เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
แคลเซียมแอลทรีโอเนตคืออะไร มาจากไหน ต่างจากแคลเซียมทั่วไปอย่างไร
คำตอบสั้น: แคลเซียมแอลทรีโอเนต (calcium L-threonate) คือเกลือของแคลเซียมกับกรดแอล-ทรีโอนิก ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของวิตามินซี เมื่อคำนวณจากสูตรโมเลกุล มีแคลเซียมอยู่ราวร้อยละ 13 ของน้ำหนักสาร น้อยกว่าแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีราวร้อยละ 40 งานวิจัยในคนที่พบมีเพียงงานเล็กเรื่องการดูดซึมและความปลอดภัยระยะสั้นในอาสาสมัครหนุ่มสาวชาวจีน ยังไม่พบงานทดลองในคนที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก จึงยังบอกไม่ได้ว่าดีกว่าแคลเซียมชนิดอื่น
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แคลเซียมแอลทรีโอเนต = แคลเซียม + กรดแอล-ทรีโอนิก กรดนี้เป็นสารที่ได้จากการสลายตัวของวิตามินซี
- สัดส่วนแคลเซียมราว ร้อยละ 12.9 (คำนวณจากสูตรโมเลกุล) สาร 300 มก. ในงานวิจัยมีแคลเซียม 40 มก.
- งานในคนมี 2 งานจากกลุ่มวิจัยเดียวในจีน วัดการดูดซึมแคลเซียมได้ราว ร้อยละ 26.5 ใน 14 คน และอีกงานวัดระดับทรีโอเนตในเลือดของอาสาสมัครกลุ่มละ 12 คน ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบกับแคลเซียมชนิดอื่น
- คำว่า "ดูดซึมดีกว่าแคลเซียมทั่วไป" ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เทียบตรง ๆ รองรับ
- ผู้ที่เป็นนิ่ว โรคไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือกินยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ ยากระดูกพรุน ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
แคลเซียมแอลทรีโอเนตคืออะไร
แคลเซียมที่อยู่ในเม็ดหรือแคปซูลเสริมไม่ได้อยู่ในรูปแคลเซียมเดี่ยว ๆ แต่จับคู่กับสารอีกตัวเป็น "เกลือแคลเซียม" เช่น จับกับคาร์บอเนตเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต จับกับซิเตรตเป็นแคลเซียมซิเตรต
แคลเซียมแอลทรีโอเนตคือแคลเซียมที่จับกับกรดแอล-ทรีโอนิก (L-threonic acid) สูตรโมเลกุลคือ C8H14CaO10 ตามฐานข้อมูลสารเคมี PubChem ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ
กรดแอล-ทรีโอนิกมาจากไหน
กรดทรีโอนิกเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของวิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) งานเคมีปี 1998 พบว่าเมื่อวิตามินซีถูกออกซิไดซ์ด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในหลอดทดลอง จะได้สารที่มีสเปกตรัมมวลสอดคล้องกับกรดทรีโอนิก
ส่วนวัตถุดิบแคลเซียมแอลทรีโอเนตในผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อผลิตด้วยกระบวนการใด ฉลากทั่วไปไม่ได้ระบุ ถ้าอยากรู้ ต้องสอบถามผู้ผลิตโดยตรง
อย่าสับสนกับแมกนีเซียมแอลทรีโอเนต
ในท้องตลาดมีอีกสารหนึ่งชื่อ แมกนีเซียมแอลทรีโอเนต ซึ่งเป็นแมกนีเซียมที่จับกับกรดแอล-ทรีโอนิก คนละแร่ธาตุกับแคลเซียม ข้อมูลและคำโฆษณาของสารสองตัวนี้จึงนำมาใช้แทนกันไม่ได้
แคลเซียมแอลทรีโอเนตมีแคลเซียมกี่เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขบนฉลากส่วนใหญ่เป็น น้ำหนักของสารประกอบทั้งก้อน ไม่ใช่น้ำหนักแคลเซียมที่ร่างกายได้ ต้องดูสัดส่วนแคลเซียมในสารแต่ละชนิด
- แคลเซียมแอลทรีโอเนต: น้ำหนักโมเลกุล 310.27 มีแคลเซียม 40.078 คิดเป็น ราวร้อยละ 12.9 (คำนวณ) ตัวเลขนี้สอดคล้องกับงานวิจัยในจีนที่ใช้เม็ดแคลเซียมแอลทรีโอเนต 300 มก. ซึ่งมีแคลเซียม 40 มก.
- แคลเซียมคาร์บอเนต: น้ำหนักโมเลกุล 100.09 มีแคลเซียมราว ร้อยละ 40 (คำนวณ)
แปลว่าถ้าน้ำหนักบนฉลากเท่ากัน แคลเซียมแอลทรีโอเนตให้แคลเซียมน้อยกว่าแคลเซียมคาร์บอเนตราว 3 เท่า ถ้าฉลากไม่ได้บอกปริมาณ "แคลเซียม" แยกไว้ อย่าเอาน้ำหนักสารไปนับเป็นแคลเซียมตรง ๆ
ถ้าวัตถุดิบเป็นชนิดที่มีน้ำผลึก สัดส่วนแคลเซียมจะต่ำลงอีกเล็กน้อย ซึ่งฉลากมักไม่ได้บอก
งานวิจัยในคนมีอะไรบ้าง
งานวัดการดูดซึมแคลเซียม (ตีพิมพ์ปี 2013)
คณะผู้วิจัยจากโรงพยาบาลในปักกิ่งให้อาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน กินเม็ดแคลเซียมแอลทรีโอเนต 300 มก. (แคลเซียม 40 มก.) ครั้งเดียว แล้ววัดด้วยไอโซโทปเสถียร พบว่าร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ราวร้อยละ 26.5 (± 9.4)
ข้อจำกัดสำคัญ:
- ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ กับแคลเซียมคาร์บอเนตหรือซิเตรต จึงสรุปไม่ได้ว่าดูดซึมดีกว่าหรือแย่กว่า
- กินครั้งเดียว ในคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ไม่ใช่ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย
- บทคัดย่อเรียกสารนี้ว่า "ยาใหม่ที่พัฒนาเพื่อรักษากระดูกพรุนและเป็นแคลเซียมเสริม" ซึ่งเป็น คำบรรยายที่มาของสาร ไม่ใช่ผลการรักษาที่งานนี้วัดได้
งานเรื่องเภสัชจลนศาสตร์และความปลอดภัย (ตีพิมพ์ปี 2011)
กลุ่มวิจัยเดียวกันให้อาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดีกินแคลเซียมแอลทรีโอเนตครั้งเดียว 675 ถึง 4,050 มก. หรือ 2,025 มก. วันละ 2 ครั้งนาน 4 วัน (กลุ่มละ 12 คน) งานนี้วัดระดับทรีโอเนตในเลือดและปัสสาวะ ไม่ได้วัดการดูดซึมแคลเซียม
ผลที่บทคัดย่อรายงาน:
- ทรีโอเนตขึ้นสูงสุดในเลือดราว 2 ชั่วโมง ครึ่งชีวิตราว 2.5 ชั่วโมง
- ระดับทรีโอเนตในเลือดสูงกว่าเมื่อกินหลังอาหาร เทียบกับตอนท้องว่าง
- กินซ้ำ 4 วันไม่พบการสะสม และไม่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง
ข้อจำกัด: ระยะสั้นมาก ทำในคนหนุ่มสาวสุขภาพดี บอกความปลอดภัยระยะยาวในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคไตไม่ได้
งานในหลอดทดลอง
มีงานที่ทดลองกับเซลล์สลายกระดูกของกระต่ายในหลอดทดลอง งานลักษณะนี้ ใช้บอกผลในคนไม่ได้ และไม่ควรถูกนำไปโฆษณาเป็นสรรพคุณ
สิ่งที่ยังไม่มี
เมื่อค้นฐานข้อมูล PubMed ไม่พบงานทดลองแบบสุ่มในคนที่วัดผลของแคลเซียมแอลทรีโอเนตต่อมวลกระดูกหรือการเกิดกระดูกหัก
ต่างจากแคลเซียมทั่วไปอย่างไร
สิ่งที่บอกได้จากหลักฐานตอนนี้มีเพียง
- สัดส่วนแคลเซียมต่ำกว่า แคลเซียมคาร์บอเนต (ราวร้อยละ 13 เทียบร้อยละ 40 คำนวณ)
- มีงานวิจัยในคนน้อยกว่ามาก แคลเซียมคาร์บอเนตถูกใช้ในงานทดลองใหญ่หลายงาน ขณะที่แคลเซียมแอลทรีโอเนตมีงานเล็ก 2 งาน
- ยังไม่มีงานเทียบตรง เรื่องการดูดซึม ผลข้างเคียงทางเดินอาหาร หรือความเสี่ยงนิ่ว ระหว่างแคลเซียมแอลทรีโอเนตกับชนิดอื่น
ภาพรวมของแคลเซียมเสริมทุกชนิด งานรวม 26 งานทดลองในผู้อายุเกิน 50 ปี (BMJ 2015) สรุปว่าหลักฐานที่ว่าแคลเซียมเสริมป้องกันกระดูกหัก "อ่อนและไม่สอดคล้องกัน" และงานรวมอีกชุดพบมวลกระดูกเพิ่มเพียงเล็กน้อยราวร้อยละ 0.6–1.8 โดยไม่เพิ่มต่อเนื่องหลังปีแรก งานเหล่านี้ใช้แคลเซียมวันละราว 500–1,200 มก. ไม่ใช่แคลเซียมแอลทรีโอเนตโดยเฉพาะ
อ่านเปรียบเทียบแคลเซียมแต่ละรูปแบบเพิ่มเติมได้ที่ แคลเซียมแต่ละรูปแบบบนฉลากต่างกันอย่างไร
ได้ยินคำโฆษณาแบบนี้ จริงไหม
"ดูดซึมดีกว่าแคลเซียมทั่วไปหลายเท่า" ยังไม่มีงานในคนที่เทียบตรง ๆ งานดูดซึมที่มีอยู่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
"ดูดซึมได้ 90% ขึ้นไป" งานที่วัดจริงในคนรายงานราวร้อยละ 26.5 ไม่ใช่ตัวเลขนี้
"ไม่ทำให้เป็นนิ่ว ไม่ทำให้ท้องผูก" ยังไม่มีงานที่วัดเรื่องนี้กับแคลเซียมแอลทรีโอเนตโดยเฉพาะ
"เป็นยารักษากระดูกพรุน" คำนี้มาจากคำบรรยายในบทคัดย่อของผู้วิจัย ไม่ใช่ผลการรักษาที่วัดได้ ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตือนไม่ให้หลงเชื่อคำอวดอ้างว่ารักษาโรคได้
"ช่วยเรื่องความจำหรือสมอง" ข้อมูลแบบนี้มักมาจากแมกนีเซียมแอลทรีโอเนต ซึ่งเป็นคนละสาร
แคลเซียมแอลทรีโอเนตกินตอนไหน
ยังไม่มีงานที่ทดสอบว่ากินพร้อมอาหารหรือท้องว่างแล้วร่างกายดูดซึม แคลเซียม จากสารนี้ต่างกันอย่างไร งานปี 2011 พบเพียงว่า ระดับทรีโอเนต ในเลือดสูงกว่าเมื่อกินหลังอาหาร
หลักทั่วไปจากสถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน (LPI) คือ
- แคลเซียมเสริมส่วนใหญ่ให้กินพร้อมมื้ออาหาร ยกเว้นแคลเซียมซิเตรตที่กินเวลาใดก็ได้
- เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น ไม่กินแคลเซียมธาตุเกินครั้งละ 500 มก.
ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ทำตามวิธีรับประทานบนฉลาก และถ้ากินยาประจำตัวอยู่ ให้เภสัชกรช่วยจัดเวลา อ่านต่อที่ กินแคลเซียมตอนไหนดี
ใครควรระวังแคลเซียมเสริมทุกชนิด
- ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่วในไต: งานทดลองใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมกับวิตามินดี 400 IU ต่อวัน พบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 เทียบกับยาหลอก ส่วนสถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตของสหรัฐ (NIDDK) ระบุว่า แคลเซียมจากอาหาร ในปริมาณเหมาะสมช่วยจับสารที่ก่อนิ่ว ให้คุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องปริมาณ
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือฟอกไต: NIDDK แนะนำให้ปรึกษาบุคลากรสุขภาพก่อนใช้วิตามินและแร่ธาตุเสริม
- ผู้มีแคลเซียมในเลือดสูงหรือโรคพาราไทรอยด์: ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน
- ผู้กินยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ระยะห่างขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนด อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมกับยาประจำตัว
- ผู้ที่แพทย์สั่งแคลเซียมหรือวิตามินดีอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
ก่อนคิดเรื่องชนิดแคลเซียม ควรเริ่มที่ไหน
- ดูแคลเซียมจากอาหารก่อน กรมอนามัยกำหนดว่าคนไทยอายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้แคลเซียมวันละ 1,000 มก. แหล่งหลักคือนม เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียวออกซาเลตต่ำอย่างคะน้า กวางตุ้ง อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมวันละเท่าไรถึงพอ
- ตรวจมวลกระดูกตามเกณฑ์ มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยแนะนำให้ตรวจในหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ หรือใช้ยาสเตียรอยด์
- ป้องกันหกล้ม คณะทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกันของสหรัฐ (USPSTF) แนะนำการออกกำลังกายเพื่อป้องกันหกล้มในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่เสี่ยงหกล้ม
- ใช้ยาที่แพทย์สั่งต่อเนื่อง แนวทางของมูลนิธิฯ วางยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกในผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูง แคลเซียมเสริมไม่ได้อยู่ในฐานะแทนยา
ถ้ากำลังเลือกซื้อแคลเซียมเสริม อ่านวิธีดูฉลากได้ที่ เลือกแคลเซียมเสริมอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) งานในคนที่พบมีเพียงงานดูดซึมที่ใช้ครั้งเดียว 300 มก. (แคลเซียม 40 มก.) ในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน พบการดูดซึมราวร้อยละ 26.5 โดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และงานความปลอดภัยระยะสั้น 4 วันที่วัดระดับทรีโอเนตในเลือดของคนหนุ่มสาว ไม่มีงานทดลองในคนที่วัดผลต่อกระดูก
- ปริมาณแคลเซียมโดยรวม — ฉลากไม่ได้ระบุแคลเซียมธาตุรวม ส่วนคีเลต "(40%)" และเปลือกหอยมุก คำนวณแคลเซียมไม่ได้ แคลเซียมที่คำนวณได้จากทรีโอเนตราว 89 มก. ต่อวันเป็นส่วนน้อยของ 1,000 มก. ที่ผู้อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้ต่อวัน และน้อยกว่าขนาดในงาน WHI (1,000 มก.) ราว 11 เท่า (คำนวณ) แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่าแคลเซียมชนิดอื่น หรือมีผลต่อกระดูก ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ ยาไทรอยด์ แคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น · ชัก · หายใจลำบาก · หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก · หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ · ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม · กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้หรือปัสสาวะไม่ออก · ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
แคลเซียมแอลทรีโอเนตคืออะไร
คือเกลือของแคลเซียมกับกรดแอล-ทรีโอนิก ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของวิตามินซี เมื่อคำนวณจากสูตรโมเลกุลมีแคลเซียมราวร้อยละ 13 ของน้ำหนักสาร
แคลเซียมแอลทรีโอเนตดูดซึมดีกว่าแคลเซียมทั่วไปจริงไหม
ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เทียบตรง ๆ งานในอาสาสมัครชาวจีน 14 คนวัดการดูดซึมได้ราวร้อยละ 26.5 แต่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบกับแคลเซียมชนิดอื่น จึงสรุปไม่ได้ว่าดีกว่า
แคลเซียมแอลทรีโอเนต 350 มก. ได้แคลเซียมเท่าไร
คิดเป็นแคลเซียมราว 44–45 มก. (คำนวณจากสัดส่วนแคลเซียมราวร้อยละ 12.9) ไม่ใช่แคลเซียม 350 มก. ตัวเลขบนฉลากส่วนใหญ่เป็นน้ำหนักของสารทั้งก้อน
แคลเซียมแอลทรีโอเนตกินตอนไหน
ยังไม่มีงานที่ทดสอบผลของมื้ออาหารต่อการดูดซึมแคลเซียมจากสารนี้ หลักทั่วไปคือแคลเซียมเสริมส่วนใหญ่กินพร้อมอาหาร ไม่เกินครั้งละ 500 มก. แคลเซียมธาตุ และทำตามวิธีรับประทานบนฉลาก ถ้ากินยาประจำตัวให้เภสัชกรจัดเวลา
ใครไม่ควรรับประทานแคลเซียมเสริมโดยไม่ถามแพทย์
ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่ว ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือฟอกไต ผู้มีแคลเซียมในเลือดสูงหรือโรคพาราไทรอยด์ และผู้ที่กินยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยากระดูกพรุน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Calcium bioavailability of calcium L-threonate in healthy Chinese subjects measured with stable isotopes (44Ca and 42Ca)European Journal of Clinical Pharmacology 2013 (PubMed)
- Pharmacokinetics and safety of calcium L-threonate in healthy volunteers after single and multiple oral administrationsActa Pharmacologica Sinica 2011 (PubMed)
- Ascorbic acid oxidation by hydrogen peroxideAnalytical Biochemistry 1998 (PubMed)
- CalciumLinus Pauling Institute Micronutrient Information Center, Oregon State University
- Calcium intake and risk of fracture: systematic reviewBMJ 2015 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
