บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Life

Cystatin C คืออะไร ตรวจค่าไตแบบนี้ต่างจากครีเอตินินอย่างไร ใครควรตรวจ

คำตอบสั้น: Cystatin C (ซิสตาตินซี) คือโปรตีนที่เซลล์ในร่างกายสร้างขึ้น และไตเป็นผู้กรองออก ถ้าระดับในเลือดสูงอาจหมายถึงไตกรองได้น้อยลง ข้อดีคือไม่ผูกกับมวลกล้ามเนื้อเหมือนครีเอตินิน แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยให้พิจารณาตรวจ Cystatin C (ถ้าทำได้) ในผู้ที่ eGFR จากครีเอตินินอยู่ระหว่าง 45–59 และไม่มีความผิดปกติของไตอื่น เพื่อยืนยันว่าเป็นโรคไตเรื้อรังจริงหรือไม่ ค่านี้ไม่ได้แม่นกว่าในทุกกรณี แพทย์จึงมักใช้คู่กับครีเอตินิน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • eGFR (อัตราการกรองของไตโดยประมาณ) ปกติคำนวณจากครีเอตินินในเลือด ซึ่งเป็นของเสียจากกล้ามเนื้อ จึงคลาดเคลื่อนได้ในคนผอมมาก คนกล้ามเนื้อเยอะ หรือคนที่กินเนื้อสัตว์ก่อนเจาะเลือด
  • แนวทางไทย พ.ศ. 2565 ให้พิจารณาตรวจ Cystatin C เมื่อ eGFR อยู่ที่ 45–59 และไม่มีความผิดปกติอื่นของไต แล้วคำนวณด้วยสมการที่ใช้ทั้งสองค่า
  • แนวทาง KDIGO 2024 ระบุว่า การใช้ครีเอตินินร่วมกับ Cystatin C แม่นกว่าใช้ค่าใดค่าหนึ่งเดี่ยว ๆ
  • Cystatin C ก็มีตัวรบกวน เช่น ยาสเตียรอยด์ โรคไทรอยด์ที่ยังไม่ได้รักษา มะเร็ง การสูบบุหรี่
  • ผลตรวจครั้งเดียวยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ต้องดูว่าผิดปกตินานเกิน 3 เดือน

Cystatin C คืออะไร ทำไมใช้บอกการทำงานของไตได้

Cystatin C เป็นโปรตีนที่เซลล์ในร่างกายสร้างขึ้นตลอดเวลา และไตที่ดีจะรักษาระดับในเลือดให้พอดี มูลนิธิโรคไตแห่งชาติสหรัฐ (NKF) อธิบายว่า ถ้าระดับ Cystatin C ในเลือดสูงเกินไป อาจหมายความว่าไตทำงานได้ไม่ดี

หลักคิดเหมือนครีเอตินิน คือ ของที่ไตต้องกรองออก ถ้าไตกรองได้น้อยลง ของนั้นก็ค้างในเลือดมากขึ้น แพทย์จึงนำค่าในเลือดไปคำนวณย้อนกลับเป็นค่า eGFR หน่วยเป็นมิลลิลิตรต่อนาทีต่อพื้นที่ผิวกาย 1.73 ตารางเมตร

การเจาะเลือดตรวจ Cystatin C ทำเหมือนเจาะเลือดทั่วไป NKF ระบุว่าใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ความเสี่ยงมีแค่เจ็บหรือช้ำตรงที่เจาะ

Cystatin C ต่างจากครีเอตินินอย่างไร

ต่างกันที่ "ตัวรบกวน" ไม่ใช่ว่าค่าหนึ่งดีกว่าอีกค่าเสมอ แนวทาง KDIGO 2024 อธิบายว่าครีเอตินินผูกกับมวลกล้ามเนื้อโดยตรง จึงอาจหลอกตาในคนที่รูปร่างสุดขั้ว ส่วน Cystatin C ได้รับผลจากปัจจัยอีกชุดหนึ่ง

  • ครีเอตินิน ได้รับผลจากมวลกล้ามเนื้อ อาหารโปรตีนสูง อาหารคีโต อาหารมังสวิรัติ อาหารโปรตีนต่ำ และการกินครีเอทีนเสริม (อาหารเสริมของคนเล่นกล้าม)
  • Cystatin C ได้รับผลจากการใช้ยาสเตียรอยด์ โรคไทรอยด์ มะเร็ง การสูบบุหรี่ และการอักเสบรุนแรง
  • ทั้งสองค่า คลาดเคลื่อนได้ในคนที่ขาดสารอาหารหรือป่วยเรื้อรังหนัก ซึ่ง KDIGO แนะนำให้วัดค่าการกรองโดยตรงถ้าต้องตัดสินใจเรื่องการรักษาสำคัญ

ตัวอย่างใกล้ตัวคนไทย: ผู้สูงอายุที่ผอมลงมาก กล้ามเนื้อน้อย อาจมีครีเอตินินต่ำจน eGFR ดูดีเกินจริง ส่วนคนที่ยกน้ำหนักและกินครีเอทีน อาจมีครีเอตินินสูงจน eGFR ดูแย่เกินจริง อ่านเรื่องการอ่านค่าไตพื้นฐานได้ที่ ค่าไตปกติอยู่ที่เท่าไหร่ eGFR 60 70 80 90 ปกติไหม

ใครควรตรวจ Cystatin C บ้าง

แนวทางไทยระบุกลุ่มชัดที่สุด คือคนที่ eGFR จากครีเอตินินอยู่ระหว่าง 45–59 และตรวจอย่างอื่นไม่พบความผิดปกติของไต ข้อแนะนำเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาตรวจ Cystatin C ในกลุ่มนี้ (ถ้าทำได้) แล้วคำนวณด้วยสมการ 2012 CKD-EPI ที่ใช้ทั้งครีเอตินินและ Cystatin C เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

เหตุผลคือ eGFR ช่วง 45–59 ตรงกับระยะ 3a ซึ่งถ้าไม่มีหลักฐานอื่นของไตผิดปกติ เช่น ไม่มีอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ก็อาจเป็นได้ว่าค่าครีเอตินินคลาดเคลื่อน การตรวจ Cystatin C ร่วมด้วยจึงช่วยยืนยันผล

แนวทาง KDIGO 2024 ระบุสถานการณ์ที่ควรใช้ค่าที่รวม Cystatin C เพิ่มเติม เช่น

  • คนที่กล้ามเนื้อน้อยผิดปกติหรือเยอะผิดปกติ เช่น นักเพาะกาย ผู้ที่ถูกตัดขาเหนือเข่า ผู้บาดเจ็บไขสันหลัง
  • คนที่อ้วนมาก
  • คนที่กินอาหารโปรตีนต่ำ อาหารคีโต มังสวิรัติ อาหารโปรตีนสูง หรือครีเอทีนเสริม
  • เมื่อค่าการกรองของไตมีผลต่อการตัดสินใจรักษา เช่น การวินิจฉัย การแบ่งระยะ หรือการปรับขนาดยา

ข้อควรรู้คือ ทั้งแนวทางไทยและ KDIGO ใช้คำว่า "ถ้าทำได้" หรือ "ถ้ามี" เพราะไม่ใช่ทุกโรงพยาบาลมีการตรวจนี้ ถ้าสงสัยว่าตัวเองเข้ากลุ่มนี้ ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าจำเป็นไหม

อ่านผล Cystatin C คู่กับครีเอตินินอย่างไร

ให้ดูว่า eGFR จากสองค่าไปทางเดียวกันหรือไม่ แนวทาง KDIGO 2024 ระบุว่าหลายการศึกษาพบคนราว 25–30% มี eGFR จากครีเอตินินกับจาก Cystatin C ต่างกันตั้งแต่ 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือ 20% ขึ้นไป

  • ถ้าสองค่าใกล้กัน KDIGO ระบุว่าความแม่นของ eGFR ทุกแบบสูงและใกล้เคียงกัน ผลจึงค่อนข้างเชื่อถือได้
  • ถ้าสองค่าห่างกันมาก ค่าที่คำนวณจากทั้งสองอย่างรวมกันแม่นกว่าค่าใดค่าหนึ่ง และ KDIGO เห็นว่าสมเหตุสมผลที่จะตรวจ Cystatin C ซ้ำเป็นระยะคู่กับครีเอตินินในคนที่ค่าการกรองมีผลต่อการรักษา
  • ปัจจัยที่สัมพันธ์กับ eGFR จากครีเอตินิน "สูงกว่า" จาก Cystatin C ตามที่ KDIGO รวบรวม ได้แก่ อายุมาก เพศหญิง ค่าดัชนีมวลกายสูง น้ำหนักลดลง และการสูบบุหรี่ในปัจจุบัน

ระยะของโรคยังใช้ตัวเลขชุดเดิมตามแนวทางไทยและ KDIGO คือ ระยะ 1 eGFR ตั้งแต่ 90 · ระยะ 2 60–89 · ระยะ 3a 45–59 · ระยะ 3b 30–44 · ระยะ 4 15–29 · ระยะ 5 ต่ำกว่า 15 รายละเอียดของระยะ 3 อ่านต่อได้ที่ ไตเสื่อมระยะ 3 อันตรายไหม 3a กับ 3b ต่างกันอย่างไร

กินเนื้อสัตว์ก่อนเจาะเลือดทำให้ค่าไตเพี้ยนจริงไหม

จริงสำหรับครีเอตินิน แนวทาง KDIGO 2024 ยกตัวอย่างการศึกษาที่พบว่ามื้อเนื้อหรือปลาที่ปรุงสุกทำให้ครีเอตินินขึ้นราว 0.23 มก./ดล. ซึ่งในกลุ่มที่ศึกษาเท่ากับ eGFR ลดลงราว 20 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ผลสูงสุดเกิดใน 2–4 ชั่วโมงหลังกิน

KDIGO จึงระบุว่าการเว้นอย่างน้อย 12 ชั่วโมงหลังกินเนื้อหรือปลาก่อนตรวจครีเอตินินเป็นวิธีเลี่ยงผลนี้ แต่ยอมรับว่าทำได้ยากในชีวิตจริง

ในบริบทไทย ถ้ากินข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หรือหมูกระทะมาก่อนเจาะเลือดตอนสาย ค่าครีเอตินินรอบนั้นอาจสูงกว่าปกติได้ ควรบอกแพทย์ หรือถามโรงพยาบาลล่วงหน้าว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร เรื่องค่าไตที่ขึ้นลงอ่านต่อได้ที่ ค่าไตเพิ่มได้ไหม eGFR ขึ้นได้ไหม และทำไมผลแต่ละครั้งไม่เท่ากัน

ความเชื่อที่พบบ่อย: "Cystatin C แม่นกว่าครีเอตินินเสมอ จึงควรตรวจแทนเลย" จริงไหม

ไม่จริง แนวทาง KDIGO 2024 เขียนไว้ตรง ๆ ว่าปัจจัยที่รบกวน Cystatin C ยังศึกษาไม่มากพอ และเป็นความเข้าใจผิดที่จะคิดว่า eGFR จาก Cystatin C แม่นกว่าในทุกสถานการณ์ KDIGO แนะนำให้ใช้ Cystatin C เดี่ยว ๆ เฉพาะคนที่สุขภาพดีแต่มีเหตุทำให้ครีเอตินินเพี้ยนชัดเจน เช่น ถูกตัดขา

NKF ก็ระบุว่าผล Cystatin C อาจไม่แม่นในคนที่เป็นโรคไทรอยด์ที่ยังไม่ได้รักษาและคนที่ใช้ยาสเตียรอยด์

อีกความเชื่อหนึ่งคือ "ถ้า Cystatin C ปกติ แปลว่าไตดีแน่นอน" ซึ่งไม่ถูกเช่นกัน เพราะโรคไตเรื้อรังวินิจฉัยได้ทั้งจาก eGFR และจากอัลบูมินในปัสสาวะ คนที่ eGFR ปกติแต่มีอัลบูมินรั่วก็เป็นโรคไตเรื้อรังได้ ดูเรื่องการตรวจปัสสาวะได้ที่ UACR คืออะไร ไมโครอัลบูมินในปัสสาวะ ค่าปกติเท่าไร

ผลแบบไหนควรกลับไปคุยกับแพทย์

ผลที่ผิดปกติครั้งเดียวยังไม่ใช่คำวินิจฉัย แต่ไม่ควรปล่อยไว้ แนวทางไทยและ KDIGO นิยามโรคไตเรื้อรังว่าไตผิดปกตินานอย่างน้อย 3 เดือน เช่น eGFR ต่ำกว่า 60 หรืออัลบูมินในปัสสาวะ (ACR) ตั้งแต่ 30 มก./ก. และ KDIGO ระบุว่าห้ามสรุปว่าเป็นเรื้อรังจากค่าผิดปกติเพียงครั้งเดียว

  • eGFR จากครีเอตินินหรือจากค่ารวมต่ำกว่า 60 ในการตรวจมากกว่า 1 ครั้ง
  • eGFR จากสองวิธีต่างกันมาก จนไม่แน่ใจว่าอยู่ระยะไหน
  • มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือกำลังจะเริ่มยาที่ต้องปรับขนาดตามการทำงานของไต
  • ค่าลดลงเร็วผิดปกติเมื่อเทียบกับครั้งก่อน

ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวอยู่ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเองตามตัวเลขที่เห็นในใบผล ให้นำผลทุกครั้งไปให้แพทย์ดูเทียบกัน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าไลฟ์ (Beta Life)

เบต้าไลฟ์ (Beta Life) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0025 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 500 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ผงไข่ขาว 230 มก. · สารสกัดเห็ดหลินจือ 50 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก 40 มก. · ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล อะซีเตต (50%) 20 มก. · วิตามินดี3 200 IU · วิตามินบี6 1 มก. · วิตามินบี12 1 ไมโครกรัม · กรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม

  • ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ค่า Cystatin C ครีเอตินิน หรือ eGFR เปลี่ยน เพราะไม่มีการศึกษาตัวผลิตภัณฑ์
  • วิตามินดี3 200 IU — งานวิจัยแบบสุ่ม VITAL-DKD (JAMA 2019) ในผู้ใหญ่เบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 1,312 คน ที่ได้วิตามินดี3 2,000 IU ต่อวันนาน 5 ปี ไม่พบว่าชะลอการลดลงของ eGFR เมื่อเทียบกับยาหลอก ขนาดที่ศึกษาสูงกว่าในแคปซูล 10 เท่า
  • ผงไข่ขาว 230 มก. — คิดเป็นโปรตีนประมาณ 0.19 กรัม (ประมาณจากข้อมูลไข่ขาวผงของ USDA เพราะฉลากไม่ได้ระบุโปรตีน) เป็นปริมาณน้อย ไม่ได้ใช้แทนโปรตีนจากอาหาร
  • แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกคนกินวิตามินเสริมเป็นประจำ แต่ให้เสริมเมื่อผลตรวจหรืออาการบ่งชี้ว่าขาด และให้ใช้สมุนไพรด้วยความระมัดระวัง ผู้ป่วยไตจึงควรนำผลิตภัณฑ์ใด ๆ ไปปรึกษาแพทย์ก่อน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · มีส่วนประกอบของไข่ ผู้แพ้ไข่ไม่ควรรับประทาน · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าไลฟ์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Life ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 500 มิลลิกรัม

Beta Lifeเบต้าไลฟ์

เลข อย. 13-1-01566-5-0025

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Life →

คำถามที่พบบ่อย

Cystatin C คืออะไร

Cystatin C เป็นโปรตีนที่เซลล์ในร่างกายสร้างขึ้นและไตเป็นผู้กรองออก ถ้าระดับในเลือดสูงอาจหมายถึงไตกรองได้น้อยลง แพทย์ใช้ค่านี้คำนวณ eGFR ได้เหมือนครีเอตินิน

Cystatin C ต่างจากครีเอตินินยังไง

ครีเอตินินผูกกับมวลกล้ามเนื้อและอาหาร ส่วน Cystatin C ได้รับผลจากยาสเตียรอยด์ โรคไทรอยด์ มะเร็ง และการสูบบุหรี่ แนวทาง KDIGO 2024 ระบุว่าใช้สองค่าร่วมกันแม่นกว่าค่าเดียว

eGFR 50 ควรตรวจ Cystatin C ไหม

แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ให้พิจารณาตรวจ Cystatin C (ถ้าทำได้) เมื่อ eGFR จากครีเอตินินอยู่ระหว่าง 45–59 และไม่มีความผิดปกติของไตอื่น เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าจำเป็นในกรณีของคุณหรือไม่

ตรวจ Cystatin C ต้องงดอาหารไหม

ให้ทำตามที่โรงพยาบาลแจ้ง แต่ถ้าตรวจครีเอตินินคู่กัน แนวทาง KDIGO 2024 ระบุว่ามื้อเนื้อหรือปลาที่ปรุงสุกทำให้ครีเอตินินสูงขึ้นได้ และการเว้นอย่างน้อย 12 ชั่วโมงหลังกินเนื้อหรือปลาช่วยเลี่ยงผลนี้

Cystatin C ปกติแปลว่าไตดีใช่ไหม

ไม่เสมอไป โรคไตเรื้อรังวินิจฉัยได้ทั้งจาก eGFR และจากอัลบูมินในปัสสาวะ คนที่ eGFR ปกติแต่มีอัลบูมินรั่วนานเกิน 3 เดือนก็เป็นโรคไตเรื้อรังได้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-06

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท