บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

แคลเซียมเสริมมีผลข้างเคียงอะไร ท้องผูก ท้องอืด แก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของแคลเซียมเสริมคือ ท้องผูก ท้องอืด มีลมในท้อง เรอ และไม่สบายท้อง ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ (MedlinePlus) แนะนำให้ลดอาการด้วยการ เพิ่มขนาดทีละน้อย แบ่งกินครั้งละไม่เกิน 500 มก. ดื่มน้ำมากขึ้น และกินอาหารใยสูง ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียมโดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่านั้นคือ นิ่วในไต และ แคลเซียมในเลือดสูง ส่วนแคลเซียมเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรดูฉลากและถามเภสัชกร

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาการทางเดินอาหาร: ท้องผูก ท้องอืด ลมในท้อง เรอ ปวดท้อง ไม่สบายท้อง พบได้บ่อย
  • งานรวมที่สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) อ้าง พบว่าแคลเซียมเสริมวันละ 0.6–2 กรัม นาน 2–5 ปี สัมพันธ์กับอาการทางเดินอาหารมากขึ้น
  • วิธีลดอาการตาม MedlinePlus: เริ่มน้อย แบ่งมื้อ ไม่เกินครั้งละ 500 มก. ดื่มน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) กินใยอาหาร
  • นิ่วในไต: การกินแคลเซียมเสริมนาน ๆ เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในบางคน
  • แคลเซียมในเลือดสูง: คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนแรง สับสน ต้องพบแพทย์
  • เม็ดฟู่: ยาเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรตรวจฉลาก
  • ห้ามกินเกินปริมาณแนะนำโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

อาการทางเดินอาหาร

MedlinePlus ระบุว่าการกินแคลเซียมเสริมอาจทำให้ มีลมในท้อง ท้องอืด และท้องผูก หน้าข้อมูลยาแคลเซียมคาร์บอเนตของ MedlinePlus ระบุอาการที่อาจพบเพิ่มเติม คือ

  • ไม่สบายท้อง อาเจียน ปวดท้อง
  • เรอ ท้องผูก
  • ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • เบื่ออาหาร รู้สึกรสโลหะในปาก

และให้ บอกแพทย์ถ้าอาการรุนแรงหรือไม่หายไป

LPI อ้างงานรวมที่พบว่าแคลเซียมเสริมวันละ 0.6–2 กรัม นาน 2–5 ปี สัมพันธ์กับอาการทางเดินอาหารมากขึ้น เช่น ท้องผูก ปวดเกร็ง ท้องอืด ปวดท้อง และท้องเสีย ข้อกำหนดสารอาหารของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) ก็ระบุอาการอืด แน่นท้อง และท้องผูกเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย

รบกวนการดูดซึมแร่ธาตุและยา

  • MedlinePlus ระบุว่าแคลเซียมที่มากเกินไปอาจขัดขวางการดูดซึม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมห้ามกินคู่กับอะไร
  • แคลเซียมเสริมอาจเปลี่ยนการดูดซึมยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะบางกลุ่มและยาเม็ดธาตุเหล็ก MedlinePlus แนะนำให้ บอกแพทย์และเภสัชกรเสมอว่ากินแคลเซียมเสริมอยู่

แคลเซียมแต่ละชนิดมีผลข้างเคียงต่างกันไหม

ในแหล่งที่เราตรวจ ไม่พบงานที่เทียบผลข้างเคียงระหว่างแคลเซียมแต่ละชนิดโดยตรงจนสรุปได้ว่าชนิดใดท้องผูกน้อยกว่า สิ่งที่แหล่งข้อมูลบอกคือ

  • MedlinePlus แนะนำว่า ถ้าปรับอาหารแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ให้ลองเปลี่ยนไปใช้แคลเซียมรูปแบบอื่น
  • แคลเซียมคาร์บอเนตให้กินพร้อมอาหาร ส่วนแคลเซียมซิเตรตกินเวลาใดก็ได้ อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมคาร์บอเนตคืออะไร
  • แคลเซียมแอลทรีโอเนตและแคลเซียมคีเลตยังไม่มีงานในคนที่วัดผลข้างเคียงทางเดินอาหารเทียบกับชนิดอื่น

สิ่งที่ MedlinePlus แนะนำให้ปรับก่อนคือ ขนาดต่อครั้งและการแบ่งมื้อ ถ้ากินแคลเซียมหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน ลองรวมปริมาณแคลเซียมธาตุจากทุกตัวดูก่อน

แคลเซียมเม็ดฟู่กับโซเดียม คนคุมความดันควรรู้อะไร

ยารูปแบบเม็ดฟู่ ละลายน้ำ และกระจายตัวในน้ำ บางชนิดมีโซเดียมเป็นส่วนผสม ซึ่งผู้ที่ต้องคุมเกลืออาจมองข้าม

งานวิจัยในวารสาร BMJ ปี 2013 ใช้ข้อมูลผู้ป่วยในสหราชอาณาจักรกว่า 1.29 ล้านคน เปรียบเทียบผู้ที่ได้ ยารูปแบบเม็ดฟู่ ละลายน้ำ หรือกระจายตัวที่มีโซเดียม กับยาตัวเดียวกันแบบธรรมดา พบว่า

  • กลุ่มที่ได้ยาที่มีโซเดียม มีโอกาสเกิดเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดรวม (กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตจากหลอดเลือด) สูงกว่า โดยมีอัตราส่วนออดส์ 1.16
  • โอกาสถูกวินิจฉัยความดันโลหิตสูงในกลุ่มนั้นสูงกว่าชัดเจน

ข้อจำกัด: เป็นงานสังเกต (แบบ nested case-control) จากฐานข้อมูลเวชระเบียน รวมยาหลายชนิด ไม่ได้ศึกษาแคลเซียมเม็ดฟู่โดยเฉพาะ และบอกเหตุและผลไม่ได้ ผลรายข้อก็ไม่ไปทางเดียวกัน คือโรคหลอดเลือดสมองและการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุสูงกว่า แต่กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตจากหลอดเลือดไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยสรุปว่าควรสั่งยารูปแบบที่มีโซเดียมอย่างระมัดระวัง

สิ่งที่ทำได้

  • อ่านปริมาณโซเดียมบนฉลาก แคลเซียมเม็ดฟู่ ถ้าฉลากไม่ระบุ ให้ถามเภสัชกร
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไต ที่แพทย์ให้จำกัดเกลือ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้แคลเซียมเม็ดฟู่เป็นประจำ
  • MedlinePlus ระบุว่ายาลดกรดที่ใช้เป็นแหล่งแคลเซียมอาจมีส่วนผสมอื่น เช่น โซเดียม อะลูมิเนียม และน้ำตาล ให้ถามแพทย์ก่อนใช้

ลดอาการท้องผูกท้องอืดจากแคลเซียมอย่างไร

คำแนะนำจาก MedlinePlus เรียงจากทำได้ง่ายก่อน

  1. เริ่มจากขนาดน้อยแล้วค่อยเพิ่ม แพทย์อาจให้เริ่ม 500 มก. ต่อวันนาน 1 สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่ม
  2. แบ่งกินระหว่างวัน ไม่เกินครั้งละ 500 มก. ช่วยให้ดูดซึมได้มากขึ้นและลดลมในท้อง ท้องอืด ท้องผูก
  3. ดื่มน้ำมากขึ้น (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
  4. กินอาหารที่มีใยอาหารสูง
  5. ถ้ายังไม่ดีขึ้น เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียม โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

สำหรับแคลเซียมคาร์บอเนต ให้กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร ตามหน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus

อย่าแก้ท้องผูกด้วยการหยุดยาที่แพทย์สั่ง ถ้าแคลเซียมเป็นยาที่แพทย์สั่งร่วมกับยากระดูกพรุนหรือยาโรคไต ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเปลี่ยนอะไร ผู้ที่ท้องผูกเรื้อรังอยู่แล้วก็ควรแจ้งแพทย์ด้วย

ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่าท้องผูก

นิ่วในไต

MedlinePlus ระบุว่า การกินแคลเซียมเสริมเป็นเวลานานเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตในบางคน งานทดลองใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี พบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 เทียบกับยาหลอก

ในทางกลับกัน สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ (NIDDK) ระบุว่า แคลเซียมจากอาหาร ในปริมาณเหมาะสมช่วยจับสารที่ก่อนิ่ว ผู้ที่เคยเป็นนิ่วจึงไม่ควรงดนมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และต้องคุยกับแพทย์เรื่องแคลเซียมเม็ดเสริม

แคลเซียมในเลือดสูง

LPI ระบุว่าภาวะแคลเซียมในเลือดสูงไม่พบว่าเกิดจากแคลเซียมในอาหารธรรมชาติ แต่มีรายงานในผู้ที่ได้แคลเซียมเสริมปริมาณมากร่วมกับยาลดกรด (กลุ่มอาการแคลเซียม-ด่าง) ในช่วงแคลเซียมเสริมวันละ 1.5–16.5 กรัม กลุ่มที่เสี่ยงในปัจจุบัน ได้แก่ หญิงวัยหมดประจำเดือน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ฟอกไต

MedlinePlus ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่แคลเซียมในเลือดสูงไม่มีอาการ ถ้ามีอาการ อาจเป็น

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก
  • กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกระตุก
  • อ่อนเพลีย สับสน
  • ปวดกระดูก

LPI ยังระบุว่าการกินยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ร่วมกับแคลเซียมเสริมเพิ่มความเสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูง อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมเสริมปลอดภัยไหม

แคลเซียมเสริมกับหัวใจ

งานวิจัยเรื่องแคลเซียมเสริมกับโรคหัวใจยังมีผลไม่ตรงกัน หน่วยงานด้านกระดูกและหัวใจของสหรัฐสรุปว่าในคนสุขภาพดีที่ได้แคลเซียมรวมไม่เกินขีดสูงสุด ยังไม่พบความสัมพันธ์ ผู้มีโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ ผู้ใช้ยาไดจอกซินต้องแจ้งแพทย์ เพราะ LPI ระบุว่าแคลเซียมเสริมขนาดสูงอาจเพิ่มโอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะ

อาการแบบไหนต้องหยุดและพบแพทย์

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการต่อไปนี้ระหว่างกินแคลเซียมเสริม

  • อาการทางเดินอาหารที่ รุนแรงหรือไม่หายไป ตามที่หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ให้บอกแพทย์
  • มีอาการที่อาจเป็น แคลเซียมในเลือดสูง ซึ่ง MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ เช่น คลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนแรง สับสน ปวดกระดูก

ระหว่างรอพบแพทย์ หยุดแคลเซียมที่ซื้อกินเอง แต่ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงแคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์ให้ ให้นำยาและอาหารเสริมทั้งหมดไปด้วย

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งหลังกินแคลเซียมหรือยาเกินขนาด ได้แก่ หมดสติ ชัก หายใจลำบาก หรือปลุกไม่ตื่น ตามที่ MedlinePlus ระบุให้เรียกบริการฉุกเฉินทันที

กินแคลเซียมเสริมให้ปลอดภัยขึ้น

  • ไม่กินเกินปริมาณแนะนำโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ ตามคำแนะนำของ MedlinePlus
  • นับแคลเซียมจากทุกแหล่ง ทั้งอาหาร แคลเซียมเสริม วิตามินรวม และยาลดกรด ขีดสูงสุดต่อวันของผู้อายุเกิน 50 ปีคือ 2,000 มก. ตามตารางใน DRI ไทยที่อิงสหรัฐ
  • บอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่ากินแคลเซียมเสริม
  • แคลเซียมเสริมไม่ได้แทนการตรวจมวลกระดูกและยากระดูกพรุน ผู้ที่เข้าเกณฑ์ควร ตรวจมวลกระดูก ฝึกความแข็งแรงและการทรงตัวเพื่อลดการหกล้ม และใช้ยาที่แพทย์สั่งต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) งานความปลอดภัยระยะสั้นที่ให้ 2,025 มก. วันละ 2 ครั้งนาน 4 วันในคนหนุ่มสาวชาวจีน ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง แต่บอกความปลอดภัยระยะยาวในผู้สูงอายุไม่ได้
  • แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. และแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. — ฉลากไม่ได้ให้ข้อมูลพอที่จะคำนวณแคลเซียมธาตุจากสองส่วนนี้ ฉลากไม่ระบุแคลเซียมธาตุรวม ส่วนที่คำนวณได้ราว 89 มก. ต่อวันน้อยกว่าขนาดในงานที่รายงานอาการทางเดินอาหาร (0.6–2 กรัมต่อวัน) หลายเท่า แต่ก็ยังไม่มีงานที่วัดผลข้างเคียงของสูตรนี้โดยตรง ผู้แพ้หอยหรืออาหารทะเลควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีเปลือกหอยมุก
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. และสารสกัดขิง 10 มก. — ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบและทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ขิงในงานรวมข้อเสื่อมมีผู้เลิกใช้เพราะผลข้างเคียงมากกว่ากลุ่มยาหลอก ทั้งสองตัวต้องระวังในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลข้างเคียง หรือก่อผลข้างเคียงน้อยกว่าแคลเซียมชนิดอื่น ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ถ้ามีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ ยาไทรอยด์ แคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น · ชัก · หายใจลำบาก · หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก · หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ · ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม · กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้หรือปัสสาวะไม่ออก · ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

แคลเซียมเสริมมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ที่พบบ่อยคือ ท้องผูก ท้องอืด มีลมในท้อง เรอ ปวดท้อง ไม่สบายท้อง และอาจรบกวนการดูดซึมเหล็ก สังกะสี และยาบางชนิด ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจมากกว่าคือนิ่วในไตและแคลเซียมในเลือดสูง

กินแคลเซียมแล้วท้องผูก แก้อย่างไร

MedlinePlus แนะนำให้เริ่มขนาดน้อยแล้วค่อยเพิ่ม แบ่งกินครั้งละไม่เกิน 500 มก. ดื่มน้ำมากขึ้น (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) กินอาหารใยสูง และถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เปลี่ยนรูปแบบแคลเซียมโดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

แคลเซียมเม็ดฟู่มีโซเดียมไหม คนเป็นความดันกินได้ไหม

ยาเม็ดฟู่บางชนิดมีโซเดียม งานในสหราชอาณาจักรพบว่ายาเม็ดฟู่ที่มีโซเดียมสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น แม้ไม่ได้ศึกษาแคลเซียมโดยเฉพาะ ผู้ที่คุมความดันหรือคุมเกลือควรอ่านปริมาณโซเดียมบนฉลากและปรึกษาเภสัชกร

อาการแบบไหนบอกว่าแคลเซียมเกิน

MedlinePlus ระบุอาการของแคลเซียมในเลือดสูง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน ปวดกระดูก ถ้ามีอาการให้พบแพทย์เพื่อตรวจระดับแคลเซียมในเลือด

แคลเซียมเสริมทำให้เป็นนิ่วไหม

MedlinePlus ระบุว่าการกินแคลเซียมเสริมนาน ๆ เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตในบางคน งาน WHI ที่ให้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 400 IU ต่อวันพบนิ่วเพิ่มราวร้อยละ 17 ส่วนแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสมไม่ได้เพิ่มนิ่ว ผู้ที่เคยเป็นนิ่วต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท