บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ตับแข็งอาเจียนเป็นเลือด เส้นเลือดขอดหลอดอาหาร อันตรายแค่ไหน

คำตอบสั้น: คนเป็นตับแข็งที่ อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำเหนียว ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เพราะมักมาจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารหรือกระเพาะที่แตก ซึ่งเลือดออกได้มากและเร็ว MedlinePlus ระบุว่าต้องหยุดเลือดให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันภาวะช็อกและเสียชีวิต ข่าวดีคือภาวะนี้ ป้องกันล่วงหน้าได้ ด้วยการส่องกล้องคัดกรอง ยาลดความดันพอร์ทัล และการรัดเส้นเลือดขอดตามที่แพทย์นัด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เส้นเลือดขอดเกิดจาก ความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลสูง เพราะพังผืดในตับขวางทางเลือด เลือดจึงไปดันหลอดเลือดดำในหลอดอาหารจนโป่ง
  • เส้นเลือดขอดส่วนใหญ่ ไม่มีอาการจนกว่าจะแตก แนวทางไทยจึงให้ส่องกล้องคัดกรองในผู้ป่วยตับแข็ง
  • รักษาเลือดออก: ยาลดความดันพอร์ทัล ยาปฏิชีวนะ ให้เลือด และส่องกล้องรัดเส้นเลือดขอด (EVL)
  • ป้องกันการแตกซ้ำ: ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดไม่จำเพาะ ร่วมกับการรัดเส้นเลือดขอด (แนวทางไทยข้อ 6.7)
  • ห้ามกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เอง และต้องบอกแพทย์เรื่องยาต้านการแข็งตัวของเลือดและอาหารเสริมทุกชนิด

เส้นเลือดขอดหลอดอาหารเกิดจากอะไร

ต้นเหตุคือความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลสูง (portal hypertension) หลอดเลือดพอร์ทัลคือหลอดเลือดใหญ่ที่นำเลือดจากกระเพาะ ลำไส้ ม้าม ถุงน้ำดี และตับอ่อน เข้าสู่ตับ NIDDK อธิบายว่าเมื่อพังผืดในตับแข็งทำให้เลือดไหลผ่านตับช้าลง ความดันในหลอดเลือดนี้จึงสูงขึ้น

MedlinePlus อธิบายต่อว่า เลือดที่ผ่านตับไม่ได้จะหาทางอ้อมผ่านหลอดเลือดดำที่หลอดอาหาร เลือดที่มากเกินทำให้หลอดเลือดโป่งพองออกเป็นเส้นเลือดขอด ซึ่งผนังบางและแตกง่าย ถ้าเกิดที่กระเพาะอาหารส่วนบนเรียกว่าเส้นเลือดขอดในกระเพาะ โรคตับเรื้อรังทุกชนิดที่ทำให้ตับแข็งเป็นต้นเหตุได้ ไม่ว่าจะมาจากเหล้า ไวรัสตับอักเสบ หรือไขมันพอกตับ

เส้นเลือดขอดแตก มีอาการอย่างไร

MedlinePlus ระบุว่า คนที่มีเส้นเลือดขอดอาจไม่มีอาการเลย ถ้าเลือดออกน้อย อาการเดียวอาจเป็นแค่อุจจาระมีสีดำปน ถ้าเลือดออกมากจะมีอาการ

  • อาเจียนเป็นเลือด สีแดงสด หรือสีดำคล้ำคล้ายกากกาแฟ
  • ถ่ายอุจจาระสีดำเหนียวเหมือนยางมะตอย หรือถ่ายเป็นเลือด
  • หน้ามืด วิงเวียน ตัวซีด
  • ใจสั่น ชีพจรเร็ว ความดันต่ำ

ข้อสังเกตสำคัญ: ถ้าไม่แน่ใจว่าอุจจาระสีดำเกิดจากอะไร ให้ถือว่าเป็นเลือดออกไว้ก่อน เพราะการรอดูอาการอันตรายกว่า

อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ต้องทำอย่างไร

เป็นภาวะฉุกเฉิน ทั้ง NIDDK และ MedlinePlus ระบุตรงกันว่าคนที่อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระสีดำต้องไปโรงพยาบาลทันที ถ้าผู้ป่วยตับแข็งมีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือสีเหมือนกากกาแฟ
  • ถ่ายอุจจาระสีดำเหนียว หรือถ่ายเป็นเลือด
  • หน้ามืดจะเป็นลม วิงเวียน ตัวซีด
  • สับสน ซึม ปลุกตื่นยาก

สิ่งที่ญาติทำได้ระหว่างรอ

  • ไม่ให้ผู้ป่วยขับรถไปเอง และไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว
  • ไม่ป้อนอาหาร น้ำ หรือยา โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยซึม เพราะอาจสำลัก
  • เตรียมรายการยาทุกตัวที่กินอยู่ รวมถึงอาหารเสริมและสมุนไพร และสมุดนัดของโรงพยาบาลที่รักษาตับ

ที่โรงพยาบาลรักษาเลือดออกจากเส้นเลือดขอดอย่างไร

แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 วางขั้นตอนไว้ดังนี้

  1. ดูแลทั่วไปทันที (ข้อ 6.4): ให้ยาลดความดันพอร์ทัลทางหลอดเลือดดำ ให้ยาปฏิชีวนะ และให้เลือดเพื่อรักษาระดับฮีโมโกลบินไว้ที่ 7–9 กรัม/ดล. (ไม่ให้เลือดมากเกินไป)
  2. ยาปฏิชีวนะป้องกันติดเชื้อ (ข้อ 4.3): ผู้ป่วยตับแข็งที่มีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ควรได้ยา ceftriaxone ทางหลอดเลือดดำ 5–7 วัน
  3. ส่องกล้องรักษา (ข้อ 6.5): เส้นเลือดขอดที่หลอดอาหารใช้การรัดด้วยยางวง (EVL) ส่วนเส้นเลือดขอดที่กระเพาะใช้การฉีดกาวทางการแพทย์ (cyanoacrylate) และนัดมารักษาซ้ำจนเส้นเลือดขอดยุบ
  4. ถ้ายังไม่หยุดหรือออกซ้ำ (ข้อ 6.6): โรงพยาบาลที่มีความพร้อมอาจทำ TIPS คือการใส่ท่อเชื่อมหลอดเลือดในตับเพื่อลดความดัน

MedlinePlus ระบุเพิ่มว่า ถ้าเลือดออกมาก ผู้ป่วยบางคนอาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อป้องกันเลือดไหลลงปอด

ป้องกันเส้นเลือดขอดแตกได้ไหม ทำไมหมอนัดส่องกล้อง

ป้องกันได้ และนี่คือเหตุผลที่ไม่ควรเลื่อนนัดส่องกล้อง แนวทางไทยระบุ

  • ข้อ 6.1: ผู้ป่วยตับแข็งระยะเสียการชดเชย ควรส่องกล้องคัดกรองเส้นเลือดขอดทุกราย ส่วนระยะชดเชยได้ก็ควรส่องเช่นกัน ยกเว้นบางรายที่ค่าความแข็งตับต่ำกว่า 20 กิโลปาสคาลและเกล็ดเลือดมากกว่า 150,000 แพทย์อาจเลื่อนไปก่อนได้
  • ข้อ 6.2: ผู้ที่มีลักษณะความดันพอร์ทัลสูงอย่างมีนัยสำคัญ ควรได้ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดไม่จำเพาะ โดยใช้ carvedilol เป็นยาตัวแรก
  • ข้อ 6.3: ถ้ากินยากลุ่มนี้ไม่ได้ แพทย์จะส่องกล้อง และถ้าพบเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ จะรัดด้วยยางวงล่วงหน้า

MedlinePlus ยกตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น propranolol nadolol และ carvedilol ซึ่ง ลดความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลและลดความเสี่ยงเลือดออก ถ้ามีอาการผิดปกติหลังเริ่มยา ให้บอกแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง

ม้ามโต เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย เกี่ยวกับตับแข็งอย่างไร

ทั้งสามเรื่องเป็นสัญญาณของตับแข็งที่แพทย์ใช้ประกอบกัน

  • ม้ามโต: หลอดเลือดพอร์ทัลรับเลือดจากม้ามด้วย (NIDDK) MedlinePlus ระบุว่าการตรวจร่างกายในผู้ป่วยตับแข็งอาจพบตับหรือม้ามโต
  • เกล็ดเลือดต่ำ: แนวทางไทยข้อ 1.1 ให้สงสัยตับแข็งเมื่อตรวจพบเกล็ดเลือดต่ำ และข้อ 6.1 กับ 6.3 ใช้ระดับเกล็ดเลือด 150,000 ร่วมกับค่าความแข็งตับ ช่วยตัดสินว่าควรส่องกล้องหาเส้นเลือดขอดหรือไม่
  • ช้ำง่าย เลือดออกง่าย: NIDDK ระบุเป็นภาวะแทรกซ้อนหนึ่งของตับแข็ง เพราะตับสร้างสารช่วยการแข็งตัวของเลือดได้น้อยลง

ตัวเลขเกล็ดเลือดในใบผลจึงไม่ใช่แค่ค่าเลือดทั่วไป ควรถามแพทย์ว่าค่าของตัวเองหมายถึงอะไร และต้องระวังเรื่องใดบ้าง

ยาและอาหารเสริมอะไรที่ทำให้เลือดออกง่าย ต้องแจ้งแพทย์

  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค นาพรอกเซน แนวทางไทยข้อ 9.12 ระบุให้หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยตับแข็ง เพราะเพิ่มความเสี่ยงไตวายเฉียบพลันและเลือดออกในทางเดินอาหาร อ่านต่อที่ ยาแก้ปวดกับไต
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน คนที่ได้ยาเหล่านี้จากแพทย์โรคหัวใจหรือสมอง ต้องบอกแพทย์ตับด้วยทุกครั้ง
  • อาหารเสริมและสมุนไพร บางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือรบกวนยาวาร์ฟาริน เช่น วิตามินอีขนาดสูง ถั่วนัตโตะ อ่านต่อที่ อาหารเสริมที่ต้องระวังเมื่อใช้ยาละลายลิ่มเลือด และ วิตามินอีกับยาละลายลิ่มเลือด

ความเชื่อ: เลือดหยุดแล้ว ไม่ต้องไปตามนัดส่องกล้องก็ได้

ไม่จริง MedlinePlus ระบุว่า เลือดออกจากเส้นเลือดขอดมักกลับมาออกซ้ำ ทั้งในคนที่รักษาและไม่รักษา แนวทางไทยข้อ 6.7 จึงให้การป้องกันการออกซ้ำด้วย ยาเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดไม่จำเพาะร่วมกับการรัดเส้นเลือดขอด ซึ่งต้องส่องกล้องหลายครั้งจนเส้นเลือดขอดยุบ

การไม่ไปตามนัด หรือหยุดยาเพราะรู้สึกว่าหายแล้ว เท่ากับเปิดโอกาสให้เลือดออกซ้ำโดยไม่มีอาการเตือน

ดูแลตัวเองหลังออกจากโรงพยาบาลอย่างไร

  • กินยาตามสั่งทุกวัน โดยเฉพาะยาลดความดันพอร์ทัล ห้ามหยุดเอง
  • ไปตามนัดส่องกล้องรัดเส้นเลือดขอด จนแพทย์บอกว่าครบ
  • งดเหล้าทุกชนิด และไม่ซื้อยาแก้ปวด ยาชุด ยาลูกกลอน หรืออาหารเสริมกินเอง
  • สังเกตสีอุจจาระทุกวัน ถ้าดำขึ้นใหม่ให้ไปโรงพยาบาล
  • ระวังอาการสับสนหรือนอนกลับวันคืน เพราะเลือดออกในทางเดินอาหารกระตุ้นอาการทางสมองได้ อ่านต่อที่ ตับแข็ง อาการทางสมอง
  • MedlinePlus ระบุว่าหลังรักษาด้วยการส่องกล้อง บางคนอาจมีหลอดอาหารตีบจากแผลเป็น ถ้ากลืนลำบากหรือกลืนแล้วติด ให้บอกแพทย์

ผู้ที่เคยมีเลือดออกจากเส้นเลือดขอด เข้าเกณฑ์ที่แนวทางไทยข้อ 10.1 แนะนำให้ส่งต่อเพื่อพิจารณาปลูกถ่ายตับ ควรถามแพทย์เรื่องนี้ อ่านต่อที่ ตับแข็งรักษาหายไหม และเปลี่ยนตับทำได้เมื่อไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

ข้อที่ต้องอ่านก่อน: ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นี้ เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 ระบุว่าผู้ป่วยโรคตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบ ตับอักเสบรุนแรง และตับวายเฉียบพลันบนตับเรื้อรัง คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ลดความดันพอร์ทัลหรือป้องกันเลือดออกจากเส้นเลือดขอด

ส่วนประกอบที่ผู้ที่มีเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องรู้

  • ผงถั่วนัตโตะ 100 มก. — ถั่วนัตโตะเป็นแหล่งวิตามินเค 2 ที่อาจรบกวนยาวาร์ฟาริน และ ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินเค 2 งานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเคพบว่าวิตามินเค 2 ชนิด MK-7 เพียง 10 ไมโครกรัมต่อวันก็ทำให้ค่า INR ลดลงในบางคน อ่านต่อที่ นัตโตะกับยาละลายลิ่มเลือด
  • โคเอนไซม์ คิวเท็น (10%) 75 มก. ผงเก๋ากี้ 28.630 มก. และดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (50%) 10 มก. — เกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดเช่นกัน ผงเก๋ากี้มีรายงานผู้ป่วยที่ใช้วาร์ฟารินแล้วค่าการแข็งตัวของเลือดสูงและมีเลือดออก (รายงานใช้ปริมาณมากกว่าในเม็ดมาก)
  • แมงกานีส คีเลต (10%) 10 มก. — คิดเป็นแมงกานีสราว 1 มก. (ค่าคำนวณ) ร่างกายขับทางน้ำดีเป็นหลัก การสะสมในผู้ป่วยตับแข็งหรือตับวายอาจทำให้มีปัญหาทางระบบประสาท (สถาบันไลนัส พอลิง)

ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่เคยมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ฉลากระบุห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน มีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ช้ำง่ายผิดปกติ หรือเลือดออก ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์ทันที

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ตับแข็งอาเจียนเป็นเลือด อันตรายไหม

อันตรายมาก เป็นภาวะฉุกเฉินที่มักมาจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารหรือกระเพาะแตก ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ห้ามรอดูอาการ

เส้นเลือดขอดหลอดอาหารเกิดจากอะไร

เกิดจากความดันในหลอดเลือดพอร์ทัลสูง เพราะพังผืดในตับแข็งขวางการไหลของเลือด เลือดจึงอ้อมไปทางหลอดเลือดดำที่หลอดอาหารจนโป่งพองและแตกง่าย

ถ่ายดำ เป็นตับแข็ง ต้องทำอย่างไร

ถ่ายอุจจาระสีดำเหนียวอาจเป็นเลือดออกในทางเดินอาหาร ผู้ป่วยตับแข็งต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แม้ไม่มีอาการอื่น

ป้องกันเส้นเลือดขอดแตกได้อย่างไร

แนวทางไทยให้ส่องกล้องคัดกรองตามที่แพทย์นัด ให้ยาเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดไม่จำเพาะ เช่น carvedilol ในผู้ที่เข้าเกณฑ์ และรัดเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ล่วงหน้า

ตับแข็งกินยาแก้ปวดอะไรไม่ได้

ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค เพราะแนวทางไทยระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงไตวายเฉียบพลันและเลือดออกในทางเดินอาหาร ยาแก้ปวดทุกชนิดควรถามแพทย์ก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท