เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
แคลเซียมเสริมมีผลข้างเคียงอะไร ท้องผูก ท้องอืด แก้อย่างไร
คำตอบสั้น: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของแคลเซียมเสริมคือ ท้องผูก ท้องอืด มีลมในท้อง เรอ และไม่สบายท้อง ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ (MedlinePlus) แนะนำให้ลดอาการด้วยการ เพิ่มขนาดทีละน้อย แบ่งกินครั้งละไม่เกิน 500 มก. ดื่มน้ำมากขึ้น และกินอาหารใยสูง ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียมโดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่านั้นคือ นิ่วในไต และ แคลเซียมในเลือดสูง ส่วนแคลเซียมเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรดูฉลากและถามเภสัชกร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อาการทางเดินอาหาร: ท้องผูก ท้องอืด ลมในท้อง เรอ ปวดท้อง ไม่สบายท้อง พบได้บ่อย
- งานรวมที่สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) อ้าง พบว่าแคลเซียมเสริมวันละ 0.6–2 กรัม นาน 2–5 ปี สัมพันธ์กับอาการทางเดินอาหารมากขึ้น
- วิธีลดอาการตาม MedlinePlus: เริ่มน้อย แบ่งมื้อ ไม่เกินครั้งละ 500 มก. ดื่มน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) กินใยอาหาร
- นิ่วในไต: การกินแคลเซียมเสริมนาน ๆ เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในบางคน
- แคลเซียมในเลือดสูง: คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนแรง สับสน ต้องพบแพทย์
- เม็ดฟู่: ยาเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรตรวจฉลาก
- ห้ามกินเกินปริมาณแนะนำโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
อาการทางเดินอาหาร
MedlinePlus ระบุว่าการกินแคลเซียมเสริมอาจทำให้ มีลมในท้อง ท้องอืด และท้องผูก หน้าข้อมูลยาแคลเซียมคาร์บอเนตของ MedlinePlus ระบุอาการที่อาจพบเพิ่มเติม คือ
- ไม่สบายท้อง อาเจียน ปวดท้อง
- เรอ ท้องผูก
- ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- เบื่ออาหาร รู้สึกรสโลหะในปาก
และให้ บอกแพทย์ถ้าอาการรุนแรงหรือไม่หายไป
LPI อ้างงานรวมที่พบว่าแคลเซียมเสริมวันละ 0.6–2 กรัม นาน 2–5 ปี สัมพันธ์กับอาการทางเดินอาหารมากขึ้น เช่น ท้องผูก ปวดเกร็ง ท้องอืด ปวดท้อง และท้องเสีย ข้อกำหนดสารอาหารของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) ก็ระบุอาการอืด แน่นท้อง และท้องผูกเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย
รบกวนการดูดซึมแร่ธาตุและยา
- MedlinePlus ระบุว่าแคลเซียมที่มากเกินไปอาจขัดขวางการดูดซึม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมห้ามกินคู่กับอะไร
- แคลเซียมเสริมอาจเปลี่ยนการดูดซึมยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะบางกลุ่มและยาเม็ดธาตุเหล็ก MedlinePlus แนะนำให้ บอกแพทย์และเภสัชกรเสมอว่ากินแคลเซียมเสริมอยู่
แคลเซียมแต่ละชนิดมีผลข้างเคียงต่างกันไหม
ในแหล่งที่เราตรวจ ไม่พบงานที่เทียบผลข้างเคียงระหว่างแคลเซียมแต่ละชนิดโดยตรงจนสรุปได้ว่าชนิดใดท้องผูกน้อยกว่า สิ่งที่แหล่งข้อมูลบอกคือ
- MedlinePlus แนะนำว่า ถ้าปรับอาหารแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้ลองเปลี่ยนไปใช้แคลเซียมรูปแบบอื่น
- แคลเซียมคาร์บอเนตให้กินพร้อมอาหาร ส่วนแคลเซียมซิเตรตกินเวลาใดก็ได้ อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมคาร์บอเนตคืออะไร
- แคลเซียมแอลทรีโอเนตและแคลเซียมคีเลตยังไม่มีงานในคนที่วัดผลข้างเคียงทางเดินอาหารเทียบกับชนิดอื่น
