บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

แสบร้อนฝ่าเท้า ปวดแสบปวดร้อนตอนกลางคืน เกิดจากอะไร

คำตอบสั้น: อาการแสบร้อนหรือปวดแสบที่ฝ่าเท้า เป็นอาการหนึ่งของ ปลายประสาทเสื่อมชนิดรับความรู้สึก ซึ่ง NHS ระบุว่ามักเป็นที่เท้า สาเหตุที่ต้องหา ได้แก่ เบาหวาน ดื่มสุรามากเป็นเวลานาน การขาดวิตามินบี 12 หรือวิตามินอื่น โรคไตหรือโรคตับเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานต่ำ และยาบางชนิด ส่วนการขาดวิตามินบี 1 รุนแรง (โรคเหน็บชาชนิดแห้ง) Linus Pauling Institute ระบุว่าช่วงแรกอาจมีอาการแสบร้อนที่เท้า NHS ระบุว่าปวดจากเส้นประสาท มักไม่ดีขึ้นด้วยยาแก้ปวดทั่วไป แพทย์จึงใช้ยากลุ่มเฉพาะ ซึ่งต้องให้แพทย์สั่ง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แสบร้อนฝ่าเท้าทั้งสองข้าง: เป็นอาการที่ NHS ระบุในปลายประสาทเสื่อมชนิดรับความรู้สึก ต้องหาสาเหตุ
  • สาเหตุที่แหล่งทางการระบุ: เบาหวาน สุรา ขาดวิตามินบี 12 ขาดวิตามินบี 1 รุนแรง โรคไตหรือตับเรื้อรัง ไทรอยด์ต่ำ และยาบางชนิด
  • ยาแก้ปวดเส้นประสาทต่างจากยาแก้ปวดทั่วไป: NHS ระบุยาหลัก เช่น อะมิทริปไทลีน ดูล็อกซีทีน พรีกาบาลิน กาบาเพนติน ต้องให้แพทย์สั่งและปรับขนาด
  • ไม่ใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อนที่เท้า (MedlinePlus) ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นที่ทดสอบด้วยมือหรือข้อศอกก่อน เพราะเท้าที่ปลายประสาทเสื่อมรับรู้ความร้อนได้น้อยลง
  • ปวดแสบร้อนรุนแรงแม้ขณะพัก หรือเท้าซีด หรือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี: อาจเป็นหลอดเลือดขาตีบรุนแรง ติดต่อแพทย์ทันที

แสบร้อนฝ่าเท้าเป็นอาการของอะไร

NHS จัดอาการนี้เป็นอาการหนึ่งของปลายประสาทเสื่อม NHS หน้าอาการปลายประสาทเสื่อม (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) แบ่งปลายประสาทเสื่อมเป็นชนิดรับความรู้สึก ชนิดควบคุมกล้ามเนื้อ และชนิดอัตโนมัติ สำหรับชนิดรับความรู้สึก NHS ระบุอาการ ดังนี้

  • เหน็บชาในส่วนที่เป็น
  • ชา และรับรู้ความเจ็บหรือความร้อนเย็นได้น้อยลง โดยเฉพาะที่เท้า
  • ปวดแสบร้อนหรือปวดแปลบ มักเป็นที่เท้า
  • เจ็บจากสิ่งที่ไม่ควรเจ็บ เช่น สัมผัสเบา ๆ
  • เสียการทรงตัว เพราะรับรู้ตำแหน่งของเท้าได้น้อยลง

NHS อธิบายว่าปลายประสาทเสื่อมแบบที่พบมากจะกระทบเส้นประสาทเส้นยาวก่อน อาการจึงมักเริ่มที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง ถ้าเริ่มจากชา อ่านเพิ่มที่ เท้าชาตลอดเวลา เท้าชาบ่อย เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง

แสบร้อนฝ่าเท้าเกิดจากอะไรได้บ้าง

เบาหวาน

NHS ระบุว่าในสหราชอาณาจักรเบาหวานเป็นสาเหตุที่พบบ่อยเป็นลำดับแรกของปลายประสาทเสื่อม และ ผู้ป่วยเบาหวานมากถึง 1 ใน 4 มีอาการปวดจากเส้นประสาทเสียหาย ความเสี่ยงสูงขึ้นถ้าเป็นเบาหวานนาน คุมน้ำตาลไม่ดี สูบบุหรี่ ดื่มสุรามาก หรืออายุเกิน 40 ปี อ่านเรื่องปลายประสาทจากเบาหวานโดยตรงที่ เบาหวานชาปลายเท้า ปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน

สุราและการขาดวิตามินบี 1

NHS ระบุการดื่มสุรามากเป็นเวลาหลายปีเป็นสาเหตุหนึ่งของปลายประสาทเสื่อม Linus Pauling Institute (LPI) ระบุว่าการดื่มสุราเรื้อรังเป็นสาเหตุหลักของการขาดวิตามินบี 1 ในประเทศอุตสาหกรรม และในโรคเหน็บชาชนิดแห้งจากขาดบี 1 ลักษณะหลักคือปลายประสาทเสื่อม ซึ่ง ช่วงแรกอาจมีอาการแสบร้อนที่เท้า (burning feet syndrome) ร่วมกับความรู้สึกที่แขนขาลดลงและอ่อนแรง อ่านเพิ่มที่ ทำไมคนดื่มประจำขาดวิตามินบี 1

LPI ยังระบุว่ายาขับปัสสาวะเพิ่มการขับบี 1 ทางปัสสาวะ และผู้ฟอกไตเสียบี 1 มากขึ้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ถามแพทย์เรื่องการตรวจได้ ห้ามหยุดยาขับปัสสาวะเอง

ขาดวิตามินบี 12

NHS ระบุว่าระดับวิตามินบี 12 หรือวิตามินอื่นต่ำเป็นสาเหตุหนึ่ง กลุ่มที่ควรนึกถึง เช่น ผู้ที่กินยาเมทฟอร์มินมานาน (ADA 2025 แนะนำให้ตรวจบี 12 เป็นระยะ) ใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPI กินมังสวิรัติเคร่งครัด และผู้สูงอายุ

โรคอื่นและยา

รายการของ NHS ยังมีโรคไตเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานต่ำ การติดเชื้อบางชนิด โรคภูมิต้านตนเอง และยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดบางตัว ยาปฏิชีวนะบางตัวที่กินนานหลายเดือน ยากันชักฟีนิโทอิน และอะมิโอดาโรน

เชื้อราที่เท้าหรือหลอดเลือดตีบ ทำให้แสบร้อนได้ไหม

เชื้อราที่เท้า (ฮ่องกงฟุต): NHS หน้า Athlete's foot บรรยายอาการหลักเป็นผื่นขาวคันที่ซอกนิ้วเท้า ผิวเจ็บ ลอกเป็นขุย แดง และอาจแตกหรือมีเลือดออก บางครั้งเป็นที่ฝ่าเท้าหรือข้างเท้า และมีตุ่มน้ำ หน้านี้ไม่ได้ระบุอาการแสบร้อนลึกในฝ่าเท้าแบบปลายประสาท ถ้ามีผื่นคันลอกร่วม ให้ปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาทาฆ่าเชื้อรา และ NHS ให้ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นเชื้อราที่เท้าไปพบแพทย์ เพราะปัญหาที่เท้าอาจรุนแรงกว่าในคนเบาหวาน

หลอดเลือดแดงที่ขาตีบรุนแรง: NHS หน้าหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (ทบทวน 10 เม.ย. 2569) ระบุว่าเมื่อเลือดไปเลี้ยงขาลดลงมาก (critical limb ischaemia) อาจมี ปวดแสบร้อนรุนแรงที่ขาและเท้าแม้ขณะพัก ผิวซีด มันวาว เรียบ แห้ง แผลที่ไม่หาย และนิ้วเท้าเย็นชาแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ NHS ให้ติดต่อแพทย์ทันทีถ้าสงสัยอาการนี้

ทำไมแสบร้อนฝ่าเท้าเป็นมากตอนกลางคืน

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายสาเหตุว่าทำไมเป็นมากตอนกลางคืน จึงขอไม่เดาเหตุผล สิ่งที่แหล่งระบุคือ NHS ระบุว่าปลายประสาทเสื่อมมีอาการเจ็บจากสัมผัสเบา ๆ ได้ และอาการมักเป็นตลอดแต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ

ถ้าอาการปวดรบกวนการนอนจนนอนไม่ได้ ให้บอกแพทย์ตรง ๆ เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์เลือกการรักษา (คำแนะนำของบทความ) เรื่องนอนไม่หลับจากสาเหตุอื่น NHS ระบุว่าความปวดเรื้อรังเป็นหนึ่งในสาเหตุของการนอนไม่หลับ

แสบร้อนฝ่าเท้ากินยาอะไร ยาปวดเส้นประสาทต่างจากยาแก้ปวดทั่วไปอย่างไร

ปวดจากเส้นประสาทมักไม่ดีขึ้นด้วยพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน NHS หน้าการรักษาปลายประสาทเสื่อม (ทบทวน 10 ต.ค. 2565) ระบุไว้ตรง ๆ และระบุว่าแพทย์มักใช้ยากลุ่มที่เรียกว่ายาแก้ปวดเส้นประสาท (neuropathic pain agents) ยาหลักที่ NHS ระบุ ได้แก่

  • อะมิทริปไทลีน — ใช้กับปวดศีรษะและซึมเศร้าได้ด้วย
  • ดูล็อกซีทีน — ใช้กับปัญหากระเพาะปัสสาวะและซึมเศร้าได้ด้วย
  • พรีกาบาลินและกาบาเพนติน — ใช้กับโรคลมชัก ปวดศีรษะ หรือวิตกกังวลได้ด้วย

ข้อมูลจาก NHS ที่ควรรู้ก่อนใช้ยา

  • ยาเหล่านี้มักเริ่มที่ขนาดต่ำ แล้วแพทย์ค่อย ๆ ปรับขึ้นจนเห็นผล ขนาดสูงอาจคุมปวดได้ดีกว่าแต่ผลข้างเคียงมากกว่า
  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือรู้สึกเหมือนเมา ถ้าง่วงหรือตามัว ห้ามขับรถหรือใช้เครื่องจักร และอาจไวต่อแอลกอฮอล์มากขึ้น
  • ผลข้างเคียงมักดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์ ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้บอกแพทย์ เพราะอาจเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นได้ ถ้ายาตัวแรกไม่ได้ผล ยาตัวอื่นอาจได้ผล
  • ถ้าแพทย์ให้ยาต้านซึมเศร้า ยานี้ช่วยเรื่องปวดได้แม้ไม่ได้ซึมเศร้า ไม่ได้แปลว่าแพทย์คิดว่าผู้ป่วยซึมเศร้า

NHS ยังกล่าวถึงครีมหรือแผ่นแปะแคปไซซิน (สารเผ็ดในพริก) ซึ่งอาจระคายผิวและแสบร้อนบริเวณที่ทา ห้ามใช้บนผิวที่มีแผลหรืออักเสบ และล้างมือทุกครั้งหลังทา

บทความนี้ไม่ระบุขนาดยา การเริ่ม หยุด หรือปรับขนาดยาแก้ปวดเส้นประสาทต้องให้แพทย์ตัดสิน รายละเอียดของยาแต่ละกลุ่ม อ่านที่ ยาปวดปลายประสาท มีอะไรบ้าง

แสบร้อนฝ่าเท้า ดูแลตัวเองอย่างไร แช่น้ำได้ไหม

ห้ามใช้น้ำร้อนจัดหรือกระเป๋าน้ำร้อน แม้เท้าจะรู้สึกแสบหรือเย็น NHS ระบุว่าปลายประสาทเสื่อมทำให้รับรู้ความร้อนเย็นได้น้อยลง โดยเฉพาะที่เท้า และ MedlinePlus หน้าการดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) เตือนว่า ไม่ใช้แผ่นประคบร้อนหรือกระเป๋าน้ำร้อนที่เท้า และไม่เดินเท้าเปล่าบนพื้นร้อน กระเบื้องร้อน หรือทรายร้อน เพราะอาจเกิดแผลไหม้รุนแรง เนื่องจากผิวตอบสนองต่อความร้อนไม่เหมือนปกติ

สิ่งที่ MedlinePlus แนะนำ

  • ล้างเท้าทุกวันด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อน ทดสอบอุณหภูมิน้ำด้วยมือหรือข้อศอกก่อน
  • เช็ดเท้าให้แห้งเบา ๆ โดยเฉพาะซอกนิ้ว
  • ตรวจเท้าทุกวัน หาแผล ตุ่มพอง รอยแดง ผิวแตก
  • ใส่รองเท้าที่พอดีเสมอ ตรวจด้านในรองเท้าก่อนใส่ ไม่ซื้อรองเท้าคับ
  • ใส่ถุงเท้าสะอาดแห้ง ถ้าเท้าเย็นตอนกลางคืนให้ใส่ถุงเท้าสะอาดแห้งเข้านอน
  • เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ลดเลือดไปเลี้ยงเท้า

สิ่งที่ NHS แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีปลายประสาทเสื่อม: คุมน้ำตาลให้ดี เลิกบุหรี่ และลดสุรา ส่วนเรื่องประคบร้อนหรือเย็นอย่างปลอดภัย อ่านเพิ่มที่ มือชาเท้าชา ประคบร้อนหรือเย็นดี

ได้ยินว่ากรดอัลฟาไลโปอิกหรือวิตามินบีแก้แสบร้อนฝ่าเท้าได้ จริงไหม

หลักฐานยังไม่ชัด และขนาดในงานวิจัยสูงกว่าที่คนทั่วไปคิดมาก NHS หน้าการรักษาปลายประสาทเสื่อมระบุว่ามีคนลองใช้ผลิตภัณฑ์เสริม เช่น เบนโฟไทอะมีน (วิตามินบี 1 รูปแบบหนึ่ง) และกรดอัลฟาไลโปอิก รวมทั้งฝังเข็มและสมุนไพร และเขียนว่า บางคนอาจรู้สึกว่าช่วย แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจนเสมอไป ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนลอง เพราะอาจรบกวนการรักษาที่ทำอยู่

งานวิจัยกรดอัลฟาไลโปอิกในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการปลายประสาท ใช้ขนาดวันละ 600–1,800 มก. งานระยะสั้น 5 สัปดาห์ (SYDNEY 2 ตีพิมพ์ 2549) พบคะแนนอาการ เช่น ปวดแสบร้อนและชา ลดลงมากกว่ายาหลอก และพบคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะเพิ่มตามขนาด ส่วนงาน 4 ปี (NATHAN 1 ตีพิมพ์ 2554) ไม่พบความต่างที่ตัวชี้วัดหลัก ADA 2025 ระบุว่ายังไม่มีการรักษาเฉพาะที่ย้อนความเสียหายของเส้นประสาท

แสบร้อนฝ่าเท้าแบบไหนต้องไปหาหมอ

ติดต่อแพทย์ทันที ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (MedlinePlus และ NHS หน้าหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ)

  • เป็นเบาหวาน และเริ่มมีอาการเหน็บหรือแสบร้อนที่เท้า หรือปวดเท้า (MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันที)
  • เท้าแดง ร้อนขึ้น บวม หรือมีแผล รอยแตก
  • ปวดแสบร้อนรุนแรงที่ขาและเท้าแม้ขณะพัก
  • ผิวขาซีด มันวาว เรียบ และแห้ง
  • นิ้วเท้าหรือขาเย็นและชา แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปลายประสาทเสื่อม)

  • ปวด เหน็บชา หรือเท้ารู้สึกน้อยลง
  • เสียการทรงตัวหรืออ่อนแรง
  • มีแผลที่เท้าที่ไม่ดีขึ้น

ส่วนอาการฉุกเฉิน เช่น ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันที หรือชารอบก้นและกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามรายการท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

เรื่องแสบร้อนฝ่าเท้า: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการปวดแสบร้อนหรือปลายประสาทเสื่อมดีขึ้น และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนยาแก้ปวดเส้นประสาทที่แพทย์สั่ง ส่วนประกอบที่มักถูกถามมีข้อมูลดังนี้

  • กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก. ต่อแคปซูล — งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการปลายประสาทใช้วันละ 600–1,800 มก. มากกว่าในแคปซูล 12–36 เท่า (คำนวณ) จึงนำผลมาใช้กับขนาดในแคปซูลไม่ได้ งานระยะสั้น 5 สัปดาห์พบคะแนนอาการลดลง แต่งาน 4 ปีที่ใช้ 600 มก. ไม่พบความต่างที่ตัวชี้วัดหลัก และงานรวมผล (2566) ที่ใช้ 600–1,800 มก. พบว่าคะแนนอาการดีขึ้นตามขนาด แต่คะแนนปวด การรับรู้แรงสั่น และการนำไฟฟ้าเส้นประสาทไม่ดีขึ้น ยังไม่พบงานที่ใช้ขนาด 50 มก.
  • วิตามินบี 1 100 มก. ต่อแคปซูล — ราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทย (คำนวณจาก DRI ไทย 2563) ไม่มีปริมาณสูงสุดที่กำหนด อาการแสบร้อนที่เท้าที่ LPI บรรยายเป็นอาการของการขาดบี 1 รุนแรง ซึ่งต้องให้แพทย์วินิจฉัยและรักษา งานวิจัยเรื่องอาการชาจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์คนละรูปแบบกับวิตามินบี 1 ในผลิตภัณฑ์นี้ และผลยังไม่สอดคล้องกัน (งาน 2 ปีไม่พบผลต่อเส้นประสาท)
  • วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัมต่อแคปซูล — งานทบทวน Cochrane (2561) ที่ใช้บี 12 แบบกินรักษาภาวะขาด ใช้วันละ 1,000–2,000 ไมโครกรัม มากกว่าในแคปซูลราว 1.7–3.3 เท่า (คำนวณ) ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนการตรวจและการรักษาภาวะขาดบี 12 ที่แพทย์สั่ง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
  • ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย แมกนีเซียมออกไซด์เองก็ทำให้บางคนถ่ายเหลวได้ ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล และศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่ามีรายงานพบน้อยของภาวะน้ำตาลต่ำจากภูมิต้านอินซูลินที่เกี่ยวกับกรดอัลฟาไลโปอิก ส่วนใหญ่ในคนญี่ปุ่น ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หิวจัด สับสน ตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง และแจ้งแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอะไรอยู่
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน (ยาแก้ปวดเส้นประสาท) ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้เคมีบำบัดหรือฉายแสง: ศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกอาจรบกวนการรักษา ปรึกษาทีมรักษาก่อน
  • กินวิตามินบีรวมขนาดสูงตัวอื่นอยู่: ให้นับรวม เพราะบี 6 ขนาดสูงมากเป็นเวลานานทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้ (LPI) ในแคปซูลมีบี 6 2 มก.
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน เมทฟอร์มิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยาแก้ปวดปลายประสาท แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยว่ายาตัวไหนทำให้ชา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการชา

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาข้างเดียวขึ้นมาทันที หรือยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
  • พูดไม่ชัด พูดลำบาก นึกคำไม่ออก หรือสับสน
  • ตามัวหรือมองไม่เห็นขึ้นมาทันที
  • ชาบริเวณอวัยวะเพศ รอบทวารหนัก หรือบริเวณก้นที่ใช้นั่ง
  • ปัสสาวะไม่ออก เริ่มปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
  • ไม่รู้สึกว่าปวดอุจจาระ หรือกลั้นอุจจาระไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
  • ปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง
  • ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชามาก หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เดินลำบากขึ้นมาใหม่
  • มือเสียการประสานงานทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือเจ็บร้าวไปแขน คอ หรือกราม
  • ผู้ใช้ยาเบาหวานที่หมดสติหรือชัก (ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ จัดท่านอนตะแคง)

รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) ปวดร้าวลงขา (3 ธ.ค. 2567) กระดูกคอเสื่อม (2 ส.ค. 2566) หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (31 มี.ค. 2569) และน้ำตาลในเลือดต่ำ (3 ส.ค. 2566) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

แสบร้อนฝ่าเท้าเกิดจากอะไร

NHS จัดอาการปวดแสบร้อนที่เท้าเป็นอาการหนึ่งของปลายประสาทเสื่อมชนิดรับความรู้สึก สาเหตุที่ต้องหา เช่น เบาหวาน ดื่มสุรามากเป็นเวลานาน ขาดวิตามินบี 12 ขาดวิตามินบี 1 รุนแรง โรคไตหรือตับเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานต่ำ และยาบางชนิด

แสบร้อนฝ่าเท้ากินยาอะไร

NHS ระบุว่าปวดจากเส้นประสาทมักไม่ดีขึ้นด้วยพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน แพทย์จึงใช้ยากลุ่มเฉพาะ เช่น อะมิทริปไทลีน ดูล็อกซีทีน พรีกาบาลิน กาบาเพนติน ซึ่งต้องให้แพทย์สั่งและปรับขนาด ห้ามซื้อมากินหรือปรับยาเอง

แสบร้อนฝ่าเท้าแช่น้ำร้อนได้ไหม

ไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดหรือกระเป๋าน้ำร้อน เพราะปลายประสาทเสื่อมทำให้รับรู้ความร้อนได้น้อยลง MedlinePlus แนะนำให้ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นที่ทดสอบอุณหภูมิด้วยมือหรือข้อศอกก่อน

ขาดวิตามินบี 1 ทำให้แสบร้อนเท้าไหม

Linus Pauling Institute ระบุว่าในโรคเหน็บชาชนิดแห้งจากขาดวิตามินบี 1 รุนแรง ช่วงแรกอาจมีอาการแสบร้อนที่เท้า ร่วมกับความรู้สึกที่แขนขาลดลงและอ่อนแรง การขาดบี 1 ต้องให้แพทย์ประเมินและรักษา

แสบร้อนฝ่าเท้าแบบไหนอันตราย

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปวดแสบร้อนรุนแรงแม้ขณะพัก ผิวขาซีด นิ้วเท้าเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือดำ หรือมีแผล เท้าแดงร้อนบวม ให้ติดต่อแพทย์ทันที ส่วนชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกทันทีให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท