวทางกรมควบคุมโรค ไม่ได้ระบุว่าเป็นวัคซีนขนาดสูง (เราไม่พบคำว่าขนาดสูงในเอกสารนี้) ผู้ที่ต้องการวัคซีนขนาดสูงจึงต้องถามโรงพยาบาลเรื่องวัคซีนที่มีและค่าใช้จ่าย อ่านสิทธิฉีดฟรีได้ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีผู้สูงอายุ ปี 2569
- NHS ระบุว่าหลังฉีดยังเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ แต่มักเป็นไม่รุนแรงและหายเร็วกว่า วัคซีนมักใช้เวลาได้ถึง 14 วันจึงได้ผล
- คำแนะนำของบทความ: ถ้าโรงพยาบาลไม่มีวัคซีนขนาดสูง อย่าเลื่อนการฉีดออกไปจนเข้าฤดูระบาด สมาคมโรคติดเชื้อฯ ระบุว่าช่วงเหมาะคือก่อนฤดูฝน (เมษายน–พฤษภาคม)
วัคซีนขนาดสูงฉีดปีละกี่ครั้ง และใครอีกที่อาจได้ใช้
ฉีดปีละ 1 เข็มเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 เข็ม และในตารางของกลุ่มเฉพาะเขียนว่า "อาจพิจารณาวัคซีนขนาดสูง 1 เข็ม ปีละ 1 ครั้ง" NHS ระบุว่าการป้องกันจากวัคซีนลดลงตามเวลา และสายพันธุ์ในวัคซีนปรับทุกปี จึงต้องฉีดทุกปี
กลุ่มอื่นนอกจากอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะหรือปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ตารางของสมาคมโรคติดเชื้อฯ ระบุวัคซีนขนาดมาตรฐานปีละ 1 เข็ม หรืออาจพิจารณาวัคซีนขนาดสูงปีละ 1 เข็ม โดยแพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้กำหนดจังหวะหลังการปลูกถ่าย
- อายุ 50–64 ปีในอังกฤษ NHS ระบุวัคซีนชนิดขนาดสูงเป็นหนึ่งในชนิดที่ใช้กับกลุ่มอายุนี้ แต่เป็นแนวปฏิบัติของอังกฤษ ไม่ใช่เกณฑ์ของไทย
คำแนะนำของบทความ: จดชื่อวัคซีนที่ได้แต่ละปีไว้ในสมุดวัคซีน ปีถัดไปจะได้บอกแพทย์ได้ว่าเคยได้ชนิดใดและมีอาการหลังฉีดอย่างไร
ใครไม่ควรฉีด หรือต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- เคยแพ้รุนแรงต่อวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือส่วนประกอบ NHS ระบุว่าฉีดไม่ได้ CDC ระบุว่าบางคนอาจรับวัคซีนบางชนิดได้ขึ้นกับชนิดที่แพ้ ต้องให้แพทย์ประเมิน
- แพ้ไข่รุนแรง แหล่งข้อมูลเขียนไม่ตรงกัน อ่านได้ที่ ภูมิแพ้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม
- มีไข้ ป่วยเฉียบพลัน หรือโรคประจำตัวกำเริบ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น หอบเหนื่อย แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2569 ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เคยเป็นกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (แนวทางกรมควบคุมโรคอธิบายอาการว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือชาตามแขนขา) ภายใน 6 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครั้งก่อน สมาคมโรคติดเชื้อฯ (2566) จัดเป็นข้อควรระวัง
คำแนะนำของบทความ: ผู้สูงอายุที่ต้องฉีดวัคซีนอื่นด้วย เช่น ปอดอักเสบหรืองูสวัด ให้ถามแพทย์ว่าฉีดวันเดียวกันได้หรือไม่ อ่านได้ที่ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่พร้อมวัคซีนปอดอักเสบได้ไหม และวางแผนวัคซีนทั้งปีได้ที่ วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรรู้
ความเชื่อที่พบบ่อย
- "ผู้สูงอายุภูมิต่ำ ฉีดไปก็ไม่ได้ผล" CDC ระบุว่าแม้การตอบสนองอาจต่ำลง แต่วัคซีนยังลดความเสี่ยงการไปพบแพทย์และการนอนโรงพยาบาลในผู้สูงอายุ
- "ไม่มีแบบขนาดสูง รอปีหน้าดีกว่า" CDC ให้ฉีดแบบมาตรฐานแทนเมื่อหาวัคซีนกลุ่มที่แนะนำไม่ได้
- "ขนาดสูงแรงกว่า จะทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่" NHS ระบุว่าวัคซีนชนิดฉีดที่ใช้ในอังกฤษไม่มีเชื้อเป็น จึงทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่ไม่ได้
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายตัว ให้นำยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดไปให้เภสัชกรดูพร้อมกัน
เรื่องวัคซีนขนาดสูงและผู้สูงอายุ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ผลมากขึ้น ป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือใช้แทนวัคซีนขนาดสูงหรือขนาดมาตรฐานได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. ต่อแคปซูล (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปีในชุมชน 100 คน (ตีพิมพ์ปี 2560) ใช้เบต้ากลูแคนยี่ห้อการค้าวันละ 250 มก. นาน 90 วันช่วงฤดูหนาวในอังกฤษ มากกว่าในแคปซูลราว 3 เท่า (คำนวณ) จำนวนหวัดที่แพทย์ยืนยันไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ และความรุนแรงไม่ต่างกัน งานนี้ไม่ได้ศึกษาไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันผลตรวจหรือการตอบสนองต่อวัคซีน ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน จึงเทียบกับงานวิจัยได้แค่น้ำหนัก
- ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทบทวนของ Cochrane (2567) รวม 34 งานวิจัย พบว่าสังกะสีอาจลดโอกาสเป็นหวัดได้น้อยหรือไม่ลดเลย (ความแน่นอนต่ำ) งานที่ให้ผลเรื่องระยะเวลาหวัดส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีวันละ 45–276 มก. ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับแคปซูลกลืน และมากกว่าในแคปซูลราว 4–24 เท่า (คำนวณ) งานทบทวนนี้ไม่รวมสูตรที่ผสมสมุนไพรหรือวิตามินอื่น ฉลากไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ ถ้าตัวเลขบนฉลากเป็นปริมาณสังกะสีจริงทั้งหมด วันละ 11.6 มก. จะคิดเป็นราว 106–135% ของปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 31 ปีขึ้นไปตามกรมอนามัย (คำนวณ) และต่ำกว่าปริมาณสูงสุดที่รับได้ 40 มก. ต่อวัน ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือซิงค์อยู่แล้วต้องนับรวม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น ฉีดวัคซีนแล้ว หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน การตรวจหาเชื้อ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- หอบเหนื่อยจนพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ไม่ได้ขณะนั่งพัก หรือการหายใจแย่ลงทันที
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
- ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
- ชักเป็นครั้งแรก
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าอาการโควิด-19 (ทบทวน 21 มี.ค. 2566) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูงต่างจากแบบปกติอย่างไร
ในงานวิจัยหลัก วัคซีนขนาดสูงมีแอนติเจน 60 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์ เทียบกับ 15 ไมโครกรัมในแบบมาตรฐาน และให้ระดับภูมิคุ้มกันในเลือดสูงกว่าในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป
ผู้สูงอายุควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบขนาดสูงไหม
CDC (ปรับปรุง 4 ก.ย. 2569) แนะนำวัคซีนขนาดสูง รีคอมบิแนนท์ หรือชนิดมีสารเสริมฤทธิ์ มากกว่าแบบมาตรฐานสำหรับอายุ 65 ปีขึ้นไป ส่วนสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (2566) ระบุว่าอาจพิจารณา ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์
วัคซีนขนาดสูงป้องกันได้มากกว่าแค่ไหน
งานวิจัยปี 2557 ในผู้สูงอายุ 31,989 คน พบไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันผลตรวจ 1.4% ในกลุ่มขนาดสูง เทียบกับ 1.9% ในกลุ่มขนาดมาตรฐาน ประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 24.2% งานนี้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนเป็นผู้ให้ทุน
วัคซีนขนาดสูงมีผลข้างเคียงมากกว่าไหม
งานวิจัยปี 2552 พบปฏิกิริยาตรงที่ฉีดบ่อยกว่าในกลุ่มขนาดสูง แต่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ถ้าหายใจลำบาก ปากหรือคอบวม หรือเป็นลมหลังฉีด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
หาวัคซีนขนาดสูงไม่ได้ ควรรอไหม
CDC ระบุว่าถ้าไม่มีวัคซีนกลุ่มที่แนะนำในวันที่ไปฉีด ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปควรฉีดวัคซีนขนาดมาตรฐานแทน ไม่ได้ให้รอ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Flu and People 65 Years and OlderCenters for Disease Control and Prevention (CDC)
- Efficacy of high-dose versus standard-dose influenza vaccine in older adultsN Engl J Med 2014 (PubMed)
- Randomized, double-blind controlled phase 3 trial comparing the immunogenicity of high-dose and standard-dose influenza vaccine in adults 65 years of age and olderJ Infect Dis 2009 (PubMed)
- คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 ฉบับประชาชนสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
- Flu vaccineNHS
- แนวทางการดำเนินงานให้บริการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ปี 2569กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค
- AnaphylaxisNHS
- Yeast-derived β-1,3/1,6 glucan, upper respiratory tract infection and innate immunity in older adultsNutrition 2017 (PubMed)
- Zinc for prevention and treatment of the common coldCochrane Database Syst Rev 2024 (PubMed)
- ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563กองโภชนาการ กรมอนามัย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