สิ่งที่ MedlinePlus แนะนำให้ปรับก่อนคือ ขนาดต่อครั้งและการแบ่งมื้อ ถ้ากินแคลเซียมหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน ลองรวมปริมาณแคลเซียมธาตุจากทุกตัวดูก่อน
แคลเซียมเม็ดฟู่กับโซเดียม คนคุมความดันควรรู้อะไร
ยารูปแบบเม็ดฟู่ ละลายน้ำ และกระจายตัวในน้ำ บางชนิดมีโซเดียมเป็นส่วนผสม ซึ่งผู้ที่ต้องคุมเกลืออาจมองข้าม
งานวิจัยในวารสาร BMJ ปี 2013 ใช้ข้อมูลผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรกว่า 1.29 ล้านคน เปรียบเทียบผู้ที่ได้ ยารูปแบบเม็ดฟู่ ละลายน้ำ หรือกระจายตัวที่มีโซเดียม กับยาตัวเดียวกันแบบธรรมดา พบว่า
- กลุ่มที่ได้ยาที่มีโซเดียม มีโอกาสเกิดเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดรวม (กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตจากหลอดเลือด) สูงกว่า โดยมีอัตราส่วนออดส์ 1.16
- โอกาสถูกวินิจฉัยความดันโลหิตสูงในกลุ่มนั้นสูงกว่าชัดเจน
ข้อจำกัด: เป็นงานสังเกต (แบบ nested case-control) จากฐานข้อมูลเวชระเบียน รวมยาหลายชนิด ไม่ได้ศึกษาแคลเซียมเม็ดฟู่โดยเฉพาะ และบอกเหตุและผลไม่ได้ ผลรายข้อก็ไม่ไปทางเดียวกัน คือโรคหลอดเลือดสมองและการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุสูงกว่า แต่กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตจากหลอดเลือดไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยสรุปว่าควรสั่งยารูปแบบที่มีโซเดียมอย่างระมัดระวัง
สิ่งที่ทำได้
- อ่านปริมาณโซเดียมบนฉลาก แคลเซียมเม็ดฟู่ ถ้าฉลากไม่ระบุ ให้ถามเภสัชกร
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไต ที่แพทย์ให้จำกัดเกลือ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้แคลเซียมเม็ดฟู่เป็นประจำ
- MedlinePlus ระบุว่ายาลดกรดที่ใช้เป็นแหล่งแคลเซียมอาจมีส่วนผสมอื่น เช่น โซเดียม อะลูมิเนียม และน้ำตาล ให้ถามแพทย์ก่อนใช้
ลดอาการท้องผูกท้องอืดจากแคลเซียมอย่างไร
คำแนะนำจาก MedlinePlus เรียงจากทำได้ง่ายก่อน
- เริ่มจากขนาดน้อยแล้วค่อยเพิ่ม แพทย์อาจให้เริ่ม 500 มก. ต่อวันนาน 1 สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่ม
- แบ่งกินระหว่างวัน ไม่เกินครั้งละ 500 มก. ช่วยให้ดูดซึมได้มากขึ้นและลดลมในท้อง ท้องอืด ท้องผูก
- ดื่มน้ำมากขึ้น (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
- กินอาหารที่มีใยอาหารสูง
- ถ้ายังไม่ดีขึ้น เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียม โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
สำหรับแคลเซียมคาร์บอเนต ให้กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร ตามหน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus
อย่าแก้ท้องผูกด้วยการหยุดยาที่แพทย์สั่ง ถ้าแคลเซียมเป็นยาที่แพทย์สั่งร่วมกับยากระดูกพรุนหรือยาโรคไต ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเปลี่ยนอะไร ผู้ที่ท้องผูกเรื้อรังอยู่แล้วก็ควรแจ้งแพทย์ด้วย
ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่าท้องผูก
นิ่วในไต
MedlinePlus ระบุว่า การกินแคลเซียมเสริมเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตในบางคน งานทดลองใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี พบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 เทียบกับยาหลอก
ในทางกลับกัน สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ (NIDDK) ระบุว่า แคลเซียมจากอาหาร ในปริมาณเหมาะสมช่วยจับสารที่ก่อนิ่ว ผู้ที่เคยเป็นนิ่วจึงไม่ควรงดนมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และต้องคุยกับแพทย์เรื่องแคลเซียมเม็ดเสริม
แคลเซียมในเลือดสูง
