บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ลูกไอตอนกลางคืน เกิดจากอะไร ภูมิแพ้ หอบหืด หรือน้ำมูกไหลลงคอ

คำตอบสั้น: ไอตอนกลางคืนในเด็กมีได้หลายสาเหตุ ที่แหล่งทางการแพทย์ระบุไว้ได้แก่ หวัด น้ำมูกไหลลงคอจากภูมิแพ้จมูก หอบหืดซึ่ง NHS ระบุว่าอาการมักแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด และไอกรนซึ่งไอเป็นชุดและแย่ลงตอนกลางคืน ไอส่วนใหญ่หายเองใน 3–4 สัปดาห์ แต่ถ้าเด็กหายใจลำบาก ท้องบุ๋มใต้ซี่โครง มีช่วงหยุดหายใจ หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ยาแก้ไอแก้หวัดในเด็กต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุที่แหล่งระบุ หวัด น้ำมูกไหลลงคอ ภูมิแพ้ หอบหืด กรดไหลย้อน ควันบุหรี่ และไอกรน
  • หอบหืด NHS ระบุว่าอาการไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก มักแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด
  • ไอกรน ไอเป็นชุดนานหลายนาที แย่ลงตอนกลางคืน อาจมีเสียงหวีดตอนหายใจเข้า และอาจอาเจียน
  • อาการที่ต้องโทร 1669 หายใจลำบาก ท้องบุ๋มใต้ซี่โครง หยุดหายใจเป็นช่วง ปากหรือลิ้นเขียวคล้ำ ซึมปลุกไม่ตื่น ชัก
  • ยาแก้ไอแก้หวัด อายุที่ห้ามใช้ต่างกันตามแหล่งและชนิดยา ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
  • น้ำผึ้ง ห้ามในเด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน (NHS)
  • ห้องนอน ลดไรฝุ่นและควันบุหรี่ ซักเครื่องนอน และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ

ลูกไอตอนกลางคืนเกิดจากอะไรได้บ้าง

NHS (หน้าไอ ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) ระบุว่าไอส่วนใหญ่เกิดจากหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สาเหตุอื่นในหน้านั้นได้แก่ การสูบบุหรี่ กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ การติดเชื้ออย่างหลอดลมอักเสบหรือโควิด-19 และน้ำมูกที่ไหลจากด้านหลังจมูกลงคอ

สาเหตุที่พ่อแม่ถามบ่อยเมื่อไอเป็นตอนกลางคืน มีดังนี้

  • น้ำมูกไหลลงคอ เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเรื่องจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ระบุว่าผู้ป่วยอาจมีน้ำมูกไหลลงคอ ไอ และเจ็บคอเรื้อรัง และอาจพบผนังคอเป็นตุ่มนูนแดงจากการระคายเคืองของน้ำมูกที่ไหลลงคอหรือจากการหายใจทางปาก
  • หอบหืด NHS (หน้าหอบหืด ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ระบุอาการหลักคือหายใจมีเสียงหวีด ไอ หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก และอาการมักแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด สิ่งกระตุ้นได้แก่ การออกกำลังกาย มลพิษ อากาศเย็น และสิ่งที่แพ้อย่างฝุ่นหรือขนสัตว์ หอบหืดมักเริ่มในวัยเด็ก
  • หวัดในเด็กที่เป็นหอบหืด MedlinePlus (ทบทวน 1 ม.ค. 2568) ระบุว่าหวัดเป็นสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยของหายใจมีเสียงหวีดในเด็กที่เป็นหอบหืด
  • ไอกรน NHS (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) ระบุว่าเริ่มคล้ายหวัด ราว 1 สัปดาห์ต่อมาจะไอเป็นชุดนานหลายนาทีและแย่ลงตอนกลางคืน อาจมีเสียงหวีดตอนสูดหายใจระหว่างไอ เสมหะเหนียวอาจทำให้อาเจียน และไออาจอยู่นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนอาจไม่มีเสียงหวีด
  • หลอดลมฝอยอักเสบในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี NHS (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) ระบุว่าเริ่มคล้ายหวัด แล้วมีไอ หายใจเร็ว มีเสียงหวีดหรือเสียงกรอบแกรบ กินน้อย และหงุดหงิด อาการหนักสุดราววันที่ 3–5 และไอมักดีขึ้นใน 3 สัปดาห์

แยกภูมิแพ้กับหอบหืดเพิ่มได้ที่ ภูมิแพ้กับหอบหืดต่างกันอย่างไร และอ่านเรื่องไอกลางคืนในผู้ใหญ่ได้ที่ ไอตอนกลางคืน

อาการแบบไหนอันตราย ต้องไปโรงพยาบาลทันที

เกณฑ์ที่ NHS จัดเป็นเหตุโทรเรียกรถฉุกเฉินสำหรับเด็กที่ไอ มาจากหน้าหลอดลมฝอยอักเสบ (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) และหน้าไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจลำบาก เช่น มีเสียงครางขณะหายใจ
  • ท้องบุ๋มลงใต้ซี่โครงเวลาหายใจ
  • หายใจเร็ว หรือหายใจตื้น ๆ หายใจได้ไม่เต็มที่
  • มีช่วงที่หยุดหายใจ
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา
  • ตัวอ่อนปวกเปียก ซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้
  • ชัก
  • เจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
  • เด็กที่เป็นหอบหืด กำเริบแล้วอาการแย่ลง ใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่ (NHS หน้าหอบหืด)

NHS เขียนไว้ในหน้าหลอดลมฝอยอักเสบด้วยว่า พ่อแม่มักรู้ว่าลูกป่วยหนัก ให้เชื่อการตัดสินใจของตัวเอง

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS จัดเป็นเรื่องที่ต้องนัดแพทย์ด่วนหรือโทรสายด่วนสุขภาพ)

  • ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนมีอาการคล้ายไอกรน
  • ไอรุนแรงมากและแย่ลงเรื่อย ๆ
  • เป็นหวัดแล้วอาการแย่ลง
  • กินนมหรือกินอาหารน้อยกว่าปกติมาก
  • ผ้าอ้อมแห้งนาน 12 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีสัญญาณขาดน้ำอื่น
  • ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้ 38 องศาเซลเซียส หรืออายุเกิน 3 เดือนมีไข้ 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • เด็กอ่อนเพลียมาก หงุดหงิดผิดปกติ หรือดูไม่เหมือนเดิม

ไอจนอาเจียนหรือสำลัก ข่าวของสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (Canadian Paediatric Society ข่าวลงวันที่ 13 ม.ค. 2552 ปรับปรุงหน้า 21 ม.ค. 2556 เป็นข้อมูลเก่า) ระบุให้ติดต่อแพทย์ทันทีถ้าเด็กหายใจลำบาก อาเจียนเพราะไอและสำลัก หรือริมฝีปากเขียว ส่วน NHS จัดหายใจลำบากและปากเขียวเป็นเหตุโทรรถฉุกเฉิน บทความนี้จึงใช้ระดับที่เร็วกว่า คือหายใจลำบากหรือปากเขียวให้โทร 1669 ส่วนไอจนอาเจียนโดยหายใจปกติ ให้พาไปโรงพยาบาลวันนี้

พบแพทย์ตามนัดปกติ ถ้าไอนานเกิน 3 สัปดาห์ (NHS) หรือเด็กที่เป็นหอบหืดมีอาการตื่นกลางคืน ต้องใช้ยาพ่นบ่อยขึ้น หรือยาที่ใช้ไม่ช่วย (NHS หน้าหอบหืด) อ่านสัญญาณหอบหืดกำเริบเพิ่มได้ที่ สัญญาณเตือนหอบหืดกำเริบ

ลูกไอตอนกลางคืน กินยาอะไรได้ ยาแก้ไอและยาแก้แพ้ต้องระวังอะไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านระบุอายุที่ไม่แนะนำยาแก้ไอแก้หวัดไว้ต่างกัน จึงเขียนครบทุกแหล่งพร้อมวันที่

  • NHS หน้าไอ (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566): ยาแก้ไอบางชนิดห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และยาแก้ไอ ยาอม หรือน้ำเชื่อมแก้ไอ ไม่ได้ทำให้หยุดไอ แต่อาจช่วยให้ไอน้อยลง
  • NHS หน้าหวัด (ทบทวน 22 มี.ค. 2567): ยาลดบวมในจมูกห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และยาแก้หวัดแก้ไอบางชนิดไม่เหมาะกับทารกและเด็ก
  • MedlinePlus (ทบทวน 1 ม.ค. 2568): ยาแก้หวัดแก้ไอที่ซื้อเองไม่แนะนำสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี
  • สมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (ข่าว 13 ม.ค. 2552 ปรับปรุงหน้า 21 ม.ค. 2556 เป็นข้อมูลเก่า): ยาที่ซื้อเองสำหรับคัดจมูกและเจ็บคอไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

คำแนะนำของบทความ: เพราะแหล่งต่างกันและยาแต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมต่างกัน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนให้ยาแก้ไอ ยาแก้หวัด หรือยาแก้แพ้แก่เด็กทุกครั้ง บอกอายุและน้ำหนักของลูก และอ่านเอกสารกำกับยา NHS (หน้ายาแก้แพ้ ทบทวน 16 พ.ค. 2566) ระบุว่าขนาดยาแก้แพ้ขึ้นกับอายุและน้ำหนัก

ข้อควรระวังอื่นจาก NHS

  • ห้ามให้แอสไพรินแก่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี (หน้าหวัด)
  • ห้ามให้ยาพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนร่วมกับยาแก้หวัดแก้ไออื่น เพราะอาจได้ยาเกินขนาด (หน้าหวัด) และหน้ายาลดบวมในจมูกของ NHS (ทบทวน 15 ต.ค. 2569) ระบุว่ายาลดบวมบางสูตรผสมยาแก้ปวดหรือยาแก้แพ้ไว้ด้วย
  • ยาปฏิชีวนะ NHS ระบุว่าโดยปกติไม่ใช้กับอาการไอ แพทย์จะให้เมื่อจำเป็น เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนไอกรน แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดการแพร่เชื้อเมื่อวินิจฉัยได้ภายใน 3 สัปดาห์

ถ้าลูกเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้จมูกและแพทย์ให้ยาพ่นไว้ ให้ใช้ต่อตามที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนเอง แม้อาการกลางคืนจะหายไปแล้ว

น้ำผึ้งแก้ไอ ให้ลูกกินได้ไหม

NHS ระบุชัดว่าห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน (หน้าหวัด) และหน้าไอระบุว่าเครื่องดื่มมะนาวน้ำผึ้งอุ่นมีผลคล้ายน้ำเชื่อมแก้ไอ ไม่เหมาะกับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่หลักฐานว่าน้ำผึ้งมะนาวช่วยบรรเทาไอยังมีจำกัด

NHS เตือนเพิ่มอีกสองข้อ

  • อย่าให้เด็กเล็กดื่มเครื่องดื่มร้อน
  • อย่าให้เด็กสูดไอน้ำจากชามน้ำร้อน เพราะเสี่ยงน้ำร้อนลวก

สิ่งที่ NHS แนะนำสำหรับไอทั่วไป คือ พักผ่อน และดื่มน้ำให้พอ คำแนะนำของบทความ: ถ้าแพทย์ให้จำกัดน้ำเพราะโรคประจำตัว ให้ทำตามแพทย์ อ่านเรื่องเครื่องดื่มเวลาเจ็บคอได้ที่ เจ็บคอกินอะไรดี

ปรับห้องนอนลูกอย่างไรให้ไอน้อยลง

ถ้าไอกลางคืนมาจากภูมิแพ้หรือหอบหืด การลดสิ่งกระตุ้นในห้องนอนเป็นสิ่งที่แหล่งไทยและต่างประเทศแนะนำตรงกัน

  • ไรฝุ่น แนวทางของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ทำความสะอาดบ้าน เลี่ยงที่นอน พรม และตุ๊กตาที่เก็บฝุ่น ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเป็นประจำ กำจัดแมลงสาบ และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ NHS แนะนำให้ซักเครื่องนอนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้น และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA
  • ควันบุหรี่ NHS ระบุว่าการได้รับควันบุหรี่ตั้งแต่เด็กเป็นปัจจัยเสี่ยงของหอบหืด คำแนะนำของบทความ: ไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในบ้านและในรถ
  • อากาศเย็นและมลพิษ NHS ระบุว่าอากาศเย็นและมลพิษทางอากาศเป็นสิ่งกระตุ้นอาการหอบหืด ช่วงที่ฝุ่น PM2.5 สูง กรมอนามัยแนะนำให้เด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเลี่ยงการสูดฝุ่น และเช็กค่าฝุ่นทุกเช้า
  • สัตว์เลี้ยง ถ้าลูกแพ้ขนสัตว์ ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการจัดการ ไม่ต้องเดาเอง
  • ท่านอนและการดูแลกลางคืน NHS แนะนำให้ประคองเด็กที่เป็นหลอดลมฝอยอักเสบให้อยู่ในท่าตัวตรงให้มากเท่าที่ทำได้ขณะตื่น และหมั่นดูอาการเด็กรวมถึงตอนกลางคืน สำหรับทารกขณะนอนหลับ NHS แนะนำให้นอนหงายเสมอ

อ่านวิธีจัดเครื่องนอนลดไรฝุ่นแบบละเอียดได้ที่ จัดการไรฝุ่นบนที่นอน

ความเชื่อที่พบบ่อย

  • "ไอกลางคืนต้องกินยาฆ่าเชื้อ" NHS ระบุว่าโดยปกติไม่ใช้ยาปฏิชีวนะกับอาการไอ แพทย์จะให้เมื่อจำเป็น เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย
  • "เด็กไอเรื้อรังเป็นภูมิแพ้แน่นอน" ไอกลางคืนมีหลายสาเหตุ รวมถึงหอบหืดและไอกรน ให้แพทย์ตรวจ
  • "น้ำผึ้งเป็นธรรมชาติ ให้ทารกได้" NHS ห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน
  • "ยาแก้ไอของผู้ใหญ่ ลดขนาดให้เด็กได้" ยาแก้ไอบางชนิดห้ามในเด็ก และขนาดยาขึ้นกับอายุและน้ำหนัก ให้ถามเภสัชกร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ไอ คำแนะนำของบทความ: ห้ามแบ่งแคปซูล แกะผสมนม น้ำ หรือน้ำผึ้งให้เด็ก และเก็บให้พ้นมือเด็ก ข้อมูลด้านล่างเขียนไว้สำหรับผู้ใหญ่ในบ้าน ไม่ใช่สำหรับเด็ก

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน แม่ที่ให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ถามแพทย์ก่อน

เรื่องไอกลางคืน: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้ไอ ละลายเสมหะ หรือป้องกันหอบหืดกำเริบ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และไม่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ยาพ่นจมูก หรือการพาเด็กไปพบแพทย์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ตีพิมพ์ปี 2563) ศึกษาผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้อายุ 18–70 ปี 80 คน ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. มากกว่าในแคปซูล 5 เท่า (คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่ไม่มีกลุ่มยาหลอก ผลที่เห็นจึงอาจมาจากผลของยาหลอกหรือธรรมชาติของโรคได้ งานนี้วัดอาการจมูก ไม่ได้วัดอาการไอ และไม่ได้ศึกษาในเด็ก NCCIH (ปรับปรุง ก.พ. 2568) ระบุผลข้างเคียงของขิง เช่น ไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย และ MSKCC (ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าไม่ควรใช้ขิงเสริมถ้าใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. ต่อแคปซูล (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่ใช่ยาละลายเสมหะเอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน (NAC) ซึ่งเป็นคนละสาร เราไม่พบงานวิจัยแบบสุ่มของซิสเทอีนเดี่ยวกับไอ หวัด หรือภูมิแพ้ ผลของยา NAC (ขนาดยาวันละ 1,200 มก. ในงานวิจัย) จึงนำมาใช้กับซิสเทอีนในแคปซูลไม่ได้ อ่านเพิ่มได้ที่ ซิสเทอีนกับ NAC ต่างกันอย่างไร

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สำหรับผู้ใหญ่)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง ทั้งของผู้ใหญ่และของเด็ก รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • เด็กหายใจลำบาก เช่น มีเสียงครางขณะหายใจ ท้องบุ๋มลงใต้ซี่โครง หรือหายใจเร็ว
  • เด็กมีช่วงที่หยุดหายใจ
  • เด็กซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้
  • เด็กชัก
  • เจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
  • หอบหืดกำเริบแล้วอาการแย่ลง หรือใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หน้าหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) หน้าไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะรู้สึกดีขึ้น คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ลูกไอตอนกลางคืนเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่าไอส่วนใหญ่เกิดจากหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ สาเหตุอื่นได้แก่ น้ำมูกไหลลงคอ ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน และควันบุหรี่ หอบหืดมักมีอาการแย่ลงตอนกลางคืนและเช้ามืด และไอกรนไอเป็นชุดแย่ลงตอนกลางคืน ถ้าไอนานเกิน 3 สัปดาห์ให้พาไปพบแพทย์

ลูกไอตอนกลางคืน กินยาอะไรดี

ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะแหล่งระบุอายุที่ห้ามต่างกัน NHS ระบุว่ายาแก้ไอบางชนิดห้ามในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และยาลดบวมในจมูกห้ามในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี MedlinePlus ไม่แนะนำยาแก้หวัดแก้ไอที่ซื้อเองในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี และ NHS ห้ามให้แอสไพรินแก่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี

เด็กไออันตรายตอนไหน

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ หายใจลำบาก มีเสียงคราง ท้องบุ๋มใต้ซี่โครง หายใจเร็ว มีช่วงหยุดหายใจ ปากหรือลิ้นเขียวคล้ำ ซึมปลุกไม่ตื่น หรือชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าไอจนอาเจียนหรือไอรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ให้พาไปโรงพยาบาลวันนี้

ให้ลูกกินน้ำผึ้งแก้ไอได้ไหม

NHS ห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน สำหรับเด็กที่โตกว่านั้น NHS ระบุว่ามะนาวน้ำผึ้งอุ่นมีผลคล้ายน้ำเชื่อมแก้ไอแต่หลักฐานยังจำกัด และห้ามให้เด็กเล็กดื่มเครื่องดื่มร้อน

เด็กไอไม่หาย เกิดจากอะไร

NHS ระบุว่าไอส่วนใหญ่หายใน 3–4 สัปดาห์ ถ้าไอนานกว่า 3 สัปดาห์ ให้พาไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือไอกรน ซึ่งไอกรนอาจไอนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท