บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Herb

แผลเบาหวานที่เท้า เริ่มต้นเป็นยังไง เกิดจากอะไร ดูแลแผลอย่างไร

คำตอบสั้น: แผลเบาหวานที่เท้ามักเริ่มจากเรื่องเล็ก เช่น ตุ่มพอง รอยถลอก รองเท้ากัด เล็บขบ หรือรอยแตกที่ส้นเท้า ที่อันตรายคือแผลมักไม่เจ็บ เพราะปลายประสาทที่เท้ารับความรู้สึกได้น้อยลง คนจึงเดินใช้เท้าต่อจนแผลลุกลาม และเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าน้อยลงทำให้แผลหายช้า ดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการล้างให้สะอาด ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาด และลดการลงน้ำหนักบนแผล แต่ คนเป็นเบาหวานที่มีแผลที่เท้าควรให้แพทย์หรือพยาบาลดูแผลตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าแผลบวมแดงหรือมีน้ำเหลือง แม้ไม่เจ็บก็ต้องรีบไปพบแพทย์ และถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง คือ รอยแดงลาม มีหนอง มีไข้ หรือแผลเป็นสีดำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แผลเบาหวานเกิดจาก 3 เรื่องหลัก คือ ปลายประสาทเสื่อม หลอดเลือดตีบ และการติดเชื้อแทรกซ้อน
  • ระยะเริ่มต้นอาจเป็นแค่ตุ่มพอง รอยแดง จุดแข็งที่ฝ่าเท้า หรือรอยแตก ต้องส่องดูเท้าทุกวัน
  • แผลเล็กจากของมีคมหรือรอยขีดข่วน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ล้างด้วยน้ำอุ่นกับสบู่ เช็ดให้แห้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีนแบบเจือจาง และปิดด้วยผ้าปิดแผลที่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • MedlinePlus แนะนำให้ ผ้าปิดแผลและผิวรอบแผลแห้งอยู่เสมอ
  • มีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง คือ แดงลามเร็ว มีหนอง มีไข้หนาวสั่น แผลหรือนิ้วเท้าเป็นสีดำ หรือเท้าเย็นซีดเป็นสีขาวหรือคล้ำขึ้นทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ทำไมคนเป็นเบาหวานแผลหายช้า

เอกสารความรู้ของภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่าแผลเบาหวานหายยากจากปัจจัยหลัก 3 ข้อ

  1. ปลายประสาทเสื่อม แบ่งได้อีก 3 แบบ ประสาทรับความรู้สึกเสื่อมทำให้ไม่รู้สึกเจ็บหรือร้อนเย็น ประสาทควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อมทำให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่เท้าลีบ เท้าผิดรูป จุดรับน้ำหนักเปลี่ยนไป เกิดตาปลาและแผลได้ง่าย ส่วนประสาทอัตโนมัติเสื่อมทำให้เหงื่อออกน้อย ผิวแห้งแตกง่าย เชื้อโรคเข้าทางรอยแตกได้
  2. หลอดเลือดตีบแข็งหรืออุดตัน ทั้งหลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดฝอย เนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยง แผลจึงไม่สมาน มักพบที่ปลายนิ้วเท้าและส้นเท้า การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดตีบเร็วขึ้น
  3. การติดเชื้อแทรกซ้อน โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ทำให้แผลอักเสบลุกลาม

สามข้อนี้มักเกิดพร้อมกัน แผลเล็ก ๆ จึงลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็อธิบายไว้ในทำนองเดียวกันว่า เมื่อเท้ารับความรู้สึกน้อยลง คนเป็นเบาหวานอาจเกิดแผลโดยไม่รู้ตัว อ่านเรื่องอาการชาเพิ่มเติมได้ที่ เบาหวานชาปลายเท้า ปลายประสาทเสื่อม

แผลเบาหวานระยะเริ่มต้นหน้าตาเป็นอย่างไร

แผลระยะแรกมักไม่ได้ดูน่ากลัว และหลายครั้งไม่เจ็บเลย ตามคำแนะนำของ MedlinePlus เรื่องการดูแลเท้า สิ่งที่ต้องมองหาเวลาส่องเท้า ได้แก่

  • ผิวแห้ง ตุ่มพอง รอยช้ำ รอยบาด
  • รอยแดง หรือ จุดที่ผิวแข็งหนาขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ถูกกดหรือเสียดสีซ้ำ ๆ
  • รอยแตกที่ส้นเท้า หรือผิวเปื่อยลอกตามซอกนิ้ว
  • เล็บขบ หรือรอยแผลจากการตัดเล็บ

ให้ดูทั้ง หลังเท้า ข้างเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า และซอกนิ้วทุกซอก ถ้าสายตาไม่ดีหรือก้มดูไม่ถนัด ให้ลูกหลานช่วยดู หรือใช้กระจกส่องฝ่าเท้า

แผลที่ฝ่าเท้าใต้โคนนิ้วหัวแม่เท้าหรือส้นเท้า เป็นตำแหน่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดลงน้ำหนัก MedlinePlus ระบุว่าแผลที่เท้าเกิดส่วนหนึ่งจากแรงกดที่มากเกินไปบนจุดใดจุดหนึ่งของเท้า

ทำไมแผลไม่เจ็บ แต่ลุกลามได้

MedlinePlus ระบุว่าแผลที่เท้าในคนเป็นเบาหวาน มักไม่เจ็บ เพราะเท้ารับความรู้สึกได้ลดลง แผลจึงถูกมองข้ามจนแย่ลง เอกสารของศิริราชอธิบายเพิ่มว่า เมื่อไม่เจ็บ ผู้ป่วยก็ไม่หยุดใช้เท้า ยังเดินลงน้ำหนักบนแผลทุกวัน แผลจึงอักเสบลุกลามมากขึ้น

อย่าใช้ "ความเจ็บ" เป็นตัววัดว่าแผลรุนแรงหรือไม่ ให้ดูที่สีผิว ความบวม กลิ่น น้ำเหลือง และขนาดแผลแทน

ทำแผลเองที่บ้านอย่างไร

สำหรับแผลเล็กจากของมีคมหรือรอยขีดข่วน เอกสารของศิริราชแนะนำการดูแลเบื้องต้นดังนี้

  1. ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นและสบู่ (ทดสอบความร้อนของน้ำด้วยมือหรือข้อศอกก่อน เพราะเท้าที่ชาอาจรับรู้ความร้อนไม่ได้)
  2. เช็ดให้แห้ง
  3. ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น เบตาดีนอย่างเจือจาง
  4. ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลที่แห้งและผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลแปะลงบนแผลโดยตรง
  5. ถ้าแผลบวมแดงขึ้น หรือมีน้ำเหลืองออก แม้ไม่เจ็บก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

MedlinePlus แนะนำเพิ่มว่า ให้รักษาแผลให้สะอาดและปิดแผลไว้ ทำความสะอาดแผลทุกวัน ส่วนความถี่ในการเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้ทำตามที่แพทย์หรือพยาบาลกำหนด

ถ้าแผลไม่ใช่แผลเล็ก หรือได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ให้ทำแผลตามวิธีที่แพทย์หรือพยาบาลสอน เพราะแผลแต่ละแบบใช้น้ำยาและวัสดุปิดแผลต่างกัน ส่วนการพอกสมุนไพร โรยผงยา หรือทาสิ่งที่ไม่ได้มาจากแพทย์ ให้ถามแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลแผลก่อนทุกครั้ง

แผลเบาหวานใช้เบตาดีนได้ไหม

ในเอกสารของศิริราช เบตาดีนแบบเจือจาง เป็นตัวอย่างยาฆ่าเชื้อที่ใช้กับแผลเล็กในการดูแลเบื้องต้น และในการทำแผลที่โรงพยาบาล แพทย์อาจใช้น้ำเกลือ หรือน้ำเกลือผสมน้ำยาเบตาดีน ตามความรุนแรงของแผล

ประเด็นสำคัญคือ ใช้ตามที่แพทย์หรือพยาบาลสั่งสำหรับแผลของเรา ถ้าแผลลึก มีหนอง หรือมีเนื้อตาย การทาน้ำยาเองที่บ้านไม่เพียงพอ ต้องให้แพทย์ประเมิน

แผลเบาหวานโดนน้ำได้ไหม

การล้างแผลตอนทำแผลใช้น้ำสะอาดได้ตามขั้นตอนข้างต้น แต่หลังทำแผลแล้ว MedlinePlus แนะนำให้ ผ้าปิดแผลและผิวรอบแผลแห้งอยู่เสมอ เพราะความเปียกชื้นทำให้ผิวดีรอบแผลเปื่อยนิ่ม

ในชีวิตประจำวันจึงควร

  • ระวังไม่ให้ผ้าปิดแผลเปียกตอนอาบน้ำ ถ้าเปียก ให้เปลี่ยนผ้าปิดแผลใหม่ตามวิธีที่ได้รับคำแนะนำ
  • ไม่เดินลุยน้ำหรือแช่เท้าในน้ำนาน ๆ ระหว่างมีแผล
  • ถามพยาบาลที่ทำแผลว่าแผลของเราอาบน้ำแบบไหนได้ เพราะบางแผลมีวัสดุปิดแผลเฉพาะ

ลดแรงกดที่แผลอย่างไร

MedlinePlus แนะนำให้ ลดแรงกดที่แผล และเลือกรองเท้าที่ปรับขนาดได้ วัสดุระบายอากาศ เช่น ผ้าใบ หนัง หรือหนังกลับ หลีกเลี่ยงรองเท้าพลาสติก ไม่คับ ไม่หัวแหลม และไม่เปิดหัว ส่วนเอกสารของศิริราชระบุว่า ถ้าแผลอยู่ตรงจุดลงน้ำหนัก ควรพักการใช้เท้า เดินเท่าที่จำเป็น หรือใส่รองเท้าที่ทำพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักตรงแผล

อย่าเดินเท้าเปล่า เว้นแต่แพทย์อนุญาต (MedlinePlus)

แผลแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล

ไปพบแพทย์โดยเร็ว เมื่อ

  • มีแผล ตุ่มพอง รอยแตก แม้จะเล็กและไม่เจ็บ แต่เป็นคนเป็นเบาหวานที่เท้าชาหรือเคยมีแผลมาก่อน
  • แผลไม่เริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วัน (NIDDK)

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง

  • รอบแผลแดง ร้อน บวม และลามออก
  • มีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือน้ำเหลืองออกมากขึ้น
  • มีไข้ หรือหนาวสั่น
  • แผลเป็นสีขาวซีดมาก สีคล้ำเขียว หรือสีดำ
  • เท้าหรือนิ้วเท้าเย็น ซีด หรือปวดมากขึ้นทันที
  • ซึม สับสน หรือน้ำตาลในเลือดสูงมากผิดปกติ

แผลติดเชื้อและเท้าดำอธิบายละเอียดใน แผลเบาหวานติดเชื้อ อาการ เท้าดำ ส่วนแผลที่ไม่ใช่เบาหวานอ่านได้ที่ แผลหายช้า สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์

ป้องกันแผลใหม่ไม่ให้เกิดซ้ำ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลสรุปแนวทางป้องกันไว้ ได้แก่ คุมระดับน้ำตาลในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุมไขมันในเลือดและความดันโลหิต ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และดูแลเท้าอย่างสม่ำเสมอ แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทย ให้ตรวจร่างกายรวมถึงตรวจเท้า อย่างน้อยปีละครั้ง ส่วน ADA ปี 2026 ระบุว่าคนที่เสียความรู้สึกที่เท้าหรือเคยมีแผล ควรได้รับการตรวจเท้าทุกครั้งที่มาพบแพทย์

วิธีตรวจเท้าทุกวัน ตัดเล็บ เลือกรองเท้า อ่านต่อที่ ตรวจเท้าเบาหวานยังไง ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอ่านเรื่อง แผลกดทับ ประกอบได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb)

เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 10-1-15662-5-0011 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1–2 แคปซูล ปริมาณที่ได้รับจึงขึ้นกับจำนวนแคปซูลที่กิน

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก. · ผงน้ำมันปลา 100 มก. · แมกนีเซียม (100%) 100 มก. · สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก. · สารสกัดจากเห็ดหลินจือ 70 มก. · สารสกัดจากอาร์ติโชค 70 มก. · โพรโพลิส 60.5 มก. · ไคโตซาน (80%) 60 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน (85%) 60 มก. · สารสกัดจากเจียวกู่หลาน 45 มก. · ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (20%) 30 มก. · กรดแอลฟาไลโปอิก (100%) 24 มก. · ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (วิตามินอี 425 IU/g) 10 มก. · โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก.

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (20%) 30 มก. (ให้สังกะสีราว 6 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 12 มก. ต่อ 2 แคปซูล เป็นค่าคำนวณ) — Linus Pauling Institute ระบุว่าการขาดสังกะสีรุนแรงทำให้แผลหายช้า แต่การทบทวนของ Cochrane ปี 2020 เรื่องสารอาหารเสริมกับแผลที่เท้าในคนเป็นเบาหวาน (9 งาน 629 คน) พบว่าหลักฐานทั้งหมดมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ยังไม่แน่ชัดว่าซิงค์ซัลเฟต 220 มก. (สังกะสีธาตุ 50 มก.) เปลี่ยนขนาดแผลได้ ซึ่งเป็นขนาดสูงกว่าในแคปซูลหลายเท่า
  • วิตามินอี (ราว 4.25 IU ต่อแคปซูล หรือราว 8.5 IU ต่อ 2 แคปซูล เป็นค่าคำนวณ) — ใน Cochrane ฉบับเดียวกัน งานที่ให้แมกนีเซียมร่วมกับวิตามินอี 400 IU ก็ยังสรุปผลต่อแผลไม่ได้ ขนาดในแคปซูลต่ำกว่างานนั้นมาก
  • โพรโพลิส 60.5 มก. (2 แคปซูลเป็น 121 มก.) — งานวิจัยในคนที่เราตรวจเป็นเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ใช่เรื่องแผล ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์จากผึ้งควรหลีกเลี่ยง เพราะมีรายงานการแพ้โพรโพลิสในผู้ที่ทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้แผลที่เท้าสมานเร็วขึ้น และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเสริมโครเมียม แมกนีเซียม หรือสมุนไพร ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น และไม่แนะนำสารต้านอนุมูลอิสระชนิดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผลลดน้ำตาล การดูแลแผลยังต้องอาศัยการทำแผล ลดแรงกด และการรักษาจากแพทย์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวานชนิดกิน: มะระขี้นก โสมอเมริกัน และกรดแอลฟาไลโปอิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบในสูตร มีรายงานว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และรู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น หิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก สับสน ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาและอินซูลินที่แพทย์สั่งให้ใช้ต่อ) แล้วรีบแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสนมาก ชัก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ห้ามลด หยุด หรือปรับยาเบาหวานหรืออินซูลินเอง
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล: ฉลากเตือนเรื่องน้ำมันปลา และงานทดลองในอาสาสมัครพบว่าโสมอเมริกันทำให้ค่า INR ของวาร์ฟารินลดลง ต้องบอกแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: Linus Pauling Institute เตือนว่าผู้มีโรคไตควรจำกัดโครเมียมเสริม และเสี่ยงผลข้างเคียงจากแมกนีเซียมเสริมสูงขึ้น และมีรายงานไตอักเสบจากมะระขี้นก ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่มีแผลและนัดผ่าตัดหรือทำหัตถการ: นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ไคโตซาน: สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน ระวังในผู้แพ้อาหารทะเลและผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ · ไคโตซาน: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลักให้ทานห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง · น้ำมันปลา: ห้ามใช้ในผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา · น้ำมันปลา: ระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเฮิร์บทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Herb ของแบรนด์ Hopeful ถ่ายมุมเฉียงบนพื้นขาว ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มิลลิกรัม

Beta Herbเบต้าเฮิร์บ

เลข อย. 10-1-15662-5-0011

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (ประกาศโดยบริษัท ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Herb →

คำถามที่พบบ่อย

แผลเบาหวานระยะเริ่มต้นเป็นอย่างไร

มักเริ่มจากตุ่มพอง รอยถลอก รอยแดง จุดผิวหนาแข็งที่ฝ่าเท้า รอยแตกที่ส้นเท้า หรือเล็บขบ และหลายครั้งไม่เจ็บเลย จึงต้องส่องดูเท้าทุกวันรวมถึงซอกนิ้ว ถ้าพบแผลแม้เล็กควรให้แพทย์หรือพยาบาลดูตั้งแต่เนิ่น ๆ

ทำไมแผลเบาหวานไม่เจ็บแต่ลุกลาม

ปลายประสาทที่เท้าเสื่อมทำให้รับความรู้สึกเจ็บได้น้อยลง คนจึงยังเดินลงน้ำหนักบนแผลต่อ ร่วมกับเลือดไปเลี้ยงเท้าน้อยและการติดเชื้อ แผลจึงลุกลามได้ทั้งที่ไม่เจ็บ ให้ดูสี ความบวม กลิ่น และน้ำเหลืองแทนการดูความเจ็บ

แผลเบาหวานใช้เบตาดีนได้ไหม

เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยกตัวอย่างเบตาดีนแบบเจือจางสำหรับดูแลแผลเล็กเบื้องต้น หลังล้างด้วยน้ำอุ่นกับสบู่และเช็ดให้แห้ง แต่ถ้าแผลลึก มีหนอง หรือรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ ให้ทำแผลตามที่แพทย์หรือพยาบาลสั่ง

แผลเบาหวานโดนน้ำได้ไหม

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดตอนทำแผลได้ แต่หลังปิดแผลแล้ว MedlinePlus แนะนำให้ผ้าปิดแผลและผิวรอบแผลแห้งอยู่เสมอ ถ้าผ้าปิดแผลเปียกให้เปลี่ยนใหม่ และถามพยาบาลว่าแผลของเราอาบน้ำแบบไหนได้

แผลเบาหวานแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ รอบแผลแดงร้อนบวมและลาม มีหนองหรือกลิ่นเหม็น มีไข้หนาวสั่น แผลเป็นสีขาวซีด คล้ำ หรือดำ หรือเท้าเย็นซีดปวดขึ้นทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

เบต้ากลูแคน คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร จากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

เบต้ากลูแคน คืออะไร มาจากข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และยีสต์ ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลหลังอาหาร ขนาดที่ใช้ศึกษา และคนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม งานวิจัย Cochrane พบผลแค่ไหน จับไขมันได้จริงกี่กรัม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม ใครควรเลี่ยง ทำไมต้องกินห่างวิตามินที่ละลายในไขมัน

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ขาดแมกนีเซียมเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดไหม

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ทำไมคนเป็นเบาหวานเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ งานวิจัยเรื่องน้ำตาล ควรได้วันละเท่าไร แหล่งอาหารไทย และข้อระวังในคนไตเสื่อม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร ช่วยคุมน้ำตาลจริงไหม ผลข้างเคียงมีไหม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร 500 ไมโครกรัมให้โครเมียมจริงเท่าไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลขัดกันอย่างไร โครเมียมในอาหาร ผลข้างเคียงต่อไต และการกินคู่ยาเบาหวาน

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 894 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท