เกี่ยวกับ Beta Vit
เท้าชาตลอดเวลา เท้าชาบ่อย เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง ต้องตรวจอะไร
คำตอบสั้น: เท้าชาตลอดเวลาทั้งสองข้าง โดยเฉพาะชาเริ่มจากปลายเท้าแล้วค่อย ๆ ลามขึ้น เข้าได้กับ ปลายประสาทเสื่อม (peripheral neuropathy) NHS ระบุว่าในสหราชอาณาจักรเบาหวานเป็นสาเหตุที่พบบ่อยเป็นลำดับแรก สาเหตุอื่น เช่น ดื่มสุรามากเป็นเวลาหลายปี ขาดวิตามินบี 12 ไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคไตหรือโรคตับเรื้อรัง และยาบางชนิด แพทย์มักเริ่มจากตรวจความรู้สึกที่เท้าและตรวจเลือดหาเบาหวานกับวิตามินบี 12 สิ่งสำคัญระหว่างหาสาเหตุคือ ดูแลเท้าทุกวัน เพราะเท้าที่ชาอาจเป็นแผลโดยไม่รู้ตัว
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ชาทั้งสองเท้าแบบค่อยเป็นค่อยไป: NHS อธิบายว่าปลายประสาทเสื่อมชนิดที่พบมากเริ่มจากเส้นประสาทที่ยาว จึงเริ่มที่เท้า แล้วค่อยลามขึ้น ต่อมาจึงเป็นที่มือ
- สาเหตุที่ต้องหา: เบาหวาน สุรา ขาดบี 12 ไทรอยด์ต่ำ ไตหรือตับเรื้อรัง ยาบางชนิด และบางรายหาสาเหตุไม่พบ
- การตรวจเลือด: NHS ระบุว่าแพทย์อาจตรวจเลือด โดยเฉพาะหาเบาหวานและการขาดวิตามินบี 12 ตามที่แพทย์เห็นสมควร
- ดูแลเท้า: ตรวจเท้าทุกวัน ล้างด้วยน้ำอุ่นที่ทดสอบอุณหภูมิด้วยมือหรือข้อศอกก่อน ใส่รองเท้าเสมอ
- ติดต่อแพทย์โดยเร็ว: เท้าแดง ร้อนขึ้น บวม มีแผลหรือรอยแตก (MedlinePlus) · นัดพบแพทย์: เท้าชา เสียการทรงตัว อ่อนแรง หรือแผลที่เท้าไม่ดีขึ้น (NHS)
เท้าชาตลอดเวลาทั้งสองข้าง แบบใส่ถุงเท้า บอกอะไร
ชาทั้งสองเท้าเท่า ๆ กัน มักบอกว่าปัญหาอยู่ที่เส้นประสาทส่วนปลายหลายเส้น ไม่ใช่เส้นเดียวที่ถูกกด NHS (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) อธิบายว่าปลายประสาทเสื่อมแบบที่กระทบเส้นประสาททั่วร่างกาย (polyneuropathy) เป็นชนิดที่พบมาก และกระทบเส้นประสาทที่ยาวก่อน อาการจึงมักเริ่มที่เท้า แล้วรู้สึกเหมือนลามขึ้น ต่อมาจึงเป็นที่มือ บางคนเรียกว่าชาแบบใส่ถุงเท้าหรือใส่ถุงมือ
NHS ประมาณว่าเกือบ 1 ใน 10 ของคนอายุ 55 ปีขึ้นไปในสหราชอาณาจักรมีปลายประสาทเสื่อม อาการหลักที่ NHS ระบุ ได้แก่
- ชาและเหน็บซ่าที่เท้าหรือมือ
- ปวดแสบร้อน ปวดแปลบ หรือปวดเหมือนไฟช็อตในบริเวณนั้น
- เสียการทรงตัวและการประสานงาน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะที่เท้า
NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้มักเป็นตลอด แต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ ได้ และในหน้าอาการ ระบุว่าความรู้สึกเจ็บและความรู้สึกร้อนเย็นอาจลดลง โดยเฉพาะที่เท้า NHS หน้าภาวะแทรกซ้อนระบุว่าคนที่เท้าชาอาจเหยียบของมีคมจนเท้าบาดได้ง่าย และ MedlinePlus ระบุว่าผิวของผู้ป่วยเบาหวานไม่ตอบสนองต่อความร้อนตามปกติ จึงเสี่ยงแผลไหม้รุนแรง
ถ้าชาข้างเดียว อาการและสาเหตุที่ต้องนึกถึงต่างออกไป อ่านที่ เท้าชาข้างเดียว เกิดจากอะไร
เท้าชาบ่อย ๆ เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง
หน้าสาเหตุของ NHS (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) แบ่งไว้เป็นกลุ่ม ดังนี้
เบาหวาน
NHS ระบุว่าปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวานน่าจะเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่เลี้ยงเส้นประสาท โอกาสเป็นมากขึ้นเมื่อเป็นเบาหวานนานขึ้น และ ผู้ป่วยเบาหวานมากถึง 1 ใน 4 มีอาการปวดจากเส้นประสาทเสียหาย
ในผู้ป่วยเบาหวาน NHS ระบุว่าความเสี่ยงสูงขึ้นถ้าคุมน้ำตาลไม่ดี สูบบุหรี่ ดื่มสุรามากเป็นประจำ หรืออายุเกิน 40 ปี รายละเอียดเฉพาะเบาหวาน อ่านที่ เบาหวานชาปลายเท้า ปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน
ถ้ายังไม่เคยตรวจเบาหวานมาก่อน เกณฑ์ไทยตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 คือ HbA1c ตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไปเข้าเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน และ 5.7–6.4% เป็นภาวะก่อนเบาหวาน ส่วนน้ำตาลขณะอดอาหาร 100–125 มก./ดล. เป็นภาวะก่อนเบาหวาน การวินิจฉัยต้องให้แพทย์ยืนยัน
ดื่มสุรามากเป็นเวลานาน
NHS ระบุการดื่มสุรามากเป็นเวลาหลายปีเป็นสาเหตุหนึ่ง และ Linus Pauling Institute (LPI) ระบุว่าการดื่มสุราเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการขาดวิตามินบี 1 ในประเทศอุตสาหกรรม เพราะกินได้น้อยและลำไส้ดูดซึมได้ลดลง อ่านเพิ่มที่ ทำไมคนดื่มประจำขาดวิตามินบี 1
ขาดวิตามินบี 12 หรือวิตามินอื่น
NHS ระบุระดับวิตามินบี 12 หรือวิตามินอื่นต่ำเป็นสาเหตุของปลายประสาทเสื่อม หน้าภาวะขาดบี 12 ของ NHS (ทบทวน 20 ก.พ. 2566) ระบุอาการอื่นที่อาจพบร่วม เช่น อ่อนเพลียมาก ลิ้นแดงเจ็บ แผลในปาก ความจำหรือการตัดสินใจแย่ลง และระบุสาเหตุ เช่น โรคโลหิตจางเพอร์นิเชียส (ภูมิต้านตนเอง) กินมังสวิรัติเคร่งครัด ยากันชัก และยาลดกรดกลุ่ม PPI (เช่น โอเมพราโซล) ส่วนยาเมทฟอร์มิน ADA ระบุว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงขาดบี 12 และแนะนำให้ตรวจเป็นระยะ
โรคอื่นและยา
รายการของ NHS ยังมีอีกหลายข้อ ยกมาเฉพาะที่ผู้อ่านวัย 40 ปีขึ้นไปอาจเกี่ยวข้อง
- ไทรอยด์ทำงานต่ำ
- โรคตับเรื้อรังหรือโรคไตเรื้อรัง
- การติดเชื้อบางชนิด เช่น งูสวัด เอชไอวี
- หลอดเลือดอักเสบ และโรคภูมิต้านตนเอง เช่น รูมาตอยด์ ลูปัส
- มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มัลติเพิลมัยอีโลมา
- สารพิษ เช่น ตะกั่ว สารหนู ปรอท
ยาที่ NHS ระบุว่าอาจทำให้ปลายประสาทเสื่อมในบางคน: ยาเคมีบำบัดบางชนิด ยาปฏิชีวนะบางตัวถ้ากินนานหลายเดือน เช่น เมโทรนิดาโซลหรือไนโตรฟูแรนโทอิน ยากันชักฟีนิโทอินเมื่อใช้นาน และอะมิโอดาโรน (ยาหัวใจ) นอกจากนี้ LPI ระบุว่าการกินวิตามินบี 6 ขนาดสูงมากเป็นเวลานานทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้
NHS หน้าการวินิจฉัยระบุว่า ถ้าใช้ยาที่รู้ว่าทำให้ปลายประสาทเสื่อม แพทย์ อาจหยุดหรือลดขนาดชั่วคราวเพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของแพทย์ ผู้ป่วย ห้ามหยุดยาเอง ถ้าสงสัย ให้นำยาทุกตัวไปให้แพทย์ดู
NHS ระบุด้วยว่าบางรายหาสาเหตุไม่พบ เรียกว่าปลายประสาทเสื่อมไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic neuropathy)
เท้าชาตลอดเวลา หมอจะตรวจอะไรบ้าง
NHS (หน้าการวินิจฉัย ทบทวน 10 ต.ค. 2565) อธิบายขั้นตอนไว้ดังนี้
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย: ตรวจความรู้สึก กำลังกล้ามเนื้อ และรีเฟล็กซ์
- ตรวจเลือด: โดยเฉพาะเพื่อหาเบาหวานหรือการขาดวิตามินบี 12 ถ้าสงสัยเบาหวาน แพทย์มักวินิจฉัยได้จากอาการ การตรวจร่างกาย และระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะ
- ตรวจการนำไฟฟ้าเส้นประสาท (NCS) และตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): สำหรับบางคนที่ส่งพบแพทย์ประสาทวิทยา มักทำพร้อมกัน
- ถ้ายังไม่รู้สาเหตุ: อาจตรวจเลือดเพิ่ม เจาะน้ำไขสันหลัง เอกซเรย์ CT หรือ MRI และน้อยครั้งที่ต้องตัดชิ้นเนื้อเส้นประสาท
เนื่องจากรายการสาเหตุของ NHS มีไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคไต และโรคตับ ผู้อ่านถามแพทย์ได้ว่าควรตรวจการทำงานของไทรอยด์ ค่าไต หรือค่าตับด้วยหรือไม่ (คำแนะนำของบทความ) ผู้ป่วยเบาหวาน แนวทางเวชปฏิบัติไทย 2566 ระบุว่าทุกรายควรได้รับการตรวจเท้า โดยตรวจความรู้สึกด้วยเส้นใยโมโนฟิลาเมนต์ การสั่นสะเทือน หรือ Ipswich touch test และ ADA 2025 แนะนำให้ตรวจด้วยโมโนฟิลาเมนต์ 10 กรัมทุกปี รายละเอียดการตรวจแต่ละแบบ อ่านที่ ตรวจปลายประสาทเสื่อมทำอย่างไร
เตรียมข้อมูลไปหาหมอ: รายชื่อยาและวิตามินที่กินทุกตัว ปริมาณการดื่มสุรา อาการเริ่มเมื่อไรและลามไปถึงไหน และมีอาการอื่น เช่น อ่อนแรง เดินเซ ท้องผูกท้องเสียสลับ หรือหน้ามืดเวลาลุกยืนหรือไม่ (คำแนะนำของบทความ)
ดูแลเท้าที่ชาอย่างไรไม่ให้เกิดแผล
เท้าที่ชาเสี่ยงเป็นแผลโดยไม่รู้ตัว NHS หน้าภาวะแทรกซ้อน (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) อธิบายว่าคนเท้าชาอาจเหยียบของมีคม หรือเกิดตุ่มพองจากรองเท้าคับแล้วเดินต่อเพราะไม่รู้สึกเจ็บ จนกลายเป็นแผล ถ้าแผลติดเชื้ออาจเกิดเนื้อตาย และรุนแรงถึงต้องตัดนิ้วหรือเท้า
MedlinePlus หน้าการดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) แนะนำไว้ ดังนี้
- ตรวจเท้าทุกวัน ทั้งหลังเท้า ข้างเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า และซอกนิ้ว ดูผิวแห้งแตก ตุ่มพอง แผล รอยช้ำ รอยแดง จุดแข็ง ถ้ามองไม่ชัดให้คนในบ้านช่วยดู
- ล้างเท้าทุกวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ทดสอบอุณหภูมิน้ำด้วยมือหรือข้อศอกก่อน เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว
- ทาโลชั่นที่ผิวแห้ง แต่ไม่ทาซอกนิ้ว เว้นแต่แพทย์แนะนำ
- ตัดเล็บตรง ถ้าเล็บหนา เปลี่ยนสี มองไม่ชัด หรือเท้ารู้สึกน้อยลง ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเท้าตัดให้
- ไม่ใช้แผ่นประคบร้อนหรือกระเป๋าน้ำร้อนที่เท้า ไม่เดินเท้าเปล่า โดยเฉพาะบนพื้นร้อน กระเบื้องร้อน หรือทรายร้อน
- ใส่รองเท้าเสมอ ตรวจด้านในรองเท้าก่อนใส่ ไม่ซื้อรองเท้าคับ ไม่ใส่รองเท้าแตะแบบคีบ
- ใส่ถุงเท้าสะอาดแห้งทุกวัน และเลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ลดเลือดไปเลี้ยงเท้า
ในบ้านเรา เช่น เดินเท้าเปล่าในบ้าน ตากผ้าบนลานปูนกลางแดด หรือแช่เท้าในน้ำร้อนจัด เป็นจุดที่ควรระวังเป็นพิเศษ (คำแนะนำของบทความ) วิธีตรวจเท้าและตัดเล็บแบบละเอียด อ่านที่ ตรวจเท้าเบาหวานยังไง แช่เท้า นวดเท้าได้ไหม
ได้ยินว่าเท้าชากินวิตามินบีรวมหรือกรดอัลฟาไลโปอิกก็พอ จริงไหม
ไม่พอ และอาจทำให้พลาดสาเหตุที่รักษาได้ NHS หน้าการรักษา (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) ระบุว่าการรักษาขึ้นกับสาเหตุ เช่น เบาหวานต้องคุมน้ำตาลให้ดี ภาวะขาดบี 12 รักษาด้วยการฉีดหรือยาเม็ดบี 12 และถ้าเกิดจากยา อาการอาจดีขึ้นเมื่อแพทย์หยุดยานั้น
เรื่องผลิตภัณฑ์เสริม NHS ระบุว่ามีคนลองใช้ เช่น เบนโฟไทอะมีน (วิตามินบี 1 รูปแบบหนึ่ง) กรดอัลฟาไลโปอิก สมุนไพร และฝังเข็ม และเขียนว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจนเสมอไป ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนลอง เพราะอาจรบกวนการรักษาที่ทำอยู่ ADA 2025 ระบุว่าการคุมน้ำตาลช่วยป้องกันหรือชะลอปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวานได้ แต่ ไม่ทำให้เส้นประสาทที่เสียไปกลับคืน และยังไม่มีการรักษาเฉพาะที่ย้อนความเสียหายของเส้นประสาท
NHS ระบุว่ายิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งมีโอกาสจำกัดความเสียหายและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น การซื้อวิตามินมากินเองโดยไม่ตรวจ จึงไม่ควรใช้แทนการไปหาสาเหตุ
เท้าชาแบบไหนต้องไปหาหมอเร็ว
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (หน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)
- ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกขึ้นมาทันที
- หน้าเบี้ยว ยิ้มไม่ได้ข้างหนึ่ง
- พูดไม่ชัด หรือพูดลำบาก
- ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชามาก หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ชาบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือก้น
- ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน
- กลั้นอุจจาระไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน
ติดต่อแพทย์โดยเร็ว ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (MedlinePlus หน้าดูแลเท้า และ NHS หน้าหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ทบทวน 10 เม.ย. 2569)
- เท้าแดง ร้อนขึ้น หรือบวม
- มีแผล รอยแตก หรือตุ่มพองที่เท้า
- ปวดแสบร้อนรุนแรงที่ขาและเท้าแม้ขณะพัก
- ผิวขาซีด มันวาว เรียบ และแห้ง
- นิ้วเท้าหรือขาเย็นและชา แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ
นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปลายประสาทเสื่อม)
- ปวด เหน็บชา หรือเท้ารู้สึกน้อยลง
- เสียการทรงตัวหรืออ่อนแรง
- มีแผลหรือรอยบาดที่เท้าที่ไม่ดีขึ้น
- เป็นเบาหวาน ซึ่ง NHS แนะนำให้ตรวจเป็นประจำ
ภาพรวมว่าชาแบบไหนต้องไปหาหมอแผนกไหน อ่านที่ มือเท้าชาอันตรายไหม ชาแบบไหนต้องไปหาหมอ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
เรื่องเท้าชาตลอดเวลา: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการชาหรือปลายประสาทเสื่อมดีขึ้น และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้มีหลักฐานดังนี้
- กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก. ต่อแคปซูล — งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการปลายประสาทใช้วันละ 600–1,800 มก. มากกว่าในแคปซูล 12–36 เท่า (คำนวณ) งาน SYDNEY 2 (ตีพิมพ์ 2549) ติดตาม 5 สัปดาห์ พบคะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก แต่งาน NATHAN 1 (ตีพิมพ์ 2554) ที่ใช้ 600 มก. นาน 4 ปี ไม่พบความต่างที่ตัวชี้วัดหลัก ยังไม่พบงานที่ใช้ขนาด 50 มก.
- วิตามินบี 1 100 มก. ต่อแคปซูล — ราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทย (คำนวณจาก DRI ไทย 2563) ไม่มีปริมาณสูงสุดที่กำหนด และ DRI ไทยระบุว่าส่วนเกินถูกขับทางปัสสาวะเกือบหมดภายใน 4 ชั่วโมง งานวิจัยเรื่องอาการชาจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์คนละรูปแบบกับวิตามินบี 1 ในผลิตภัณฑ์นี้ และผลยังไม่สอดคล้องกัน (งาน 2 ปีไม่พบผลต่อเส้นประสาท)
- วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัมต่อแคปซูล — งานทบทวน Cochrane (2561) ที่ใช้บี 12 แบบกินรักษาภาวะขาด ใช้วันละ 1,000–2,000 ไมโครกรัม มากกว่าในแคปซูลราว 1.7–3.3 เท่า (คำนวณ) ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการตรวจและการรักษาภาวะขาดบี 12 ที่แพทย์สั่ง ผู้ที่จะตรวจระดับบี 12 ให้บอกแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีบี 12 อยู่ (คำแนะนำของบทความ)
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ และงาน DIVINe (2553) ในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน พบว่าวิตามินบีรวมขนาดสูงสัมพันธ์กับไตเสื่อมเร็วขึ้น
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย แมกนีเซียมออกไซด์เองก็ทำให้บางคนถ่ายเหลวได้ ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์
- ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หิวจัด สับสน และตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้เคมีบำบัดหรือฉายแสง: ศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกอาจรบกวนการรักษา ปรึกษาทีมรักษาก่อน
- กินวิตามินบีรวมขนาดสูงตัวอื่นอยู่: ให้นับรวม เพราะบี 6 ขนาดสูงมากเป็นเวลานานทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้ (LPI)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
- ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน เมทฟอร์มิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยาแก้ปวดปลายประสาท แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยว่ายาตัวไหนทำให้ชา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการชา
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
- แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาข้างเดียวขึ้นมาทันที หรือยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก นึกคำไม่ออก หรือสับสน
- ตามัวหรือมองไม่เห็นขึ้นมาทันที
- ชาบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือบริเวณก้นที่ใช้นั่ง
- ปัสสาวะไม่ออก เริ่มปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
- ไม่รู้สึกว่าปวดอุจจาระ หรือกลั้นอุจจาระไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
- ปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง
- ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชามาก หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- เดินลำบากขึ้นมาใหม่
- มือเสียการประสานงานทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
- เจ็บแน่นหน้าอก หรือเจ็บร้าวไปแขน คอ หรือกราม
- ผู้ใช้ยาเบาหวานที่หมดสติหรือชัก (ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ จัดท่านอนตะแคง)
รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) ปวดร้าวลงขา (3 ธ.ค. 2567) กระดูกคอเสื่อม (2 ส.ค. 2566) หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (31 มี.ค. 2569) และน้ำตาลในเลือดต่ำ (3 ส.ค. 2566) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
เท้าชาตลอดเวลาเกิดจากอะไร
ชาทั้งสองเท้าที่ค่อย ๆ เป็นและลามขึ้น เข้าได้กับปลายประสาทเสื่อม NHS ระบุว่าในสหราชอาณาจักรเบาหวานเป็นสาเหตุที่พบบ่อยเป็นลำดับแรก สาเหตุอื่น เช่น ดื่มสุรามากเป็นเวลานาน ขาดวิตามินบี 12 ไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคไตหรือโรคตับเรื้อรัง และยาบางชนิด ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
เท้าชาต้องตรวจเลือดอะไร
NHS ระบุว่าแพทย์อาจตรวจเลือด โดยเฉพาะเพื่อหาเบาหวานและการขาดวิตามินบี 12 และอาจส่งตรวจการนำไฟฟ้าเส้นประสาท ผู้อ่านถามแพทย์ได้ว่าควรตรวจไทรอยด์ ค่าไต หรือค่าตับด้วยหรือไม่
ยาอะไรทำให้เท้าชาได้
NHS ยกตัวอย่างยาเคมีบำบัดบางชนิด ยาปฏิชีวนะบางตัวที่กินนานหลายเดือน เช่น เมโทรนิดาโซล ไนโตรฟูแรนโทอิน ยากันชักฟีนิโทอิน และอะมิโอดาโรน ถ้าสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง
เท้าชาดูแลเท้าอย่างไร
MedlinePlus แนะนำให้ตรวจเท้าทุกวัน ล้างด้วยน้ำอุ่นที่ทดสอบอุณหภูมิด้วยมือหรือข้อศอกก่อน ไม่ใช้กระเป๋าน้ำร้อนที่เท้า ไม่เดินเท้าเปล่า และใส่รองเท้าที่พอดีเสมอ
เท้าชาแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันที ขาสองข้างอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชารอบอวัยวะเพศหรือก้น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนเท้าแดง บวม มีแผล ให้ติดต่อแพทย์โดยเร็ว
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Peripheral neuropathy - CausesNHS
- Peripheral neuropathy - DiagnosisNHS
- Diabetes - taking care of your feetMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Oral treatment with alpha-lipoic acid improves symptomatic diabetic polyneuropathy: the SYDNEY 2 trialDiabetes Care (PubMed)
- Efficacy and safety of antioxidant treatment with α-lipoic acid over 4 years in diabetic polyneuropathy: the NATHAN 1 trialDiabetes Care (PubMed)
- Peripheral neuropathy - TreatmentNHS
- Oral vitamin B12 versus intramuscular vitamin B12 for vitamin B12 deficiencyCochrane Database of Systematic Reviews (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