LPI ระบุว่าภาวะแคลเซียมในเลือดสูงไม่พบว่าเกิดจากแคลเซียมในอาหารธรรมชาติ แต่มีรายงานในผู้ที่ได้แคลเซียมเสริมปริมาณมากร่วมกับยาลดกรด (กลุ่มอาการแคลเซียม-ด่าง) ในช่วงแคลเซียมเสริมวันละ 1.5–16.5 กรัม กลุ่มที่เสี่ยงในปัจจุบัน ได้แก่ หญิงวัยหมดประจำเดือน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ฟอกไต
MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่แคลเซียมในเลือดสูงไม่มีอาการ ถ้ามีอาการ อาจเป็น
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก
- กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกระตุก
- อ่อนเพลีย สับสน
- ปวดกระดูก
LPI ยังระบุว่าการกินยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ร่วมกับแคลเซียมเสริมเพิ่มความเสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูง อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมเสริมปลอดภัยไหม
แคลเซียมเสริมกับหัวใจ
งานวิจัยเรื่องแคลเซียมเสริมกับโรคหัวใจยังมีผลไม่ตรงกัน หน่วยงานด้านกระดูกและหัวใจของสหรัฐสรุปว่าในคนสุขภาพดีที่ได้แคลเซียมรวมไม่เกินขีดสูงสุด ยังไม่พบความสัมพันธ์ ผู้มีโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ ผู้ใช้ยาไดจอกซินต้องแจ้งแพทย์ เพราะ LPI ระบุว่าแคลเซียมเสริมขนาดสูงอาจเพิ่มโอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะ
อาการแบบไหนต้องหยุดและพบแพทย์
พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการต่อไปนี้ระหว่างกินแคลเซียมเสริม
- อาการทางเดินอาหารที่ รุนแรงหรือไม่หายไป ตามที่หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ให้บอกแพทย์
- มีอาการที่อาจเป็น แคลเซียมในเลือดสูง ซึ่ง MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ เช่น คลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนแรง สับสน ปวดกระดูก
ระหว่างรอพบแพทย์ หยุดแคลเซียมที่ซื้อกินเอง แต่ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงแคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์ให้ ให้นำยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปด้วย
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งหลังกินแคลเซียมหรือยาเกินขนาด ได้แก่ หมดสติ ชัก หายใจลำบาก หรือปลุกไม่ตื่น ตามที่ MedlinePlus ระบุให้เรียกบริการฉุกเฉินทันที
กินแคลเซียมเสริมให้ปลอดภัยขึ้น
- ไม่กินเกินปริมาณแนะนำโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ ตามคำแนะนำของ MedlinePlus
- นับแคลเซียมจากทุกแหล่ง ทั้งอาหาร แคลเซียมเสริม วิตามินรวม และยาลดกรด ขีดสูงสุดต่อวันของผู้อายุเกิน 50 ปีคือ 2,000 มก. ตามตารางใน DRI ไทยที่อิงสหรัฐ
- บอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่ากินแคลเซียมเสริม
- แคลเซียมเสริมไม่ได้แทนการตรวจมวลกระดูกและยากระดูกพรุน ผู้ที่เข้าเกณฑ์ควร ตรวจมวลกระดูก ฝึกความแข็งแรงและการทรงตัวเพื่อลดการหกล้ม และใช้ยาที่แพทย์สั่งต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) งานความปลอดภัยระยะสั้นที่ให้ 2,025 มก. วันละ 2 ครั้งนาน 4 วันในคนหนุ่มสาวชาวจีน ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง แต่บอกความปลอดภัยระยะยาวในผู้สูงอายุไม่ได้
- แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. และแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. — ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอที่จะคำนวณแคลเซียมธาตุจากสองส่วนนี้ ฉลากไม่ระบุแคลเซียมธาตุรวม ส่วนที่คำนวณได้ราว 89 มก. ต่อวันน้อยกว่าขนาดในงานที่รายงานอาการทางเดินอาหาร (0.6–2 กรัมต่อวัน) หลายเท่า แต่ก็ยังไม่มีงานที่วัดผลข้างเคียงของสูตรนี้โดยตรง ผู้แพ้หอยหรืออาหารทะเลควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีเปลือกหอยมุก
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. และสารสกัดขิง 10 มก. — ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบและทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ขิงในงานรวมข้อเสื่อมมีผู้เลิกใช้เพราะผลข้างเคียงมากกว่ากลุ่มยาหลอก ทั้งสองตัวต้องระวังในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลข้างเคียง หรือก่อผลข้างเคียงน้อยกว่าแคลเซียมชนิดอื่น ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ถ้ามีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ ยาไทรอยด์ แคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น · ชัก · หายใจลำบาก · หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก · หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ · ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม · กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้หรือปัสสาวะไม่ออก · ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
แคลเซียมเสริมมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ที่พบบ่อยคือ ท้องผูก ท้องอืด มีลมในท้อง เรอ ปวดท้อง ไม่สบายท้อง และอาจรบกวนการดูดซึมเหล็ก สังกะสี และยาบางชนิด ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่าคือนิ่วในไตและแคลเซียมในเลือดสูง
กินแคลเซียมแล้วท้องผูก แก้อย่างไร
MedlinePlus แนะนำให้เริ่มขนาดน้อยแล้วค่อยเพิ่ม แบ่งกินครั้งละไม่เกิน 500 มก. ดื่มน้ำมากขึ้น (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) กินอาหารใยสูง และถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียมโดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
แคลเซียมเม็ดฟู่มีโซเดียมไหม คนเป็นความดันกินได้ไหม
ยาเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม งานในสหราชอาณาจักรพบว่ายาเม็ดฟู่ที่มีโซเดียมสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น แม้ไม่ได้ศึกษาแคลเซียมโดยเฉพาะ ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรอ่านปริมาณโซเดียมบนฉลากและปรึกษาเภสัชกร
อาการแบบไหนบอกว่าแคลเซียมเกิน
MedlinePlus ระบุอาการของแคลเซียมในเลือดสูง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน ปวดกระดูก ถ้ามีอาการให้พบแพทย์เพื่อตรวจระดับแคลเซียมในเลือด
แคลเซียมเสริมทำให้เป็นนิ่วไหม
MedlinePlus ระบุว่าการกินแคลเซียมเสริมนาน ๆ เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตในบางคน งาน WHI ที่ให้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 400 IU ต่อวันพบนิ่วเพิ่มราวร้อยละ 17 ส่วนแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสมไม่ได้เพิ่มนิ่ว ผู้ที่เคยเป็นนิ่วต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Calcium supplementsMedlinePlus Medical Encyclopedia (Review 1 ม.ค. 2025)
- Calcium CarbonateMedlinePlus Drug Information (Last Revised 20 มิ.ย. 2024)
- HypercalcemiaMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Association between cardiovascular events and sodium-containing effervescent, dispersible, and soluble drugs: nested case-control studyBMJ 2013 (PubMed)
- CalciumLinus Pauling Institute Micronutrient Information Center, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
